บทที่ 29 : จัดการหนานเฟิง
"ฮูหยินรอง ระวังขั้นบันไดนะเจ้าคะ"
"ฮูหยินรอง ทางข้างหน้าเพิ่งรดน้ำไป ถ้าไม่รีบ เดินอ้อมไปทางหลังสวนได้นะเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวเดินนำทางให้"
"ลำบากพวกเจ้าแล้ว"
ตลอดเส้นทางจากเรือนชุนหรงกลับไปยังเรือนชิวสือ บรรดาบ่าวไพร่ที่เดินสวนไปมาต่างพากันหยุดยืนค้อมกายทำความเคารพซินอันอย่างนอบน้อม บางคนก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้น คอยบอกทางและเตือนให้ระวังสะดุดล้ม ซินอันเพียงแค่ประดับรอยยิ้มบางเบาไว้บนใบหน้า ท่าทางของนางดูผ่อนคลายและเข้าถึงง่ายดายยิ่ง
เมื่อแผ่นหลังของนางเดินลับสายตาไปแล้ว ถังหรงที่ยืนหลบอยู่หลังภูเขาจำลองถึงได้ก้าวเท้าออกมา ตอนแรกเขากลัวว่าหากเดินไปเจอกันตรงๆ ซินอันจะสาดคำพูดร้ายกาจใส่จนผิดใจกันอีก ก็เลยเลือกที่จะหลบเลี่ยงเพื่อป้องกันความอึดอัดใจ แต่การทำเช่นนั้นกลับทำให้เขาได้เห็นท่าทีของคนในจวนที่มีต่อนางอย่างชัดเจน
ชิงม่อซึ่งเป็นบ่าวรับใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายก็มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นกัน เขาอดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบข้างหูเจ้านาย
"ฮูหยินรองเก่งมากเลยนะขอรับ เพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่วัน คนในจวนก็พากันหาเรื่องไปเดินวนเวียนแถวหน้าเรือนนางกันหมดแล้ว"
ถังหรงหันไปมองหน้าบ่าวคนสนิท
"ทำไม?"
เขาอดสงสัยไม่ได้ เพราะทั้งสองคนแต่งเข้ามาพร้อมกันในวันเดียวกัน เถาอี๋หรันแทบจะไม่ได้ก้าวเท้าออกจากเรือนด้วยซ้ำ แต่ซินอันกลับซื้อใจบ่าวไพร่ในจวนไปได้ตั้งมากมายแล้ว
"ก็ฮูหยินรองใจป้ำมากนี่ขอรับ"
ชิงม่อเล่าย้อนไปถึงตอนที่คนในจวนไปช่วยยกสินเดิมของนางเข้าเรือน
"ความจริงมันก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว แต่ฮูหยินรองก็ยังอุตส่าห์ตบรางวัลให้คนละหนึ่งตำลึงเงิน บอกว่าทุกคนเหนื่อย ถือเป็นค่าน้ำชาขอรับ"
เด็กหนุ่มพูดยิ้มๆ ดวงตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงความใจกว้างนั้น
"แค่นั้นยังไม่พอนะขอรับ ใครช่วยงานนางนิดๆ หน่อยๆ ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ นางก็ตบรางวัลให้หมด ตอนนี้บ่าวในเรือนชิวสือสบายกันไปเป็นแถบแล้ว"
เขายิ่งพูดยิ่งออกรสออกชาติ นึกเสียดายอยู่ลึกๆ ที่ตัวเองไม่ได้ไปรับใช้ในเรือนชิวสือ มัวแต่เล่าอย่างเพลิดเพลินจนลืมสังเกตแววตาของถังหรงที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ตอนที่ยกสินเดิม ฮูหยินน้อยใหญ่ให้รางวัลพวกเจ้าหรือเปล่า"
"ไม่ได้ให้ขอรับ"
ชิงม่อรีบหุบปากฉับ ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะเรื่องความตระหนี่ถี่เหนียวของฮูหยินน้อยใหญ่นั้นลือกระฉ่อนไปทั่วจวนแล้ว จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อเรือนชิวสือกับเรือนชุนหัวมีแค่กำแพงกั้นกลาง พอเอามาเปรียบเทียบกัน ความแตกต่างมันก็เห็นชัดจนปิดไม่มิด
ถังหรงไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก เขาก้าวเท้าเดินนำออกไป ชิงม่อจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังไปเงียบๆ
เมื่อซินอันก้าวเท้าเข้ามาในเขตเรือนชิวสือ ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือหนานเฟิงกำลังคุกเข่าอยู่กลางลานเรือน ใบหน้าของสาวใช้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน
"ไปทำอะไรให้คุณชายรองโกรธเข้าล่ะ"
หนานเฟิงเม้มปากแน่น นั่งก้มหน้าไม่ยอมปริปากพูด ชุนหยางเห็นท่าทีแข็งกระด้างนั้นก็ชักจะหงุดหงิด
"ฮูหยินรองถาม เป็นใบ้ไปแล้วหรือไง"
สาวใช้คุกเข่ายังคงเอาแต่นิ่งเงียบ ทว่าคนที่ตอบคำถามกลับเป็นถังโม่ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ใต้ชายคาเรือน
"ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก เดี๋ยวข้าไปบอกท่านแม่ แล้วจะไล่นางออกไปซะ"
"คุณชายรอง ข้าขอร้องล่ะเจ้าค่ะ อย่าไล่ข้าไปเลยนะเจ้าคะ"
พอได้ยินคำว่าไล่ออก หนานเฟิงก็ลนลานคลานเข่าเข้าไปหา ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน
"คุณชายรอง ข้าไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ ขอร้องล่ะ อย่าไล่ข้าไปเลยนะเจ้าคะ"
เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลอยไปไกล จนเริ่มมีบ่าวจากเรือนชุนหัวชะโงกหน้ามาดูลาดเลาที่หน้าประตู ชุนหยางขยับตัวตั้งท่าจะเข้าไปตวาดไล่ แต่ซินอันยกมือขึ้นปรามไว้ก่อน
"พาหนานเฟิงไปล้างหน้าล้างตาซะ"
นางกระซิบสั่งชุนหยางเสียงเบา หนานเฟิงทำท่าจะอ้าปากอ้อนวอนอีกครั้ง ซินอันจึงก้าวเข้าไปใกล้แล้วกดเสียงต่ำข่มขู่
"ถ้ายังขืนร้องโวยวายให้คนเรือนข้างๆ มาดูถูกพวกเราอีก ข้าจะจับเจ้ามัดแล้วส่งไปขายที่หอนางโลมซะ"
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด หนานเฟิงตกใจกลัวจนรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น ชุนหยางเห็นโอกาสจึงคว้าแขนสาวใช้ตัวดีแล้วลากตัวออกไปทันที
เมื่อเดินเข้ามาในห้อง ท่าทางของถังโม่ก็ยังคงกระฟัดกระเฟียด เขาเดินตามเข้ามาติดๆ ด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน
"นังเด็กนั่นมันไม่รู้จักเจียมตัวเลย เช้าตรู่ก็แอบเข้ามาในห้องโดยไม่ขออนุญาต แล้วยังมาลูบหน้าลูบตาข้าอีก คิดจะทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกับข้า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ ข้าเก็บมันไว้ในเรือนนี้ไม่ได้แล้ว"
ซินอันเดินไปนั่งที่โต๊ะ รินน้ำชาให้ตัวเองอย่างใจเย็น
"ต่อให้จะเก็บไว้ได้หรือไม่ได้ ก็ไม่เห็นต้องให้นางไปคุกเข่าประจานตัวเองอยู่กลางลานเรือนเลยนี่ อยากให้คนเรือนข้างๆ มามุงดูเรื่องตลกของพวกเรานักหรือไง"
ถังโม่กระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ อย่างหัวเสีย คว้าถ้วยชาที่ซินอันเพิ่งรินเสร็จยกขึ้นซดรวดเดียวหมด อาการเมาค้างจากเมื่อคืนก็ทำเอาปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว พอตื่นลืมตาขึ้นมาเจอมือหนานเฟิงกำลังลูบหน้าลูบตาอยู่ ก็ยิ่งตกใจจนแทบสิ้นสติ อารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาในอกเลยยากที่จะระงับไว้ได้
ซินอันเห็นแก่ความดีความชอบของเขาเมื่อวานที่อุตส่าห์ไว้หน้านางอย่างเต็มที่ จึงหันไปสั่งให้ชุนลวี่ไปยกอาหารเช้ารสอ่อนๆ มาให้เขารองท้อง เมื่อถังโม่จัดการอาหารตรงหน้าจนอิ่ม ท่าทีหงุดหงิดงุ่นง่านก็ดูเบาบางลงมาก นางถึงได้เริ่มพูดคุยอย่างจริงจัง
"ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าหนานเฟิงเข้ามารับใช้เจ้าตั้งแต่ตอนไหน แต่ดูจากจุดประสงค์แล้ว หน้าที่ของนางคงหนีไม่พ้นเรื่องอุ่นเตียงให้เจ้าด้วย ดีไม่ดีอาจจะเป็นความตั้งใจของท่านแม่ตั้งแต่แรก นางถึงได้ทำตัวเหมือนเป็นคนของเจ้ามาตลอด"
นางทอดสายตามองท่าทีของสามีอย่างพิจารณา
"ถ้าเจ้าส่งตัวนางคืนไป นางก็คงไม่มีที่ยืนในจวนนี้อีกแล้วล่ะ"
ถังโม่กลอกตาบนอย่างเอือมระอา
"ข้ายังไม่เคยแตะต้องตัวนางเลยนะ จะมาทึกทักเอาเองได้ยังไง"
เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก
"เอาอย่างนี้แล้วกัน เจ้ารับหน้าที่จัดการก็แล้วกัน จะจับนางไปแต่งกับใครก็ได้ ขอแค่ไม่ต้องมาเดินเพ่นพ่านในเรือนนี้ให้ข้าเห็นหน้าอีกก็พอ"
สำหรับเขาที่เป็นถึงเจ้านาย จะให้มานั่งใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของสาวใช้อุ่นเตียงทำไมกัน
ในขณะเดียวกัน ชุนหยางที่คุมตัวหนานเฟิงอยู่ห้องข้างๆ ก็ได้ยินบทสนทนานั้นอย่างชัดเจนเต็มสองหู น้ำตาของสาวใช้ร่างบางร่วงเผาะลงมาไม่ขาดสาย นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าถังโม่จะรังเกียจเดียดฉันท์นางถึงเพียงนี้ ความหวังที่จะมีชีวิตสุขสบายพังทลายลงตรงหน้า ชุนหยางเห็นดังนั้นจึงกึ่งลากกึ่งจูงพานางออกไปให้พ้นระยะสายตา
เมื่อได้ยินเสียงปิดประตู ซินอันก็คลี่ยิ้มออกมาบางๆ
"เอาเถอะ เห็นแก่ช่วงสองสามวันนี้เจ้าทำตัวดี ข้าจะรับหน้าที่จัดการเรื่องหนานเฟิงให้เอง"
ถังโม่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงคนนี้มองเห็นแต่ผลประโยชน์ตรงหน้าเป็นหลัก
ซินอันหยิบขนมขึ้นมาจิบกินพร้อมกับเอ่ยถึงเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเรือนชุนหัวเมื่อวานนี้ พอฟังจบ ถังโม่ก็ตบหน้าขาตัวเองฉาดใหญ่
"นี่เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือไง"
เขาโวยวายด้วยความเสียดาย
"ทำไมไม่ฉวยโอกาสนี้เล่นงานถังหรงให้หนักๆ ปล่อยข่าวลือออกไปเลยสิ คนข้างนอกจะได้รู้กันไปให้หมดว่าเนื้อแท้มันเป็นคนยังไง"
จู่ๆ เขาก็หรี่ตามองนางด้วยความระแวง
"หรือว่าเจ้ายังมีเยื่อใยกับมันอยู่ เลยทำใจทำร้ายมันไม่ลง"
โอกาสทองหลุดลอยมาอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ เสียอย่างนั้น
ซินอันมุมปากกระตุก
"สมองอย่างเจ้านี่นะ ต่อให้ชาติที่แล้วไม่มีข้า เจ้าก็อายุไม่ยืนหรอก ตายแบบงงๆ น่ะถือเป็นบุญของเจ้าแล้ว ขืนอยู่ต่อไปมีหวังได้ชื่อเสียงป่นปี้ไม่มีชิ้นดีแน่"
อารมณ์กรุ่นโกรธที่เพิ่งจะสงบลงไปเมื่อครู่ของถังโม่พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง ช่วงสองวันที่ผ่านมามีแต่เรื่องราบรื่น แถมเมื่อวานก็เพิ่งจะโดนสวีซื่อหลางยกยอสรรเสริญมาหมาดๆ เขาอุตส่าห์หลงคิดไปว่าชาตินี้ตัวเองเก่งกาจไร้เทียมทานแล้วเชียว พอโดนซินอันสาดน้ำเย็นเข้าใส่แบบนี้ มันก็อดรู้สึกเหมือนถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไม่ได้
"ไม่พอใจงั้นหรือ"
ซินอันรู้ดีว่าสามีของนางเป็นคนใจร้อนวู่วาม ภายนอกอาจจะดูเหมือนพวกไม่เอาถ่าน แต่เนื้อแท้กลับเป็นคนซื่อๆ ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมใครเท่าไหร่นัก
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าแค่เรื่องสาวใช้อุ่นเตียงท้อง จะล้มซื่อจื่อจวนโหวลงได้ง่ายๆ"
นางถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น
"คิดว่าไอ้เรื่องคาวโลกีย์พรรค์นี้มันจะทำลายชื่อเสียงเขาได้จริงๆ งั้นหรือ"
ความจริงแล้วถังโม่ไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาเลยสักนิด พอซินอันชี้โพรงให้กระรอก เขาก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที เพียงแต่ยังอยากรักษาหน้าตัวเองไว้บ้าง
"ก็ข้าโดนมันกดหัวมาตั้งนานนี่นา มันก็ต้องมีร้อนใจกันบ้างสิ"
"ก็ต้องทนไปก่อน"
ซินอันอธิบายให้เขาเห็นภาพชัดเจน
"ข้าจะบอกอะไรให้นะ อย่างมากเขาก็แค่โดนคนอื่นหัวเราะเยาะใส่ว่า 'ที่แท้ก็เป็นพวกเดียวกัน' แค่นั้นแหละ แถมมันยังช่วยให้ภาพลักษณ์ของเขาดูจับต้องได้มากขึ้นในสายตาคนนอกด้วยซ้ำ ตัวเขาไม่ได้สะทกสะท้านอะไรหรอก แต่ท่านพ่อของเจ้าสิไม่แน่ ข้อหาจัดการจวนไม่เด็ดขาดต้องตกไปอยู่บนหัวเขาเต็มๆ นี่ยังไม่รวมเรื่องสลับตัวเจ้าสาวอีกนะ ถ้ามีเรื่องบัดสีบัดเถลิงแดงขึ้นมาอีกคราวนี้แหละรับรองว่ากลายเป็นเรื่องใหญ่ ลุกลามบานปลายจนตามล้างตามเช็ดไม่หวาดไม่ไหวแน่"
นางชี้แจงเหตุผลต่ออย่างใจเย็น
"ถ้าเจ้าอยากจะแย่งตำแหน่งโหวมาครอง มันก็ต้องมั่นใจก่อนสิว่าตำแหน่งนั้นมันยังมีค่าพอให้แย่งชิง ถ้าจวนโหวมีแต่เรื่องเหม็นโฉ่จนคนเขาเอือมระอาไม่อยากเข้าใกล้ เจ้าจะเอาตำแหน่งนั้นไปทำไม"
น้ำเสียงของนางจริงจังขึ้นอีกระดับ
"จำคำข้าไว้ให้ดี เวลาอยู่ข้างนอก เจ้าต้องเป็นน้องชายที่อ่อนน้อมถ่อมตน แสดงละครเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันให้คนอื่นเห็น สร้างชื่อเสียงเรื่องการกลับตัวกลับใจให้ตัวเองเสียก่อน ส่วนเรื่องอื่น เอาไว้ค่อยๆ หาทางจัดการเงียบๆ ตอนปิดประตูก็ยังไม่สาย"
ถังโม่ตั้งใจฟังทุกคำพูดอย่างจดจ่อ แต่พอได้ยินคำว่า 'กลับตัวกลับใจ' เขาก็อดถอนหายใจออกมาอย่างหมดอาลัยตายอยากไม่ได้
"ใช้คำอื่นแทนคำว่ากลับตัวกลับใจไม่ได้หรือไง"
ซินอันหัวเราะร่วน
"แล้วจะให้ใช้คำไหนล่ะ ถอนรากถอนโคนความชั่ว? กลับใจเป็นคนดี? หรือว่าโจรกลับใจ? เจ้าเลือกเอาเองเลยแล้วกัน"
ถังโม่รู้สึกจุกแน่นในอกจนแทบกระอักเลือด อยากจะพุ่งตัวทะลุกำแพงไปเรือนชุนหัวแล้วเอามีดแทงถังหรงให้ตายตกไปตามกันซะเดี๋ยวนี้เลย เรื่องทั้งหมดนี่เป็นเพราะมันคนเดียวแท้ๆ!
[จบบท]