บทที่ 56: กู้หวยอัน ฉันขอบใจบรรพบุรุษนายเลย!
แม้ว่าหัวหน้าคอมมูนหวงจะตื่นเต้นจนหัวใจแทบจะทะลุออกมานอกอกที่ได้เจอกับบิ๊กบอสตัวเป็นๆ แต่เขาก็ยังพยายามคีปลุคสงบนิ่งเอาไว้สุดชีวิต
ส่วนฉู่จื่อโจวที่นั่งอยู่อีกฝั่งกลับรู้สึกเหมือนสมองกำลังจะระเบิด ความคิดต่างๆ ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด แต่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้น กลับมีเรื่องหนึ่งที่ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าอะไรดี นั่นก็คือ เขารู้แล้วว่าเหตุผลที่กู้หวยอันยอมเสียเวลาอันมีค่าเดินทางมายังคอมมูนขุยฮวาแห่งนี้เป็นเพราะใคร
นี่มันเรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย? แต่ถ้าไม่ใช่เพราะบังเอิญได้ยินชื่อซ่งอวี้หน่วนหลุดออกมาจากปากของหลินฉิง แล้วมันจะเป็นเพราะใครไปได้อีกล่ะ?
ฉู่จื่อโจวได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ดูเพื่อนรักที่กำลังพูดคุยอย่างนุ่มนวลกับหัวหน้าคอมมูนหวงเรื่องการจัดตั้งหมู่บ้านจัดส่งเสบียง นี่มันเป็นอีกบุคลิกหนึ่งของเขา ผู้นำที่ดูอ่อนโยนดุจหยก เข้าถึงง่าย แถมยังใจดีเป็นกันเองสุดๆ
แต่เดี๋ยวนะ เรื่องพวกนี้มันไม่น่าจะเกี่ยวกับตำแหน่งใหญ่โตของเขาเลยไม่ใช่เหรอ? นี่มันใช่หน้าที่ของเขาหรือไง? นี่มันงานของหัวหน้าฝ่ายพลาธิการชัดๆ! ไปแย่งงานเขามาแบบนี้ เหล่าหลิวรู้เรื่องด้วยหรือเปล่า? แล้วที่มาทำเป็นตีซี้ล้วงข้อมูลแบบเนียนๆ เนี่ย ต้องการอะไรกันแน่?
ทั้งสามคนนั่งคุยกันอยู่ในห้องทำงานของหัวหน้าคอมมูนหวง ไม่นานนัก กู้หวยอันก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ของหมู่บ้านต่างๆ ในละแวกนี้ได้หมด รวมถึงหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ฐานทัพมากที่สุด
หัวหน้าคอมมูนหวงไม่ได้บอกว่าหมู่บ้านไหนดีหรือไม่ดี เพราะยังไงซะทุกหมู่บ้านก็อยู่ภายใต้การดูแลของเขาทั้งนั้น แต่เขาก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอจริงๆ แล้วอยู่ใกล้ฐานทัพที่สุด แต่สถานการณ์ของที่นั่นค่อนข้างจะพิเศษนิดหน่อย คือผู้ใหญ่บ้านซ่งเหลียงเป็นแค่รักษาการเท่านั้น เขากำลังรอให้ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่มารับตำแหน่งเพื่อที่จะได้ส่งมอบงานต่อครับ”
“ยังไม่มีคนที่เหมาะสมเหรอครับ?” กู้หวยอันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความใส่ใจ
ฐานทัพทดสอบการบินของหลงหังเพิ่งจะก่อตั้งมาไม่ถึง 10 ปี หัวหน้าคอมมูนหวงเองก็ไม่เคยย่างกรายเข้าไปเลยสักครั้ง แต่ในที่ประชุม เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของกู้หวยอันมาบ้าง ชายหนุ่มผู้แบกรับภาระอันยิ่งใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย แค่รับตำแหน่งได้ไม่ถึง 2 ปี ก็สามารถพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วโลกได้สำเร็จ
อำเภอหนานซานที่อยู่ห่างจากปักกิ่งไม่ถึงพันลี้แห่งนี้ได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งของฐานทัพทดสอบการบินเนื่องจากมีชัยภูมิที่เหมาะสม และเพิ่งจะเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนในช่วงไม่กี่ปีมานี้เอง
หัวหน้าคอมมูนหวงไม่เคยคาดฝันว่าโอกาสทองเช่นนี้จะหล่นมาถึงคอมมูนของเขา การได้เป็นหมู่บ้านจัดส่งเสบียงให้กับฐานทัพถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แถมอีกฝ่ายยังเป็นหน่วยงานที่งบไม่อั้น หมู่บ้านไหนได้รับเลือกก็เท่ากับว่าเตรียมตัวพลิกชีวิตให้ดีขึ้นได้เลย
พอได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่าย หัวหน้าคอมมูนหวงก็สัมผัสได้ทันทีว่ากู้หวยอันน่าจะเล็งหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอเอาไว้ในใจ เขาจึงรีบเสนอตัวทันที
“ตอนนี้ยังไม่มีคนที่เหมาะสมเลยครับ เพราะการเป็นผู้ใหญ่บ้าน ทางที่ดีที่สุดคือต้องเป็นคนในหมู่บ้านนั้นเอง แต่ถ้าผู้บัญชาการกู้เห็นว่าหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอใช้ได้ ผมจะรีบส่งคนจากคอมมูนไปจัดการให้ทันที รับรองว่าจะไม่ทำให้เรื่องใหญ่ของฐานทัพต้องล่าช้าเด็ดขาดครับ”
แม้ว่าซ่งเหลียงอาจจะดูน่าเห็นใจไปบ้าง แต่การที่เขาตัดสินใจลาออกก็นับว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว รอให้เรื่องราวซาลง ในอนาคตก็อาจจะดึงตัวเขากลับมาช่วยงานได้อีก เพราะประสบการณ์ของเขานั้นโชกโชนหาตัวจับยาก
แต่แล้วจู่ๆ กู้หวยอันก็หันขวับมามองฉู่จื่อโจว “จื่อโจว”
น้ำเสียงนั้นช่างนุ่มนวลเหลือเกิน แต่กลับทำให้ฉู่จื่อโจวขนลุกซู่ไปทั้งตัว เขาเผลอยืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัว จ้องมองกู้หวยอันอย่างระแวดระวัง
“ฉันจำได้ว่านายเรียนเอกการบริหารการปกครองใช่ไหม ปีนี้ก็จะเรียนจบแล้วนี่ หาที่ฝึกงานได้หรือยังล่ะ?”
ฉู่จื่อโจวอ้าปากค้าง ยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำใดออกมา กู้หวยอันก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเดิม “นายลองเริ่มจากงานระดับรากหญ้าดูก็ได้นะ”
ฉู่จื่อโจวยังคงเอ๋อรับประทาน ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะสื่ออะไร
กู้หวยอันพูดต่ออย่างมีความหมายลึกซึ้ง “หมู่บ้านจัดส่งเสบียงแห่งนี้เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของหลงหัง ถ้าทำได้ดี ก็จะถูกนำไปต่อยอดขยายผลในที่อื่นๆ อีกอย่างนะ นายจะยุ่งมาก ยุ่งจนไม่มีเวลากลับปักกิ่งเลยล่ะ แล้วถ้าคุณปู่ของนายรู้เรื่องนี้เข้าล่ะก็ ท่านจะต้องภูมิใจในตัวนายมากแน่ๆ!”
ฉู่จื่อโจวผุดลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาเบิกโพลง “นายจะให้ฉันไปเป็นรักษาการณ์ผู้ใหญ่บ้านที่หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอเรอะ!”
หัวหน้าคอมมูนหวงถึงกับตาเหลือก นี่เป็นสถานการณ์ที่เขาไม่คาดฝันมาก่อนพอๆ กับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของผู้บัญชาการกู้แห่งหลงหังเลยทีเดียว
มีเพียงกู้หวยอันที่ยังคงเยือกเย็นและเอ่ยขึ้นมาเนิบๆ “เมื่อสักครู่หัวหน้าคอมมูนหวงบอกแล้วนี่ ว่าผู้ใหญ่บ้านคนเดิมแค่รักษาการณ์เท่านั้น ถ้าจะให้พูดอย่างถูกต้อง ควรจะเรียกว่า ให้นายเป็นผู้ใหญ่บ้านมากกว่า!”
ฉู่จื่อโจว: “…”
กู้หวยอัน ฉันขอบใจบรรพบุรุษนายเลย!
เขาทุบโต๊ะดังปังด้วยความฮึกเหิม “ตกลง ฉันทำ!”
หัวหน้าคอมมูนหวงเพิ่งจะออกจากหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอไปได้ไม่นานก็ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่ยกโขยงกันมาเป็นพรวน
ซ่งเหลียงถึงกับยืนอึ้ง คนที่จะมารับตำแหน่งต่อจากเขามาเร็วยิ่งกว่าจรวดเสียอีก! ในขณะที่รู้สึกโล่งใจ เขาก็อดที่จะรู้สึกใจหายวาบไม่ได้
แต่เดี๋ยวนะ อีกฝ่ายเป็นคนปักกิ่ง กำลังจะจบการศึกษาระดับอนุปริญญาแล้วจะมาอยู่ที่นี่เนี่ยนะ? นี่มันไม่เรียกว่าเอาปืนใหญ่ไปยิงนกหรือไง? แต่สิ่งที่ทำให้เขาช็อกตาตั้งยิ่งกว่าก็คือ ในบรรดาผู้มาเยือน มีชายหนุ่มอีกคนที่หน้าตาหล่อเหลาและแผ่รังสีแห่งอำนาจบารมีออกมาอย่างเต็มเปี่ยม
ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้ปิดบังตัวตน เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อกู้หวยอัน และตำแหน่งของเขาก็คือผู้บัญชาการของหลงหัง! ไม่เพียงเท่านั้น เขายังประกาศให้หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอเป็นหมู่บ้านจัดส่งเสบียงอย่างเป็นทางการ ส่วนผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ก็คือเพื่อนของเขานั่นเอง ที่มาวันนี้ก็แค่แวะมาสำรวจพื้นที่ด้วยเฉยๆ
ซ่งเหลียงมองหน้าหัวหน้าคอมมูนหวงแบบเลิ่กลั่ก พูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว
หัวหน้าคอมมูนหวงเองก็มีอารมณ์ไม่ต่างกัน แม้จะรู้ว่าฉู่จื่อโจวคงมาประจำการแค่ชั่วคราว แต่พอคิดว่าลูกน้องในปกครองคนหนึ่งเป็นถึงนักศึกษาจากเมืองหลวง เขาก็พยายามสะกดความตื่นเต้นเอาไว้แล้วรายงานว่า “ผมโทรแจ้งรองหัวหน้าอำเภอจ้าวแล้วครับ อีกเดี๋ยวท่านก็คงจะมาถึง”
ณ ที่อีกแห่งหนึ่ง รองหัวหน้าอำเภอจ้าวถึงกับตบเข่าฉาด ถ้ารู้แบบนี้ไม่รีบกลับดีกว่า!
ซ่งเหลียงได้แต่ยกมือขึ้นมาถูไถไปมา ที่ทำการกองพลน้อยอันแสนซอมซ่อของเขาพอได้ต้อนรับบุคคลระดับนี้ก็เรียกได้ว่าทำให้กระท่อมซอมซ่อเปล่งประกายขึ้นมาทันที
ฉู่จื่อโจวเป็นคนฉลาด เขาลอบชำเลืองมองกู้หวยอันที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยปากชวนออกไปเดินเล่น ที่บ้านเขาเป็นน้องเล็กสุด เลยไม่เคยมีประสบการณ์การลงนามาก่อน เขาจึงอ้างว่าไม่ค่อยได้สัมผัสบรรยากาศชนบท หัวหน้าคอมมูนหวงกับซ่งเหลียงจึงอาสาพาทั้งสองคนเดินสำรวจรอบๆ
***
ตัดภาพมาที่บ้านตระกูลซ่ง ซ่งอวี้หน่วนกับปู่ย่าของเธอกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว ทุกคนไม่มีใครกังวลเรื่องที่อาจจะโดนหลินฉิงหาเรื่องแก้แค้นเลยแม้แต่น้อย ย่าซ่งถึงกับประกาศกร้าวว่าถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีก ให้ส่งเธอออกไปลุยเอง ในฐานะคนแก่ ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือด้วยหรอก แต่ถ้ามีใครกล้าแตะเธอล่ะก็ เธอจะล้มตัวลงนอนกับพื้นทันที เรียกค่าเสียหายให้หมดตัวไปเลย!
คำพูดของย่าซ่งทำเอาซ่งอวี้หน่วนถึงกับหัวเราะก๊ากออกมา
เมื่อกลับถึงบ้าน ปู่ซ่งก็พูดถึงเรื่องเก็บผักจี้ไช่ขึ้นมา อารองหนิวบอกว่าให้เก็บได้เต็มที่เลย เก็บเสร็จเมื่อไหร่ก็เอาไปส่งให้เขาได้ทันที ถือโอกาสช่วงนี้เก็บตุนไว้เยอะๆ ส่วนที่กินไม่หมดก็นำไปตากแห้ง เก็บไว้กินช่วงหน้าหนาวได้
ย่าซ่งหยิบกระสอบปุ๋ยยูเรียออกมา บอกว่าจะเอาไปซักที่ริมแม่น้ำให้สะอาด ซ่งอวี้หน่วนรีบร้องห้ามเสียงหลง ยืนกรานเด็ดขาดว่าจะไม่ยอมให้เอามันมาทำกางเกงให้เธอใส่แน่ๆ
เธอลองหยิบมาดูใกล้ๆ อย่างสงสัย ก็พบว่ามันเป็นผ้าไนลอนที่มีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม พลันความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว “ย่าคะ ซักให้สะอาดแล้วเก็บไว้นะคะ หนูรู้แล้วว่าจะเอาไปทำอะไร”
“ทำอะไรเหรอ?” ย่าซ่งถามอย่างกระตือรือร้น
ซ่งอวี้หน่วนครุ่นคิดเล็กน้อย มันยังขาดวัตถุดิบอีกอย่าง ต้องหามาให้ได้ก่อนถึงจะลงมือทำได้ แต่ก็บอกใบ้ไว้ก่อนได้ กันไม่ให้ย่าเอากระสอบไปตัดเป็นกางเกงเสียก่อน “ทำที่รัดผมไงคะ ที่เด็กผู้หญิงเขาใช้มัดผมกันนั่นแหละค่ะ”
อย่างที่เขาเรียกกันว่าที่รัดผมทรงไส้กรอกนั่นแหละ ถือเป็นแฟชั่นที่ฮิตตลอดกาลไม่มีวันตาย
ยังไม่ทันที่ย่าซ่งจะได้ซักไซ้ต่อ หมิงเซิ่งก็ตะโกนขึ้นมา “ย่าครับ มีคนมาที่หน้าบ้านเราเต็มเลย!”
ทุกคนที่อยู่ในสวนอยู่แล้วต่างก็หันขวับไปมองเป็นตาเดียว
กู้หวยอันยืนอยู่ที่ประตูรั้ว สายตาจับจ้องไปยังเด็กสาวร่างเล็กน่ารักที่ยืนอยู่ในสวน เมื่อเธอเห็นเขา ดวงตาของเธอก็พลันสว่างวาบขึ้นมาทันที
แม้ในใจจะดูถูกความตื้นเขินของเด็กสาวคนนี้ แต่ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
【ว้าย พี่ชายสุดหล่อ!】
【เขาว่ากันว่าหนึ่งวันไม่เจอเหมือนห่างกันสามปี นี่ฉันกับพี่ชายห่างกันไปกี่ฤดูหนาวฤดูร้อนแล้วเนี่ย?】
【พี่ชายขา~~ ยอมรับมาเถอะค่ะว่าเรามีวาสนาต่อกันมากจริงๆ!】
กู้หวยอัน: “…”
เขาอดคิดแบบใจร้ายไม่ได้ว่า
นี่มันคงไม่ใช่เวรกรรมหรอกนะ!
[จบบท]