บทที่ 9: ผักวิเศษจากมิติ
“ไปตายซะ” คำพูดนั้นหลุดออกจากปากลูกสาวแท้ๆ ทำเอาไป๋เจินหน้าถอดสี ซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม “กู้ชิงสือ! แกบ้าไปแล้วหรือไง ฉันเป็นแม่แท้ๆ ของแกนะ แกกล้าดียังไงถึงพูดกับฉันแบบนี้”
กู้ชิงสือยืนกอดอก มองดูหญิงตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า “ก็คุณทำกับฉันแบบนี้ สอนฉันมาแบบนี้ ฉันก็แค่เป็นเด็กดีเชื่อฟังคำสั่งสอนของคุณแม่ไงคะ”
เธอยกยุมยิ้มเยาะที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แล้วอีกอย่างนะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะยังจำได้ว่าเป็นแม่แท้ๆ ของฉัน นึกว่าลืมไปหมดแล้ว นึกว่าเป็นแต่แม่เลี้ยงของคนอื่นเสียอีก”
คำพูดเสียดแทงใจดำทำเอาไป๋เจินโกรธจนตัวสั่นเทิ้ม นิ้วชี้สั่นระริกชี้หน้าลูกสาว “นัง... นังกู้ชิงสือ แก... แก...”
“ออกไป” กู้ชิงสือไม่เปิดโอกาสให้ด่าทอ เธอเปิดประตูห้องผ่างออกแล้วชี้มือไปที่ความมืดด้านนอก “เชิญกลับไปทำหน้าที่แม่เลี้ยงแสนดีของคุณเถอะ อย่ามายุ่งกับฉันอีก”
เมื่อไล่ไป๋เจินออกไปพ้นสายตา ความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องแคบๆ อีกครั้ง กลิ่นอับชื้นที่ฝังแน่นอยู่ในผนังห้องราวกับจะย้ำเตือนถึงความยากจนข้นแค้น ในวินาทีนั้น ความปรารถนาที่จะหาเงินของกู้ชิงสือรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เธอต้องรีบหาเงิน ต้องรีบย้ายออกไปจากนรกขุมนี้ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านตระกูลต้วนกำลังลุกเป็นไฟ ต้วนหลิงหลิงที่เพิ่งเสียหน้าและเจ็บตัวกลับมา กำลังโวยวายอาละวาดจะไปแก้แค้นที่บ้านตระกูลฉินให้ได้
แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด จังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้าน ก็สวนทางกับต้วนกังที่เพิ่งกลับมาถึงพอดี ใบหน้าของหัวหน้าครอบครัวดำทะมึนราวกับก้นหม้อ ทันทีที่เห็นหน้าลูกเลี้ยง เขาก็ตวาดลั่นพร้อมกับฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเธอฉาดใหญ่
เพียะ!
“แกยังมีหน้าจะเสนอหน้าออกไปข้างนอกอีกเรอะ ฉันจะตีแกให้ตาย นังตัวซวย ขายขี้หน้าชาวบ้านเขาไปทั่ว”
ไป๋เจินกรีดร้องเสียงหลงเมื่อเห็นลูกสาวสุดที่รักถูกทำร้าย “คุณคะ! คุณทำบ้าอะไร ทำไมต้องตีลูกด้วย”
“หุบปากแล้วออกไปฟังข้างนอกนู่น เขาพูดถึงลูกสาวผู้ดีเลิศของคุณว่ายังไงบ้าง หน้าตาของคนตระกูลต้วนถูกมันทำลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว!”
เสียงโวยวายด่าทอและเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลอดออกมาจากบ้านตระกูลต้วน กู้ชิงสือที่ยืนฟังอยู่ไกลๆ ทำเพียงแค่กระตุกมุมปากยิ้มเย็น
คิดเหรอว่าเธอจะยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว? ทันทีที่รู้ว่าสองแม่ลูกนั่นคิดจะใส่ร้ายเธออีก กู้ชิงสือก็ชิงลงมือก่อน เธอจงใจปล่อยข่าวลือให้กับคู่ปรับเก่าของต้วนหลิงหลิง และคนที่เกลียดบ้านตระกูลต้วนเข้าไส้
ข่าวลือระลอกใหม่แพร่สะพัดไปไวยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง... คนที่มั่วผู้ชายในบ้านตระกูลต้วนความจริงแล้วคือต้วนหลิงหลิงต่างหาก แถมยังมีคนตาดีเห็นเธอไปทำแท้งที่โรงพยาบาลมาแล้วด้วย
และที่เด็ดไปกว่านั้น คือข่าวที่ว่าใครก็ตามที่ขัดใจคุณหนูตระกูลต้วน มักจะมีจุดจบไม่สวย อย่างลูกสาวเพื่อนบ้านที่หายตัวไปเมื่อปีก่อน ก็ลือกันหนาหูว่าเป็นฝีมือของต้วนหลิงหลิงที่สั่งเก็บเพราะความหมั่นไส้
เรื่องฉาวโฉ่แบบนี้เดินทางเร็วยิ่งกว่าแสง เพียงไม่กี่ชั่วโมง เพื่อนบ้านทั้งซอยต่างก็รู้เรื่องนี้กันจนหมดเปลือก
และเพราะต้วนหลิงหลิงเองก็มีชนักติดหลังอยู่แล้ว ไม่นานนัก ครอบครัวของเด็กสาวที่หายตัวไปก็บุกมาอาละวาดถึงหน้าบ้านตระกูลต้วน คาดคั้นเอาความจริงว่าลูกสาวพวกเขาเป็นตายร้ายดียังไง
ยังไม่จบแค่นั้น หญิงปากสว่างข้างบ้านที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการนินทากู้ชิงสือ ก็กรรมตามสนองทันตาเห็น เธอถูกผัวซ้อมจนเลือดอาบเพราะข่าวลือเรื่องชู้รัก ผัวเธออาละวาดบ้านแตกเพื่อจะรู้ให้ได้ว่าลูกในท้องนั่นลูกใครกันแน่
ข่าวฉาวโฉ่ระดับทอล์คออฟเดอะทาวน์ทั้งสองเรื่องนี้ กลบข่าวลือเรื่องกู้ชิงสือจนมิด ไม่มีใครสนใจเรื่องของเธออีกต่อไป
โลกของข่าวลือมันก็เป็นเช่นนี้ ง่ายดายและโหดร้าย เพียงแค่ขยับปาก สร้างเรื่องราว ใส่สีตีไข่ ก็สามารถพังทลายชีวิตคนหรือครอบครัวหนึ่งได้ในพริบตา
นี่เป็นแค่การสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ หากวันหน้าต้วนหลิงหลิงยังกล้าเล่นสกปรกอีก กู้ชิงสือสาบานว่าจะตอบแทนคืนให้สาสมยิ่งกว่านี้
ผลพวงจากข่าวลือทำให้ต้วนหลิงหลิงถูกต้วนกังซ้อมจนน่วม ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาพบผู้คน ได้แต่ขลุกอยู่แต่ในห้องนอนร้องไห้ฟูมฟาย
ตัดภาพมาที่กู้ชิงสือ ชีวิตของเธอกลับยุ่งวุ่นวายในทางที่ดีขึ้น เวลาในมิติลี้ลับนั้นเดินเร็วกว่าโลกภายนอก ผักที่เธอปลูกไว้เจริญเติบโตเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกค่ำคืนเธอจึงง่วนอยู่กับการทำสวนในมิติส่วนตัว
แม้เครื่องมือจะยังไม่ครบครัน แต่ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง และมะเขือม่วงที่เธอปลูก กลับมีต้นอวบใหญ่ ใบเขียวขจี ดูสดกรอบน่ากินเป็นที่สุด
เมื่อลองเก็บเกี่ยวไปปรุงอาหารที่ร้านของเถาลุงเหลียง กู้ชิงสือแทบไม่ได้ปรุงแต่งรสชาติอะไรเลย แค่ผัดน้ำมันใส่เกลือนิดหน่อย
ทว่ารสชาติที่ได้กลับทำเอาดวงตาเบิกโพลง ผักกาดขาวต้มธรรมดาๆ กลับหวานฉ่ำ กรอบนุ่ม ละมุนลิ้น และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากผักทั่วไป
ของที่ผลิตจากมิติ ย่อมไม่ธรรมดาจริงๆ สมคำร่ำลือ
เถาลุงเหลียงเองพอได้ชิมเข้าคำแรก ถึงกับตาเป็นประกายวาววับ นักเลงร้านอาหารอย่างเขารู้ดีว่า วัตถุดิบชั้นเลิศขนาดนี้ ต่อให้ทำเมนูง่ายๆ ก็ขายดิบขายดีจนเทน้ำเทท่า
เขาไม่ลังเลที่จะเสนอราคาที่สูงกว่าตลาดถึงสามส่วน เพื่อผูกขาดผักวิเศษนี้จากกู้ชิงสือ
เห็นแก่ความดีความชอบที่เถาลุงเหลียงมีให้ในช่วงนี้ กู้ชิงสือจึงตกลงปลงใจเป็นคู่ค้า ส่งผักเข้าครัวร้านอาหารเป็นประจำ
และมันก็ได้ผลเกินคาด ธุรกิจร้านอาหารที่เคยซบเซา กลับมาคึกคักมีชีวิตชีวา ลูกค้าติดใจรสชาติผักจนต้องกลับมาซ้ำ
แต่พอเงินเริ่มสะพัด นิสัยเดิมของเถาลุงเหลียงก็กำเริบ ผีพนันเข้าสิงจนนั่งไม่ติดร้าน
เมื่อก่อนยังมีเมียคอยดึงสติ แต่ตอนนี้เขาเป็นพ่อม่าย แถมเห็นว่ากู้ชิงสือเป็นเด็กขยัน ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ เขาจึงเริ่มหาเรื่องอู้งาน เข้ามาดูแลร้านแค่ช่วงเที่ยงกับเย็น พอหมดเวลาก็รีบบึ่งไปวงไพ่ ทิ้งภาระเฝ้าร้านให้เด็กสาวตัวคนเดียว
วันแรกๆ ยังพอถูไถ กู้ชิงสือบอกปัดลูกค้าว่าเถ้าแก่ไม่อยู่ ให้ไปทานร้านอื่นก่อน แต่พอวันที่สอง หลังจากเถาลุงเหลียงลับหลังไปไม่นาน กู้ชิงสือที่กำลังง่วนกับการล้างจานกองโตหลังร้าน ก็ต้องเผชิญหน้ากับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
กลุ่มชายวัยรุ่นท่าทางกวนโอ๊ยสามสี่คนเดินอาดๆ เข้ามาในร้าน สายตาโลมเลียจ้องมองมาที่เธออย่างไม่เกรงใจ
“เฮ้ย นี่มันลูกติดบ้านตระกูลต้วนไม่ใช่เหรอวะ มาล้างจานงกๆ อยู่ที่นี่เอง”
พวกมันเป็นก๊วนอันธพาลที่ชอบมั่วสุมอยู่กับต้วนรินเจี๋ย ปกติไม่เคยเห็นหัวเธอ แต่พอวันนี้ได้เห็นกู้ชิงสือชัดๆ พวกมันถึงกับตะลึง ดูเหมือนยัยขี้เหร่คนเดิมจะเปลี่ยนไป ผิวพรรณขาวผ่องขึ้น หน้าตาสะสวยจนผิดหูผิดตา
“น้องสาว มาเล่นกับพวกพี่ดีกว่ามั้ง เดี๋ยวพวกพี่ให้ตังค์ใช้ ไม่ต้องมานั่งล้างจานให้มือเปื่อยหรอก” เจ้าหัวฟูหนึ่งในกลุ่มพูดพลางยื่นมือสกปรกหมายจะจับแก้มเนียน
เพียะ!
กู้ชิงสือปัดมือนั้นออกอย่างแรง เสียงดังฟังชัด รอยยิ้มบนหน้าเจ้าหัวฟูหายวับไปทันที
“นังตัวดี! ให้เกียรติแล้วไม่ชอบ เล่นตัวนักนะมึง คิดว่าเป็นนางฟ้าลงมาจุติหรือไง ใครเขาก็รู้กันทั่วว่าเธอมันก็แค่ของเหลือเดน”
เพื่อนร่วมแก๊งที่ใส่กางเกงขาบานกับแว่นดำรีบขยับเข้ามาล้อมกรอบ สีหน้าคุกคามชัดเจน
“ถ้าไม่อยากไปนอนกินข้าวแดงในคุก ก็ไสหัวไปซะ” กู้ชิงสือเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาแข็งกร้าว
“ปากดีนักนะมึง กล้าขู่พวกกูเหรอ”
เจ้าหัวฟูง้างมือขึ้นเตรียมจะตบสั่งสอน กู้ชิงสือหรี่ตามอง เตรียมจะสวนกลับ แต่ทว่า...
“หยุดนะ!”
เสียงตวาดทรงพลังดังขึ้นจากหน้าร้าน ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว รถเก๋งคันเล็กสีดำมันวับจอดสนิทอยู่ที่นั่น ชายหนุ่มในรถลดกระจกลง จ้องมองกลุ่มอันธพาลด้วยสายตาดุดัน “ถ้าพวกนายยังไม่รีบไปให้พ้นหน้าฉัน ฉันจะลากคอพวกนายไปโรงพักเดี๋ยวนี้”
ในยุคสมัยที่แค่จักรยานยังเป็นของหรู การมีรถเก๋งขับหมายถึงอิทธิพลและเงินทองที่ชาวบ้านร้านตลาดไม่อาจเทียบได้ ทั้งอำเภอมีนับคันได้ คนขับถ้าไม่รวยล้นฟ้าก็ต้องเป็นคนใหญ่คนโต
แก๊งอันธพาลหน้าถอดสีทันที ความเก่งกล้าหดหายเหลือเท่าหางอึ่ง พวกมันสบถงึมงำแล้วรีบเผ่นแน่บไปคนละทิศละทาง
ชายหนุ่มเจ้าของรถดับเครื่องแล้วเดินลงมา “ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
เขาเป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบกว่า ผิวเข้ม ร่างกายกำยำบึกบึน บุคลิกดูห้าวหาญเหมือนนายทหาร แต่บนใบหน้ากลับสวมแว่นสายตาทรงกลม สวมเสื้อเชิ้ตเรียบร้อย และมีวาจาสุภาพนุ่มนวล
เป็นส่วนผสมที่ดูขัดแย้งแต่กลับลงตัว ราวกับเป็นคนที่มีดีทั้งบู๊และบุ๋น
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย”
“เรื่องเล็กน้อยครับ” เขาโบกมืออย่างไม่ถือตัว “ผมหิวไส้จะขาดแล้ว รบกวนขอเมนูแนะนำของร้านสักที่หนึ่งครับ”
“เอ่อ... เถ้าแก่ไม่อยู่ค่ะ...” กู้ชิงสือมีสีหน้าลำบากใจ
“แล้วคุณทำอาหารเป็นไหมครับ” เขาถามกลับ “ถ้าพอทำได้ รบกวนทำให้ผมสักจานเถอะ ผมกินง่าย ไม่เรื่องมากหรอก”
คนเขามีน้ำใจช่วยไว้ จะให้ไล่ลูกค้าก็กระไรอยู่ กู้ชิงสือจึงพยักหน้า “คุณอยากทานอะไรคะ”
“อะไรก็ได้ครับ จัดมาเลย”
กู้ชิงสือรินน้ำชาต้อนรับ “คุณดูเพลียๆ นะคะ พักผ่อนไม่พอเหรอ” เธอสังเกตเห็นขอบตาที่ดำคล้ำของเขา
“ครับ ช่วงนี้งานรัดตัว เหนื่อยมาก หัวถึงหมอนแล้วก็นอนไม่ค่อยหลับ” เขาถอนหายใจ
กู้ชิงสือพยักหน้าเข้าใจ เธอเดินหายเข้าไปในครัว สายตาเหลือบไปเห็นผักกาดขาวจากมิติที่เหลืออยู่ จึงตัดสินใจหยิบมาปรุงอาหาร เพื่อตอบแทนน้ำใจคนดี
ไม่นานนัก กลิ่นหอมฉุยก็ลอยออกมา กู้ชิงสือยกหม้อดินร้อนๆ มาเสิร์ฟ “เห็นคุณดูเหนื่อยๆ คงจะเบื่ออาหาร ฉันเลยทำเมนูหม้อดินให้ค่ะ มีน้ำซุปร้อนๆ จะได้ซดคล่องคอ”
“อืม... หน้าตาดูดีไม่เลวเลย” ฟางเหวินขยับแว่น เอ่ยชมตามมารยาท
“ในนี้มีผักคุณภาพพิเศษอยู่ค่ะ รับรองว่าถ้าคุณทานหมด คืนนี้คุณจะหลับสบายจนถึงเช้าแน่นอน”
กู้ชิงสือกล้ายืนยันเพราะเธอพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้ว น้ำพุและผักจากมิติช่วยรักษาอาการปวดกระเพาะเรื้อรังของเธอจนหายขาด แถมยังช่วยให้หลับลึก ตื่นมาสดชื่นเหมือนได้ชาร์จแบตเต็มเปี่ยม
“คุณนี่มีวาทศิลป์ในการขายของจริงๆ” ฟางเหวินหัวเราะเบาๆ อย่างไม่เชื่อถือ “แต่มันจะเวอร์ไปหน่อยไหมครับ ผักวิเศษที่ไหนกินแล้วจะช่วยให้นอนหลับได้”
ถ้ามีจริง มันคงไม่ใช่ผักแล้วล่ะ มันต้องเป็นยานอนหลับผสมลงไปแน่ๆ
กู้ชิงสือชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นสายตาเคลือบแคลงของเขา เธอยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจแล้วเอ่ยท้าทาย
“ถ้าอย่างนั้น... เรามาวางเดิมพันกันดูไหมคะ”
[จบบท]