บทที่ 488: โฉมงามล่มเมือง
งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับทางการฮ่องกงโดยตรง จึงไม่น่าแปลกใจที่เหล่าผู้ทรงอิทธิพลจากทั่วทุกสารทิศจะมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง
ซ่งอวี้หน่วนอยู่ในชุดเครื่องแบบของทีมงาน บนลำคอของเธอมีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ห้อยอยู่ หญิงสาวกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่ภายในบริเวณงานอย่างแข็งขัน
ระหว่างนั้นเอง ลิ่วเย่ก็เดินนำลูกน้องเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาหันไปพูดกับเปียวจื่อ ชายผู้เป็นมือขวาของตน
“นี่คือคุณหนูซ่ง จำไว้นะ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเจอเธอที่ไหน ต้องให้ความเคารพเสมอ ตอนนี้แกไปช่วยดูแลความเรียบร้อยแถวนั้นหน่อย แล้วก็ระวัง อย่าทำอะไรให้แขกเหรื่อเขารู้สึกไม่ดีล่ะ” เขากำชับเสียงเข้มปิดท้าย
เปียวจื่อรับคำและเข้าใจในทันทีว่าเจ้านายกำลังทำอะไรอยู่ นี่เป็นการแสดงออกให้คุณหนูซ่งเห็น และในขณะเดียวกันก็เป็นการประกาศให้พวกลูกน้องได้รับรู้โดยทั่วกัน
แม้จะไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาตรงๆ แต่ทุกคนก็เดาได้ไม่ยากว่านับจากนี้ไป คุณหนูซ่งจะมีบทบาทและสถานะที่สูงส่งในแวดวงของพวกเขาอย่างแน่นอน
หลังจากเปียวจื่อพาลูกน้องแยกตัวออกไป บรรยากาศภายในงานก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น
เนื่องจากเป็นความร่วมมือระดับทางการ การรักษาความปลอดภัยจึงถูกยกระดับขึ้นถึงขีดสุด จึงไม่มีกลุ่มอิทธิพลหน้าไหนที่ยังไม่สิ้นไร้ไม้ตอกกล้าพอที่จะมาก่อเรื่องวุ่นวายที่นี่ เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะไม่อยากทำมาหากินในฮ่องกงอีกต่อไป หรือไม่คิดจะใช้โทรศัพท์มือถือ ‘ตงฟางหง’ ไปตลอดชีวิต
และแน่นอนว่าเจ้าโทรศัพท์ ‘ตงฟางหง’ ที่ว่านี้ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ทุกคนต่างให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวาง
หลายคนแสดงท่าทีดูแคลนและเย้ยหยันเมื่อได้ยินว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่ ‘ไอ้อิฐ’ ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน พวกเขามองว่ามันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี
“ขนาดไอ้อิฐก้อนใหญ่นี่พวกฝรั่งยังต้องใช้เวลาตั้งนานกว่าจะคิดค้นขึ้นมาได้ แล้วประเทศที่ทั้งล้าหลัง ยากจน แถมยังขาดแคลนคนเก่งๆ แบบนั้น จะไปสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงกัน”
“คงเป็นแค่การป่าวประกาศโอ้อวดเพื่อเรียกเสียงฮือฮาเท่านั้นแหละ แล้วที่บอกว่าจะจัดงานแถลงข่าวน่ะ รู้ความหมายของมันจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ บางทีอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นการประกาศขอรับเงินสนับสนุนการวิจัยจากสังคมก็ได้ ใครๆ ก็รู้ว่าฝั่งนั้นน่ะยากจนจะตาย หลายคนยังไม่มีข้าวจะกินด้วยซ้ำ”
กลุ่มคนเหล่านี้ต่างพากันหัวเราะเยาะอย่างมีความสุข จินตนาการไม่ออกเลยว่าชีวิตที่อดมื้อกินมื้อนั้นมันจะทุกข์ทรมานสักแค่ไหน
ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เลือกจะรอดูสถานการณ์ต่อไป เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร งานในวันนี้ก็ถือเป็นงานรวมตัวของเหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีชื่อเสียงจากทั่วทั้งเกาะฮ่องกง ซึ่งนับเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
ทว่าคนส่วนใหญ่กลับตั้งความหวังไว้สูง พวกเขาเชื่อมั่นและเฝ้ารอที่จะได้ใช้โทรศัพท์มือถือตงฟางหงหลังจบงานนี้ เพราะแผ่นดินใหญ่นั้นกว้างใหญ่ไพศาล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรและบุคคลผู้มีความสามารถ ขนาดสมบัติล้ำค่าของชาติที่ซับซ้อนกว่านี้ยังเคยสร้างขึ้นมาได้ในยุคที่ไม่มีแม้แต่คอมพิวเตอร์ แล้วทำไมตอนนี้จะสร้างโทรศัพท์มือถือที่ล้ำหน้ากว่าไอ้อิฐก้อนโตนั่นไม่ได้กัน
บรรยากาศในงานแถลงข่าวจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลากหลายประเภทที่ต่างก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันไป
แต่ก็มีบางส่วนที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง โดยเฉพาะท่าทีของลิ่วเย่
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าลิ่วเย่จะมาหาเรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าเขาและลูกน้องคอยช่วยสอดส่องดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ห่างๆ และทำอย่างแนบเนียนเสียด้วย หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ก็จะมีคนของเขาเข้าไปจัดการด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร
สำหรับคนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคงจะรู้สึกว่าคนพวกนี้ช่างสุภาพและมีไมตรีจิต แต่สำหรับคนที่รู้จักชื่อเสียงของลิ่วเย่ดีแล้ว ภาพที่เห็นกลับทำให้พวกเขาถึงกับขนลุกซู่ เพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นลูกน้องของลิ่วเย่ยิ้มแย้มได้สดใสเช่นนี้มาก่อน
แต่ไม่ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายในงานก็เป็นสิ่งที่ทุกคนสัมผัสได้ ผู้จัดงานเองก็ยังคงเก็บงำความลับเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โดยประกาศว่าการเปิดตัวโทรศัพท์มือถือตงฟางหงนั้นจะต้องเปิดใช้งานพร้อมกับอุปกรณ์เสริมพิเศษ
เรื่องนี้ซ่งอวี้หน่วนทราบดีอยู่แล้ว เพราะกู้หวยอันได้แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้แก่หุ้นส่วนทุกคนล่วงหน้าแล้ว สำหรับเธอ งานแถลงข่าวในวันนี้เป็นเพียงขั้นตอนสุดท้ายที่ผ่อนคลายที่สุดเท่านั้น เพราะเธอรู้ดีจากปากของกู้หวยอันว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เขาและทีมงานต้องฝ่าฟันอุปสรรคและทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากมายเพียงใดในขั้นตอนที่คนนอกไม่เคยได้เห็น
เป้าหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สำเร็จเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลักดันให้สินค้าเป็นที่ยอมรับในตลาดฮ่องกงแห่งนี้ด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่นี่คือแหล่งทำเงินที่มั่งคั่งและสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ทว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อ ‘กูเดลล์กรุ๊ป’ เจ้าของผลิตภัณฑ์ ‘ไอ้อิฐ’ ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านโทรศัพท์มือถือตงฟางหงอย่างเต็มกำลัง
กูเดลล์ ประธานใหญ่ของบริษัทมีสายตาที่เฉียบคมและมองการณ์ไกล เขารู้ดีว่าทันทีที่โทรศัพท์มือถือตงฟางหงเปิดตัว ‘ไอ้อิฐ’ ของเขาก็มีความเสี่ยงที่จะถูกโค่นลงจากบัลลังก์ได้ทุกเมื่อ
เขาจึงเริ่มสร้างแรงกดดันจากทุกทิศทุกทาง ทั้งยังใช้ผลประโยชน์มหาศาลเข้าล่อ แต่ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังมองออกว่าโทรศัพท์มือถือตงฟางหงนั้นเหนือกว่าไอ้อิฐเป็นร้อยเท่า หากการเปิดตัวครั้งนี้ประสบความสำเร็จ อนาคตที่สดใสก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
แน่นอนว่าในความสำเร็จนั้นย่อมแฝงไปด้วยวิกฤตมากมาย ซ่งอวี้หน่วนครุ่นคิดกับตัวเอง เพื่อให้พี่หวยอันคนเก่งของเธอสามารถทุ่มเทให้กับการวิจัยได้อย่างเต็มที่โดยปราศจากอุปสรรค เธอคงต้องหาทางจัดการกับกูเดลล์กรุ๊ปให้สิ้นซาก
ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยยังต้องใช้เงินทุนมหาศาล การสร้างโทรศัพท์มือถือตงฟางหงรุ่นแรกนี้ขึ้นมาได้ ก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการระดมสรรพกำลังของทั้งประเทศเลยทีเดียว หากต้องการพัฒนารุ่นต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ยังไม่ต้องพูดถึงเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แค่เม็ดเงินที่ต้องใช้ก็คงเป็นจำนวนมหาศาลจนคาดไม่ถึง
แต่เธอก็เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้คงจัดการได้ไม่ยาก ขอเพียงมองเห็นแสงสว่างแห่งความหวัง แรงผลักดันที่จะก้าวเดินต่อไปก็จะตามมาเอง
ในสายตาของซ่งอวี้หน่วน กู้หวยอันคือพี่ชายที่ทั้งหล่อเหลา สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความสามารถ ในขณะที่สำหรับน้าเล็กอย่างเซี่ยซินตงแล้ว กู้หวยอันก็เป็นแค่ไอ้เด็กหนุ่มที่จ้องจะงาบหลานสาวของเขาเท่านั้น
แต่สำหรับคนภายนอก กู้หวยอันเปรียบดังดวงจันทร์บนฟากฟ้าที่สูงส่งเกินเอื้อม พวกเขามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและยำเกรง นี่คือบารมีที่แผ่ออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องทำอะไรเลย
ภาพที่ปรากฏในงานแถลงข่าวเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี
เมื่อกู้หวยอันและคณะผู้บริหารก้าวขึ้นสู่เวที ทุกสายตาก็จับจ้องมาที่เขาราวกับหมู่ดาวที่รายล้อมดวงจันทร์
ซ่งอวี้หน่วนซึ่งอยู่ด้านล่างเวทีมองภาพนั้นตาไม่กะพริบ ชุดสูทที่เธอเป็นคนเลือกให้ขับเน้นให้เรือนร่างสูงสง่าของเขาดูโดดเด่นและใบหน้าก็หล่อเหลาคมคายอย่างไร้ที่ติ
ทุกคนในที่นั้นต่างจับจ้องไปยังร่างของกู้หวยอัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าคุณหญิงคุณนายและบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ทั้งหลาย ที่แทบจะกลืนกินเขาเข้าไปด้วยสายตา
ทว่าเพียงครู่เดียว พวกเธอก็ต้องรีบหลบสายตาด้วยความประหม่า เมื่อถูกรัศมีอันทรงอำนาจของเขากดดันจนไม่กล้ามองอย่างโจ่งแจ้ง
ซ่งอวี้หน่วนกวาดสายตาคมกริบมองไปรอบๆ อย่างเย็นชา ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่เขาอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ว่าจะอย่างไร เธอก็อดที่จะรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเขาไปด้วยไม่ได้ และเมื่อคิดได้ดังนั้น ดวงตาที่จับจ้องไปยังร่างสูงบนเวทีก็ทอประกายหวานล้ำยิ่งกว่าเคย
หากจะพูดให้ถูกก็คือ ไม่มีใครเลยที่คาดคิดว่ากู้หวยอัน ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือตงฟางหง จะเป็นชายหนุ่มที่ดูดีและสง่างามได้ถึงเพียงนี้ ความหล่อเหลาของเขาทำให้บรรยากาศในงานเงียบสงัดไปชั่วขณะ
หลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวคราวจากแผ่นดินใหญ่ต่างวาดภาพไว้ว่าผู้ที่คิดค้นนวัตกรรมนี้คงจะเป็นชายชราท่าทางเฉิ่มเชย สวมแว่นตาหนาเตอะ แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นชายหนุ่มรูปงามที่หาตัวจับได้ยาก
เขาไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังมีตำแหน่งและอำนาจที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ซ่งอวี้หน่วนไม่เคยใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ของเขามากนัก แต่วันนี้เธอกลับตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าหน้าตาของกู้หวยอันนั้นเป็นอาวุธร้ายแรงเพียงใด ทั้งยังมีรัศมีที่ทรงพลังอย่างน่าทึ่ง หากไม่ใช่เพราะบรรยากาศในงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ และท่าทีที่จริงจังของเขา คงมีคนมากมายกรูเข้ามาทำความรู้จักกับเขาอย่างแน่นอน
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้ขึ้นไปบนเวที เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แถวหน้าอย่างสบายอารมณ์ พลางชื่นชมความหล่อเหลาล่มเมืองของพี่ชายคนเก่งอย่างเพลิดเพลิน
แต่แล้วความสุขของเธอก็ถูกขัดจังหวะโดยคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ
ขณะที่เธอนั่งอยู่แถวหน้าสุด ก็มีมือปริศนามาสะกิดที่หัวไหล่ของเธอเบาๆ เป็นการแตะที่รวดเร็วและแผ่วเบา ก่อนที่มือข้างนั้นจะรีบชักกลับไปอย่างรวดเร็ว
ซ่งอวี้หน่วนหันขวับไปมอง
ให้ตายสิ นี่มันอ้ายหนี่ไม่ใช่หรือไง
นับตั้งแต่วันที่ตระกูลอ้ายมาขอขมาและมอบของขวัญให้ เธอก็ไม่เคยได้ข่าวคราวจากพวกเขาอีกเลย แม้กระทั่งในวันนี้ ก็มีเพียงลูกชายคนที่สองของตระกูลอ้ายที่มาเข้าร่วมงานแทนพ่อและพี่ชาย โดยให้เหตุผลว่าทั้งสองคนไม่ค่อยสบาย
คงไม่มีใครล่วงรู้ถึงเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังเป็นแน่ เพราะเธออุตส่าห์ใจดีช่วยจัดการสถานการณ์ให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนบทสรุปของเรื่องนั้นเป็นอย่างไรเธอเองก็ไม่รู้ และไม่ได้สนใจที่จะรู้อีกด้วย ตราบใดที่ไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธอ ตระกูลอ้ายจะจัดการเรื่องภายในครอบครัวอย่างไรก็สุดแล้วแต่
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าจะได้มาเจออ้ายหนี่ที่นี่ แถมยังนั่งอยู่แถวที่สองถัดจากเธอไปอีก ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะมาถึง
[จบบท]