บทที่ 83: จะมานั่งด้วยกันเหรอ?
ซ่งอวี้หน่วนรีบสะบัดหน้าพรืดหันไปทางอื่นทันที
【หล่อล้างผลาญขนาดนี้ ไม่รู้ว่าชาติไหนใครจะเอาคุณอยู่หมัดกันนะ】
กู้หวยอันยังคงตีหน้านิ่งมองตรงไปข้างหน้าอย่างสงบนิ่ง ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เฮ้อ โชคดีจริงๆ ที่มีแค่เขาคนเดียวที่ได้ยินเสียงในใจของเธอ ไม่อย่างนั้นคงได้มีเรื่องเข้าใจผิดกันใหญ่โต
ในขณะเดียวกัน สายตาหลายคู่ในที่ประชุมก็จับจ้องมาที่ซ่งอวี้หน่วนเป็นตาเดียว พลางคิดในใจว่าเด็กสาวหน้าใสคนนี้เป็นใครกัน มาทำอะไรในที่ประชุมสำคัญแบบนี้
แต่เมื่อทุกคนเห็นว่าคนที่พาเธอมาคือผู้เฒ่าจี้ ก็ถึงบางอ้อกันทันที ก็แหม ชื่อเสียงเรื่องความประพฤติสุดโต่ง ไม่เคยเดินตามใครของผู้เฒ่าท่านนี้ดังกระฉ่อนไปทั่วอยู่แล้ว การจะทำอะไรแปลกๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจนัก
นั่นไงล่ะ พูดไม่ทันขาดคำ ยังหนีบเด็กมาด้วยอีก 2 คน! พอสืบไปสืบมาก็ได้ความว่าเป็นหลานชายแท้ๆ ที่เพิ่งตามตัวกลับมาได้
ถ้าจะให้พูดถึงผู้เฒ่าจี้แล้วล่ะก็ ตำแหน่ง ‘หมอเทวดา’ คงไม่มีใครเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว สมัยก่อนในจิ่วเฉิงปักกิ่ง จำนวนคนที่เขารักษาจนหายดีมีมากมายจนนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าสถานะของเขานั้นสูงส่งจนใครๆ ก็ต้องเกรงใจ
แต่แล้วชีวิตก็เล่นตลก เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้หลายครั้งหลายครา ไหนจะเรื่องลูกสาวที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ภรรยาสุดที่รักก็มาป่วยตายจากไปอีก ผู้เฒ่าจี้จึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังแล้วออกเดินทางไกลไปอย่างไร้ร่องรอย
ใครจะไปคิดว่าการปรากฏตัวอีกครั้งของเขา จะมาในฐานะคนเก็บของเก่า! พลิกผันชนิดที่ว่าละครหลังข่าวยังต้องอาย และล่าสุดก็โผล่มาในที่ประชุมขุดค้นสุสานโบราณนี่แหละ...ดูแล้วมันช่างเป็นการข้ามสายงานที่น่าทึ่งจริงๆ
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์อะไรออกมาดังๆ ตรงกันข้าม ทุกคนกลับยิ้มแฉ่งดีใจกันยกใหญ่ เพราะนี่เป็นโอกาสทองที่จะได้ผูกมิตรกับหมอเทวดาในตำนาน เผื่อวันหน้าวันหลังเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาจะได้พึ่งบารมีกันได้บ้าง
ดังนั้น แม้ภาพที่เห็นจะดูเหมือนการระดมพลครั้งใหญ่ แต่ทุกคนก็ทุ่มเทให้กับภารกิจนี้อย่างเต็มที่
หลังประชุมเสร็จและพักกันพอหอมปากหอมคอ ผู้เฒ่าจี้ก็เตรียมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่จริงทันที ซึ่งก็คือหมู่บ้านแถบภูเขาที่ซ่งอวี้หน่วนเคยเล่าให้ฟัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "หมู่บ้านอิ๋นซิ่ง" นั่นเอง
งบประมาณสำหรับภารกิจครั้งนี้อนุมัติไวปานจรวด แต่ท่านผู้อำนวยการเฝิง หัวหน้าทีมภาคสนาม กลับรู้สึกเสียดายงบประมาณแผ่นดินเหลือเกิน จึงตัดสินใจว่าจะต้องรีบลงพื้นที่สำรวจให้รู้แล้วรู้รอดกันตั้งแต่วันนี้เลย
ซ่งอวี้หน่วนที่ตอนแรกตั้งใจจะแอบไปงีบเอาแรงสักหน่อย พอได้ยินแบบนั้นก็เปลี่ยนใจทันที เพราะไม่อยากพลาดฉากเด็ดในวันแรก เธอจึงจูงมือน้องชายกับจี้อิ๋งอิ๋งกระโดดขึ้นรถตามผู้เฒ่าจี้ไปด้วย
แต่แล้วเธอก็ต้องชะงัก เมื่อหันไปเห็นกู้หวยอันที่ไม่ได้ขึ้นรถประจำตำแหน่งของตัวเอง แต่กลับเดินดุ่มๆ ตรงมายังรถคันที่พวกเธอนั่งอยู่
【เอ๊ะ! พี่ชายสุดหล่อจะทำอะไรคะ? จะมานั่งรถคันเดียวกับฉันเหรอ?】
แต่เรื่องราวกลับหักมุมยิ่งกว่า เมื่อกู้หวยอันเดินไปเปิดประตูฝั่งคนขับ แล้วหย่อนตัวลงนั่งหลังพวงมาลัยอย่างสบายอารมณ์
ผู้เฒ่าจี้เห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าๆๆ หวยอันเอ๊ย การไม่ป่าวประกาศตำแหน่งใหญ่โตของตัวเองให้ใครรู้มันก็ดีแบบนี้นี่เองนะเนี่ย ฉันเลยได้คนขับรถส่วนตัวมาฟรีๆ เลย”
กู้หวยอันเพียงแค่ยิ้มรับบางๆ
ตลอดเส้นทาง ทั้งสองคนก็คุยกันสัพเพเหระ แต่หัวข้อสนทนาก็ไม่พ้นเรื่องของหมู่บ้านอิ๋นซิ่ง
รถของพวกเขาแล่นอยู่กลางขบวน แต่ยังไม่ทันจะถึงปากทางเข้าหมู่บ้านดี ก็มีเหตุให้ต้องเบรกกันหัวทิ่ม
เมื่อมองไปข้างหน้า สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือต้นแปะก๊วยยักษ์ที่สูงตระหง่าน และถัดจากนั้น บนถนนทางเข้าหมู่บ้านก็ปรากฏภาพมวลมหาประชาชนชาวบ้านจำนวนมหาศาลกำลังยืนขวางทางอยู่
พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นทีมงานของผู้อำนวยการเฝิงยืนทำหน้าเหวออยู่ข้างๆ ปล่อยให้ทีมงานท้องถิ่นกำลังพยายามเจรจากับชาวบ้านอย่างสุดความสามารถ
เอ๊ะ! มันเกิดอะไรขึ้น? ก็ไหนว่าลงพื้นที่มาพูดคุยทำความเข้าใจกันดิบดีแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นมีใครบอกว่าจะไม่ร่วมมือเลยนี่นา ยิ่งตอนนี้เพิ่งจะเข้าสู่ยุค 80 ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังให้ความร่วมมือกับทางการเป็นอย่างดีด้วยแล้ว
ผู้เฒ่าจี้ไม่ได้ให้เด็กๆ ลงจากรถ ตัวเขาเองก็นั่งรออย่างใจเย็น เพราะมองว่าปัญหาจิ๊บจ๊อยแค่นี้ ทีมงานน่าจะจัดการได้สบายๆ ซึ่งผู้อำนวยการเฝิงเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
แต่แล้วก็มีเสียงใครบางคนบ่นอุบอิบขึ้นมาเบาๆ “นี่ไปคุยกันอีท่าไหนเนี่ย ไหนบอกว่าตกลงกันเรียบร้อยแล้วไง?”
“สงสัยจะยังมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่แหงๆ เลย”
“แล้วพวกเขาจะเข้าใจผิดเรื่องอะไรได้อีก ถ้าเจอสุสานโบราณจริง เขาก็ต้องได้รับการจัดสรรที่อยู่ใหม่อย่างดีอยู่แล้วนี่”
บทสนทนาของเหล่าเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างแผ่วเบา ทุกคนต่างยืนรออย่างสงบเสงี่ยม ผิดกับฝั่งชาวบ้านที่กำลังส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายกันอย่างดุเดือด
“ถ้ายังไม่พูดให้เคลียร์! ก็ไม่มีใครได้เข้าไปทั้งนั้นแหละ! บ้านนี้เมืองนี้พวกเราอยู่กันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า จะมาไล่กันง่ายๆ ด้วยคำพูดไม่กี่คำได้ยังไง ไม่มีเหตุผล! ถ้ายังไม่ชี้แจงให้พวกเราเข้าใจ ก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวขาเข้าหมู่บ้านนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว!”
เสียงตะโกนก้องกังวานนั้นดังมาจากชายร่างยักษ์คนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าสุด
สิ้นเสียงตะโกนปุ๊บ เหล่าคุณย่าคุณยายก็พร้อมใจกันทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้น เปิดฉากการแสดงละครลิงฉบับชาวบ้านทันที! ครบเครื่องทั้งร้องไห้ฟูมฟาย ทุบตีอกชกตัว และขู่ว่าจะผูกคอตาย สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นแสดงราวกับเป็นมหกรรมหน้าหมู่บ้าน
ท่ามกลางละครโรงใหญ่ กู้หวยอันยืนนิ่งอยู่ข้างซ่งอวี้หน่วน
หญิงสาวหรี่ตามองฝูงชนแล้วเปรยขึ้นมาเหมือนพูดเล่นๆ ว่า “เอ... ดูแปลกๆ นะคะ หรือว่าทั้งหมดนี่จะเป็นแค่ละครตบตาเพื่อถ่วงเวลา จริงๆ แล้วข้างในกำลังแอบจกสมบัติกันมันมืออยู่หรือเปล่า?”
ทีมงานที่มาก็เป็นคนพื้นที่ทั้งนั้น หมู่บ้านอิ๋นซิ่งก็ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายเสียหน่อย เป็นไปไม่ได้เลยที่ทางการจะควบคุมไม่ได้ นี่ขนกันมาทั้งหัวหน้าคอมมูนและรองหัวหน้าอำเภอเลยนะ
แต่สถานการณ์จริงคือ ทุกคนกลับถูกบล็อกอยู่ที่หน้าหมู่บ้านแบบงงๆ
คำพูดลอยๆ ของเธอทำเอากู้หวยอันที่ยืนทำหน้าขรึมมาตลอดทางต้องเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างคาดไม่ถึง...
ที่เธอพูดมันก็ฟังดูเข้าท่า
ที่คนอื่นรวมถึงตัวเขาเองคิดไม่ถึงจุดนี้ ก็เพราะในใจยังไม่ปักใจเชื่อ 100% ว่าที่นี่มีสุสานโบราณจริงๆ แต่สำหรับซ่งอวี้หน่วนที่มั่นใจเต็มอก ความคิดของเธอย่อมแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็ไม่แปลกเลย
เขาจึงก้มลงกระซิบข้างหูเธอ “ที่คุณพูดมีเหตุผลนะ กลับไปรอที่รถก่อน เดี๋ยวผมมา”
นับตั้งแต่กลับมาเจอกันอีกครั้ง นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ประโยคที่พวกเขาได้คุยกัน
ซ่งอวี้หน่วนพยักหน้ารับคำ แล้ววิ่งจู๊ดกลับไปที่รถซึ่งมีผู้เฒ่าจี้นั่งรออยู่
ฝ่ายผู้เฒ่าจี้เองก็นั่งไม่ติดเบาะแล้ว!
ถ้าเกิดว่ามีตำราล้ำค่าเล่มนั้นอยู่จริงๆ ล่ะ! ขืนปล่อยให้ไอ้พวกนี้ขุดกันมั่วซั่ว ตำราได้กลายเป็นผุยผงกันพอดี!
เขามองไปยังซ่งอวี้หน่วนด้วยแววตาจริงจัง “ชาวบ้านพวกนี้ท่าทางไม่น่าไว้ใจจริงๆ พวกเธอ 3 คนนั่งนิ่งๆ อยู่ในรถนี่แหละ ปิดประตูให้สนิท เดี๋ยวปู่จะลงไปดูเอง”
กำชับเสร็จสรรพ ผู้เฒ่าจี้ก็จ้ำอ้าวไปยังปากทางเข้าหมู่บ้านทันที
ขณะเดียวกัน กู้หวยอันก็ได้นำข้อสันนิษฐานที่ได้ยินจากซ่งอวี้หน่วนไปบอกผู้อำนวยการเฝิงเรียบร้อยแล้ว
การมาครั้งนี้ของกู้หวยอัน เขามาในคราบของศาสตราจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง จึงมีคนรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาน้อยมาก แถมยังกำชับกับผู้อำนวยการเฝิงไว้ก่อนแล้วว่า แค่แวะมาดูลาดเลาและคุยธุระกับผู้เฒ่าจี้เท่านั้น ส่วนทีมรักษาความปลอดภัยก็ถูกสั่งให้ทำงานแบบลับๆ แทน
พอผู้อำนวยการเฝิงได้ยินสมมติฐานนี้เท่านั้นแหละ ถึงกับลมออกหู! ถ้าพวกชาวบ้านขุดมั่วซั่วขึ้นมาจริงๆ ของมีค่าทางประวัติศาสตร์ไม่พังพินาศหมดเหรอ!
ผู้อำนวยการเฝิงหน้าเครียดจัด รีบปรี่เข้าไปคุยกับทีมงานทันที แม้ว่าหัวหน้าคอมมูนจ้าวจะยังไม่อยากเชื่อ แต่การที่ถูกชาวบ้านหยามหน้ากักไว้ที่ทางเข้าแบบนี้มันน่าขายหน้าสิ้นดี เขาจึงไประเบิดอารมณ์ใส่ผู้ใหญ่บ้านอย่างเดือดดาล
“นี่คุณยังรู้ตัวอยู่มั้ยว่าเป็นผู้ใหญ่บ้าน! อะไรกัน! หมู่บ้านของคุณจะประกาศเอกราช ไม่ขึ้นตรงต่อคอมมูนแล้วรึไง! คิดจะรวมหัวกันก่อจลาจลใช่ไหม! แล้วไอ้พวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านหายหัวไปไหนหมด! ทำไมเหลือแต่คนแก่กับผู้หญิง! ผมจะบอกอะไรให้นะ ผู้ใหญ่บ้านเหลียง! รีบไปบอกให้พวกนั้นเปิดทางซะ ความผิดของคุณจะได้เบาลงหน่อย ไม่อย่างนั้นก็เตรียมตัวไปนอนในซังเตได้เลย!”
ทางด้านกู้หวยอันชักจะหมดความอดทนกับละครลิงตรงหน้าแล้ว
เลขานุการเสี่ยวอู๋ที่อยู่ในรถของเขาก็หยิบโทรศัพท์ไร้สายขึ้นมาติดต่อทันที ไม่ถึง 5 นาทีให้หลัง กองกำลังเสริมก็เคลื่อนพลเข้ามาปิดล้อมพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ในที่สุด ขบวนของเจ้าหน้าที่ก็สามารถฝ่าด่านอรหันต์เข้าไปในหมู่บ้านได้สำเร็จ
พอเข้าไปข้างในเท่านั้นแหละ โอ้โห! ภาพที่เห็นคือมหกรรมการขุดเจาะที่กำลังดำเนินไปอย่างร้อนแรง!
โชคดีที่ยุคนี้ยังไม่มีมือถือ พอพวกหน้าม้าที่ปากทางเข้าถูกสกัดไว้ ก็เลยส่งซิกเข้ามาข้างในไม่ทัน
จากนั้นปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายก็เริ่มต้นขึ้น ชาวบ้านทุกคนที่กำลังสนุกสนานกับการขุดหาขุมทรัพย์ถูกรวบตัวไว้ทั้งหมด และยังเจอตัวคนนอกหมู่บ้านอีก 3 คนที่แฝงตัวเข้ามาด้วย
นับว่ายังโชคดีที่ข่าววงในเพิ่งจะรั่วไหลออกมาเมื่อเช้านี้เอง ไม่อย่างนั้นคงเกิดโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเป็นแน่
ส่วนเรื่องใครเป็นหนอนบ่อนไส้ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมงานกับตำรวจท้องที่ไปสืบสวนกันต่อ จากนั้นทั้งหมู่บ้านก็ถูกสั่งปิดตายทันที
นี่แหละที่เรียกว่าภารกิจระดับช้าง แค่เรื่องอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ก็เป็นงานที่วุ่นวายสุดๆ แล้ว แต่ถ้าเทียบกับคุณค่าของสิ่งที่ค้นพบแล้วล่ะก็...เรื่องย้ายคนแค่นี้ก็ เหมือนฝนตกปรอยๆ เท่านั้นแหละ
แล้วการค้นพบที่น่าตื่นเต้นก็เริ่มขึ้น! ที่ห้องใต้ดินแห่งหนึ่งมีคนเจออิฐหินสีคราม... ในสวนของชาวบ้านอีกหลังก็เจอหินก้อนมหึมาที่ดูเหมือนจะมีอักษรโบราณสลักอยู่!
ไม่นานนัก ทั้งหมู่บ้านก็ว่างเปล่าไร้ผู้คน
ชาวบ้านทั้งหมดถูกย้ายไปพักที่อื่นชั่วคราวภายใต้การดูแลของทางการ
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ซ่งอวี้หน่วนจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้
ผู้เฒ่าจี้เดินมาบอกเธอด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า "ยืนยันแล้ว ที่นี่คือกลุ่มสุสานโบราณจริงๆ...แถมยังเป็นของยุคราชวงศ์จิ๋นซีด้วย!"
[จบบท]