บทที่ 16 ประลองกระบี่
หลงเยี่ยนจ้องเขม็งไปที่ลานประลองตาไม่กระพริบ!
ใช่
เขาทรยศหลีซวง
แต่ว่า
จะโทษเขาทั้งหมดก็ไม่ได้
ถ้าหลีซวงไม่เย็นชาเป็นก้อนน้ำแข็งแบบนี้ ถ้านางรู้จักใส่ใจเขาเหมือนเจาเจาบ้าง เขาจะทำแบบนี้หรือ?
เพราะการปรากฏตัวของเจาเจา ทำให้เขารู้ว่าจิตวิญญาณกระบี่ก็มีความรู้สึกได้ ความรู้สึกหอมหวานราวกับความฝันนั้น ทำให้เขาหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
การเลือกเยี่ยเจาเจา และทำพันธสัญญาจิตวิญญาณกระบี่กับนาง เขาไม่เคยเสียใจเลย!
ตัวเขาต่อให้ไม่มีหลีซวง ก็ยังคงเป็นกระบี่หลงอิ๋นที่ไร้พ่ายอยู่ดี
แล้วหลีซวงล่ะ?
พอนางไม่มีเขาแล้ว นางจะไปหากระบี่วิเศษที่มีจิตวิญญาณกระบี่มาจากไหน?
กระบี่ของเสิ่นเยวี่ยมีจิตวิญญาณกระบี่คอยช่วยเหลือนี่นา
หลีซวงเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มแล้ว
หลงเยี่ยนแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นท่าทีปวดร้าวแสนสาหัสของหลีซวงหลังจากพ่ายแพ้!
"หลงเยี่ยน... หลงเยี่ยน... หลงเยี่ยน?"
หลงเยี่ยนดูใจจดใจจ่อมาก จนเยี่ยเจาเจาต้องเรียกอยู่หลายครั้ง เขาถึงได้สะดุ้งตื่นจากภวังค์
"นายหญิง" หลงเยี่ยนหันไปมองเยี่ยเจาเจาด้วยสายตาอ่อนโยนทันที
เยี่ยเจาเจายิ้มหวาน "ดูใจจดใจจ่อขนาดนั้นเลยหรือ? หรือว่าการประลองครั้งนี้ ยังมีอะไรให้ลุ้นอีกงั้นหรือ?"
หลงเยี่ยนลังเลเล็กน้อย
เขาเคยบอกเยี่ยเจาเจาว่า เพลงกระบี่ของหลีซวงไม่ได้มีอะไรน่ากลัว ที่เก่งได้ขนาดนั้นก็เพราะเขาคอยช่วย!
แต่ว่า...
ในฐานะที่อยู่เป็นจิตวิญญาณกระบี่ของหลีซวงมานาน หลงเยี่ยนรู้ดีว่า ทักษะเพลงกระบี่ของหลีซวงนั้นไม่ธรรมดาเลย
การต่อสู้เล็กใหญ่ที่หลีซวงผ่านมาหลายปีนี้ ความจริงแล้ว เขาแทบไม่ได้ช่วยเหลืออะไรนางเลย
เขาแค่บอกหลีซวงว่า เขาไม่ชอบการต่อสู้เข่นฆ่า หลีซวงก็ไม่เคยฝืนใจเขา
ในใจและสายตาของเขามีแต่เยี่ยเจาเจา แม้จะอยู่ในมิติกระบี่ เขาก็คิดถึงแต่นางตลอดเวลา
สำหรับเพลงกระบี่ของหลีซวง หลงเยี่ยนรู้แค่ว่าไม่ธรรมดา แต่ไม่เคยใส่ใจดูจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง
"มีอะไรหรือ?" เยี่ยเจาเจามองหลงเยี่ยนด้วยความสงสัย "คำถามนี้ตอบยากนักหรือ?"
หัวใจของหลงเยี่ยนสั่นสะท้าน
เพื่อสร้างความสำคัญให้ตัวเอง เขาเคยพูดกับเยี่ยเจาเจาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ถ้าไม่มีเขา หลีซวงก็เป็นแค่คนไร้ค่า
สิ่งที่เขาพูด ย่อมต้องถูกพูดเกินจริงไปไม่รู้ตั้งกี่เท่า
แต่ตอนนี้ จะให้เขากลับคำ ก็ทำไม่ได้เด็ดขาด
เขาจะยอมเสียภาพลักษณ์ต่อหน้าเจาเจาไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น
เสิ่นเยวี่ยมีกระบี่ที่เหนือกว่า หลีซวงก็ใช่ว่าจะชนะได้ง่ายๆ
"ศิษย์พี่รองน่าจะชนะได้ไม่ยาก" หลงเยี่ยนตอบอย่างระมัดระวัง
เยี่ยเจาเจายิ้มออกมาทันที
คนที่เข้าใจศิษย์ผู้ใช้กระบี่ของสำนักกระบี่ได้ดีที่สุด ก็คือจิตวิญญาณกระบี่ของพวกเขานั่นแหละ
ในเมื่อหลงเยี่ยนพูดแบบนี้แล้ว ศิษย์พี่รองก็ต้องชนะแน่ๆ
เยี่ยเจาเจาเริ่มวางแผนในหัวแล้วว่า พอหลีซวงแพ้ นางจะปล่อยข่าวนี้ออกไปอย่างไร จะทำลายชื่อเสียงในฐานะอัจฉริยะด้านกระบี่ของนางยังไงดี! ทำไปทีละขั้นแบบนี้ ไม่เชื่อหรอกว่าจะรีดเอาค่าอารมณ์ด้านลบของหลีซวงออกมาไม่ได้
บนลานประลอง
เสิ่นเยวี่ยจ้องหลีซวงด้วยสายตาเย็นชา ในมือกระชับกระบี่สีแดงเพลิงไว้แน่น
"กระบี่ของข้า นามว่า เลี่ยหยาง!" เสิ่นเยวี่ยประกาศกร้าว "หลีซวง แล้วกระบี่ของท่านล่ะ?"
นั่นสิ?
กระบี่ของหลีซวงล่ะ?
หลงเยี่ยนจ้องมองไปที่ลานประลองตาไม่กระพริบ
หลีซวงมีสีหน้าเรียบเฉย พริบตาต่อมา กระบี่เฮยหยวนก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง
นางเอ่ยเสียงเรียบ "กระบี่ของข้า นามว่า เฮยหยวน"
เฮยหยวน?
เยี่ยเจาเจาอดหัวเราะเบาๆ ไม่ได้
หลีซวงผู้นี้คงจนตรอกจริงๆ ถึงได้เอากระบี่ขยะอย่างเฮยหยวนออกมาใช้!
เพราะปลุกจิตวิญญาณกระบี่เฮยหยวนไม่ตื่นสักที เยี่ยเจาเจาเลยไม่เคยตั้งใจหล่อเลี้ยงกระบี่เล่มนี้เลย จนถึงตอนนี้ มันก็ยังดีกว่ากระบี่พื้นฐานแค่นิดเดียวเท่านั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นกระบี่ระดับหนึ่งด้วยซ้ำ
แต่กระบี่เลี่ยหยางของเสิ่นเยวี่ย ผ่านการเลื่อนระดับมาหลายครั้ง ตอนนี้เป็นกระบี่ระดับสามแล้ว
แค่เรื่องความคมของกระบี่ เสิ่นเยวี่ยก็ได้เปรียบไปเต็มประตูแล้ว
หลงเยี่ยนพอเห็นกระบี่เฮยหยวน ก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
มุมปากของเขาเหยียดยิ้มเยาะ
เมื่อก่อน หลีซวงเย่อหยิ่งจองหองแค่ไหน
นางคงยอมตาย ดีกว่าจะใช้กระบี่ที่คนอื่นโยนทิ้ง แต่ตอนนี้ กลับเอากระบี่เฮยหยวนที่เจาเจาไม่ต้องการออกมาใช้ เห็นได้ชัดว่าพอนางไม่มีเขา นางก็จนตรอกจริงๆ
เจียงหรงอี้ปรายตามองหลีซวงด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามทั้งคู่ "พวกเจ้าพร้อมแล้วใช่หรือไม่?"
เสิ่นเยวี่ยพยักหน้าอย่างเย็นชา "แน่นอน"
หลีซวงก็พยักหน้าเช่นกัน
เจียงหรงอี้จึงประกาศเสียงดัง "ขอย้ำกฎอีกครั้ง การประลองครั้งนี้ ห้ามใช้พลังปราณ ให้ประลองด้วยทักษะเพลงกระบี่ล้วนๆ! หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอยอมแพ้ หรือตกจากลานประลอง ถือว่าแพ้ หากมีใครใช้พลังปราณระหว่างประลอง ก็ถือว่าแพ้เช่นกัน"
เมื่อเห็นว่าเสิ่นเยวี่ยและหลีซวงยอมรับกฎ เจียงหรงอี้ก็เดินลงจากลานประลอง แล้วประกาศ "การประลองเพลงกระบี่ เริ่มได้!"
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น เสิ่นเยวี่ยกลับไม่รีบลงมือ เขาแสยะยิ้มเยาะ เอ่ยเสียงเย็น "หลีซวง ท่านชอบว่าเพลงกระบี่ของข้าดุดันเกินไปจนขาดความละเอียดอ่อน ถ้าไปเจอผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ก็จะถูกจับจุดอ่อนได้ง่าย”
“แต่ความจริงเป็นยังไงล่ะ? ข้าใช้เพลงกระบี่เลี่ยหยางร่วมกับกระบี่เลี่ยหยาง ในบรรดาศิษย์ระดับเดียวกัน ข้าแทบจะไม่เคยแพ้ใครเลย! ท่านในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ ชอบจับผิดคนอื่นเพื่อโอ้อวดตัวเอง เมื่อก่อน ข้าไม่เคยถือสาท่าน แต่ตอนนี้ ในเมื่อท่านไม่ใช่คนของยอดเขาหลิงซวีแล้ว ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจท่านอีกต่อไป!"
"ข้าจะให้ท่านดูให้เต็มตา! ว่าเพลงกระบี่เลี่ยหยางของข้า จะกระชากท่านลงไปกองกับพื้นได้ยังไง!"
หลีซวงมีสีหน้าเรียบเฉย "ที่แท้ เจ้าก็คิดมาตลอดสินะ ว่าข้าแค่จับผิดเจ้าเฉยๆ"
"ถ้าไม่ใช่แล้วมันคืออะไร!?" เสิ่นเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะ "ท่านพยายามจะกดหัวข้าไม่ให้เด่นเกินหน้าเกินตา ช่างพยายามซะจริงๆ แต่เสียดายนะ ธาตุแท้จอมปลอมของท่าน ข้าดูออกตั้งนานแล้ว!"
หลีซวงจ้องมองเสิ่นเยวี่ยที่มีสีหน้าเย็นชาเงียบๆ
พื้นฐานเพลงกระบี่ของเสิ่นเยวี่ย นางเป็นคนค่อยๆ สอนมากับมือแท้ๆ
ทุกกระบวนท่า ทุกท่วงท่า นางก็เป็นคนคอยอธิบายและแก้ไขให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า
นางแค่จับผิดเขาเนี่ยนะ?
งั้นก็ให้เสิ่นเยวี่ยได้ลิ้มรสดูสักหน่อยเถอะ ว่าเพลงกระบี่ที่ขาดความละเอียดอ่อน มันจะอ่อนหัดขนาดไหน
มือของหลีซวงลูบไล้ไปตามใบกระบี่เฮยหยวนอย่างแผ่วเบา นางกระซิบเบาๆ "วันนี้ ถือเป็นการต่อสู้ครั้งแรกของเฮยหยวน ไม่มีกระบี่เล่มไหนเป็นแค่ขยะหรอก อีกไม่นาน พวกเขาจะได้รู้ความจริงข้อนี้"
ภายในมิติของกระบี่เฮยหยวน
ในมุมที่ลึกที่สุด มีวิญญาณโปร่งแสงร่างหนึ่งหลับใหลอยู่
วิญญาณนั้นขดตัวเป็นก้อนกลมๆ พอมองออกว่าเป็นรูปร่างของเด็กน้อย
วิญญาณดวงนี้หลับใหลมาอย่างยาวนาน และไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
หลีซวงไม่ได้ใส่ใจ
คนเลือกจิตวิญญาณกระบี่ จิตวิญญาณกระบี่ก็เลือกเจ้านายเช่นกัน
ถ้านางอยากได้รับการยอมรับจากจิตวิญญาณกระบี่เฮยหยวน นางก็ต้องแสดงฝีมือให้เห็นสักหน่อย
"หลีซวง เบิกตาดูให้ดีล่ะ!" เสิ่นเยวี่ยแค่นเสียงหัวเราะ "ดูซะว่า เพลงกระบี่เลี่ยหยางที่ท่านด่าว่าไร้ค่านักหนา จะเตะท่านตกจากลานประลองยังไง"
เสิ่นเยวี่ยแทบรอไม่ไหวที่จะแสดงฝีมือ เขาก้าวไปข้างหน้า กระบี่เลี่ยหยางพุ่งลงมาราวกับดาวตก ปลดปล่อยรังสีอำมหิตอย่างบ้าคลั่ง!
หลีซวงยืนนิ่งอยู่กลางลานประลองอย่างสงบ ราวกับว่าวินาทีต่อมา นางจะต้องถูกเพลงกระบี่อันร้อนแรงนี้แผดเผาจนมอดไหม้
[จบบท]