บทที่ 542: สมควรตาย
ซ่งอวี้หน่วนไม่ได้รับรู้เรื่องราวเบื้องหลังเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย ช่วงเวลาไม่กี่วันที่ต้องรอคอยจึงผ่านไปอย่างผ่อนคลายราวกับได้มาพักร้อน กู้หวยอันเองก็พลอยได้พักผ่อนอย่างที่ไม่เคยได้ทำมานาน
ยิ่งเป็นการใช้เวลากับหญิงสาวอันเป็นที่รัก ท่ามกลางบรรยากาศงดงามของแสงแดด ชายหาด คลื่นลม และทิวมะพร้าว ก็ยิ่งทำให้ช่วงเวลานี้พิเศษขึ้นไปอีก
ภาพของหนุ่มสาวหน้าตาหมดจดคู่หนึ่งที่อยู่ตรงนั้น กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มให้ทิวทัศน์โดยรอบดูงดงามยิ่งขึ้น และเป็นภาพที่โดดเด่นจับสายตาที่สุด
กู้หวยอันใช้เวลาว่างสอนซ่งอวี้หน่วนให้ขับเรือเร็ว ซึ่งคนฉลาดอย่างเธอเรียนรู้ได้ในเวลาไม่นาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีทักษะด้านการลงมือปฏิบัติเป็นเลิศอยู่แล้ว จนกระทั่งถึงกำหนดการเดินทางกลับ ซ่งอวี้หน่วนก็สร้างความคุ้นเคยกับสมาชิกในทีมได้เป็นอย่างดี
จะมีก็แต่เหมยรั่วชิงเพียงคนเดียวที่ยังคงวางตัวเฉยชา แม้จะดูสุภาพแต่กลับสัมผัสได้ถึงความห่างเหิน ซึ่งซ่งอวี้หน่วนก็หาได้ใส่ใจไม่ เพราะเธอไม่ใช่ธนบัตรที่ใครๆ จะต้องชื่นชอบ
เมื่ออาการบาดเจ็บของเจมค์ทุเลาลงมากแล้ว ฮานส์จึงพาหลานสาวและคนของตนเองเดินทางกลับ
ส่วนทางด้านเขี้ยวพิษนั้น ครั้งนี้เรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้อะไรติดมือกลับไป แต่บาดแผลบริเวณเอวก็ยังฟื้นตัวได้ช้ามาก
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงแผลภายนอก แค่พันผ้าแล้วพักฟื้นไม่นานก็คงหาย แต่เรื่องกลับไม่เป็นอย่างที่คิด แผลของเขามีอาการอักเสบซ้ำไปซ้ำมา จนสุดท้ายก็เริ่มเน่าเปื่อย ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรง แม้แต่ปืนกระบอกเดียวก็ยังยกไม่ขึ้น
เขี้ยวพิษเริ่มหวาดกลัว เขาคิดว่านี่อาจเป็นการลงทัณฑ์จากเทพเจ้าแห่งท้องทะเล จึงเก็บเรื่องอาการบาดเจ็บไว้เป็นความลับสุดยอด มีเพียงหมอส่วนตัวที่คอยดูแลอยู่ข้างกายเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
ในยามปกติเขายังคงพูดคุยและเชือดเฉือนฝีปากกับฮานส์ได้อย่างแนบเนียนจนไม่มีใครสังเกตเห็น
แต่สำหรับบาดแผลเช่นนี้ หมอประจำตัวก็ทำได้เพียงรายงานตามความจริงด้วยอาการตัวสั่นว่า เขาอาจติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียชนิดใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน และควรรีบกลับประเทศเพื่อทำการรักษาโดยเร็วที่สุด
หากปล่อยทิ้งไว้ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้
เขี้ยวพิษไม่กล้าแข็งขืนหรือเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยง เขาจึงตัดสินใจพาลูกน้องเดินทางกลับไปยังประเทศ X พร้อมกับฮานส์เพื่อรักษาตัว
ความจริงแล้ว บนตะขอที่เกี่ยวตัวเขี้ยวพิษขึ้นมานั้นอาบยาไว้ ซึ่งเป็นยาที่เซี่ยซินตงเตรียมให้เสี่ยวหน่วนไว้ป้องกันตัว
ในบรรดายาเหล่านั้นมีทั้งยาช่วยชีวิตและยาที่สามารถคร่าชีวิตคนได้ เมื่อนึกถึงความโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรมของเขี้ยวพิษ และชะตากรรมของผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาซึ่งไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น ซ่งอวี้หน่วนก็ตัดสินใจว่าคนแบบนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ต่อไป
เธอจึงเล่าอาการบาดเจ็บที่แท้จริงของเขี้ยวพิษให้เจมค์ฟัง ซึ่งเขาก็นำเรื่องนี้ไปบอกฮานส์ผู้เป็นพ่อ
หลังจากที่ได้ปรึกษาหารือกันอย่างลับๆ ฮานส์ก็ตัดสินใจใช้โอกาสนี้กำจัดเขี้ยวพิษให้สิ้นซาก
อันที่จริง เขาได้เตรียมการรวบรวมกำลังคนไว้แล้ว โดยเป็นกองกำลังจากสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือคู่แค้นเก่าที่มีความแค้นฝังลึกกับเขี้ยวพิษ ส่วนอีกกลุ่มคือกองกำลังของทางการประเทศ X ซึ่งผู้เฒ่าเจมค์เป็นคนออกหน้าไปติดต่อด้วยตนเอง
แม้ตระกูลจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไปไม่น้อย แต่บทสรุปของเรื่องนี้ก็ชัดเจน ผู้ที่กล้าแตะต้องคนของตระกูลเจมค์จะต้องชดใช้อย่างสาสม
นอกจากนี้ ฮานส์ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดขนาดใหญ่ในประเทศจีน ดังนั้น การรักษาความสงบสุขของเส้นทางเดินเรือสายนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการแก้แค้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตระกูลของเขาในอนาคตอีกด้วย
ที่สำคัญกว่านั้นคือข้อตกลงที่ว่าหลังจากกำจัดเขี้ยวพิษได้สำเร็จ ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเขาจะถูกแบ่งครึ่ง โดย 50 เปอร์เซ็นต์จะตกเป็นของฮานส์และพันธมิตร ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือจะมอบให้แก่ทางการ นี่จึงเป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายล้วนได้รับประโยชน์และพึงพอใจ
หลังจากซ่งอวี้หน่วนและคนอื่นๆ กลับขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย กู้หวยอันก็ได้รับโทรเลขจากฮานส์แจ้งข่าวดีว่าเขี้ยวพิษถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ลูกน้องของเขาส่วนหนึ่งถูกสังหารและที่เหลือยอมจำนนแต่โดยดี กล่าวได้ว่าน่านน้ำแถบนั้นจะไม่มีโจรสลัดที่ชื่อเขี้ยวพิษอีกต่อไป
ประธานหวังเองก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัวจนเหงื่อเย็นไหลซึม เขาไม่อยากซักไซ้ไล่เลียงถึงรายละเอียด เพราะคนที่ตายไปแล้วก็คือตายไปแล้ว ใครจะเป็นผู้ทำลายรังโจรของเขานั้นไม่สำคัญ
สิ่งที่สำคัญคือ ‘จักรพรรดิแห่งท้องทะเล’ อย่างเขี้ยวพิษได้จบสิ้นลงแล้ว เพียงแค่เด็กสาวคนนั้นเดินทางไปที่นั่น เขี้ยวพิษกับอิทธิพลที่เคยยิ่งใหญ่ครอบครองน่านน้ำมานานหลายสิบปีก็มลายหายไปในพริบตา
เขาจึงรีบต่อสายโทรศัพท์ถึงหวังข่ายผู้เป็นลูกชาย เพื่อกำชับไม่ให้ลูกชายมีความคิดที่จะเอาตัวรอดแบบฟลุ๊คๆ อีกต่อไป เพราะในเมื่อก่อเรื่องขึ้นแล้ว ก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา
“...ซ่งอวี้หน่วนเคยบอกพ่อว่าเธอจะไม่เอาชีวิตแก แต่แกต้องยอมให้พวกเขาระบายความโกรธ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่าเซี่ยซินตงคงหมดอนาคต เป็นได้แค่นักโทษที่ถูกขังลืมอยู่ในห้องใต้ดินไปชั่วชีวิต พวกเราถึงได้ทำอะไรลงไปโดยไม่ยั้งคิด”
“แต่ใครจะไปคาดคิดว่าชะตาคนเรามันพลิกผันได้ เขากลับมีหลานสาวที่ร้ายกาจขนาดนี้คอยหนุนหลัง”
“เธอตั้งใจจะทวงความยุติธรรมคืนให้น้าเล็กของเธอให้ได้ แม้ภายนอกจะดูยิ้มแย้ม แต่แท้จริงแล้วเป็นคนที่รับมือยากมาก ดูอย่างซ่างกวนเหิงตอนนี้สิ กลัวจนหัวหดไปหมดแล้ว ไหนจะจงเส้าชิงที่ไปเข้ากับฝ่ายซ่งอวี้หน่วนอีก”
“ไม่ช้าก็เร็วตระกูลจงก็ต้องตกกลับไปอยู่ในมือของเขาอยู่ดี ตอนนี้ครอบครัวเราแค่ต้องจ่ายเงินชดเชย ยังไม่มีเรื่องอื่นตามมา ลูกพ่อ ไปขอขมาเขาซะ ทำทุกอย่างเพื่อให้เซี่ยซินตงกับซ่งอวี้หน่วนยอมให้อภัย พวกนั้นไม่เอาชีวิตแกหรอก”
“แต่แกต้องแสดงความสำนึกผิดให้พวกเขาเห็น ทำตัวให้นอบน้อมเข้าไว้ ถึงในใจจะไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆ ก็ต้องแสดงออกมาให้แนบเนียน ถ้าทำแบบนี้ บางทีเราอาจจะรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้”
“แด๊ดดี้ครับ ไม่มีทางอื่นแล้วเหรอครับ ผมต้องไปขอขมาเซี่ยซินตงจริงๆ เหรอ” หวังข่ายถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเจือความขุ่นเคืองและหวาดหวั่น
จนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างพวกเขาจะถูกเด็กผู้หญิงตัวคนเดียวบีบคั้นจนตกอยู่ในสภาพนี้
“ถ้าแกคิดว่าตัวเองแน่กว่าเขี้ยวพิษ ก็ลองไปสู้กับซ่งอวี้หน่วนดูสิ แต่มีเงื่อนไขว่าพ่อจะตัดแกออกจากตระกูล!”
“คนในตระกูลหวังมีเป็นร้อยชีวิต พ่อจะปล่อยให้ทุกคนต้องมาลำบากสิ้นหวังเพราะแกคนเดียวไม่ได้”
สิ้นเสียงของผู้เป็นพ่อ หวังข่ายที่อยู่อีกปลายสายก็เงียบไป เขาเก่งกาจกว่าเขี้ยวพิษงั้นหรือ แน่นอนว่าไม่ ยังห่างไกลกันคนละโยชน์
ในสายตาของหวังข่าย เขี้ยวพิษเปรียบเสมือนจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครสามารถโค่นล้มได้ ขนาดทางการของประเทศ X ยังไม่กล้าที่จะต่อกรด้วย
แต่จากข่าวคราวที่เขาได้รับรู้มา เหตุการณ์พิศวงที่เกิดขึ้นกลางทะเลเมื่อไม่นานมานี้ ช่างน่าประหลาดเกินกว่าจะเชื่อ ไม่มีใครเห็นด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนลงมือ
มีเสียงลือกันว่านั่นเป็นเพราะเทพเจ้าแห่งท้องทะเลพิโรธ จึงบันดาลให้เรืออับปาง ก่อนจะใช้ตะขอเกี่ยวร่างของเขี้ยวพิษขึ้นมาจากท่ามกลางผู้คน แล้วโยนไปเบื้องหน้าของฮานส์
แต่นั่นคือฝีมือของเทพเจ้าจริงๆ หรือ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นฝีมือของซ่งอวี้หน่วนก็ได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเชื่อว่าหากซ่งอวี้หน่วนคิดจะตามล่าตัวเขา เธอก็ย่อมหาเขาเจอได้อย่างแน่นอน
การล่มสลายของเขี้ยวพิษกลายเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว แต่จนบัดนี้ผู้คนจำนวนมากก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อ แม้จะไม่มีใครเอ่ยชื่อซ่งอวี้หน่วนออกมา แต่ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่าเรื่องทั้งหมดนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเธออย่างไม่ต้องสงสัย
แต่จะมีใครกล้าพูดออกไปเล่า ไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว!
หากเรื่องนี้หลุดออกจากปากของใครไป แล้วบังเอิญลูกน้องของเขี้ยวพิษได้ยินเข้า พวกนั้นคงมุ่งหน้าไปแก้แค้นซ่งอวี้หน่วน ซึ่งถ้าแก้แค้นสำเร็จก็แล้วไป แต่หากล้มเหลวล่ะ คนที่ต้องรับเคราะห์ก็คือคนที่ปากพล่อยนั่นแหละ เพราะซ่งอวี้หน่วนคงไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดอยู่แน่
“แด๊ดดี้ครับ ผมจะไปพบคุณเซี่ยซินตงกับคุณซ่งอวี้หน่วนเพื่อขอขมาด้วยตัวเอง ผมรู้ว่าเรื่องนี้คงไม่จบแค่คำว่าขอโทษ และก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่ เรื่องทางบ้าน ผมฝากแด๊ดดี้ด้วยนะครับ...”
ประธานหวังเองก็ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร แต่เขาก็เชื่อว่าเรื่องคงไม่เลวร้ายถึงขั้นเอาชีวิต เพราะอย่างไรเสีย ที่นั่นก็เป็นบ้านเมืองที่มีขื่อมีแป
***
คณะเดินทางของซ่งอวี้หน่วนกลับถึงปักกิ่งอย่างราบรื่น จงเส้าชิงซึ่งได้รับข่าวคราวล่วงหน้าได้จัดการทุกอย่างไว้รอรับเป็นอย่างดี กลุ่มของเจมค์ถูกส่งไปพักผ่อนที่โรงแรม ส่วนกู้หวยอันก็ทำหน้าที่ขับรถไปส่งซ่งอวี้หน่วนที่บ้าน
ตอนนี้น้องชายและอิ๋งอิ๋งยังไม่กลับมา เนื่องจากผู้เฒ่ากู้ให้พวกเขาพักอยู่ที่เป่ยอิ๋ง ที่บ้านจึงมีเพียงย่าซ่งอยู่คนเดียว ซึ่งก็ทำให้ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมากนัก
ย่าซ่งรู้เพียงว่าหลานสาวออกไปทำงาน แต่ก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไร แม้จะรู้ว่ามีกู้หวยอันเดินทางไปด้วย แต่คนเป็นย่าก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
เมื่อเห็นเสี่ยวหน่วนกลับมาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ หญิงชราจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
[จบบท]