บทที่ 113: กระทบกระเทือนครรภ์
เจียงไป่เหอรู้สึกราวกับมีค้อนปอนด์ขนาดมหึมาทุบลงกลางศีรษะอย่างจัง โลกทั้งใบหมุนคว้าง หูอื้ออึงไปหมด ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นปราดขึ้นมาในช่องท้องอย่างกะทันหัน
เพล้ง!
เสียงจานกระเบื้องกระทบพื้นแตกกระจายดังขึ้นอย่างแหลมคม มือของเธอหมดเรี่ยวแรงที่จะประคองมันไว้อีกต่อไป
ทางด้านไฉเจี้ยนกั๋ว เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นจากปากมารดาของตัวเอง เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระและน่าสมเพชที่สุด ไป่เหอทุ่มเทความรักและจริงใจให้เขาถึงเพียงนี้ แต่แม่กลับจะให้เขาไปทำเรื่องชั่วช้าเลวทรามที่แม้แต่สัตว์เดรัจฉานยังไม่ทำได้อย่างไรกัน
สำหรับเรื่องทายาท จริงๆ แล้วไฉเจี้ยนกั๋วไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากขนาดนั้น สิ่งที่เขายึดถือและให้ค่ามากกว่าคือตัวตนของเจียงไป่เหอ การที่เขาอยากมีลูก ก็เพราะภรรยาของเขาอยากมีลูกต่างหาก หากเด็กคนนั้นไม่ได้เกิดจากเขากับไป่เหอ เขาก็ขอไม่มีเสียดีกว่า เขาไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึที่คิดว่าชีวิตนี้ต้องมีลูกเพื่อสืบสกุลให้ได้ สำหรับเขาแล้ว การได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่รักอย่างแท้จริง คอยดูแลเอาใจใส่และประคับประคองกันไปตลอดรอดฝั่งนั้นสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด
คำพูดของแม่ทำให้หัวใจของเขาเย็นเยียบและรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง แม่ของเขามักจะคิดถึงแต่ตัวเองเป็นที่ตั้งเสมอ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะพยายามมองในมุมของเขาหรือทำความเข้าใจความคิดของเขา
บางทีสำหรับแม่แล้ว หลานสาวอย่างไฉเสี่ยวเจวียนอาจจะสำคัญกว่าลูกชายแท้ๆ อย่างเขาก็เป็นได้ และแม่ก็เชื่อฟังคำพูดของหลานสาวมากกว่าใครทั้งหมด
บางทีเขาอาจจะคิดผิดที่ปล่อยให้แม่มาอยู่ที่นี่ด้วยตั้งแต่แรก การกระทำของแม่กำลังจะทำลายความสัมพันธ์และความสงบสุขในชีวิตคู่ของเขากับไป่เหอ
ไฉเจี้ยนกั๋วกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงจานแตกที่ดังมาจากด้านหลังก็ทำให้เขาต้องหันกลับไปมองทันที เขาเห็นเจียงไป่เหอซึ่งควรจะอยู่ในครัว บัดนี้กลับมายืนอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เป็นไปได้ว่าเธออาจจะได้ยินบทสนทนาทั้งหมดระหว่างเขากับแม่ไปแล้ว
และสภาพของเจียงไป่เหอในตอนนี้ก็ดูไม่สู้ดีนักเลย ใบหน้าของเธอซีดเผือดไร้สีเลือด มือข้างหนึ่งกุมท้องน้อยไว้แน่นขณะที่ลำตัวงอโค้งด้วยความเจ็บปวด
“ไป่เหอ! ไป่เหอ คุณเป็นอะไรไป” ไฉเจี้ยนกั๋วรีบปรี่เข้าไปประคองร่างของภรรยาด้วยความร้อนใจ
“เจี้ยนกั๋ว ฉัน…ฉันปวดท้อง” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ
“ปวดท้องเหรอ อย่ากลัวนะ ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
เขาช้อนร่างของเจียงไป่เหอขึ้นอุ้มในอ้อมแขนอย่างไม่ลังเล ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับมารดาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและเย็นชาแววตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง เขาตระหนักได้ว่าสาเหตุที่ภรรยาเป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะได้ยินคำพูดบาดใจเหล่านั้น
“แม่ครับ คำพูดเมื่อกี๊นี้ ผมจะถือว่าแม่แค่พลั้งปากพูดจาเหลวไหลก็แล้วกัน ต่อไปอย่าพูดเรื่องแบบนี้อีกเด็ดขาด ชีวิตนี้ของผม ไฉเจี้ยนกั๋ว จะมีแค่ไป่เหอคนเดียว และจะมีลูกกับไป่เหอแค่คนเดียวเท่านั้น ถ้าหากไป่เหอมีลูกไม่ได้ ผมก็ยอมที่จะไม่มีลูกไปตลอดชีวิต”
“ถ้าแม่ชอบเด็กนัก ก็กลับบ้านนอกไปช่วยเลี้ยงหลานให้พวกน้องชายเถอะครับ”
ประโยคสุดท้ายนั้นไม่ต่างอะไรกับการประกาศไล่ย่าไฉกลับบ้านเกิดอย่างชัดเจน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ย่าไฉก็แทบจะลมจับด้วยความโกรธ เธอจ้องมองไปยังเจียงไป่เหอที่อยู่ในอ้อมแขนของลูกชายด้วยสายตาเคียดแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ในสายตาของเธอ เจียงไป่เหอไม่ต่างอะไรกับนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่มาหลอกลวงทำให้ลูกชายของเธอหัวปักหัวปำ
“แกมันนางจิ้งจอก! แกต้องทำเสน่ห์ใส่ลูกชายฉันแน่ๆ!”
“เจี้ยนกั๋ว! อย่าให้มันหลอกเอานะลูก! อะไรกันแค่ปวดท้อง มันแกล้งทำแน่ๆ”
“จะไปโรงพยาบาลทำไมให้เปลืองเงินเปลืองทอง!”
พูดจบ ย่าไฉก็พุ่งเข้าไปเกาะแขนไฉเจี้ยนกั๋วไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาพาเจียงไป่เหอไปโรงพยาบาล
ในขณะนั้นเอง เพื่อนบ้านที่พักอยู่บนชั้นเดียวกันในถ่งจื่อโหลวก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและพากันออกมาดูเหตุการณ์ เมื่อเห็นการกระทำของย่าไฉ ทุกคนต่างก็ซุบซิบนินทาและแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน
“นั่นย่าไฉแกทำอะไรน่ะ ดูสิหน้าของไป่เหอซีดเป็นกระดาษขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่สบายจริงๆ ทำไมยังจะห้ามไม่ให้ไปโรงพยาบาลอีก หรือว่าเธออยากให้ไป่เหอตายกันแน่”
“ใครจะไปรู้ว่าเธอคิดอะไรชั่วๆ อยู่ในใจ ดูจากโหงวเฮ้งก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดี”
“แม่! ปล่อยผม! ผมต้องพาไป่เหอไปโรงพยาบาล!” ไฉเจี้ยนกั๋วพยายามแกะมือของมารดาที่เกาะแขนเขาไว้อย่างเหนียวแน่น
น่าแปลกที่คนแก่กลับมีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนี้ หากเขามีมือว่างสักข้างคงจะสะบัดหลุดได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้มือทั้งสองข้างของเขาต้องประคองร่างของเจียงไป่เหอเอาไว้ ทำให้เขาทำอะไรไม่ถนัดนัก
โชคยังดีที่ในตอนนั้นเอง เพื่อนบ้านคนหนึ่งซึ่งสนิทสนมกับเจียงไป่เหอและทนดูต่อไปไม่ไหว ได้เดินตรงเข้ามาคว้าแขนของย่าไฉแล้วกระชากออกอย่างแรง
“นี่คุณป้าทำอะไรกันคะ ไม่เห็นหรือไงว่าไป่เหอเจ็บปวดจะแย่อยู่แล้ว!”
“ไม่ยอมให้ผู้พันไฉพาไป่เหอไปส่งโรงพยาบาลนี่คิดจะทำอะไรกันแน่ อยากเห็นไป่เหอตายหรือไง คุณป้านี่ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิตเกินไปแล้วนะ!”
“ผู้พันไฉคะ รีบพาไป่เหอไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ!”
“โอ๊ย! มือฉัน! มือฉัน! ไฉเจี้ยนกั๋ว! ไอ้ลูกอกตัญญู! หลงนังจิ้งจอกจนลืมหัวอกแม่ตัวเองแล้วรึไง ปล่อยให้คนอื่นมารังแกแม่ได้ยังไง…”
เวลานี้ไฉเจี้ยนกั๋วไม่มีแก่ใจจะไปสนใจอะไรอีกแล้ว เขารีบอุ้มเจียงไป่เหอแล้วมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลทันที ทิ้งเสียงด่าทอโวยวายของย่าไฉไว้เบื้องหลัง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป
เมื่อไฉเจี้ยนกั๋วอุ้มภรรยาจากไปแล้ว เพื่อนบ้านคนนั้นจึงยอมปล่อยมือจากย่าไฉพลางแค่นเสียงในลำคออย่างดูแคลน ‘อย่ามาดูถูกกันนะยะ ถึงฉันตัวจะเล็กแต่แรงเยอะจะตายไป การจัดการกับหญิงแก่ร้ายกาจแค่นี้เรื่องง่ายๆ’
ทางด้านย่าไฉ พอข้อมือเป็นอิสระก็รู้สึกเจ็บแปลบไปหมด เธอมองตามหลังร่างของลูกชายที่อุ้มเจียงไป่เหอไปด้วยความแค้นใจ ก่อนจะกัดฟันกรอดแล้วรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว
“ฉันจะไปดูให้เห็นกับตา ว่านังจิ้งจอกนั่นมันป่วยจริงหรือแกล้งป่วยกันแน่!”
ย่าไฉเชื่อสุดใจว่าเจียงไป่เหอต้องแกล้งทำเป็นป่วยเพื่อเรียกร้องความสนใจและความสงสารจากลูกชายของเธออย่างแน่นอน หึ คิดว่ามารยาตื้นๆ แค่นี้จะหลอกตาเธอได้เหรอ เธอจะตามไปที่โรงพยาบาล แล้วกระชากหน้ากากของเธอต่อหน้าลูกชายให้ได้
ในขณะเดียวกัน ไฉเจี้ยนกั๋วก็พาเจียงไป่เหอมาถึงโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว และเป็นโชคดีที่วันนี้เป็นเวรของคุณหมอห่าวพอดี
ทันทีที่คุณหมอห่าวจับชีพจรและตรวจดูอาการของเจียงไป่เหอ เธอก็ขมวดคิ้วมุ่นแล้วสรุปผลการวินิจฉัยในทันที “นี่มันอาการกระทบกระเทือนครรภ์นี่คะ”
“ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อารมณ์จะแปรปรวนมากไม่ได้นะคะ ทำไมพวกคุณถึงไม่ระวังกันเลย”
“ฉันจะให้น้ำเกลือเพื่อพยุงครรภ์ไว้ก่อนนะคะ”
พูดจบ คุณหมอห่าวก็หันไปทางเจียงไป่เหอแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิเล็กน้อย “คุณนี่ก็จริงๆ เลยนะคะ ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองกำลังท้องอยู่ จะปล่อยให้อารมณ์แปรปรวนรุนแรงแบบนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ แบบนี้ ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา มันจะกระทบกระเทือนถึงเด็กในท้องได้ พวกคุณยังอยากได้เขาอยู่ไหมคะ”
หลังจากที่คุณหมอห่าวพูดจบ เธอก็สังเกตเห็นว่าทั้งไฉเจี้ยนกั๋วและเจียงไป่เหอต่างก็นิ่งอึ้งไปพร้อมกัน
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วถามด้วยความประหลาดใจ “เป็นไปไม่ได้น่า พวกคุณไม่รู้จริงๆ เหรอคะ”
ในที่สุดไฉเจี้ยนกั๋วก็เหมือนจะดึงสติกลับมาได้ เขาถามคุณหมอห่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักและสับสนงุนงง “คุณหมอห่าวครับ คุณ…เมื่อกี้คุณหมอพูดว่าตั้งครรภ์ กระทบกระเทือนครรภ์ ภรรยาของผม…ภรรยาของผมท้องเหรอครับ”
“ใช่ค่ะคุณหมอ ฉันท้องเหรอคะ” เมื่อได้ยินว่าตัวเองอาจจะกำลังตั้งครรภ์ เจียงไป่เหอก็รู้สึกราวกับว่าความเจ็บปวดที่ท้องน้อยได้ทุเลาลงไปมากโข
ตอนนี้คุณหมอห่าวเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว ดูเหมือนว่าว่าที่คุณพ่อคุณแม่ผู้โง่เขลาคู่นี้จะไม่รู้ตัวเลยว่ามีชีวิตน้อยๆ กำลังจะถือกำเนิดขึ้น
เธอเริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ให้น้ำเกลือแก่เจียงไป่เหอไปพลาง พูดไปพลาง “ใช่ค่ะ คุณตั้งครรภ์จริงๆ ยินดีด้วยนะคะ อายุครรภ์น่าจะประมาณเดือนกว่าๆ แล้ว ยินดีด้วยค่ะ พวกคุณกำลังจะได้เป็นพ่อคนแม่คนแล้ว”
คำพูดของคุณหมอห่าวเป็นเหมือนการยืนยันคำตอบที่ชัดเจนที่สุดให้กับไฉเจี้ยนกั๋วและเจียงไป่เหอ
สองสามีภรรยาหันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง
ไฉเจี้ยนกั๋วเดินเข้าไปหาภรรยาแล้วคุกเข่าลงข้างเตียง เขากุมมือของเธอไว้แน่นด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย “ไป่เหอ คุณได้ยินไหม คุณท้องแล้วนะ เรากำลังจะมีลูกกันแล้ว เรากำลังจะได้เป็นพ่อเป็นแม่คนแล้วนะ”
เจียงไป่เหอพยักหน้ารับอย่างเหม่อลอย น้ำตาแห่งความปิติยินดีเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา “อื้อ ฉันได้ยินแล้ว เจี้ยนกั๋ว ฉัน…ฉันท้องจริงๆ ด้วย ดีเหลือเกิน ดีจริงๆ!”
[จบบท]