บทที่ 57: พีคขนาดนี้เลยเหรอ
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้หวยอันมาเยือนหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอ แม้จะรู้ว่าที่นี่คือบ้านของซ่งเหลียง และถึงปู่ซ่งกับย่าซ่งจะเอ่ยปากชวนอย่างกระตือรือร้น เขาก็ยังคงปฏิเสธด้วยรอยยิ้มอย่างนุ่มนวล
‘มามือเปล่าเลยไม่กล้าเข้าบ้านสินะ’
ฉู่จื่อโจวได้แต่คิดวิเคราะห์ให้กู้หวยอันอยู่ในใจเงียบๆ
ซ่งอวี้หน่วนยืนนิ่งไม่ไหวติง ไม่ได้ทักทายอะไรพวกเขา เพราะเรื่องพวกลักเด็กในวันนั้นมันค่อนข้างละเอียดอ่อนเกินกว่าจะพูดออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหัวหน้าคอมมูนหวงกับสมุห์บัญชีหลี่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย
กู้หวยอันเองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแวะเข้าไปในบ้านแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ปรายตามองซ่งอวี้หน่วนแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินทอดน่องต่อไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน
ฝ่ายย่าซ่งนั้นจำกู้หวยอันได้แม่น เขาคือชายหนุ่มรูปหล่อคนเดียวกับวันนั้น แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะแวะเข้ามา แถมยังดูเป็นคนใหญ่คนโต ย่าซ่งเลยไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ อีกอย่าง ดูยังไงพ่อหนุ่มคนนี้ก็ไม่ใช่แขกของบ้านซ่งอยู่แล้ว
ทว่าซ่งเหลียงกลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น “พ่อครับ แม่ครับ วันนี้ผมอาจจะกลับบ้านดึกหน่อยนะ นี่คือสหายฉู่จื่อโจว เขาเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ผมต้องไปจัดการเรื่องส่งมอบงานกับเขา”
คำพูดนี้ทำเอาปู่ซ่งกับย่าซ่งถึงกับอ้าปากค้าง
นี่น่ะเหรอผู้ใหญ่บ้านคนใหม่
จะหนุ่มเกินไปหน่อยไหม
ซ่งอวี้หน่วนถึงกับตาโตเป็นไข่ห่าน อ๋า คนนี้ชื่อฉู่จื่อโจวงั้นเหรอ แล้วยังเป็นผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ด้วย จริงหรือเปล่าเนี่ย แล้วกู้หวยอันมาทำอะไรที่นี่กันแน่
เธอเหลือบมองกู้หวยอันอย่างอดไม่ได้
‘พี่ชายให้เขาเป็นผู้ใหญ่บ้าน คงไม่ใช่ว่าพี่ชายจะมาเป็นเลขาธิการพรรคหรอกนะ’
การเอาอกเอาใจแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ถ้าไม่หวังผลประโยชน์ ก็ต้องมีแผนการร้ายแน่นอน
ซ่งอวี้หน่วนรู้สึกงุนงงไปหมด เรื่องนี้มันเหนือความคาดหมายเกินไป ในนิยายไม่ได้มีบอกไว้สักหน่อยนี่นา ฉู่จื่อโจวคนนี้น่าจะเป็นคนของตระกูลฉู่ในปักกิ่งที่ซูจวิ้นเจ๋อคอยวิ่งเต้นเอาใจอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงโผล่มาเป็นผู้ใหญ่บ้านที่นี่ได้ล่ะ มันช่างเข้าใจยากจริงๆ
ปู่ซ่งพอตั้งสติได้ก็รีบเอ่ยชมไป 2-3 ประโยค ก่อนจะมองตามร่างของคนกลุ่มนั้นที่เดินจากไป
กู้หวยอันยังคงเดินช้าๆ เอื่อยๆ แต่สายตาก็เหลือบเห็นซ่งอวี้หน่วนกำลังกลอกลูกตาไปมา ในใจคงกำลังคิดแผนอะไรพิสดารอยู่เป็นแน่
แต่แปลกที่คราวนี้เขาไม่ได้ยินเสียงในใจของเธอแล้ว สงสัยคงเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเขากระมัง
ไอ้ความสามารถสุดพิสดารที่ทำให้ได้ยินเสียงในใจของเธอได้เนี่ย จากที่เคยตกใจสุดขีดในตอนแรก ตอนนี้เขาก็เริ่มจะชินกับมันแล้ว ซึ่งเอาเข้าจริงมันก็เกิดขึ้นแค่ไม่กี่ครั้งเอง
กู้หวยอันไม่ได้ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษและเดินต่อไปข้างหน้า สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือบ้านเรือนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้เป็นเพียงกระท่อมมุงจาก รวมถึงบ้านของตระกูลซ่งด้วยเช่นกัน เห็นแล้วก็อดนึกสงสารซ่งอวี้หน่วนที่เติบโตมาในเมืองไม่ได้ คงจะลำบากน่าดู
ในตอนที่คิดว่าจะไม่ได้ยินเสียงอะไรจากเธออีกแล้ว จู่ๆ ประโยคถัดไปก็แว่วเข้ามาในหัว
【พี่ชาย พี่กับฉู่จื่อโจวเป็นศัตรูกันหรือเปล่าเนี่ย ต่อให้จะส่งเขามาหาประสบการณ์เก็บผลงาน ก็ไม่น่าจะเลือกหมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอนะ ปีนี้พอหมดภัยแล้งก็จะเจอน้ำท่วมใหญ่ต่อทันที ผลผลิตแทบไม่ต้องหวังว่าจะได้เก็บเกี่ยว กระท่อมมุงจากก็พังไปตั้งหลายหลัง ในสภาพการณ์แบบนี้ เขาไม่มีทางสร้างผลงานอะไรได้หรอก】
กู้หวยอัน: “...”
เรื่องมันจะพีคขนาดนี้เลยเหรอ
แม่สาวน้อย เธอนี่มันร้ายกาจจริงๆ เรื่องของหลิวจินชุ่ยยังพอแถได้ว่าบังเอิญไปได้ยินมาจากบ้านพักในเมืองหลวง แต่เรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาตินี่ เธอไปรู้มาจากไหนกัน
ฝีเท้าของกู้หวยอันชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด จนในที่สุดก็หยุดนิ่ง
แต่เพียงชั่วครู่ เขาก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วสดใสของซ่งอวี้หน่วนดังขึ้น “คุณปู่รอหนูด้วย หนูไปด้วยคนค่ะ”
กู้หวยอันไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาก็นึกภาพออกว่าเด็กสาวคงวิ่งแจ้นจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองเขาเลยสักนิด
วันนี้หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอยังคงคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หวังต้าจื้อแห่งบ้านตระกูลหวังถูกจับตัวไป ปู่หวังโกรธจนตัวสั่น ส่วนย่าหวังที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาก็ถูกตำรวจพาตัวไปสอบปากคำทันที
ในตอนนั้น ซ่งอวี้หน่วนที่ตั้งใจจะไปริมแม่น้ำกับคุณปู่ ก็ทำได้เพียงยืนถือตะกร้าใส่ปลาอยู่ข้างทาง มองดูย่าหวังในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงถูกลากตัวไป นับๆ ดูแล้ว ย่าหวังนี่ก็ได้นั่งรถของทางการหลายเที่ยวแล้วนะเนี่ย
และในจังหวะนั้นเอง รองหัวหน้าอำเภอจ้าวก็เดินทางมาถึงพอดี ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่ข้างถนนไม่มีเวลาจะพูดคุยเรื่องงานกันอีกต่อไป
รองหัวหน้าอำเภอจ้าวมาพร้อมกับตำรวจ ซึ่งในรถคันนั้นก็คือหัวหน้าสถานีเหอที่เดินทางมาควบคุมตัวย่าหวังด้วยตัวเอง
หัวหน้าสถานีเหอกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน ซ่งอวี้หน่วนจึงไม่อยากเข้าไปทักทายให้เสียการเสียงาน
เธอคาดเดาว่าเรื่องทั้งหมดนี้น่าจะเป็นฝีมือของย่าจูจากหมู่บ้านหว่าเหยากับหลิวจินชุ่ยที่ซัดทอดมาถึงย่าหวังเป็นแน่ การที่หลิวจินชุ่ยจู่ๆ ก็เกิดความกระตือรือร้นอยากจะหาคู่ให้เธอ แถมยังรีบร้อนแจ้นไปถึงบ้านอาเล็ก ก็เป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่าย่าหวังต้องไปเป่าหูมาแน่ๆ ว่าเธอสวยหยาดเยิ้มขนาดไหน แต่ที่ยังไม่เข้าใจก็คือ แล้วย่าหวังเข้าไปพัวพันกับเรื่องนี้ในฐานะอะไรกันแน่
รถตำรวจแล่นจากไปพร้อมเสียงไซเรนที่ดังสนั่น หัวหน้าคอมมูนหวงมองไปยังผู้บัญชาการกู้และรองหัวหน้าอำเภอจ้าวซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล พลันนึกถึงสภาพบ้านตระกูลหวังที่กำลังวุ่นวายโกลาหล ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีเรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้เลย
ทีแรกเขากะว่าจะให้ซ่งเหลียงไปจัดการเตือนที่บ้านตระกูลหวัง แต่คิดอีกทีก็รู้สึกว่ามันดูจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจพาเจ้าหน้าที่รักษาความสงบไปที่บ้านตระกูลหวังด้วยตัวเอง พร้อมกับกำชับเสียงเข้มให้ทุกคนสงบเสงี่ยมเจียมตัว ถ้าใครยังกล้าก่อเรื่องอีกละก็ รับรองว่าไม่จบสวยแน่ แถมยังสั่งให้ลูกชายของหลี่เอ้อร์หล่านรีบมาลากพ่อตัวเองกลับบ้านไปซะ
ฝ่ายลูกชายของหลี่เอ้อร์หล่านที่รับเงินจากลุงจงมา ก็หวังจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว โยนภาระพ่อแก่ๆ ของตัวเองไปให้หวังต้าจื้อรับผิดชอบ เขาจะได้สบายตัวเสียที แต่ใครจะไปคิดว่าหวังต้าจื้อจะโดนรวบไปก่อน ส่วนปู่หวังก็คลั่งไล่ทุบตีคน แถมยังด่าเขาว่าเป็นตัวปล่อยข่าวลือใส่ร้ายป้ายสี ขู่ฟ่อๆว่าจะไปแจ้งความจับให้หมด เขาที่ยังไม่ทันได้ใช้พ่อตัวเองเป็นพยานเลยด้วยซ้ำ กลับต้องมาเจอตำรวจบุกมาอีกรอบ บอกว่าจะมาสอบสวนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างย่าหวังกับแก๊งลักเด็ก
‘ยายแก่สารเลวนี่ ไม่ใช่คนดีจริงๆ ด้วยสิน่า’
พอเห็นสถานการณ์ไม่สู้ดี เขาก็ได้แต่หัวเราะแหะๆ ในใจ ‘เผ่นกลับบ้านก่อนดีกว่า’ คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบแบกหลี่เอ้อร์หล่านขึ้นหลังแล้วจ้ำอ้าวจากไปทันที
หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอที่ควรจะเสียงดังจอแจกลับเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างก็ไม่มีใครกล้าปริปากวิพากษ์วิจารณ์อะไรอีก
บ้านของซ่งอวี้หน่วนอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการกองพลน้อยนัก เดิมทีเธอตั้งใจจะไปจับปลาที่ริมแม่น้ำกับคุณปู่และน้องชาย ถึงขั้นเปลี่ยนไปใส่รองเท้าบูทกันน้ำเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมากะทันหัน แผนเลยต้องล่มไป
พอผู้คนเริ่มสลายตัวไปหมดแล้ว ซ่งอวี้หน่วนถึงได้สังเกตเห็นว่า กู้หวยอันมายืนอยู่ข้างๆ เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ซ่งอวี้หน่วนที่ในมือกำลังถือตะกร้าใส่ปลาอยู่เหลือบไปเห็นว่า ทั้งรองหัวหน้าอำเภอจ้าวและหัวหน้าคอมมูนหวงที่เพิ่งกลับมาต่างก็กำลังจับจ้องมาที่กู้หวยอันเป็นตาเดียว
เออจริงสิ แล้วกู้หวยอันมาทำอะไรที่หมู่บ้านเอ้อร์เต้าเหอกันนะ แถมฉู่จื่อโจวอีกคน จู่ๆ ก็โผล่มาเป็นผู้ใหญ่บ้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
ซ่งอวี้หน่วนกะพริบตาปริบๆ 【พี่ชาย ฉันขอเดาอะไรหน่อยได้ไหม】
กู้หวยอันเหลือบสายตาลงมองเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้คาดเดาอะไรต่อ เขาเป็นฝ่ายชิงถามขึ้นก่อน “ในมือนั่นคืออะไร”
ซ่งอวี้หน่วน: “...”
เอ๊ะ ไม่รู้จักตะกร้าใส่ปลา หรือว่าแค่หาเรื่องคุยกันแน่นะ
เธอตอบกลับไป “ตะกร้าใส่ปลาค่ะ ฉันกับคุณปู่ว่าจะไปดักปลาเล็กกุ้งฝอยกัน”
“จะไปตอนนี้เลยเหรอ”
“...คุณอยากไปด้วยเหรอคะ”
“ไปได้ไหมล่ะ”
“เอ่อ ฉันต้องไปถามคุณปู่ก่อน...”
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติเสียจนฉู่จื่อโจวถึงกับเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อก ส่วนรองหัวหน้าอำเภอจ้าวก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก มีแต่หัวหน้าคอมมูนหวงเท่านั้นที่พูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่รู้อะไร “เสี่ยวหน่วน อย่าไปก่อเรื่องเลยน่า จะไปจับปลาจับกุ้งอะไรกัน ผู้ใหญ่เขามีเรื่องต้องคุยกันนะ”
คำพูดนั้นกลับทำให้ซ่งอวี้หน่วนอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
ชอบจังเลยที่ยังถูกมองเป็นเด็กแบบนี้
เธอรีบขานรับอย่างว่าง่าย “ได้เลยค่ะหัวหน้าคอมมูนหวง”
อืม เด็กสาวที่เชื่อฟังแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ
ฉู่จื่อโจวปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังอยากให้กู้หวยอันอยู่ช่วยอีกสักหน่อย จึงเอ่ยขึ้น “หวยอัน เรื่องหมู่บ้านนำร่อง เราต้องมานั่งคุยรายละเอียดกันนะ”
กู้หวยอันปรายตามองเขาแวบหนึ่ง “เดี๋ยวหัวหน้าหลิวก็มาถึงแล้ว เรื่องหลังจากนี้ให้เขาคุยกับพวกคุณโดยตรง”
ตำแหน่งหัวหน้าฐานทัพนั้นเทียบเท่ากับรองหัวหน้าอำเภอพอดี ดังนั้นรองหัวหน้าอำเภอจ้าวจึงไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ
กู้หวยอันหันไปยิ้มให้รองหัวหน้าอำเภอจ้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “มีปัญหาอะไรก็บอกมาได้เลยนะครับ นี่เป็นโครงการนำร่องโครงการแรกของหลงหัง ถ้าทำได้ดี ในอนาคตเราจะขยายผลไปทั่วประเทศ”
[จบบท]