บทที่ 27: ผูกพันธะกับหมูอ้วน 9 ตัว
อันที่จริง ก็ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะเชื่อฟังคำพูดของฉินเจาตี้ไปเสียทั้งหมด
แต่ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง เสื้อผ้าต้องปันส่วนกันใส่แบบนี้ บางครอบครัวแทบจะไม่ได้ลิ้มรสเนื้อหมูตลอดทั้งปีด้วยซ้ำ ดังนั้นหมูทุกตัวที่หมู่บ้านเลี้ยงไว้ในสายตาของชาวบ้านจึงเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่า พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ หมูมีค่ามากกว่าคนเสียอีก
นี่ก็ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ทุกคนต่างก็ตั้งตารอคอยที่จะได้แบ่งปันเนื้อหมู แต่ใครจะคิดว่าอยู่ๆ หมูทั้ง 9 ตัวจะมาป่วยพร้อมกัน แถมดูจากสภาพแล้วอาการก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ทำให้ชาวบ้านที่วิ่งตามมาดูอดที่จะร้อนใจไม่ได้
แต่หลังจากได้ฟังคำพูดของเหยาชุนฮวา อารมณ์ของทุกคนก็เริ่มสงบลงได้บ้าง
“แต่ว่าป้าเหยา เรื่องที่หมูมีอาการผิดปกติมันเป็นเรื่องจริงนะคะ เราควรจะรีบหาวิธีแก้ไขดีกว่า”
“ใช่ๆ ต้องรีบหน่อย”
“ฉันรู้แล้ว นี่ไงถึงได้พาลูกสาวฉันมาด้วย”
ตอนนั้นเองที่ทุกคนเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเหยาชุนฮวายังคงจับมือกู้เจียหนิงเอาไว้ไม่ปล่อย พอได้ยินนางพูดแบบนั้น ทุกคนก็พลันนึกขึ้นได้ ใช่แล้ว กู้เจียหนิงเป็นนักเรียนอาชีวะสาขาการพยาบาล เป็นคนเดียวในหมู่บ้านที่เรียนมาทางสายการแพทย์
แต่...ยัยเด็กนี่จะรักษาได้จริงๆ เหรอ?
ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้ยินเลยว่ากู้เจียหนิงเคยรักษาคนป่วย นับประสาอะไรกับการรักษาสัตว์อย่างหมู สายตาของชาวบ้านเต็มไปด้วยความกังขาอย่างปิดไม่มิด
ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนขึ้นเสียงดัง “หมอจางมาแล้ว!”
ไกลออกไป พ่อกู้กำลังลากใครคนหนึ่งวิ่งมา บนหลังของเขาสะพายกล่องยาอยู่ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหมอจางนั่นเอง
“ให้หมอจางดูก่อนดีกว่า”
ยังไงเสียหมอจางก็เป็นหมอประจำหมู่บ้านเพียงคนเดียวของพวกเขา
หมอจางถูกพ่อกู้ลากวิ่งมาจนหอบแฮ่ก พอหยุดได้ก็ยืนหอบหายใจอย่างแรง ในใจก็สบถด่าไม่หยุด ‘ตาเฒ่าจางเอ๊ย ฉันไปทำกรรมอะไรไว้นะ ครั้งก่อนก็ถูกลากไปดูลูกสาวแกที่กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย คราวนี้ยังจะโดนลากมาดูหมูที่เมียแกเลี้ยงป่วยอีก นี่เห็นว่าฉันเป็นแค่ตาแก่ตัวคนเดียว ไม่มีลูกเมียอยู่ข้างกายเลยจะรังแกกันใช่ไหม หรือเห็นว่าฉันนับแกเป็นเพื่อนซี้กันแน่’
ถึงในใจจะด่ากราด แต่พอเป็นเรื่องของพ่อกู้ หมอจางก็ยังคงรีบตามมาทันที ก็ใครใช้ให้พวกเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ยาวนานหลายสิบปีขนาดนี้
เพียงแต่ว่า...
ฝูงชนแหวกทางออกเป็นช่อง หมอจางถูกพามายืนอยู่หน้าเล้าหมู มองดูสภาพหมูข้างในที่บางตัวก็ซึมเซาไร้เรี่ยวแรง บางตัวก็นอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น แค่ดูก็รู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก
“ฉันรักษาคนนะ ไม่ใช่สัตวแพทย์ คงจะดูให้ไม่ได้หรอก”
“แกลองดูก่อน ยังไงก็ต้องลองดู” พ่อกู้คะยั้นคะยอ
สุดท้าย หมอจางก็ยอมเดินเข้าไปดู ยังไงก็ต้องลองดูก่อนถึงจะรู้ผล อีกอย่าง หมูอ้วนพีที่หมู่บ้านเลี้ยงไว้ คงไม่มีชาวบ้านคนไหนอยากให้พวกมันต้องมาตายจากไป
“ระบบ ผูกพันธะกับหมูอ้วน 9 ตัวนั่นซะ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายใจ เธอสั่งการระบบในหัวอย่างรวดเร็ว
【ติ๊ง! ผูกพันธะกับผู้ป่วยหมายเลข 2 เรียบร้อยแล้ว กำลังสแกน... ผลการสแกนรอการตรวจสอบ...】
【ติ๊ง! ผูกพันธะกับผู้ป่วยหมายเลข 3 เรียบร้อยแล้ว...】
ระหว่างที่หมอจางกำลังตรวจดูอาการหมู กู้เจียหนิงก็ใช้ให้ระบบผูกพันธะกับหมูพวกนั้นเรียบร้อย พร้อมกับกวาดสายตามองผู้คนรอบๆ อย่างสำรวจ ตอนนี้มีชาวบ้านมายืนมุงดูกันเต็มไปหมด ไม่ใช่แค่ชาวบ้าน แต่พวกปัญญาชนก็มาด้วย
กระทั่ง...
กู้เจียหนิงเหลือบไปเห็นเวินจู๋ชิง เขากำลังยืนคุยกับปัญญาชนชายคนหนึ่ง ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ เวินจู๋ชิงจึงหันมามองแวบหนึ่งด้วยสายตาเรียบเฉยเหมือนเช่นเคย
กู้เจียหนิงเบือนหน้ากลับมา ขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้
เธอยืนอยู่ข้างหลังแม่ของตัวเอง ก่อนจะใช้อำนาจจิตสั่งการหน้าต่างข้อมูลคนไข้ในระบบ เริ่มจากการตรวจสอบสถานการณ์ของหมูอ้วนตัวแรกก่อน
ไม่นานนัก บนหน้าจอก็แสดงข้อมูลอายุและสถานะร่างกายปัจจุบันของหมูตัวนั้นขึ้นมา แค่เหลือบมองสภาพร่างกายก็รู้ได้ทันทีว่าอาการของมันย่ำแย่แค่ไหน
ท้องร่วง อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น อุจจาระมีมูกเลือดปน ตื่นตระหนก กระสับกระส่าย ล้มลงนอนชัก...
กู้เจียหนิงเพ่งความสนใจไปที่ผลการวินิจฉัยโรค
【จากการวินิจฉัย พบว่าเป็นภาวะอาหารเป็นพิษจากการกินถั่วหางกระดิ่งที่มีพิษโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นภาวะอาหารเป็นพิษเฉียบพลัน ขอให้โฮสต์รีบทำการรักษาโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นผู้ป่วยหมายเลข 2 จะเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง】
หัวใจของกู้เจียหนิงกระตุกวูบ ตายภายในไม่กี่ชั่วโมง งั้นก็ต้องรีบรักษากันหน่อยแล้ว จะปล่อยให้หมูพวกนี้ตายไม่ได้เด็ดขาด!
แต่ว่า... ถั่วหางกระดิ่งที่มีพิษ...
ของแบบนี้กู้เจียหนิงรู้จักดี มันเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปตามท้องไร่ท้องนา เรียกได้ว่าขึ้นอยู่เต็มภูเขาไปหมด แต่ขอแค่เป็นชาวบ้านที่มีประสบการณ์ก็จะรู้ดีว่าถั่วหางกระดิ่งส่วนใหญ่นั้นมีพิษ ไม่ว่าจะกับคนหรือสัตว์ก็ตาม
เธอเชื่อมั่นว่าแม่ของเธอไม่มีทางไปเก็บถั่วหางกระดิ่งมาให้หมูกินแน่นอน
ในเมื่อไม่ใช่แม่ของเธอเป็นคนเก็บมา ก็แสดงว่าเป็นฝีมือของคนอื่น
ณ วินาทีนี้ กู้เจียหนิงปักใจเชื่ออย่างยิ่งแล้วว่ามีคนจงใจเล่นงานครอบครัวกู้ แต่จะเป็นใครนั้น ตอนนี้ยังบอกได้ไม่แน่ชัด
เมื่อดูอาการของหมูตัวอื่นๆ ก็พบว่าไม่ต่างจากหมูตัวที่ 2 เท่าไหร่นัก
แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องรักษาหมูให้หาย
กู้เจียหนิงเลือกที่จะยืนหลบอยู่หลังแม่ของเธอ จากนั้นจิตสำนึกของเธอก็เข้าสู่มิติหมอเทวดา
【โฮสต์ต้องการเริ่มการเรียนรู้หรือไม่คะ?】
“เริ่ม”
เมื่อมองดูตำราเกี่ยวกับภาวะอาหารเป็นพิษในหมูหลายเล่มที่วางอยู่ตรงหน้า กับอาจารย์สัตวแพทย์อีกหลายคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล กู้เจียหนิงที่ยืนก้มหน้าหลบอยู่หลังแม่ก็เข้าสู่ห้วงมิติและเริ่มเรียนรู้อย่างบ้าคลั่งในแบบที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ช่างเป็นความสามารถที่น่ารังเกียจจริงๆ แค่เข้ามิติไปไม่นานก็คงจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้แล้ว ไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายเหมือนคนอื่น
โชคดีที่อัตราการไหลของเวลาในโลกแห่งความเป็นจริงกับในมิติแตกต่างกันมาก หนึ่งชั่วโมงในโลกจริงเท่ากับหนึ่งปีในมิติ กู้เจียหนิงคิดว่าภายในหนึ่งเดือนในมิติ เธอน่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
เหยาชุนฮวาไม่รู้เรื่องราวเบื้องหลัง คิดว่าลูกสาวของตนคงจะตกใจกลัวกับสายตากดดันของผู้คน จึงให้ความร่วมมือด้วยการดึงกู้เจียหนิงไปหลบอยู่ข้างหลัง ลูกสาวสุดที่รักของเธอนั้นบอบบางจะตาย
พร้อมกันนั้นในใจของเธอก็รู้สึกเสียใจอยู่หน่อยๆ ที่ไม่น่าไปตามลูกสาวมาดูหมูเลย ถ้าลูกสาวรักษาหมูให้หายได้ก็ดีไป แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ เธอก็เท่ากับทำร้ายลูกสาวตัวเองไม่ใช่หรือ
ส่วนลูกสาวตัวดีที่กำลังเรียนรู้อย่างบ้าคลั่งอยู่นั้น ไม่ได้รับรู้ถึงความกังวลในใจของแม่เลยแม้แต่น้อย และไม่รู้ว่าเวลาในมิติผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
จนกระทั่งเสียงของระบบดังขึ้น
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สอบผ่าน ได้รับรางวัล 9 คะแนน และการ์ดย้อนเวลา 24 ชั่วโมง (เวอร์ชั่นใช้แล้วทิ้ง) 1 ใบ】
กู้เจียหนิงที่ยืนอยู่หลังเหยาชุนฮวากลับคืนสู่ความเป็นจริง ดวงตาของเธอเหม่อลอยไปชั่วขณะ ให้ความรู้สึกราวกับเพิ่งข้ามภพข้ามชาติมา สักพักดวงตาจึงกลับมาสดใสเหมือนเดิม
จากนั้นเธอก็เห็นรางวัลที่ระบบมอบให้
9 คะแนน? เป็นเพราะหมู 9 ตัวเหรอ? หมูตัวหนึ่งให้แค่ 1 คะแนนเองสินะ ดูท่าแล้วหมูกับคนคงเทียบกันไม่ได้จริงๆ คราวก่อนที่เธอผูกพันธะกับพี่สะใภ้ใหญ่ เรียนรู้วิธีรักษาภาวะมดลูกเย็น พอสอบผ่านก็ได้ตั้ง 10 คะแนนแน่ะ
ดูสิ ขนาดเรื่องแบบนี้ยังจะเอามาเปรียบเทียบอีก น่าสมเพชจริงๆ
แต่ว่า... การ์ดย้อนเวลา 24 ชั่วโมงใบนี้นี่สิ...
กู้เจียหนิงอ่านคำอธิบายของมัน สามารถระบุสถานที่หรือบุคคล เพื่อดูภาพเหตุการณ์ย้อนหลัง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาในรูปแบบวิดีโอได้
ของดีนี่นา
กู้เจียหนิงมองมัน ในใจก็เริ่มมีแผนการผุดขึ้นมา แต่คงต้องรออีกสักหน่อย
ว่าแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วนะ?
กู้เจียหนิงมองเข้าไปในเล้าหมู ดูเหมือนหมอจางจะตรวจเสร็จแล้วและกำลังเดินออกมา เธอคาดว่าเวลาคงผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
“หมอจาง หมูเป็นยังไงบ้าง?”
“ใช่ๆ รักษาได้ไหม”
เสียงชาวบ้านถามขึ้นอย่างร้อนรน
[จบบท]