บทที่ 10: การรักษาด้วยการฝังเข็ม
หากการปฏิบัติจริงผิดพลาดแม้แต่น้อย เธอก็จะถูกด่าว่าเสียจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี การสอบภาคปฏิบัติยิ่งแล้วใหญ่ กว่าจะสอบผ่านก็ปาเข้าไปสิบกว่าครั้ง!
นับครั้งไม่ถ้วนที่กู้เจียหนิงอยากจะกดยกเลิกแล้วเผ่นหนีออกมาจากมิตินั่น แต่ก็ทำไม่ได้! ทันทีที่เข้าสู่โหมดการเรียนรู้แล้ว จะต้องเรียนให้จบและสอบให้ผ่านเท่านั้นถึงจะออกมาได้ ช่างเป็นระบบเผด็จการที่น่ารังเกียจเสียจริง
แต่ก็ต้องยอมรับอย่างไม่เต็มใจนักว่า การบังคับเรียนแบบยัดทะนานนี่มันก็ได้ผลอยู่เหมือนกัน ตอนนี้ขอแค่เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับ ‘ภาวะมดลูกเย็น’ เธอก็สามารถให้การรักษาได้อย่างคล่องแคล่วชำนาญราวกับทำมาแล้วร้อยปี... แหม ก็แน่ล่ะ โดนเคี่ยวกรำในนั้นมาตั้งสามเดือนนี่นา
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สอบผ่านค่ะ! รางวัลคือ 10 คะแนน และชุดเข็มเงินสำหรับฝังเข็มรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น 1 ชุด】
หา? 10 คะแนนเองเหรอ? ขี้เหนียวชะมัด! แต่เอาเถอะ... อย่างน้อยชุดเข็มเงินนี่ก็ถือว่าให้มาได้ถูกเวลาพอดี พรุ่งนี้จะได้เอาไปใช้รักษาพี่สะใภ้ใหญ่ได้เลย
เทียบกับความรู้สึกกังวลไม่มั่นใจก่อนที่จะเข้าไปเรียนแล้ว ตอนนี้กู้เจียหนิงบอกได้เลยว่าเธอเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย
จากนั้นเธอก็ลองเปิดเข้าไปดู ‘ร้านค้าของระบบ’ ที่เธอสนใจเป็นพิเศษ แล้วก็ต้องตื่นตาตื่นใจเมื่อพบว่าข้างในนั้นมีของขายทุกสิ่งอย่างจริงๆ มีแต่ของที่คุณคิดไม่ถึง ไม่มีของที่ระบบไม่มีขาย!
ขอแค่คุณมีคะแนนสะสมมากพอ ต่อให้เป็นจรวดก็ซื้อได้!
แน่นอนว่าของถูกๆ ก็มีเช่นกัน อย่างเช่นของใช้ในชีวิตประจำวันบางอย่างที่เธอสามารถใช้ได้ในตอนนี้ ตัวอย่างเช่น ซาลาเปาไส้เนื้อ 1 คะแนนสามารถซื้อได้ถึง 50 ลูก, 3 คะแนนแลกจักรยานได้หนึ่งคัน, 10 คะแนนแลกเป็นรถไถนาได้หนึ่งคัน...
“นี่ถ้าเราใช้คะแนนซื้อของมา แล้วเอาไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าจะรวยเละเลยเหรอเนี่ย!” กู้เจียหนิงอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน
แต่เธอก็แค่คิดเล่นๆ เท่านั้นแหละ ยังไม่มีแผนที่จะทำแบบนั้นในตอนนี้ สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าควรจะเก็บคะแนนสะสมเอาไว้แลกของที่จำเป็นกว่านี้ในอนาคต
กู้เจียหนิงเลื่อนดูของในร้านค้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอของดีชิ้นหนึ่งเข้า
【เครื่องสแกนร่างกายอัจฉริยะ: ติดตั้งอัตโนมัติที่ดวงตา เพียงจ้องมองเป้าหมายเป็นเวลา 5 วินาที ก็จะสามารถสแกนข้อมูลร่างกายทั้งหมดของคนหรือสัตว์ออกมาได้ เมื่อผูกพันธะกับผู้ใช้แล้ว สามารถใช้งานได้นานถึงหนึ่งร้อยปี】
เธออ่านคำอธิบายอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วก็พบว่าเจ้าสิ่งนี้มันคือเครื่อง CT สแกนเวอร์ชันอัปเกรดขั้นสูงสุดชัดๆ! ไม่ว่าร่างกายจะมีปัญหาอะไรผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถสแกนออกมาได้ทั้งหมด
“นี่มันคือไอเทมเทพที่หมอเทวดาทุกคนต้องมีเลยนี่นา!” แค่ใช้ตาสแกน ไม่ต้องเสียเวลาแมะชีพจร แค่มองไม่กี่วินาทีก็รู้ผลแล้ว สะดวกสบายอะไรขนาดนี้!
กู้เจียหนิงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องซื้อมันมาครองให้ได้ เมื่อเลื่อนไปดูราคาขาย...
“ต้องใช้ 100 คะแนนเลยเหรอ” 100 คะแนน... จะว่ามากก็ไม่เชิง จะว่าน้อยก็ไม่ใช่อีก
ตอนนี้เธอมีอยู่แค่ 10 คะแนนเท่านั้น ยังไม่พอ แต่ถ้าเธอรักษาพี่สะใภ้ใหญ่เสร็จเรียบร้อย และพี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ได้สำเร็จ เธอก็จะได้ 100 คะแนนเข้ากระเป๋า เมื่อถึงตอนนั้นค่อยมาซื้อก็ยังไม่สาย... แหม ช่างเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเสียจริง
หลังจากที่น้องสามีตอบตกลงที่จะให้การรักษา คืนนั้นหยางม่านม่านก็นอนพลิกไปพลิกมาด้วยหัวใจที่ทั้งตื่นเต้นและกังวล กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็ปาเข้าไปเกือบเช้า พอตื่นขึ้นมาตอนทำอาหารเช้า เธอก็รีบเล่าเรื่องนี้ให้แม่สามีฟังทันที
“ดีเลย! เดี๋ยวพอกินข้าวเสร็จ แม่จะไปดูด้วยคนว่าหนิงหนิงเขารักษาแบบไหน ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษคุ้มครอง ขอให้หนิงหนิงรักษาอาการของลูกให้หายขาด แล้วก็รีบตั้งท้องมีหลานให้แม่ได้อุ้มไวๆ นะ” เหยาชุนฮวาหลังจากที่ได้ยินว่าลูกสาวมีความสามารถพิเศษแบบนี้ตั้งแต่เมื่อวาน เธอก็มีแผนในใจอยู่แล้ว ไม่คิดว่าลูกสะใภ้ใหญ่จะชิงลงมือก่อน ซึ่งก็ดีเหมือนกัน
กู้เหวินถิงเป็นห่วงเรื่องการรักษาของภรรยามาก แต่เขาต้องไปทำงาน จึงทำได้แค่รอเลิกงานกลับมาค่อยถามไถ่ถึงสถานการณ์อีกที
ในขณะที่กู้เจียหนิงกำลังจัดเตรียมชุดเข็มเงินอยู่ในห้อง แม่ของเธอก็พาพี่สะใภ้ใหญ่เข้ามาหา
“หนิงหนิง นี่มันอะไรกันลูก?”
“นี่คือเข็มเงินค่ะ เอาไว้ใช้ฝังเข็ม” กู้เจียหนิงอธิบาย ก่อนจะผายมือให้พี่สะใภ้ใหญ่นั่งลง “พี่สะใภ้ใหญ่คะ นั่งลงก่อนค่ะ เดี๋ยวฉันจะขอจับชีพจรดูอาการให้ก่อน”
ความจริงแล้ว จากข้อมูลที่ระบบวิเคราะห์มาให้ เธอก็รู้สภาพร่างกายของพี่สะใภ้ใหญ่หมดไส้หมดพุงแล้ว แต่แหม... ขั้นตอนการแมะชีพจรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือมันก็ต้องมีกันบ้างสิ จะข้ามไปดื้อๆ ได้ยังไง
และที่สำคัญ เธอเองก็อยากจะลองพิสูจน์ความรู้ที่อุตส่าห์โดนบังคับให้เรียนมาในมิติหมอเทวดาด้วยตัวเองเหมือนกัน
หยางม่านม่านนั่งลงด้วยหัวใจที่เต้นระรัวทั้งกังวลและตื่นเต้น ข้อมือของเธอถูกนิ้วเรียวยาวขาวผ่องของน้องสามีแตะลงเบาๆ บรรยากาศเงียบสงัด แต่ในใจกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
“พี่สะใภ้ใหญ่คะ พี่มีภาวะมดลูกเย็นใช่ไหมคะ ทุกเดือนช่วงที่ผู้หญิงเรามีวันนั้นของเดือน พี่จะปวดท้องมาก ท้องน้อยหน่วงๆ...”
กู้เจียหนิงสาธยายอาการของหยางม่านม่านออกมาทีละอย่างๆ โดยใช้ความรู้ที่เพิ่งเรียนมาสดๆ ร้อนๆ ผสมกับข้อมูลที่ได้จากระบบ
หยางม่านม่านกับเหยาชุนฮวาผู้เป็นแม่สามีสบตากันปริบๆ ความรู้สึกของทั้งสองคนเปลี่ยนจากความกังวลและความเคลือบแคลงสงสัยในตอนแรก มาเป็นความตื่นเต้นและประหลาดใจอย่างสุดขีดในตอนนี้
“ใช่จ้ะ ใช่เลย! น้องเล็ก! ที่พูดมาทั้งหมดน่ะถูกเผงเลย!”
หยางม่านม่านเคยไปหาหมอที่โรงพยาบาลมาแล้วหลายครั้ง สภาพร่างกายของเธอเป็นอย่างไร สองสามีภรรยาและแม่สามีต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว แต่น้องสามีไม่มีทางรู้ได้เลย พวกเขาไม่เคยบอกเธอมาก่อน
แต่มาวันนี้ แค่น้องสามีอาศัยการจับชีพจรก็สามารถบอกอาการของเธอออกมาได้ทั้งหมด แถมยังบอกได้ละเอียดกว่าหมอที่โรงพยาบาลเสียอีก! ในวินาทีนี้เอง หัวใจของสองแม่ผัวลูกสะใภ้ เหยาชุนฮวาและหยางม่านม่าน ก็สงบนิ่งลงได้ในที่สุด ความเชื่อมั่นได้ก่อตัวขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม
“หนิงหนิง แล้วลูกว่าร่างกายของพี่สะใภ้ใหญ่ของลูกเนี่ย พอจะรักษากลับมาให้ดีได้ไหม?”
“ได้สิคะแม่ หนูค่อนข้างมั่นใจเลยล่ะ” กู้เจียหนิงดึงมือกลับ “เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะทำการฝังเข็มที่หน้าท้องให้พี่สะใภ้ใหญ่ ติดต่อกันครึ่งเดือน แล้วก็ควบคู่ไปกับการแช่ยาด้วย ก็จะดีขึ้นเองค่ะ”
กู้เจียหนิงจรดปากกาลงบนสมุด เขียนชื่อสมุนไพรหลายชนิดลงไปอย่างรวดเร็ว ลายมือบนกระดาษนั้นทั้งงดงามและอ่อนช้อย เธอฉีกกระดาษแผ่นนั้นแล้วยื่นให้แม่ของเธอ “ใบสั่งยานี่ ตอนเที่ยงพอพี่ใหญ่กลับมา ก็ให้เขาไปซื้อที่ในตัวอำเภอตอนบ่ายนะคะ”
“ได้ๆ จ้ะ” เหยาชุนฮวาใช้สองมือรับกระดาษแผ่นนั้นมาอย่างระมัดระวัง ประหนึ่งว่ากำลังประคองของล้ำค่าเอาไว้
ก็จะไม่ให้เป็นของล้ำค่าได้อย่างไรกันล่ะ ในเมื่อนี่คือหนึ่งในความหวังที่จะทำให้เธอได้อุ้มหลานในอนาคตเลยนะ!
“พี่สะใภ้ใหญ่คะ ไปที่ห้องของพี่เถอะค่ะ พี่นอนลงบนเตียงนะ เดี๋ยวฉันจะฝังเข็มให้”
“จ้ะ”
เมื่อหยางม่านม่านนอนลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว กู้เจียหนิงก็เลิกเสื้อของเธอขึ้น เผยให้เห็นหน้าท้องเรียบเนียน เทียนเล่มหนึ่งถูกจุดขึ้นมาให้แสงสว่าง
มือเล็กขาวผ่องถือเข็มเงินเรียวยาว เข็มแต่ละเล่มถูกนำไปอังบนเปลวเทียนเบาๆ ก่อนจะถูกปักลงบนหน้าท้องของหยางม่านม่านอย่างแม่นยำ ท่วงท่าและลีลานั้นช่างราบรื่นราวกับสายน้ำไหล มองดูแล้วเพลินตาเพลินใจยิ่งนัก
เหยาชุนฮวามองดูลูกสาวของตัวเอง เธอมีสีหน้ามุ่งมั่นตั้งใจ ไม่วอกแว่กแม้แต่น้อย การลงเข็มแต่ละครั้งไม่เคยมีความลังเล ราวกับว่ามั่นใจในฝีมือของตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม และราวกับว่าเคยฝึกฝนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ในตอนแรก เหยาชุนฮวาแค่คิดถึงภาพเข็มปักลงบนเนื้อคนก็รู้สึกหวาดเสียวแทนแล้ว แต่ในตอนนี้ หัวใจของเธอกลับสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาด เกิดความเชื่อมั่นในตัวลูกสาวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ลูกสะใภ้ใหญ่ เป็นยังไงบ้าง รู้สึกยังไงบ้าง?” เหยาชุนฮวาเอ่ยถาม
หยางม่านม่านที่นอนอยู่บนเตียง สามารถมองเห็นจากหางตาได้ว่าเข็มยาวๆ ที่ปักอยู่บนหน้าท้องของตัวเองนั้นมีอยู่สิบกว่าเล่มแล้ว
แต่ว่า...
“แม่คะ หนูรู้สึก... สบายดีค่ะ”
เข็มที่ทั้งยาวทั้งบางขนาดนั้นปักลึกลงไปในร่างกาย แต่หยางม่านม่านกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายตัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ยิ่งเวลาผ่านไป จำนวนเข็มที่ปักลงบนท้องก็ยิ่งมากขึ้น เธอกลับรู้สึกว่าหน้าท้องของตัวเองเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ
ความอบอุ่นที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนบริเวณท้องน้อย ค่อยๆ แผ่ซ่านกระจายออกไปทั่วทั้งร่างกาย ไหลเวียนไปสู่แขนขา และทุกส่วนของร่างกาย
สบาย... สบายมาก... ความอบอุ่นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนนี้ทำให้เปลือกตาของหยางม่านม่านเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อกู้เจียหนิงปักเข็มจนครบทุกเล่มแล้ว เหยาชุนฮวาก็สะกิดไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอหลับไปแล้ว
“เป็นเรื่องปกติค่ะแม่ แม่ไปทำธุระเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูจะเฝ้าพี่สะใภ้ใหญ่อยู่ตรงนี้เอง ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถอนเข็มออกได้แล้วค่ะ”
“จ้ะ”
เมื่อหยางม่านม่านตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ในห้องก็เหลือเพียงเธออยู่คนเดียว ในชั่วขณะที่ได้สติกลับคืนมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุปาทานของเธอเอง หรือเป็นเพราะผลของการรักษาจริงๆ
เธอรู้สึกว่าร่างกายที่เคยหนักอึ้งอยู่เสมอมากลับเบาสบายขึ้นมาก และอาการหน่วงๆ เย็นๆ ที่ท้องน้อยก็หายไปแล้ว
เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียงอยู่นานสองนาน... หยางม่านม่านคิดในใจว่า บางที... เธอก็สามารถเชื่อใจน้องสามีได้สักครั้งหนึ่ง
มือของเธอค่อยๆ เลื่อนไปลูบที่หน้าท้องของตัวเองเบาๆ เมื่อคิดถึงภาพที่ในอนาคตจะมีชีวิตน้อยๆ ถือกำเนิดขึ้นในท้องของเธอ คิ้วที่เคยขมวดเข้าหากันอยู่เสมอของหยางม่านม่านก็ค่อยๆ คลายออก
เธอคิดว่า... สามีของเธอเองก็คงจะตั้งตารออยู่เช่นกัน
[จบบท]