บทที่ 92 : ซินอันปะทะฮูหยินเถา
มนุษย์เราล้วนไม่เคยรู้จักคำว่าพอ ฮูหยินเถามองดูซินอันแล้วก็อดนึกเปรียบเทียบไม่ได้ ตอนที่ตกลงปลงใจเลือกถังโม่มาเป็นบุตรเขย นางยังแอบเสียดายอยู่ลึกๆ ว่าชายหนุ่มไม่ได้มีฐานะสูงส่งดั่งเช่นถังหรงผู้เป็นซื่อจื่อ ทว่าเมื่อโชคชะตาพลิกผันให้ได้ถังหรงมาครอบครองแทน นางกลับต้องมานั่งหงุดหงิดใจที่บุตรเขยคนนี้ไม่เคยใส่ใจดูแล เผลอๆ ยังมองข้ามความสำคัญของตระกูลเถาไปเสียสนิท
นางได้แต่เฝ้าฝันอย่างเห็นแก่ตัวว่า หากบุตรเขยของนางเพียบพร้อมไปด้วยความสูงศักดิ์แบบถังหรง และมีความเอาใจใส่เก่งกาจแบบถังโม่รวมอยู่ในคนเดียวกันก็คงจะดีไม่น้อย
ด้วยความริษยาที่ซุกซ่อนอยู่ลึกๆ ลำพังแค่คิดว่าถังโม่คืออดีตว่าที่บุตรเขยที่ตนเองเคยหมายตาไว้ ฮูหยินเถาก็รู้สึกขัดหูขัดตาจนไม่อยากเห็นสองสามีภรรยาคู่นี้มีความสุข นางปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้เห็นซินอันและถังโม่ทะเลาะเบาะแว้งกันให้บ้านแตก เพื่อชดเชยความรู้สึกสูญเสียและไม่สบอารมณ์ของตนเอง
"คุณชายรองน่ะ ข้าเคยเห็นหน่วยก้านมาตั้งนานแล้ว เขาเป็นผู้ชายที่ใช้ได้ทีเดียว" ฮูหยินเถาปั้นหน้าระรื่น พูดจาด้วยน้ำเสียงสอดรู้สอดเห็น "เรื่องที่ผ่านมามันก็เป็นแค่โชคชะตาเล่นตลกนั่นแหละ ตอนนี้พ่อแม่ของเจ้าก็ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ถ้าเกิดว่ามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจอะไรก็มาหาข้าได้นะ ตระกูลเถาพร้อมจะช่วยเสมอไม่ต้องเกรงใจ"
ซินอันลอบเบ้ปากในใจ สตรีผู้นี้กะโหลกหนาหรืออย่างไรถึงได้กล้ามาสวมบทบาทคนดีมีเมตตาต่อหน้านาง ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย ในเมื่ออีกฝ่ายอยากจะเล่นละครฉากใหญ่ นางก็พร้อมจะสนองคืนให้สาสม
"อย่างที่ท่านป้าพูดนั่นแหละเจ้าค่ะ ท่านพี่ดีกับข้ามากจริงๆ" ซินอันคลี่ยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายระยิบระยับราวกับสตรีที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก "เขาพูดจาสนุกสนาน แถมยังใส่ใจข้าทุกกระเบียดนิ้ว หน้าตาก็หล่อเหลา ที่สำคัญคือเขาดีกับข้าและกตัญญูต่อท่านพ่อท่านแม่ของข้ามากๆ ด้วยเจ้าค่ะ"
หญิงสาวจงใจทอดถอนใจเล็กน้อย ก่อนจะเล่าเจื้อยแจ้วต่อไปอย่างออกรส "เมื่อสองวันก่อนเขายังให้คนส่งของตั้งมากมายไปที่เมืองหวยเจียง ข้าบอกเขาแล้วว่าไม่ต้องลำบากหรอก ของพวกนั้นหาซื้อเอาแถวนี้ก็ได้ แต่เขากลับบอกว่าของขวัญที่ส่งด้วยใจมันเทียบกันไม่ได้ ข้าหาข้อเสียของเขาไม่เจอเลยจริงๆ"
"จะว่าไปแล้วเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น ข้าก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก็แล้วกัน ความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจอะไรนั่นข้าลืมไปหมดแล้ว ท่านป้าไม่รู้อะไร ท่านพี่ของข้าน่ะเป็นคนน่าสนใจมาก..."
ฮูหยินเถายืนฝืนยิ้มจนมุมปากกระตุก เดิมทีนางแค่อยากจะค่อนขอดให้ซินอันช้ำใจเล่น แต่ใครจะไปคิดว่าสตรีตรงหน้ากลับพล่ามพรรณนาถึงความดีงามของสามี ความใจกว้างของแม่สามี และความเมตตาของฮูหยินผู้เฒ่าออกมาเป็นฉากๆ น้ำเสียงเจื้อยแจ้วนั้นแทงใจดำจนนางรู้สึกจุกอกไปหมด
กว่าจะเดินมาถึงหน้าประตูเรือนชิวสือ ฮูหยินเถาก็แทบจะทนฟังต่อไปไม่ไหว นางรีบตัดบทอย่างร้อนรน
"เห็นเจ้าใช้ชีวิตได้ดี ข้าก็เบาใจแล้วล่ะ"
"ขอบคุณที่ท่านป้าเป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้าซาบซึ้งใจจริงๆ" ซินอันทำทีเป็นกะพริบตาปริบๆ เข้าไปสอดแขนคล้องแขนฮูหยินเถาเอาไว้อย่างสนิทสนม "วันนี้ข้ารู้สึกถูกชะตากับท่านป้ามาก คุยด้วยแล้วอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน เอาอย่างนี้ดีไหมเจ้าคะ เดี๋ยวข้าเดินไปเป็นเพื่อนท่านป้า แวะไปคุยกับพี่สะใภ้ใหญ่ที่เรือนด้วยกันเลย"
ซินอันยังคงร่ายยาวไม่หยุด "ตั้งแต่แต่งเข้ามา พี่สะใภ้ใหญ่ก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ข้ายังไม่ค่อยมีโอกาสได้คุยกับนางเลยเจ้าค่ะ"
ว่าแล้วนางก็ออกแรงดึงแขนฮูหยินเถา ทำท่าจะก้าวเดินไปยังทิศทางของเรือนชุนหัวจริงๆ เล่นเอาคนอายุมากกว่าถึงกับหน้าถอดสี รีบฝืนยิ้มแหยและรั้งตัวหญิงสาวเอาไว้สุดฤทธิ์
"เพิ่งกลับมาจากเรือนแม่สามีไม่ใช่หรือ เจ้าน่าจะเหนื่อยแล้วนะ" ฮูหยินเถารีบหาข้ออ้าง "ช่วงบ่ายแดดร้อนๆ รีบเข้าไปนอนพักเถอะ ตื่นมาจะได้สดชื่น เอาไว้ว่างๆ พวกเราค่อยมาคุยกันใหม่ก็แล้วกัน"
ซินอันแสร้งทำหน้างอ ทอดถอนใจออกมาเบาๆ "ท่านป้าพูดก็มีเหตุผล ข้าเองก็ชักจะง่วงแล้วเหมือนกัน"
ฮูหยินเถายังไม่ทันจะได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ซินอันก็เปลี่ยนอารมณ์กะทันหัน
"แต่ถ้าได้คุยกับท่านป้าต่อ ความง่วงแค่นี้ก็ไม่เป็นอุปสรรคหรอกเจ้าค่ะ"
หญิงสาวยังคงเกาะแขนฮูหยินเถาแน่น พลางส่งยิ้มหวานหยดย้อย "ข้าเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองหลวง ยังไม่รู้จักใครเลย ดีใจจริงๆ ที่ท่านป้าเอ็นดูข้า วันหลังท่านป้าต้องคอยดูแลข้า แล้วก็แนะนำเพื่อนฝูงให้ข้ารู้จักเยอะๆ นะเจ้าคะ"
ฮูหยินเถาอยากจะยกมือขึ้นมาเขกหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด นางไม่น่ารนหาที่ไปยุ่งกับสตรีสติไม่ดีผู้นี้เลยจริงๆ คนเป็นผู้อาวุโสกว่าจำต้องพยายามแกะมือตุ๊กแกของซินอันออกอย่างยากลำบาก
"เสียงจักจั่นร้องหนวกหูจะตาย แดดก็เปรี้ยงขนาดนี้ อย่ามัวมายืนตากแดดอยู่เลย รีบเข้าไปพักเถอะ เดี๋ยววันหลังข้าจะมาคุยด้วยใหม่"
ซินอันทำหน้าละห้อย "ท่านป้าต้องรักษาสัญญานะเจ้าคะ"
"สัญญาจ้ะ สัญญา รีบเข้าไปเถอะ"
ฮูหยินเถาทำหน้าราวกับกำลังส่งตัวซวยเข้าบ้าน พอเห็นซินอันก้าวข้ามธรณีประตูเรือนชิวสือไปได้ นางก็หันหลังกลับแล้วจ้ำอ้าวหนีไปอย่างรวดเร็ว
คล้อยหลังแขกไม่ได้รับเชิญ ซินอันก็หลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ชุนหยางที่ยืนทนมานานก็หัวเราะตามจนท้องแข็ง
"ตอนที่คุณหนูบอกว่าจะตามไปคุยด้วยที่เรือนข้างๆ ฮูหยินเถาหน้าเขียวปัดเลยเจ้าค่ะ ท่าทางจะตกใจน่าดู" ชุนหยางเช็ดน้ำตาที่หางตา "โดนคุณหนูป่วนไปชุดใหญ่แบบนี้ วันหลังเจอหน้าคงต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่นแน่เลย"
ซินอันยักไหล่เบาๆ "ใครใช้ให้นางไม่รู้จักวางตัวให้ดีล่ะ ข้าต้องไปสนใจความรู้สึกของนางด้วยหรือ"
กูกูหวังเดินอมยิ้มเข้ามาหา พร้อมกับรายงานว่าชุดตัวใหม่ที่สั่งตัดพิเศษสำหรับใส่ออกงานเลี้ยงสุ่ยฮวาถูกส่งมาถึงแล้ว
"คุณหนูเข้าไปพักผ่อนสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ตื่นแล้วค่อยมาลองชุดก็ยังทัน"
"ก็ดีเหมือนกัน" ซินอันพยักหน้ารับ ต้องมารับมือกับจิ้งจอกเฒ่าครึ่งค่อนวันทำเอานางรู้สึกเหนื่อยล้าไปทั้งตัว อากาศร้อนอบอ้าวในช่วงบ่ายเช่นนี้ หากไม่ได้งีบหลับสักตื่น ตกเย็นคงไม่มีแรงทำอะไรแน่
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่เรือนชุนหัวซึ่งอยู่ถัดไป ฮูหยินเถากำลังนั่งคุยอยู่กับเถาอี๋หรันบุตรสาวของตนด้วยสีหน้าชื่นมื่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพึงพอใจเมื่อได้รับรู้เรื่องราวภายในเรือน
"แม่บอกลูกแล้วใช่ไหมว่าเรือนเดียวกันมันมีคนคุมสองคนไม่ได้ พอจัดการไปได้คนนึง ทีนี้ให้กูกูหลิวคุมงานแทน วันข้างหน้าลูกก็จะสบายขึ้นเยอะ"
ในสายตาของฮูหยินเถา การที่เถาอี๋หรันสามารถกำจัดคนของซินอันออกไปได้ ถือเป็นความสำเร็จก้าวใหญ่ที่น่าฉลองเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าสีหน้าของเถาอี๋หรันกลับไม่ได้เบิกบานตามไปด้วย ภาพการยกน้ำชาเคารพฐานะอนุภรรยาของอิ๋งเยว่ยังคงติดตาและทิ่มแทงใจจนนางรู้สึกสะอิดสะเอียน ฮูหยินเถาพูดอยู่คนเดียวพักใหญ่ พอเห็นบุตรสาวเอาแต่นิ่งเงียบจึงถามขึ้น
"เป็นอะไรไปอี๋เอ๋อร์ มีเรื่องอะไรขัดใจหรือเปล่าลูก"
เมื่อเถาอี๋หรันเล่าเรื่องของอิ๋งเยว่ให้ฟัง ฮูหยินเถาก็ทอดถอนใจออกมายาวเหยียด
"เรื่องนี้แม่ก็เคยเตือนลูกแล้วไง แทนที่จะรอให้สามีเป็นคนเอ่ยปาก สู้เราชิงเสนอเรื่องนี้เองไม่ดีกว่าหรือ สุดท้ายผลลัพธ์มันก็ออกมาเหมือนกัน สู้ทำให้ตัวเองดูเป็นภรรยาที่ใจกว้างไม่ดีกว่าหรือยังไง"
คนเป็นแม่ขยับเข้าไปตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ "ก็แค่อนุภรรยาคนหนึ่ง อย่าเก็บเอามาใส่ใจเลย เอาเวลามาบำรุงร่างกายตัวเองดีกว่า รีบมีหลานชายคนโตให้ตระกูลถังไวๆ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าหน้าที่หลัก"
ยิ่งฟังเถาอี๋หรันก็ยิ่งรำคาญใจ นางเพิ่งจะแต่งงานมาได้แค่เดือนกว่า ทำไมถึงต้องมาเร่งรัดอะไรกันนักหนา
"เพิ่งแต่งเข้ามายาวไม่ถึงเดือนเลย จะรีบร้อนไปทำไมกัน"
"รู้ตัวก็ดีแล้ว" ฮูหยินเถายกชาขึ้นจิบ ก่อนจะวกเข้าประเด็นสำคัญที่ทำให้นางดั้นด้นมาถึงจวนโหวในวันนี้
"เถาหงลูกพี่ลูกน้องของลูกน่ะ ปีนี้ก็อายุสิบเก้าแล้วนะ ท่านอาของลูกกำลังร้อนใจอยากหาตำแหน่งงานให้เขาอยู่ วิ่งเต้นมาตั้งนานก็ยังหาที่ถูกใจไม่ได้ ลูกลองไปคุยกับบุตรเขยดูหน่อยสิ ให้เขาช่วยเป็นหูเป็นตาให้หน่อย ถ้าฝากฝังให้เข้าไปอยู่ในศาลตรวจสอบได้ก็คงจะดี จะอยู่หน่วยไหนก็ได้ทั้งนั้น"
"หรือถ้าได้เข้าไปอยู่ในหกกรมก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่"
เถาอี๋หรันตวัดสายตาขึ้นมองมารดา "แล้วท่านพ่อช่วยอะไรไม่ได้เลยหรือ"
"ลูกก็รู้สถานการณ์ที่บ้านเราดีนี่นา" ฮูหยินเถาพ่นลมหายใจอย่างกลัดกลุ้ม "ท่านพ่อของลูกกลับมาทูลรายงานผลงานที่เมืองหลวงคราวนี้ จนป่านนี้ยังไม่มีหนังสือแต่งตั้งให้ไปประจำที่ไหนเลย ตอนนี้ก็ได้แต่วิ่งเต้นขอให้พ่อสามีของลูกช่วยนั่นแหละ"
นางขยายความต่อไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง "จวนโหวถึงจะตกต่ำลงไปยังไงก็ยังมีอำนาจล้นเหลือกว่าตระกูลเถาของเราเยอะ ผลงานของนายท่านผู้เฒ่าตระกูลถังก็เป็นที่ประจักษ์ ตอนนั้นเขายอมสละตำแหน่งเพื่อเปิดทางให้ฝ่าบาท ต่อให้คนจะตายไปนานแล้ว แต่บารมีก็ยังคุ้มกะลาหัวลูกหลานอยู่ ถ้าพ่อสามีของลูกยอมออกหน้าช่วย ท่านพ่อก็คงจะได้ประจำการอยู่ในเมืองหลวงต่อไป"
เรื่องยุ่งยากของผู้ใหญ่ก็ต้องพึ่งพาถังกังให้ช่วยเหลือ พอเป็นเรื่องของเด็กรุ่นหลังก็ต้องบากหน้ามาขอร้องถังหรง เถาอี๋หรันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความอึดอัดใจ
เมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาว ฮูหยินเถาก็ต้องงัดเอาไม้ตายขึ้นมาสั่งสอน "แม่รู้ว่าตั้งแต่เด็กลูกไม่ชอบเรื่องวุ่นวายพวกนี้ แต่คนเราจะอยู่ในจวนสามีได้สบาย อำนาจของบ้านเดิมต้องแข็งแกร่งคอยหนุนหลัง ลูกน่าจะเข้าใจความจริงข้อนี้นะ"
"ถ้าพอจะช่วยอะไรได้ก็อย่ามัวแต่อิดออดเลย ตอนนั้นอาของลูกก็เคยช่วยส่งเสริมหน้าที่การงานให้ท่านพ่อ พวกเราติดค้างน้ำใจเขาอยู่"
เห็นเถาอี๋หรันยังคงนั่งหน้าตึง ฮูหยินเถาก็ได้แต่ก่นด่าแม่สามีของตนเองอยู่ในใจอย่างสาดเสียเทเสีย หญิงชราต่ำต้อยผู้นั้นแย่งเอาบุตรสาวสายตรงที่แสนดีของนางไปเลี้ยงดู สุดท้ายก็สั่งสอนออกมาได้ไม่ได้เรื่องแบบนี้!
หากย้อนเวลากลับไปได้ ฮูหยินเถาคงไม่ยอมแต่งเข้าตระกูลเถาแน่ๆ ตอนแรกที่รู้ว่าฮูหยินเฒ่าจะลงมาดูแลหลานสาวด้วยตัวเอง นางยังแอบดีใจ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายต้องเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่ แต่พอรู้กำพืดที่แท้จริงของแม่สามี ลำไส้ของนางก็แทบจะบิดเป็นเกลียวด้วยความเสียใจ
บุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนถูกเลี้ยงดูมาด้วยทัศนคติคับแคบ กลายเป็นคนที่ไม่เหลือความสง่าผ่าเผยแบบคุณหนูสายตรง แต่มักจะมีพฤติกรรมและการวางตัวคล้ายคลึงกับพวกอนุภรรยาที่จ้องแต่จะใช้มารยาหญิงเอาอกเอาใจสามีไปวันๆ ต่อให้นางจะพยายามสั่งสอนและดัดนิสัยบุตรสาวใหม่มากแค่ไหน แต่ไม้แก่ก็ดัดยากเสียแล้ว
[จบบท]