บทที่ 541: ข้อดีของการมีความรัก
ซ่งอวี้หน่วนทอดสายตามองกู้หวยอันอย่างไม่ละวาง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยความคิดในใจออกมาอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา
“ฉันไม่เคยกลัวเลยค่ะว่าใครจะมองฉันแตกต่าง หรือจะมีคำถามอะไรเกี่ยวกับตัวฉัน โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล มีที่ไหนบ้างที่ฉันจะไปไม่ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันก็มั่นใจว่าจะใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างดีที่สุด”
กู้หวยอันย่อมเชื่อในคำพูดของเธอ เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้ามีความสามารถเพียงใด
“ผมรู้ว่าคุณเก่งกาจและจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกที่ แต่คุณจะตัดใจจากผู้คนที่นี่ได้จริงๆ หรือ”
ซ่งอวี้หน่วนขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ทั้งสองถูกคั่นกลางด้วยลังไม้ใส่ของเก่าที่บัดนี้กู้หวยอันได้บรรจงห่อมันกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างประณีต
แม้ซ่งอวี้หน่วนจะมีพละกำลังมหาศาล แต่งานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนเช่นนี้เธอกลับไม่ถนัดเอาเสียเลย หน้าที่นี้จึงตกเป็นของเขาที่ค่อยๆ เปิดตรวจดูสมบัติล้ำค่าทีละชิ้น แล้วห่อกลับคืนอย่างระมัดระวัง
หญิงสาวเท้าคางลงบนฝาลัง ดวงตากลมโตเป็นประกายจับจ้องใบหน้าคมคายของชายหนุ่มไม่กะพริบ เสน่ห์ของบุรุษยามตั้งใจทำงานช่างน่ามองเสียจริง
ครานี้กู้หวยอันไม่ได้มีท่าทีเขินอายเหมือนเคย เขามองตอบเธอแล้วเอ่ยถามตรงๆ “เมื่อครู่ไม่ได้ยินที่ผมพูดเหรอ แล้วทำไมถึงมองผมแบบนั้น”
แววตาของซ่งอวี้หน่วนพราวระยับราวกับมีดวงดาวนับล้านส่องประกายอยู่ภายใน รับกับสายลมทะเลที่พัดโชยมา เธอปล่อยให้เวลาผ่านไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
“ทิ้งไม่ได้หรอกค่ะ ส่วนที่ฉันมองพี่ ก็เพราะพี่หน้าตาดีไงคะ”
กู้หวยอัน “…”
เขากะไว้อยู่แล้วว่ากำลังถูกเด็กสาวตรงหน้าหยอกเย้าเล่น เธอคงไม่ได้ใส่ใจสายตาใครต่อใครอย่างที่พูดจริงๆ นั่นแหละ
ชายหนุ่มตัดสินใจรุกกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก “ในเมื่อผมหน้าตาดีขนาดนี้ แล้วคุณไม่มีความคิดอื่นกับผมบ้างเหรอครับ”
ซ่งอวี้หน่วนหรี่ตาลงเล็กน้อย บนเกาะร้างที่ปราศจากผู้คนแห่งนี้ กู้หวยอันช่างใจกล้านัก
ร่างระหงพลันลุกขึ้นยืน ก่อนจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากู้หวยอันที่ลุกขึ้นตามมา ปลายนิ้วเรียวของเธอแตะลงบนแผงอกแกร่งของเขาเบาๆ แล้วค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงอย่างท้าทาย
ด้วยความว่องไว กู้หวยอันซึ่งเตรียมพร้อมอยู่แล้วจึงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กๆ ที่กำลังซุกซนของเธอไว้ได้ทันควัน
ซ่งอวี้หน่วนร้องอุทานออกมาอย่างน่ารัก คำเรียกขานที่เคยเก็บไว้ในใจก็หลุดออกมาจากปาก “พี่ชายคะ จับมือหนูทำไม ปล่อยนะคะ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน”
กู้หวยอันที่ตอนแรกยังคงรู้สึกเกร็งและหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อได้ยินคำพูดของเธอก็อดที่จะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้
ฝ่ามือของเขายังคงสัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มของมือน้อยๆ ราวกับถ้อยคำในบทกวีโบราณที่ว่า ‘มือเรียวราวกับหน่อไม้ ผิวขาวเนียนดุจไขมันที่แข็งตัว’
นี่คงเป็นอีกหนึ่งในความสามารถพิเศษของเสี่ยวหน่วนที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดผ่อนคลายลงได้เสมอ
ทว่าเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ ซ้ำยังจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
“เสี่ยวหน่วนครับ ตอนนี้คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว ถึงวัยที่สามารถมีความรักได้แล้ว”
“ผมอยากจะถามคุณว่า…คุณอยากจะลองมีความรักดูบ้างไหมครับ”
ซ่งอวี้หน่วนใช้หลังมืออีกข้างแตะแก้มเนียนของตัวเองเบาๆ พลางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “หน้าฉันไม่ได้ร้อนเลยสักนิดนะคะ”
กู้หวยอัน “…“
เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
แต่เมื่อได้เริ่มต้นแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะถอยหลัง เขาตัดสินใจที่จะพูดความในใจทั้งหมดออกไปให้เธอได้รับรู้
ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของซ่งอวี้หน่วน แววตาของเขาฉายความแน่วแน่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนจะเอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ถ้าคุณคิดจะมีความรัก ได้โปรดพิจารณาผมเป็นคนแรกได้ไหมครับ ผมสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
ซ่งอวี้หน่วนกะพริบตาช้าๆ มองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา
วันนี้กู้หวยอันดูจะใจกล้าเป็นพิเศษ
บางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศบนเกาะร้างที่เงียบสงบแห่งนี้
“แล้วการมีความรักมันดีอย่างไรเหรอคะ” เธอถามกลับด้วยแววตาซุกซน
“พี่ช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยสิ”
กู้หวยอันต้องส่ายหน้าเบาๆ ข้อดีของการมีความรักน่ะหรือ เขาจะเอ่ยมันออกมาต่อหน้าเธอได้อย่างไร
【พี่ชายคะ เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมถึงไม่รู้นะ ก็จะได้จูบกัน กอดกัน แล้วก็อุ้มให้ตัวลอยเลยไงคะ】
กู้หวยอันเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง เขาเอื้อมมือไปขยี้เรือนผมนุ่มของซ่งอวี้หน่วนเบาๆ พยายามข่มความรู้สึกที่พลุ่งพล่านในใจ
“คุณเป็นคนฉลาด ความรู้สึกของผมที่มีต่อคุณเป็นอย่างไร คุณย่อมรู้อยู่แก่ใจ ไม่จำเป็นต้องให้ผมอธิบายเป็นคำพูดหรอกนะ ผมก็เขินเป็นเหมือนกัน”
เสียงหัวเราะคิกคักสดใสของซ่งอวี้หน่วนดังขึ้นมาในที่สุด ทำลายความเงียบงันลง
กู้หวยอันจึงค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของเธออย่างแสนเสียดาย ใบหน้าคมคายของเขาปรากฏริ้วสีแดงระเรื่อจางๆ ที่ข้างแก้ม
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด มีความรู้สึกหวานละมุนผลิบานขึ้นในใจอย่างช้าๆ ก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย
ซ่งอวี้หน่วนเองก็รู้สึกเบิกบานใจอย่างบอกไม่ถูก แม้จะยังไม่เข้าใจรสชาติของความรักอย่างถ่องแท้ แต่การได้สนทนากับกู้หวยอันเช่นนี้ก็ทำให้เธอมีความสุข
เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการพูดคุยกับคนอื่นๆ บางที การได้ลองมีความรักดูสักครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดีก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็ส่งยิ้มหวานให้เขา กู้หวยอันจึงคลี่ยิ้มตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน
ความรู้สึกดีๆ ทำให้ร่างกายของเธอเบาสบายเป็นพิเศษ ซ่งอวี้หน่วนยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยแล้วหันไปถามกู้หวยอันด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง
“ลังพวกนี้เราจะขนกันยังไงดีคะ ให้เราสองคนช่วยกันยก หรือจะให้ฉันแบกไปคนเดียวเลย”
กู้หวยอัน “…”
จะให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ มาแบกของหนักๆ แล้วบรรดาลูกน้องที่เขาพามาด้วยจะมีความหมายอะไร
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ พวกเขากำลังจะมาถึงแล้ว ผมส่งโทรเลขไปบอกตั้งแต่ตอนที่กลับไปบนเรือแล้ว”
เรือฟริเกตที่คอยอารักขาอยู่ไม่ไกลแล่นตามมาอยู่แล้ว
และก็เป็นจริงดังว่า เพียงไม่นาน เงาตะคุ่มของเรือฟริเกตก็ปรากฏให้เห็นอยู่ลิบๆ พร้อมกับหงเสีย เหมยรั่วชิง และเจ้าหน้าที่อีกกว่าสิบนายที่เดินทางมาสมทบ
หงเสียจูงมือเหมยรั่วชิงวิ่งตรงมาหาซ่งอวี้หน่วน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพลางชี้ไปยังลังไม้ใบใหญ่ “นี่มันสมบัติของโจรสลัดใช่ไหม เธอไปเจอได้ยังไงกัน”
ซ่งอวี้หน่วนชี้ไปยังก้อนหินมหึมาที่ถูกพลิกหงายอยู่ข้างๆ “ก็พี่หวยอันน่ะสิคะ บอกว่าจะย่างปูให้ฉันกิน ก็เลยไปยกหินก้อนใหญ่นั่นขึ้นมา ข้างใต้มีปูอยู่เยอะจริงๆ ค่ะ แต่ใครจะไปคิดว่านอกจากปูแล้วยังมีของอย่างอื่นฝังอยู่ด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นของที่พวกเราเจอก็ต้องเป็นของพวกเราสิ” หงเสียตบมือด้วยความดีใจ
เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับอะไร กู้หวยอันจึงอธิบายให้ทุกคนฟังคร่าวๆ ถึงสิ่งที่อยู่ในลัง พร้อมกำชับให้ทุกคนใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุดในการขนย้าย เมื่อกลับขึ้นมาบนเรือใหญ่ ลังสมบัติทั้งหมดก็ถูกลำเลียงไปยังห้องเก็บของลับใต้ท้องเรืออย่างเงียบเชียบ
โทรเลขฉบับหนึ่งถูกส่งจากกลางทะเลไปยังบ้านตระกูลกู้
ผู้เฒ่ากู้ซึ่งเป็นผู้รับสารคนแรกก็รีบตรงไปหามู่หรงเฟิงในทันที
ท่านแจ้งข่าวดีด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความยินดีว่าของเก่าล้ำค่าชุดนั้นถูกค้นพบแล้ว ในที่สุด ทั้งทองคำและโบราณวัตถุต่างก็กลับคืนมา เรื่องที่ค้างคาใจชายชราทั้งสองมานานจึงเป็นอันยุติลงเสียที
ตอนแรกท่านคิดจะแจ้งข่าวให้ผู้เฒ่าเฉียนทราบด้วย แต่พอนึกถึงเรื่องที่อีกฝ่ายแกล้งป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ความหงุดหงิดก็เข้ามาแทน จึงตัดสินใจปล่อยให้รอไปก่อนดีกว่า
ผู้เฒ่ากู้ทำเพียงส่งโทรเลขกลับไปหากู้หวยอัน โดยกำชับให้เขาดูแลเสี่ยวหน่วนให้ดีที่สุด
ในขณะเดียวกัน กู้หวยอันผู้ได้รับโทรเลขกำลังทำหน้าที่พ่อครัวจำเป็นอยู่บนดาดฟ้าเรือ เขาบรรจงย่างอาหารทะเลสดใหม่ตามคำบัญชาของซ่งอวี้หน่วน
เสียงปลาหมึกย่างบนเตาร้อนๆ ดังฉู่ฉ่า ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายไปทั่วทั้งบริเวณ จนใครต่อใครต่างสูดจมูกฟุดฟิดและหันมามองเป็นตาเดียวกัน บ้างก็เริ่มหย่อนเบ็ดลงทะเลหวังจะได้ลิ้มรสอาหารทะเลมื้อใหญ่เฉกเช่นพวกเขาบ้าง
ภารกิจครั้งนี้ใกล้จะลุล่วงแล้ว แม้ทุกคนจะยังคงเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แต่บรรยากาศโดยรวมก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อ ‘เขี้ยวพิษ’ ได้ส่งมอบทุกสิ่งคืนมาจนครบถ้วน รวมถึงตัวของเฮ่ออวิ๋นเฟยด้วย
ฮานส์รับหน้าที่จัดการเรื่องที่เหลือต่อ ในขณะที่เรือขนส่งธัญพืชยังคงมุ่งหน้าสู่ประเทศจีนตามเดิม ส่วนเจมค์ที่ได้รับบาดเจ็บยังคงต้องการเดินทางไปด้วยเพื่อพักฟื้นร่างกาย แต่ลูกพี่ลูกน้องของเขาซึ่งขวัญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตัดสินใจจะเดินทางกลับประเทศพร้อมกับฮานส์
ด้วยเหตุนี้ คณะเดินทางของซ่งอวี้หน่วนจึงต้องใช้เวลาอีก 3 วันก่อนจะออกเดินทางกลับ และคาดว่าจะถึงกรุงปักกิ่งในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า
ณ กรุงปักกิ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป หลายชีวิตกำลังเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ เซี่ยซินตงเฝ้ารอการกลับมาของหลานสาว ผู้เฒ่ากู้เฝ้ารอการกลับมาของสมบัติล้ำค่าของชาติ และยังมีผู้คนอีกมากมายที่เฝ้ารอธัญพืชที่เปรียบดังสายใยแห่งชีวิต
และอีกคนหนึ่งที่กำลังรอคอยก็คือหลินเฮ่าเจ๋อ เด็กหนุ่มไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนหนังสืออีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่ภาพพ่อของตนโอบกอดนักเรียนหญิงคนหนึ่งติดตาเขา เขาก็ได้แต่เฝ้ารอวันแล้ววันเล่าให้พี่หน่วนกลับมาเป็นที่พึ่งและบอกเขาว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
[จบบท]