บทที่ 218: พี่สะใภ้ใหญ่คลอดแล้ว!
การมีเด็กๆ หลายคนในบ้านอาจทำให้การดูแลไม่ทั่วถึง และยังต้องคอยระแวดระวังพวกคนไม่ดีที่มีเจตนาร้ายแฝงตัวเข้ามาอีกด้วย การมีลูกๆ ของหู่โพอยู่ด้วยก็เปรียบเสมือนมีเกราะป้องกันเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น ยิ่งหู่โพและลูกๆ ของมันแข็งแรงและฉลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเรื่องดีมากเท่านั้น
"หนิง... ฟ้ายังไม่สว่างเลย เรากลับไปนอนกันต่อเถอะนะ" เซิ่งเจ๋อซีที่เพิ่งกลับมาหลังจากนำน้ำไปเททิ้งเอ่ยขึ้น
"ค่ะ"
แม้ว่าหู่โพจะคลอดลูกออกมาอย่างรวดเร็ว แต่กระบวนการทั้งหมดก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง หญิงสาวซึ่งอยู่ในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์รู้สึกเหนื่อยง่ายเป็นพิเศษในช่วงนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
กู้เจียหนิงเหลือบมองหู่โพและลูกสุนัขตัวน้อยทั้งสี่ที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในบ้านสุนัขเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินจูงมือสามีกลับเข้าไปนอนในบ้าน
เช้าวันรุ่งขึ้น ข่าวการคลอดลูกของหู่โพก็แพร่สะพัดไปทั่วบ้านพักทหาร ทุกคนต่างรู้ว่าสุนัขของบ้านกู้เจียหนิงได้ให้กำเนิดลูกสุนัขสี่ตัว เป็นตัวผู้สองตัวและตัวเมียสองตัว
แม้หู่โพจะเป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่ง แต่การคลอดลูกที่ราบรื่นของมันกลับดูเหมือนเป็นการเริ่มต้นที่ดีของเรื่องราวดีๆ ที่กำลังจะตามมา
ไม่กี่วันต่อมา ระบบในหัวของกู้เจียหนิงก็เด้งข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ข้อความระบุว่าหยางม่านม่านที่ผูกพันธะกับระบบไว้กำลังจะคลอดลูกแล้ว!
พี่สะใภ้ใหญ่กำลังจะคลอดแล้วเหรอ?
แม้ตัวจะอยู่ไกลถึงเขตทหารตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ด้วยพันธะที่เชื่อมโยงกัน ทำให้กู้เจียหนิงสามารถรับรู้สถานะของพี่สะใภ้ผ่านทางระบบได้ เมื่อเห็นว่าข้อมูลต่างๆ ของพี่สะใภ้ยังคงปกติดีทุกอย่าง เธอก็พลันรู้สึกโล่งใจ
สามชั่วโมงต่อมา...
ระบบก็ส่งข้อความแจ้งเตือนอีกครั้งว่า หยางม่านม่านได้คลอดลูกอย่างปลอดภัยแล้ว
กู้เจียหนิงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก "ป่านนี้พ่อกับแม่คงกำลังจะโทรมาหาฉันแล้วแน่ๆ"
และก็เป็นไปตามคาด ช่วงเย็นวันนั้นเอง กู้เจียหนิงก็ได้รับโทรศัพท์จากที่บ้าน
"หนิงเอ๊ย! พี่สะใภ้ใหญ่ของลูกคลอดแล้วนะ ได้หลานชายแน่ะ! ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกเลย" ปลายสายคือเสียงของเหยาชุนฮวาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"พี่สะใภ้ใหญ่คลอดแล้วเหรอคะ! ดีจังเลยค่ะ ดีจริงๆ" แม้ว่าจะทราบข่าวดีจากระบบแล้วว่าพี่สะใภ้คลอดลูกชายอย่างปลอดภัย แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความตื่นเต้นและยินดีของมารดาผ่านทางโทรศัพท์ ความรู้สึกเหล่านั้นก็ราวกับถูกส่งผ่านมาถึงเธอด้วยเช่นกัน
"แม่คะ ที่บ้านเรายังพอมีนมผงเหลืออยู่ไหมคะ ถ้าไม่พอเดี๋ยวฉันจะรีบส่งไปเพิ่มให้ ไม่ต้องประหยัดนะคะ" กู้เจียหนิงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
"พอจ้ะ พอเหลือเฟือเลย ไม่ต้องส่งมาเพิ่มหรอก ทุกครั้งที่ลูกส่งของกลับมาก็มีนมผงมาด้วยตลอด ตอนนี้นมผงที่บ้านเรามีเยอะแยะไปหมด" เหยาชุนฮวาพูดความจริง ไม่ต้องพูดถึงคนในหมู่บ้านเลย ต่อให้เป็นคนในเมืองก็เถอะ จะมีบ้านไหนกันที่มีนมผงเก็บไว้เป็นกระป๋องๆ มากมายขนาดนี้ และจะมีเด็กบ้านไหนที่ได้ดื่มนมผงตั้งแต่แรกเกิดกันบ้าง ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณลูกสาวของเธอจริงๆ
"หนิงเอ๊ย พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ของลูกฝากแม่มาขอบคุณลูกด้วยนะ"
เพราะก่อนหน้านี้ สองสามีภรรยาพยายามมีลูกมาตลอดแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที เป็นกู้เจียหนิงที่ช่วยรักษาให้ จนในที่สุดวันนี้หยางม่านม่านก็ได้ให้กำเนิดลูกชายสมความปรารถนา
"โธ่... แม่คะ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะพูดขอบคุณอะไรกันให้มากความคะ"
"อีกอย่าง พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่ก็ดีกับฉันมาตลอด" กู้เจียหนิงรู้สึกว่าเมื่อได้รับความเมตตา ก็ควรที่จะตอบแทนกลับไป พี่ชายและพี่สะใภ้ที่ดีขนาดนี้ ไม่ควรต้องมาพบเจอกับเรื่องน่าเสียใจ
"แล้วพี่รองกับพี่สามล่ะคะ การงานเป็นยังไงบ้าง?"
เมื่อพูดถึงเรื่องงานของลูกชายทั้งสอง เหยาชุนฮวาก็ยิ้มแก้มปริ "ดีมากเลยล่ะลูก"
มันดีมากจริงๆ งานทั้งสองตำแหน่งนี้เป็นงานที่ท่านนายอำเภอจัดหาให้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่สหกรณ์การค้าและการตลาด หรือคนที่สถานีเสบียงอาหาร ต่างก็รู้ดีถึงความสัมพันธ์นี้ จึงไม่มีใครกล้าละเลยสองพี่น้องคู่นี้เลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อทุกคนรู้ว่าน้องสาวของกู้เหวินหนานและกู้เหวินโจวก็คือกู้เจียหนิง แพทย์หญิงผู้มีวิชาการแพทย์เป็นเลิศ เป็นถึงศาสตราจารย์ที่เคยลงหนังสือพิมพ์ แถมยังแต่งงานกับนายทหารจากเมืองปักกิ่งอีกด้วย
ด้วยพื้นเพที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ใครกันจะไม่อยากผูกมิตรกับครอบครัวของกู้เจียหนิงกันล่ะ
ดังนั้น สองพี่น้องจึงทำงานที่สหกรณ์และสถานีเสบียงอาหารได้อย่างราบรื่นและไปได้สวย แน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็มาจากความสามารถและนิสัยที่ดีของทั้งคู่ด้วย
"ลูกไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่พี่สามของลูกยังเป็นแค่สมุหบัญชีของหมู่บ้านเรา ก็มีสาวๆ อยากจะแต่งเข้าบ้านเราเยอะแยะแล้ว"
"ตอนนี้พอเขาได้ไปทำงานที่สหกรณ์การค้าและการตลาด มีงานการที่มั่นคงทำแล้ว คนที่มาสู่ขอก็ยิ่งเยอะขึ้นไปอีก ธรณีประตูบ้านเราแทบจะพังอยู่แล้วเนี่ย"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เหยาชุนฮวาก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
กู้เจียหนิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับสถานการณ์นี้เลย เพราะในยุคสมัยนี้ การมีงานทำก็เปรียบเสมือนมีชามข้าวเหล็กที่มั่นคง มีเงินเดือนประจำทุกเดือน แถมวันหยุดเทศกาลก็ยังมีสวัสดิการต่างๆ อีกมากมาย สาวบ้านไหนกันจะไม่อยากแต่งงานกับคนที่มีงานการมั่นคงแบบนี้
ยิ่งไปกว่านั้น พี่น้องบ้านกู้ทุกคนต่างก็หน้าตาดีกันทั้งนั้น ตอนนี้กู้เจียหนิงอาจจะสวยโดดเด่นเพราะได้กินยาเม็ดโฉมสะคราญกลิ่นสวรรค์เข้าไป แต่ถึงแม้จะไม่ได้กินยาเม็ดนี้ หน้าตาเดิมของเธอก็จัดว่าสวยมากอยู่แล้ว ดังนั้นหน้าตาของพี่ชายทั้งสามคนก็ย่อมไม่ธรรมดาเช่นกัน
"คนที่มาสู่ขอเนี่ย ไม่ได้มีแค่คนในหมู่บ้านนะ คนในเมืองก็มีเยอะแยะเลยล่ะ"
กู้เจียหนิงเข้าใจสถานการณ์นี้ดี แม้ว่าตอนนี้ครอบครัวกู้จะยังอาศัยอยู่ในชนบท แต่ในด้านอื่นๆ กลับดีพร้อมไปเสียทุกอย่าง
พ่อของเธอเป็นผู้ใหญ่บ้าน แม่ของเธอก็ดูแลฟาร์มหมูของหมู่บ้าน พี่ชายทั้งสามคนต่างก็มีงานทำ ส่วนตัวเธอที่เป็นน้องสาวคนเล็กก็เป็นถึงแพทย์หญิงและศาสตราจารย์ แถมยังแต่งงานกับนายทหารจากเมืองหลวงปักกิ่งและเคยลงข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อีกด้วย
ภูมิหลังของครอบครัวแบบนี้ ถ้าพูดออกไปแล้วล่ะก็ ไม่มีใครว่าด้อยกว่าใครอย่างแน่นอน
ที่สำคัญ พ่อกับแม่ของเธอในฐานะพ่อแม่สามีก็มีนิสัยดีมาก แค่ดูจากที่ตลอดหลายปีมานี้หยางม่านม่านไม่มีลูก แต่เหยาชุนฮวาก็ไม่เคยว่ากล่าวอะไร แถมเวลาที่มีคนข้างนอกพูดถึงหยางม่านม่านในทางไม่ดี เธอก็ยังออกโรงปกป้องอย่างเต็มที่อีกด้วย
แม่สามีแบบนี้ ใครจะไม่ชอบกันบ้างล่ะ
"แล้วพี่สามมีคนที่ชอบบ้างไหมคะ?" กู้เจียหนิงเอ่ยถาม
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ในชาติที่แล้วพี่สามของเธอครองตัวเป็นโสดไปตลอดชีวิต ซึ่งนั่นก็เป็นความเจ็บปวดในใจของกู้เจียหนิงเช่นกัน
"พี่สามของลูกน่ะนะ... หัวสมองก็ดีอยู่หรอก แต่เรื่องแต่งงานมีครอบครัวเนี่ยสิ ไม่ได้เรื่องเลย"
"เขาไม่มีใครที่คบหาอยู่ด้วย แล้วก็ยังไม่อยากแต่งงานด้วย"
"ไอ้เด็กเหลือขอนี่! ไม่ดูตัวเองเลยว่าอายุเท่าไหร่แล้ว ปาเข้าไป 20 แล้วนะ บ้านอื่นอายุเท่านี้เขามีลูกกันหลายคนแล้ว"
กู้เจียหนิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
เธอครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "แม่คะ เรื่องแต่งงานของพี่สามอย่าเพิ่งไปเร่งเลยค่ะ"
"เรื่องแบบนี้ ให้เขาเต็มใจเองจะดีกว่า"
"ฉันว่าพี่สามเป็นคนมีความคิดเป็นของตัวเองนะคะ"
"พี่สาม... เขาอาจจะยังอยากเรียนหนังสืออยู่ก็ได้ค่ะ..."
เรียนหนังสือ?
เหยาชุนฮวาชะงักไปครู่หนึ่ง
"เขาก็จบมัธยมปลายมาตั้งนานแล้ว จะไปเรียนอะไรได้อีก นอกจากว่า..."
นอกจากว่า... จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาอีกครั้ง?
แต่... มันจะเป็นไปได้เหรอ?
เหยาชุนฮวาเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวต้องการจะสื่อ ดวงตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาทันที ก่อนจะลดเสียงลงแล้วกระซิบถาม "หนิง... ลูกว่าเรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั่น..."
แม้เธอจะพูดไม่จบประโยค แต่กู้เจียหนิงก็เข้าใจความหมายของเธอดี
"แม่คะ เรื่องแบบนี้ใครจะไปรู้ได้ล่ะคะ"
"แต่ฉันคิดว่าตอนนี้ประเทศเรากำลังพัฒนา ยังไงก็ต้องการบุคลากรที่มีความสามารถ และมหาวิทยาลัยก็เป็นสถานที่สำหรับบ่มเพาะบุคลากรเหล่านั้น ดังนั้น มันก็มีความเป็นไปได้สูงมากเลยค่ะ"
"แม่บอกให้พี่สามเตรียมตัวไว้ได้เลย"
ส่วนจะให้เตรียมตัวเรื่องอะไรนั้น...
แน่นอนว่าต้องเป็นการทบทวนบทเรียน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยทุกเมื่อ
กู้เจียหนิงคำนวณเวลาดูแล้ว จริงๆ ก็เหลือเวลาอีกแค่ปีกว่าๆ เท่านั้นก็จะถึงเวลาที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาอีกครั้ง หากเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ก็น่าจะทันเวลาพอดี
‘หวังว่าครั้งนี้พี่สามจะได้ทำความฝันที่จะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยของชาติที่แล้วให้เป็นจริงนะ’ กู้เจียหนิงคิดในใจ
เมื่อได้ยินคำตอบที่เหมือนเป็นการยืนยันจากปากกู้เจียหนิง เหยาชุนฮวาก็ยิ่งดีใจมากขึ้นไปอีก
"ได้เลย! เดี๋ยวรอพี่สามของลูกเลิกงานกลับมา แม่จะบอกเขาเรื่องนี้ รับรองเขาต้องดีใจมากแน่ๆ!"
[จบบท]