บทที่ 19: บังเอิญเจอเวินจู๋ชิง
เหยาชุนฮวาปลาบปลื้มใจในความรู้จักคิดของลูกสาว ตั้งแต่ครั้งที่กระโดดน้ำแล้วถูกช่วยขึ้นมา ลูกสาวของเธอก็เปลี่ยนไปมากจริงๆ
แต่คนเราจะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายขนาดนี้ในชั่วข้ามคืนได้อย่างไรกัน? เหยาชุนฮวาสังหรณ์ใจลึกๆ ว่าลูกสาวของเธอคงต้องไปเจอเรื่องทุกข์ยากลำบากอย่างแสนสาหัสในที่ที่เธอไม่เห็นเป็นแน่ เมื่อคิดเช่นนี้ ในใจก็ทั้งรู้สึกยินดีและเจ็บปวดไปพร้อมๆ กัน
"ดีจ้ะ แม่จะขอบใจแทนพี่สะใภ้รองของลูกก็แล้วกันนะ"
กู้เจียหนิงส่ายหน้า ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไร ตอนที่เธอกระโดดน้ำแล้วถูกช่วยขึ้นมา พี่รองของเธอก็รีบเอาแม่ไก่แก่ที่ตั้งใจจะเก็บไว้ให้พี่สะใภ้รองกินบำรุงตอนอยู่เดือนมาฆ่าทำซุปให้เธอกินทันที พี่สะใภ้รองเองก็ไม่ได้ว่าอะไร... นี่แหละที่เขาเรียกว่า ‘ให้สิ่งหนึ่งมา ก็ตอบแทนด้วยสิ่งหนึ่ง’
หลังจากที่ได้เกิดใหม่ กู้เจียหนิงก็เข้าใจในสัจธรรมข้อหนึ่ง นั่นคือ ใครดีกับเธอ เธอก็จะดีตอบ แต่ถ้าใครร้ายมา เธอก็ไม่คิดจะเกรงใจเช่นกัน!
ตอนที่กู้เจียหนิงออกจากบ้านเพื่อไปบ้านเก่า เหยาชุนฮวาก็อุ้มนมผงสองกระป๋องเข้าไปในห้องของลูกสะใภ้
เพราะยังอยู่ในช่วงอยู่เดือน วันนี้ซูเหมี่ยวจึงไม่ได้ออกไปช่วยงาน ได้แต่คอยเงี่ยหูฟังความคึกคักจอแจจากข้างนอก
เมื่อครู่ตอนที่สามีเข้ามาเล่าเรื่องของหมั้นที่นายทหารเซิ่งส่งมาให้ ซูเหมี่ยวก็อดที่จะทึ่งไม่ได้... วาสนาของน้องสามีช่างดีจริงๆ
แน่นอนว่าอิจฉาก็ส่วนอิจฉา แต่ซูเหมี่ยวก็คิดว่า การที่เธอได้แต่งเข้ามาในบ้านสกุลกู้ ได้แต่งงานกับกู้เหวินหนาน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากแล้วเช่นกัน
เธอมองลูกชาย ‘จ้วงจ้วง’ ที่นอนอยู่ข้างๆ แววตาก็ยิ่งทอประกายอ่อนโยน
ในขณะนั้นเอง เสียงจากนอกประตูก็ดังขึ้น ปรากฏว่าเป็นแม่สามีที่เดินเข้ามา ในอ้อมแขนยังอุ้มของบางอย่างมาด้วย พอมองดูดีๆ ก็เห็นว่าเป็นนมผงสองกระป๋อง
หลังจากที่แม่สามีวางนมผงลง แล้วอธิบายที่มาที่ไป ซูเหมี่ยวก็รีบค้าน "แม่คะ ไม่ได้นะคะ นี่เป็นของหมั้นที่คุณทหารเซิ่งให้แก่น้องเล็ก จะเอามาให้หนูได้ยังไงคะ"
นมผง... ของสิ่งนี้แม้แต่ในเมืองก็ถือว่าเป็นของที่ล้ำค่าและหาซื้อได้ยากอย่างยิ่ง
ถึงแม้จะรู้ดีว่าถ้าลูกชายได้ดื่มนมผง จะต้องเติบโตแข็งแรงขึ้นอย่างแน่นอน แต่ซูเหมี่ยวก็รู้สึกว่าเธอไม่ควรโลภ นี่มันเป็นของของน้องสามี
"นี่หนิงหนิงเป็นคนระบุเองเลยว่าจะให้ลูก ไม่ใช่แค่ลูกหรอกนะ คนอื่นก็ได้ของอย่างอื่นเหมือนกัน นี่ถือเป็นน้ำใจของหนิงหนิงในฐานะอา ที่มีให้กับหลานชาย ลูกก็รับไว้เถอะ"
น้ำเสียงของเหยาชุนฮวาไม่มีแววให้ปฏิเสธได้ ซูเหมี่ยวเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นน้องสามีที่เจาะจงมอบของสิ่งนี้ให้เธอ ขอบตาของเธอพลันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความซาบซึ้ง
"คำขอบคุณไม่ต้องพูดหรอก จำไว้ในใจก็พอแล้ว อย่าร้องไห้สิ ตอนอยู่เดือนร้องไห้มากๆ เดี๋ยวตาจะบอดเอานะ"
ซูเหมี่ยวรีบปรับอารมณ์ เธอไม่ได้ร้องไห้เสียหน่อย... เธอดีใจต่างหาก
เหยาชุนฮวายังต้องไปเตรียมอาหารกลางวันต่อ เลยไม่ได้อยู่นานนัก
จนกระทั่งกู้เหวินหนานเข้ามาในห้อง ขอบตาที่แดงก่ำของซูเหมี่ยวก็ยังไม่จางหายดี พอเห็นนมผงสองกระป๋องวางอยู่บนโต๊ะ สอบถามดูถึงได้รู้ที่มา
"ในเมื่อแม่บอกว่าเป็นของที่หนิงหนิงให้ ก็รับไว้เถอะ มีนมผงสองกระป๋องนี้ จ้วงจ้วงของเราจะได้โตไวๆ แข็งแรง"
"ช่วงนี้ถ้าฉันมีเวลาจะขึ้นเขาบ่อยขึ้น พยายามล่าสัตว์มาให้ได้เยอะๆ"
"ค่ะ"
กู้เหวินหนานอดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้ คนนอกมักจะพูดว่าบ้านสกุลกู้ตามใจกู้เจียหนิงจนเกินไป แต่จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้ตาบอด ที่ตามใจกู้เจียหนิงก็เพราะมีเหตุผล
ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าหนิงหนิงจะมีของดีอะไร ก็จะแบ่งปันให้พวกเขาสามพี่น้องเสมอ
บางครั้งเวลาที่พวกเขาทำผิดกำลังจะโดนตี หนิงหนิงก็จะออกโรงปกป้อง
ถึงแม้หนิงหนิงจะค่อนข้างเรื่องมาก แต่จริงๆ แล้วก็เป็นแค่ความเอาแต่ใจแบบเด็กๆ เท่านั้น พวกเขาก็ยินดีที่จะตามใจน้องสาวที่น่ารักแบบนี้
จะมีก็แต่ตอนที่ได้เจอกับปัญญาชนเวินนั่นแหละ ที่หนิงหนิงเริ่มเปลี่ยนไป
แต่พวกเขาเชื่อว่า หนิงหนิงถูกปัญญาชนเวินคนนั้นยุยงล่อลวง
ตอนนี้ หลังจากที่กระโดดน้ำไปครั้งหนึ่ง หนิงหนิงก็เลิกชอบปัญญาชนเวินแล้ว ดูเหมือนว่าเธอกำลังจะกลับไปเป็นคนเดิม...
กู้เหวินหนานคิดว่า แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว
ทางด้านนี้ กู้เจียหนิงออกจากบ้าน เดินอยู่บนเส้นทางที่จะไปยังบ้านเก่า ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งพรวดพราดออกมาขวางหน้า
"สหายหนิงหนิง"
กู้เจียหนิงจ้องมองชายหนุ่มรูปงามในเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำตรงหน้า ชั่วขณะหนึ่ง... ความรู้สึกราวกับว่าเวลาได้ผ่านไปชั่วชีวิตก็ผุดขึ้นมา
เกิดใหม่มาหลายวันแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นเวินจู๋ชิงในชาติภพนี้
ใช่แล้ว... คนที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ ก็คือเวินจู๋ชิง
กู้เจียหนิงเม้มปากแน่น พินิจพิจารณาเขาอย่างละเอียด ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ ประกายความเกลียดชังอันแรงกล้าพาดผ่านแววตาของเธอไปชั่ววูบ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เธอก็กลับคืนสู่ท่าทีใสซื่อดังเดิม กะพริบตาปริบๆ แล้วเอ่ยว่า "อ้าว คุณปัญญาชนเวินนี่เอง"
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกู้เจียหนิง เวินจู๋ชิงก็คอยสังเกตเธออย่างแนบเนียนมาโดยตลอด เขามองหญิงสาวผู้มีดวงตาสดใสเป็นประกายตรงหน้า แล้วก็พบว่า... ดูเหมือนกู้เจียหนิงจะสวยขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
พูดตามตรง เวินจู๋ชิงก็เป็นผู้ชายคนหนึ่ง ความงามของกู้เจียหนิง แม้แต่ในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่เขาจากมา ก็ยังยากที่จะหาใครสวยเทียบเทียมได้
ดังนั้น สำหรับรูปโฉมและรูปร่างของกู้เจียหนิง เขาย่อมมีใจหวั่นไหว
แต่เขาก็รู้ซึ้งแก่ใจดีว่า ในฐานะคนเซี่ยงไฮ้ และด้วยอุดมคติในอนาคตของเขา เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะแต่งงานกับสาวบ้านนอกที่ไม่มีพื้นเพอะไรเลย
แต่ตอนนี้เขาต้องมาใช้ชีวิตอยู่ชนบท เมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่บ้านและสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับเข้าเมืองเมื่อไหร่
แต่ถึงจะต้องอยู่ชนบท เขาก็สามารถวางแผนหาผลประโยชน์ให้ตัวเองได้... ช่างเป็นบุรุษผู้สูงส่งที่เปี่ยมด้วยอุดมการณ์เสียนี่กระไร... อุดมการณ์ที่จะเกาะผู้หญิงกินน่ะนะ!
ขอแค่ทำให้ชีวิตของตัวเองสุขสบายขึ้นก็พอแล้ว
เวินจู๋ชิงรู้ดีว่าตัวเองมีหน้าตาที่ดีและนิสัยที่ดูอ่อนโยนเป็นอาวุธ
ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ก็มีหญิงสาวมาเอาอกเอาใจเขามากมาย แต่คนที่เขาพึงพอใจที่สุดก็คือกู้เจียหนิง เพราะพ่อของเธอเป็นผู้ใหญ่บ้าน พี่ชายทั้งสามคนก็มีความสามารถ ส่วนตัวกู้เจียหนิงเองก็ทั้งสวยทั้งซื่อ แถมยังถูกตามใจจากที่บ้านอีกต่างหาก
ถ้าสามารถหลอกล่อให้กู้เจียหนิงหลงใหลเขาได้ รับรองว่าจะต้องนำผลประโยชน์มาให้เขามากมายอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ลงมือทำเช่นนั้น
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เขาแน่ใจแล้วว่าหัวใจของกู้เจียหนิงมอบให้เขาไปทั้งดวงแล้ว
นี่ไงล่ะ... ไม่นานมานี้พอพี่ใหญ่ของบ้านกู้ได้ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ในโรงงานเหล็กกล้า เขาก็รู้ทันทีว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว
ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค เขาก็สามารถยุยงให้กู้เจียหนิงอาสาไปนำตำแหน่งงานนั้นมาให้เขาได้
กู้เจียหนิงกระโดดน้ำเพื่อเรื่องงาน เวินจู๋ชิงไม่ได้คาดคิด แต่ก็ไม่รู้สึกประหลาดใจ
เดิมทีคิดว่าหลังจากที่กระโดดน้ำแล้ว บ้านสกุลกู้จะต้องยอมอ่อนข้อให้ เขาจะได้ตำแหน่งงานนั้นมาในไม่ช้า และไม่ต้องลงไปทำนาอีกต่อไป
แต่ใครจะไปคิดว่า ในวันเดียวกันนั้นเอง เขาจะถูกคนเอาถุงคลุมหัวแล้วรุมซ้อมถึงสองครั้ง ทำให้ต้องนอนซมอยู่บนเตียงมาหลายวัน
ส่วนทางด้านกู้เจียหนิง กลับมีข่าวลือเรื่องดูตัวกับนายทหารออกมาไม่หยุดหย่อน
เดิมทีตั้งใจจะรอให้ร่างกายดีขึ้นกว่านี้ก่อนแล้วค่อยไปหยั่งเชิงที่บ้านกู้เจียหนิง แต่พอได้ยินข่าวว่าวันนี้นายทหารคนนั้นพาครอบครัวมาส่งสินสอด เวินจู๋ชิงก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป เขาฝืนสังขารออกมา หวังว่าจะหาโอกาสพบกู้เจียหนิงให้ได้ ไม่คิดว่าโชคจะดีขนาดนี้... ได้เจอกันจริงๆ
ดูจากท่าทีของกู้เจียหนิงแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม แต่ไม่รู้ทำไม... เวินจู๋ชิงกลับรู้สึกว่า เธอมีบางอย่างที่เปลี่ยนไป
เมื่อคิดไม่ออกในชั่วขณะ เวินจู๋ชิงก็ประดับรอยยิ้มอ่อนโยนตามความเคยชินไว้บนใบหน้าที่อุตส่าห์พักฟื้นมาหลายวันจนยุบบวมลงไปบ้างแล้ว นัยน์ตาดอกท้อคู่นั้นดูราวกับจะเปี่ยมไปด้วยความรัก แต่ก็แฝงไว้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ "สหายหนิงหนิง... ได้ยินว่าวันนี้เธอหมั้นแล้วเหรอ?"
...
เซิ่งเจ๋อซีหลังจากที่ส่งคุณตาคุณยายกลับถึงโรงแรมแล้ว ก็นึกขึ้นได้ว่าลืมคุยกับกู้เจียหนิงเรื่องที่จะไปถ่ายรูปแต่งงานและจดทะเบียนสมรสเมื่อไหร่ เขาจึงขับรถกลับมาอีกครั้ง
ไม่คาดคิดว่ากู้เจียหนิงจะไม่อยู่ที่บ้าน แต่ไปที่บ้านเก่า เซิ่งเจ๋อซีรู้ว่าบ้านเก่าอยู่ที่ไหน เขาจึงเดินเท้าไป
จากที่ไม่ไกลนัก เสียงของคุณป้าสองคนที่เดินสวนกันมาก็ลอยมาตามลม
"นี่... ลูกสาวบ้านกู้วันนี้หมั้นกับนายทหารไม่ใช่เหรอ?"
"ใช่สิ วันนี้บ้านกู้คึกคักจะตาย นายทหารคนนั้นสมกับเป็นคนปักกิ่งจริงๆ สินสอดที่ให้มาก็ทุ่มสุดตัวเลย"
"แล้วแกว่า... กู้เจียหนิงเลิกชอบคุณปัญญาชนเวินจริงๆ แล้วเหรอ?"
"ก็น่าจะนะ"
"แล้วทำไมฉันถึงเพิ่งจะเห็นกู้เจียหนิงยืนคุยอยู่กับคุณปัญญาชนเวินเมื่อกี้นี้ล่ะ?"
[จบบท]