บทที่ 584: ควบคุมตัว
ซ่งอวี้หน่วนเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องหนังสือไป ปล่อยให้คนอื่นๆ ที่อยู่ด้านในเริ่มทยอยลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวตามออกมา
เซี่ยซินตงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาจึงรีบก้าวเท้าเดินตามหลานสาวออกไปอย่างรวดเร็ว
ด้านนอกนั้น จี้ซินอี๋กำลังเผชิญหน้ากับเว่ยชิงเหมยด้วยท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เธอรังเกียจผู้หญิงคนนี้เข้ากระดูกดำ แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายคือคนที่ทำร้ายตน แต่กลับไม่มีหลักฐานใดๆ มามัดตัวได้เลยสักอย่าง
ซ้ำร้ายตัวเธอเองยังความจำเสื่อมไปอีก จนป่านนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นคืนมาดังเดิม
ซึ่งอาการป่วยลักษณะนี้แตกต่างจากโรคภัยไข้เจ็บทั่วไป พ่อของเธอจึงไม่กล้าใช้วิธีการรักษาที่แข็งกร้าว ได้แต่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ
“ฉันไม่เคยต้อนรับเธอ แต่เธอก็ยังเสนอหน้ามาอยู่ได้” จี้ซินอี๋เอ่ยเสียงแข็ง
“ให้ฉันเดาหน่อยเป็นไง ที่เธอต้องการก็คือตำรับยาของพ่อฉันใช่ไหมล่ะ”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เว่ยชิงเหมยขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา
“รีบไสหัวไปซะ!” จี้ซินอี๋โบกมือไล่อย่างไม่ไยดี
“ฉันไม่อยากได้ยินเสียงของเธอแม้แต่คำเดียว”
จังหวะนั้นเองที่ซ่งอวี้หน่วนเดินพ้นจากประตูห้องออกมาพอดี โดยมีเซี่ยซินตงก้าวตามหลังมาติดๆ
และนั่นก็ทำให้เซี่ยซินตงพลันได้ยินเสียงความคิดของหลานสาวที่เขาไม่ได้ยินมาเนิ่นนาน
【เว่ยชิงเหมยคนนี้ร่วมมือกับคนของประเทศ W เพื่อขายข้อมูลยาตัวใหม่ของปู่รองจี้กับน้าตงให้พวกนั้น และเธอ…มีความสามารถที่น่ากลัวอย่างหนึ่งคือการเลียนแบบเสียงคน】
ประกายตาของกู้หวยอันวูบไหว...เสี่ยวหน่วนไปเห็นอะไรมากันแน่ แต่ที่เขามั่นใจคือเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเว่ยชิงเหมยอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้จะเกี่ยวกับตน แต่คิ้วของเซี่ยซินตงกลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเท่านั้นจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนที่เขาจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมในเวลาอันรวดเร็ว
ปู่รองจี้เคยบอกไว้ว่าความอดทนอดกลั้นของเซี่ยซินตงนั้นอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา หากเขาไม่ต้องการให้ใครล่วงรู้ถึงความรู้สึกที่แท้จริง ก็จะไม่มีใครสามารถอ่านใจเขาออกได้
ณ เวลานี้กฃเสี่ยวหน่วนต้องไปค้นพบอะไรบางอย่างมาแน่ๆ
แล้วเสียงความคิดของซ่งอวี้หน่วนก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
【แต่ไม่มีใครรู้เรื่องความสามารถนี้ของเธอ และเธอก็ไม่ค่อยได้ใช้มันเท่าไหร่ เธอเลียนแบบเสียงของฉันเพื่อหลอกน้าตงให้ไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเฉียนเสว่ น้องสาวสามีของเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย เพราะนี่เป็นข้อตกลงระหว่างพวกเธอ】
【ในห้องนั้นยังมีพี่จินจวี๋ที่ถูกหลอกให้ไปที่นั่นเหมือนกัน】
【】เฉียนเสว่อิจฉาที่จินจวี๋สนิทสนมกับน้าตง เลยวางแผนจะถ่ายรูปที่ไม่เหมาะสมเพื่อทำลายชื่อเสียงของทั้งคู่】
【ส่วนเว่ยชิงเหมยก็หวังจะใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้น้าตงยอมทำงานให้เธอ】
【พี่จินจวี๋เป็นคนฉลาดไหวพริบดี เธอรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เลยเตรียมการป้องกันไว้ก่อนด้วยการพาพี่ชายที่เป็นตำรวจไปด้วย แต่โชคร้ายที่เว่ยชิงเหมยวางแผนมาอย่างรอบคอบ เธอสร้างสถานการณ์เพื่อล่อพี่ชายของพี่จินจวี๋ออกไป จากนั้นก็ปลอมเสียงเป็นน้าตงกับฉันเพื่อหลอกให้พี่จินจวี๋เดินเข้าไปในห้อง】
เสียงความคิดนั้นขาดหายไป เซี่ยซินตงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง
ซ่งอวี้หน่วนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะคลายออกอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นขาดหายไป คงเป็นเพราะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
เมื่อเธอรู้เห็นอนาคต ก็ย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องเลวร้ายเช่นนั้นเกิดขึ้นได้แน่นอน
อีกอย่าง จินจวี๋ก็ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ตระกูลจินของเธอนั้นค่อนข้างลึกลับ ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง แต่กลับไม่มีใครกล้าดูแคลน ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับคุณปู่ของจินจวี๋อยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม ซ่งอวี้หน่วนก็เข้าใจสถานการณ์กระจ่างแจ้งแล้ว เธอหันไปมองปู่รองจี้สลับกับจี้ซินอี๋
หัวใจของผู้เฒ่าจี้กระตุกวูบ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงใดๆหลังจากนี้อีก
ทุกความคิดเกิดขึ้นและจบลงในชั่วพริบตา กู้หวยอันและเซี่ยซินตงสบตากันอย่างรู้นัย เซี่ยซินตงรู้สึกพอใจในตัวชายหนุ่มคนนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่ต้องรอให้เห็นเหตุการณ์ต่อไป เขาก็มั่นใจได้ว่ากู้หวยอันเข้าใจความหมายที่เขาส่งไปให้เรียบร้อยแล้ว
กู้หวยอันเหลือบมองเว่ยชิงเหมยที่เดินเข้ามาในลานบ้าน ก่อนจะหันไปสั่งการเลขานุการเสี่ยวอู๋ด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย็นชา “ไปตรวจค้นห้องหนังสือของผู้เฒ่าจี้”
เพียงสิ้นคำสั่ง บรรยากาศทั่วทั้งลานบ้านก็พลันเงียบสงัดลง
กู้หวยอันยืนนิ่งสงบ แต่กลับแผ่รังสีแห่งอำนาจออกมาจนน่าเกรงขาม
เว่ยชิงเหมยกำมือแน่น หัวใจเต้นระส่ำอย่างควบคุมไม่อยู่ เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้พบกับผู้เฒ่ากู้และกู้หวยอันที่นี่ วันนี้ช่างเป็นวันที่มาได้ไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย
เสี่ยวอู๋ที่สามารถทำหน้าที่เลขานุการของกู้หวยอันได้ ย่อมต้องมีความสามารถที่ไม่ธรรมดา แม้จะยังไม่ได้รับคำสั่งหรือคำชี้แนะใดๆ เพิ่มเติม เขาก็มองแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้เพียงแวบเดียวก็ประเมินสถานการณ์ออก ว่าเป้าหมายของเธอไม่ใช่เจ้านายของเขา แต่เป็นผู้เฒ่าจี้ เจ้าของบ้านหลังนี้ต่างหาก
เขารู้ดีว่าเว่ยชิงเหมยเคยเป็นศิษย์ของผู้เฒ่าจี้ก่อนจะถูกขับออกจากสำนักไป และเมื่อผู้เฒ่าจี้กลับมายังปักกิ่ง เธอก็มักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ ช่างเป็นคนที่มีความพยายามอย่างยิ่งยวด และวันนี้พวกเขาคงแค่บังเอิญมาเจอกันเท่านั้น
เสี่ยวอู๋รู้ในใจแล้วว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไป
เขาส่งสัญญาณมือเรียกชายสองคนที่ยืนอยู่ในมุมมืดให้ออกมาปรากฏกายอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะถือกระเป๋าเอกสารนำทั้งสองคนเข้าไปในห้องหนังสือ
สีหน้าของผู้เฒ่าจี้เคร่งขรึมขึ้น เขาสบตากับผู้เฒ่ากู้อย่างมีความหมายลึกซึ้ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทั้งหมดนี้คืออะไรกันแน่
เว่ยชิงเหมยรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างบอกไม่ถูก เธอยิ้มให้ทุกคนอย่างเก้อเขิน แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแห้งผาก “พอดีฉันเพิ่งประชุมเสร็จค่ะ ระหว่างทางกลับก็เห็นที่ร้านค้าผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปมีแอปเปิลลูกแดงใหญ่น่าทาน เลยนึกถึงท่านอาจารย์ขึ้นมา กะว่าจะซื้อมาฝากท่านสักหน่อย แต่ดูเหมือนฉันจะมาไม่ถูกเวลา งั้น...ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ผู้เฒ่าจี้เพียงขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้เอ่ยคัดค้านใดๆ
เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าจี้ไม่ได้ห้ามปราม ความยินดีก็ปรากฏขึ้นในใจของเว่ยชิงเหมย ดูท่าการมาหาในเวลาที่มีคนอื่นอยู่ด้วยจะได้ผลดี ขอเพียงเธออดทนต่อไป ไม่ช้าก็เร็วท่านอาจารย์จะต้องใจอ่อนยอมยกโทษให้ แล้วสิ่งที่เธอปรารถนาก็จะได้มาอย่างง่ายดาย
เมื่อถึงวันนั้น เธอจะไปจากสถานที่อันน่าเบื่อหน่ายแห่งนี้ แล้วไปใช้ชีวิตในแบบที่ตนเองต้องการเสียที
ทว่า...ยังไม่ทันที่เธอจะได้ก้าวเท้าจากไป ชายสองคนก็มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ พวกเขายืนขวางทางเธอไว้อย่างสุภาพ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“รองอธิบดีเว่ย กรุณารอสักครู่ครับ มีเรื่องบางอย่างที่ต้องการความร่วมมือจากคุณ คงไม่รบกวนเวลามากนัก”
หัวใจของเว่ยชิงเหมยหล่นวูบ ความรู้สึกผิดแล่นปราดขึ้นมาในใจอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าการมาที่นี่ในวันนี้เป็นเรื่องกะทันหัน ไม่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้า ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมารอเธออยู่ก่อนแล้ว หรือว่า...พวกเขากำลังปรึกษาหารือเรื่องสำคัญอะไรกันอยู่?
เธอรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานบ้าน นอกจากซ่งอวี้หน่วนที่ดูเหมือนจะไม่มีตำแหน่งใดๆ แล้ว คนอื่นๆ ล้วนแต่เป็นผู้มีฐานะและตำแหน่งใหญ่โตทั้งสิ้น แต่ถึงอย่างนั้น ซ่งอวี้หน่วนก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
เว่ยชิงเหมยจึงไม่กล้าผลีผลามจากไป
เพียงไม่นาน เสี่ยวอู๋ก็เดินออกมาจากห้องหนังสือด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง ในมือของเขาถือวัตถุสีดำคล้ายปุ่มกด เขายื่นมันให้กับกู้หวยอันก่อนเป็นอันดับแรก แล้วรายงานด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยินอย่างชัดเจน
“ท่านครับ นี่เป็นของที่พบในห้องหนังสือ จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องดักฟังครับ”
ดวงตาของซ่งอวี้หน่วนทอประกายขึ้นมา เธอกำลังครุ่นคิดหาข้ออ้างที่เหมาะสมเพื่อจะรั้งตัวเว่ยชิงเหมยไว้พอดี เลขานุการเสี่ยวอู๋ก็ดันไปเจอเครื่องดักฟังเข้าเสียก่อน ช่างเป็นความบังเอิญที่เหมาะเจาะอะไรเช่นนี้
เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังกู้หวยอัน
กู้หวยอันหันไปเผชิญหน้ากับเว่ยชิงเหมย เอ่ยอย่างสุภาพ “ต้องขออภัยด้วยครับรองอธิบดีเว่ย เกรงว่าคงต้องรบกวนให้คุณอยู่ให้ความร่วมมือในการสอบสวนกับเราก่อน”
สีหน้าของเว่ยชิงเหมยซีดเผือด เธอคาดไม่ถึงว่าเพียงแค่แวะมาเยี่ยมอาจารย์ จะทำให้ตัวเองต้องถูกควบคุมตัวไว้ที่นี่ นี่มันโชคร้ายเกินไปแล้ว!
ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอจะไม่มีวันเลี้ยวรถมาทางนี้เด็ดขาด!
แต่เธอก็เป็นถึงผู้มีการศึกษา จะให้มาโวยวายอาละวาดเหมือนผู้หญิงตามตลาดก็คงทำไม่ได้
จึงทำได้เพียงตอบรับด้วยน้ำเสียงที่แห้งผาก “ฉันเข้าใจค่ะ...ฉันจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
[จบบท]