บทที่ 497: เจ้าเล่ห์แสนกล
ช่วงหลายวันที่ผ่านมาจงต้าเฉียวอัดอั้นตันใจจนแทบระเบิด
งานเลี้ยงที่อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจจัดขึ้น กลับถูกไอ้เด็กเหลือขอสองคนทำพังจนเละไม่เป็นท่า ไม่พอยังต้องมาทนฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านไม่หยุดหย่อน บางคนถึงกับซ้ำเติมว่ายุคทองของเขากำลังจะจบสิ้นลงแล้ว หรือกระทั่งมีข่าวลือหนาหูว่าวิญญาณของคุณหนูใหญ่ไห่หวนกลับมาเพื่อทวงแค้น
แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อเรื่องไร้สาระพวกนั้น สำหรับเขาแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลกไม่ใช่ภูตผีปีศาจ แต่เป็นมนุษย์และจิตใจของมนุษย์ต่างหาก ตอนที่ไห่หมิงจูยังมีชีวิตอยู่เขายังไม่เคยกลัว แล้วทำไมจะต้องมากลัววิญญาณของเธอด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น คำพูดของคนก็น่ารำคาญและทำให้หัวเสียได้ไม่น้อย
ไม่เว้นแม้แต่เซวียเหม่ยโหรว ภรรยาคนปัจจุบันที่ช่วงนี้หาเรื่องทะเลาะกับเขาไม่เว้นวัน กล่าวหาว่าเขาตามใจจงเส้าชิงมากเกินไป แถมยังพูดจาไร้สาระว่าที่เขาทำดีกับจงเส้าชิงตอนนี้ก็เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมีคนใหญ่คนโตหนุนหลัง จึงเกิดสำนึกเสียใจขึ้นมา และเรื่องราวที่ผ่านมาเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อขับไล่เธอกับลูกออกไปเท่านั้น
มันใช่เรื่องที่ควรพูดออกมาไหม ที่ผ่านมาเขาปฏิบัติต่อไห่หมิงจูและจงเส้าชิงอย่างเลือดเย็นก็เพื่อใครกัน ถ้าไม่ใช่เพื่อเธอกับเทียนซื่อลูกชายของเธอ แล้วเธอมองไม่เห็นความทุ่มเทของเขาเลยหรือ
ในเมื่อพูดกันถึงขนาดนี้แล้ว จงเส้าชิงก็เป็นลูกชายของเขาเหมือนกัน ถึงแม้จะเกิดจากผู้หญิงที่เขาเกลียดชัง แต่เด็กคนนั้นก็มีสายเลือดของเขาไหลเวียนอยู่ในตัว ถึงเขาจะไม่เคยใส่ใจไยดีและตั้งใจจะยกทุกอย่างให้เทียนซื่อ แต่ทำไมเธอถึงไม่เคยพยายามเข้าใจความคิดของเขาสักนิด
ปกติแล้วเขากับภรรยาแทบไม่เคยมีปากเสียงกัน แต่เพียงเพราะเรื่องในงานเลี้ยงที่จงเส้าชิงอาละวาดทุบตีพวกเขาสองคน ก็ทำให้ต้องมาทะเลาะกันใหญ่โตหลายต่อหลายครั้ง
ในวันนั้นจงเส้าชิงคลุ้มคลั่งเล่นงานทุกคนไม่เลือกหน้า ตอนที่เขาพุ่งเข้าไปทำร้ายจงต้าเฉียว เซวียเหม่ยโหรวก็พลอยโดนลูกหลงถูกเตะไปหลายที แถมยังถูกตบหน้าไปอีกหนึ่งฉาด ซึ่งจริงๆ แล้วเธอสามารถเอาคืนได้ แต่จังหวะนั้นซ่งอวี้หน่วนกลับก้าวเข้ามาขวางไว้พอดิบพอดี
การกระทำที่ออกนอกหน้าของซ่งอวี้หน่วนทำให้สองสามีภรรยาต้องกล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก็ได้แต่โกรธอยู่ในใจไม่กล้าแสดงออกมา เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องการที่สุดในตอนนี้คือการส่งตัวหายนะอย่างเธอให้ออกไปจากฮ่องกงโดยเร็วที่สุด
แล้วแบบนี้ใครจะกล้าไปหาเรื่องเธออีก
พอจงเส้าชิงอ้างว่าตัวเองเกิดอาการบ้าคลั่ง เขาก็ต้องยอมรับตามนั้นโดยไม่กล้าปริปากเถียงสักคำ พอซ่งอวี้หน่วนโทรมาเรียกค่าเสียหาย เขาก็รีบโอนเงิน 100,000 ไปให้ทันทีอย่างว่าง่าย แล้วยังจะต้องการอะไรจากเขาอีก
ดังนั้นเมื่อซ่างกวนเหิงโทรมาสอบถาม จงต้าเฉียวจึงระบายความคับแค้นใจทั้งหมดออกไป พร้อมยืนยันว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาไม่ได้ไปสร้างความขุ่นเคืองใจให้ซ่งอวี้หน่วนเลยแม้แต่น้อย
ก่อนจะโยนความผิดทั้งหมดให้ซ่างกวนเหิง “เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะแกคนเดียว ตอนนั้นถ้าแกปฏิบัติต่อเซี่ยซินตงให้ดีเหมือนคนอื่นๆ เรื่องวุ่นวายพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก”
“แล้วถ้าแกทำดีกับจงเส้าชิง ปฏิบัติต่อลูกชายทั้งสองคนอย่างเท่าเทียมกัน แกก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เหมือนกัน” ซ่างกวนเหิงตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้
หลังจากเงียบไปชั่วอึดใจ ทั้งสองฝ่ายต่างก็กระแทกหูโทรศัพท์ใส่กัน
ถึงอย่างนั้นซ่างกวนเหิงก็ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะใช่ฝีมือของจงต้าเฉียว เขาจึงต่อสายหาประธานหวังด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเพื่อไล่เบี้ยทีละคน จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและควรจะรับมืออย่างไรต่อไป
ประธานหวังมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกถาม
ความจริงคือเขาได้โทรศัพท์ไปหาซ่งอวี้หน่วนแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับอีกสองคนเพราะตั้งใจว่าจะรอให้เธอตอบตกลงก่อนค่อยแจ้งข่าวดี เมื่อจนมุมจึงจำต้องสารภาพเรื่องที่คิดจะเชิญซ่งอวี้หน่วนไปล่องเรือยอชต์ให้ซ่างกวนเหิงฟัง
“อย่าคิดว่าซ่งอวี้หน่วนมีแต่กำลังแต่ไร้สมองสิว่ะ” ซ่างกวนเหิงตวาดลั่น “ยัยนั่นมันจอมเจ้าเล่ห์ ทั่วทั้งตัวมีแต่เล่ห์เหลี่ยมเต็มไปหมด แถมเธอก็ไม่ใช่คนโง่ แกกับเธอไม่ได้สนิทกันเลยสักนิดแถมยังมีเรื่องบาดหมางกันอยู่ อยู่ๆ แกไปชวนเธอเที่ยวกลางทะเล เธอจะไม่ระแวงได้ยังไง”
ประธานหวังฟังแล้วก็ครุ่นคิด ในใจเขามั่นใจว่าซ่งอวี้หน่วนไม่ได้กลัว ที่เธอปฏิเสธคงเป็นเพราะขี้เกียจ หรือไม่ก็แค่ไม่อยากจะสุงสิงกับเขาเท่านั้นเอง
ทว่าประธานหวังกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
“ฉันก็แค่หวังดีเชิญเธอมา แต่เธอไม่เห็นหัวฉันเอง! ต้องรู้ไว้ด้วยว่าประธานหวังอย่างฉันในฮ่องกงไม่ใช่ไก่กาที่ไหน ใครๆ ได้รับคำเชิญจากฉันก็ต้องดีใจเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือไง”
“ถ้าแกเชิญเธอดีๆ มีหรือเธอจะไม่ไป แกมันต้องมีแผนชั่วอยู่ในใจ แล้วซ่งอวี้หน่วนก็ดันรู้ทันเข้า” ซ่างกวนเหิงสวนกลับ “ทั้งหมดเป็นความผิดของแกที่ทำอะไรไม่ปรึกษา ทำไมไม่คุยกับพวกเราก่อน”
“เราสามคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่รู้หรือไง อย่าคิดว่าซ่งอวี้หน่วนจะเล่นงานแค่ฉันคนเดียว พวกแกสองคนก็ไม่รอดเหมือนกันนั่นแหละ”
ประธานหวังที่อยู่อีกฝั่งของสายถึงกับเดือดปุดๆ “คนที่สมควรโดนด่าที่สุดมันคือแกต่างหาก ไอ้แก่สารเลว! ถ้าไม่ใช่เพราะแกทำตัวชั่วช้าทารุณเซี่ยซินตงเมื่อก่อน เรื่องบ้าๆ พวกนี้จะเกิดขึ้นไหม ลูกชายฉันก็โดนแกเป่าหูจนเสียคน!”
“ลูกชายแกมันสันดานเลวมาแต่กำเนิดต่างหาก!” ซ่างกวนเหิงตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “เรื่องชั่วๆ แบบนั้นไม่ต้องให้ใครสอนหรอก เขาน่ะเรียนรู้ได้เองโดยสัญชาตญาณ ฉันจะห้ามยังไงก็ห้ามไม่อยู่ สุภาษิตที่ว่าลูกไม่ดีเพราะพ่อไม่สั่งสอน มันเป็นความผิดของแกเต็มๆ ยังมีหน้ามาโทษฉันอีกเหรอ ฉันจะบอกอะไรให้นะประธานหวัง ถ้าวันนี้ซ่งอวี้หน่วนมาหาเรื่องฉันเมื่อไหร่ ฉันจะนับรวมเป็นความผิดของแกทั้งหมด!”
“ถึงฉันจะชวนเธอไปเที่ยวเรือ แต่เธอก็ไม่ได้ไปสักหน่อย แล้วมันจะมาเกี่ยวอะไรกับฉัน” ประธานหวังเถียงอย่างหัวเสีย “เธอบอกปัดเอง ฉันไม่ได้บังคับขืนใจอะไรเธอเลย”
ซ่างกวนเหิงแค่นเสียงหัวเราะ “บังคับเธอน่ะเหรอ แกมีปัญญาทำได้หรือไง แกมันก็แค่พวกอวดฉลาด อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าในใจแกคิดอะไรอยู่
แกต้องวางแผนอะไรไว้หมดแล้วแน่ๆ บางทีอาจจะจ่ายเงินมัดจำไปแล้วด้วยซ้ำ ทำไมแกไม่รู้จักคิดบ้างว่าถ้าแผนสำเร็จมันก็ดีไป แต่ถ้ามันล่มขึ้นมาจะทำยังไง
แกไม่รู้หรือไงว่ายัยนั่นมันร้ายกาจแค่ไหน เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงธรรมดานะ ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ป่านนี้หญ้าขึ้นท่วมหัวไปนานแล้ว!
ฉันบอกแกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าได้ดูถูกเธอเด็ดขาด ล่าสุดจางเอ้อร์กูก็บอกฉันว่าตอนนี้มองดวงชะตาของเธอไม่ออกแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีแค่วาสนาสูงส่ง แต่ยังมีพลังอำนาจที่แปลกประหลาดอีกด้วย
แกไปหาเรื่องเธอแล้วคิดว่าตัวเองจะเจอจุดจบที่ดีหรือไง รีบให้ลูกชายของแกไปบอกที่อยู่ของเฮ่ออวิ๋นเฟยซะ ไม่ว่าจะตายหรือเป็นก็ต้องให้คำตอบกับเธอ
แกคิดว่าการซื้อเวลาแบบนี้ เธอจะปล่อยให้แกทำต่อไปได้เรื่อยๆ เหรอ”
อีกฝั่งของสาย ประธานหวังโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี แต่ในใจก็รู้ดีว่าซ่างกวนเหิงพูดถูก ซ่งอวี้หน่วนได้ให้เส้นตายกับเขาแล้ว และเขาไม่สามารถยื้อเวลาต่อไปได้อีก
บทสนทนาจบลงด้วยการที่ทั้งสองฝ่ายต่างกระแทกหูโทรศัพท์ใส่กันอีกครั้ง
ครั้งนี้ซ่างกวนเหิงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นประธานหวังที่หาเรื่องใส่ตัวจนทำให้ซ่งอวี้หน่วนพิโรธ เขารู้สึกเกลียดชังการกระทำโง่ๆ นั่นจนแทบคลั่ง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหันไปกำชับภรรยาให้เตรียมการต้อนรับให้ดีที่สุด และย้ำหนักหนาว่าอย่าได้ไปสร้างความขุ่นเคืองใจให้ตัวหายนะนั่นเด็ดขาด
เมื่อซ่างกวนหว่านรู้ว่าซ่งอวี้หน่วนกำลังจะมาเยือน เธอก็รู้สึกทั้งกลัวทั้งเกลียดชัง ซ่างกวนเหิงจึงเลือกซ่างกวนซินซิน ลูกสาวคนที่สี่ซึ่งมีนิสัยอ่อนโยนที่สุดมารับหน้าที่นี้ พร้อมทั้งกำชับอย่างละเอียดลออว่าให้คอยดูแลเอาใจซ่งอวี้หน่วนให้ดีที่สุด
หากทำสำเร็จ เขาจะมอบเครื่องประดับล้ำค่าให้เป็นรางวัลหนึ่งชุด
ข้อเสนอนี้ทำให้ลูกสาวคนอื่นๆ ตาโตเป็นประกาย ต่างพากันแย่งชิงตำแหน่งนี้อย่างออกนอกหน้า
พวกเธอไม่ค่อยรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังมากนัก เพราะซ่างกวนหว่านไม่เคยลงรอยกับพี่น้องต่างแม่ และไม่เคยคิดจะเล่าประสบการณ์อันน่าอัปยศอดสูของตัวเองที่ปักกิ่งให้ใครฟัง
เด็กสาวพวกนั้นจึงเข้าใจผิดไปว่าซ่งอวี้หน่วนเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งจากแผ่นดินใหญ่
ซ่างกวนหว่านเหลือบมองซ่างกวนซินซินที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนโยนด้วยความสมน้ำหน้าในใจ ผู้หญิงคนนี้เสแสร้งเก่งเป็นที่หนึ่ง
เธอเป็นลูกสาวของภรรยารองคนนั้นที่ไม่ยอมตายเพื่อเปิดทางให้มามี้ของเธอ น่ารังเกียจที่สุด
พอแม่แท้ๆ ของตัวเองตาย เธอกลับทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เพราะกลัวว่าแด๊ดดี้จะโกรธแล้วไล่ออกจากบ้านตระกูลซ่างกวน แม้แต่ซ่างกวนเหวินจื้อ พี่ชายของเธอก็ไม่ต่างกัน
และนั่นคือเหตุผลที่เธอเกลียดสองพี่น้องคู่นี้เข้ากระดูกดำ
[จบบท]