บทที่ 273: คำเตือนอันตราย
ช่วงนี้เป็นช่วงที่เซิ่งซิ่นฮ่าวถูกพักงานชั่วคราวพอดี แถมยังต้องเดินทางไปบ้านตระกูลซางบ่อยๆ เขาจึงไม่ได้พาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดตามไปด้วยเหมือนเคย เปิดโอกาสให้คนของฟางหว่านหรงสามารถสืบเรื่องราวของเขาได้อย่างง่ายดาย
ใช่แล้ว... ตอนนี้ฟางหว่านหรงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว
ทว่าเมื่อเธอมองดูข้อมูลที่ได้มา คิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้ มันมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายปะปนกันไป
ข่าวดีก็คือ เซิ่งซิ่นฮ่าวไม่ได้มีผู้หญิงคนอื่น ซึ่งหมายความว่าตำแหน่งมาดามตระกูลเซิ่งของเธอยังคงปลอดภัย ไม่มีใครจะมาแย่งชิงไปได้
แต่ข่าวร้ายก็คือ...
‘เยว่เยว่’ คนนั้นมีตัวตนอยู่จริง
และไม่ใช่แค่เยว่เยว่เท่านั้น ยังมี ‘ซิงซิง’ อีกคนหนึ่งด้วย เด็กทั้งสองคนเป็นลูกชายและลูกสาวของเซิ่งเจ๋อซี ตอนนี้อาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลซาง และสาเหตุที่เซิ่งซิ่นฮ่าวออกจากบ้านบ่อยๆในช่วงนี้ก็เพื่อไปหาเด็กทั้งสองคนนั่นเอง
เมื่อค้นพบความจริงข้อนี้ ฟางหว่านหรงจึงแอบสะกดรอยตามเซิ่งซิ่นฮ่าวในครั้งถัดไปที่เขาออกจากบ้าน เธอเห็นเขาแวะไปที่บ้านตระกูลซางก่อน จากนั้นก็จูงมือเด็กชายหญิงคู่หนึ่ง อายุราวๆ 3 ขวบ เดินพลางพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานตรงไปยังห้างสรรพสินค้า
ดวงตาของฟางหว่านหรงจับจ้องไปที่ใบหน้าของเด็กทั้งสองคนอย่างไม่วางตา เธอเคยเห็นหน้าเซิ่งเจ๋อซีและกู้เจียหนิงมาก่อน แค่มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กสองคนนี้คือเซิ่งเจ๋อซีและกู้เจียหนิงเวอร์ชันย่อส่วนไม่มีผิด
เธอจำได้ว่าเมื่อสองปีก่อน ตอนที่กู้เจียหนิงมาบรรยายที่โรงเรียนมัธยมในเมืองปักกิ่ง ท้องของเธอก็ป่องโตอยู่แล้ว หรือว่านี่จะเป็นลูกของเซิ่งเจ๋อซีกับกู้เจียหนิงจริงๆ
แค่เพียงแวบเดียวที่ได้เห็น ฟางหว่านหรงก็มั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง ยิ่งได้ยินเสียงของเซิ่งซิ่นฮ่าวที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและการเอาอกเอาใจ เรียกเด็กทั้งสองว่าซิงซิงและเยว่เยว่ เธอก็ยิ่งแน่ใจมากขึ้นไปอีก
ดังนั้นมันจึงไม่ใช่มีผู้หญิงที่ชื่อเยว่เยว่มายั่วยวนเซิ่งซิ่นฮ่าว สิ่งที่ผูกมัดหัวใจของเขาไว้ก็คือหลานชายและหลานสาวแท้ๆ ของเขานั่นเอง!
ภาพตรงหน้าช่างบาดตาบาดใจฟางหว่านหรงเสียเหลือเกิน เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ แต่ความเจ็บปวดนั้นยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดในใจของเธอในตอนนี้
ทำไมกัน!
ทำไมลูกชายของเธอต้องตาย แต่เซิ่งเจ๋อซียังมีชีวิตอยู่สุขสบายดี
ทำไมเธอที่อยากจะมีลูกแทบตาย ต้องทนกินยาต้มรสขมมาหลายปี แต่กลับไม่มีวี่แววใดๆเลย แถมยังทำให้เซิ่งซิ่นฮ่าวรังเกียจอีกต่างหาก ในขณะที่เซิ่งเจ๋อซีกับกู้เจียหนิงกลับมีลูกที่น่ารักน่าชังถึงสองคน
แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบสองคนนั่นยังมาปรากฏตัวที่เมืองปักกิ่ง แถมยังได้เจอกับเซิ่งซิ่นฮ่าว และทำให้เขาหลงรักได้ขนาดนี้อีก
ฟางหว่านหรงรู้สึกว่านี่อาจจะเป็นแผนการของเซิ่งเจ๋อซีโดยเจตนา เขาทิฐิสูงเกินกว่าจะยอมมาขอคืนดีกับเซิ่งซิ่นฮ่าวด้วยตัวเอง แต่ก็ยังเสียดายอำนาจและเส้นสายของตระกูลเซิ่งอยู่ จึงส่งเจ้าเด็กสองคนนี้มาเป็นสะพานเชื่อม
ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ!
บางทีเซิ่งเจ๋อซีอาจจะไม่รู้ แต่จากประสบการณ์ที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี ฟางหว่านหรงรู้จักเซิ่งซิ่นฮ่าวดีกว่าใคร เธอรู้ว่าเขาให้ความสำคัญกับเซิ่งเจ๋อซีมากแค่ไหน เธอกล้าพูดได้เลยว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้าเพียงแค่เซิ่งเจ๋อซียอมอ่อนข้อให้เซิ่งซิ่นฮ่าวสักนิดเดียว เขาก็พร้อมจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่ลูกชายคนนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้นแม้ว่าตอนนี้เซิ่งเจ๋อซีจะยังไม่ปรากฏตัว แต่การที่ลูกๆทั้งสองของเขามาปรากฏตัวก็ให้ผลไม่ต่างกัน
เซิ่งเจ๋อซีตั้งใจจะใช้ลูกทั้งสองคนเป็นเครื่องมือเพื่อดึงทรัพยากรและเส้นสายจากเซิ่งซิ่นฮ่าว!
ช่างเป็นคนเจ้าแผนการจริงๆ!
แต่ทำไมกันล่ะ
เธออุตส่าห์ทุ่มเททุกอย่างอยู่เคียงข้างเซิ่งซิ่นฮ่าวมาหลายปี ทำทุกวิถีทางเพื่อหวังจะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลเซิ่ง แต่สิ่งที่เธอพยายามอย่างหนักกลับไม่เคยได้มา ทำไมต้องยกให้เซิ่งเจ๋อซีง่ายๆ แบบนี้ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น เซิ่งซิ่นฮ่าวแสดงท่าทีรังเกียจที่จะมีลูกกับเธออย่างชัดเจน แต่กลับเอาอกเอาใจลูกของเซิ่งเจ๋อซีถึงขนาดนี้ มีหรือที่ฟางหว่านหรงจะไม่เกลียดชัง
ใช่แล้ว... ความเกลียดชังของเธอไม่ได้มุ่งไปที่เซิ่งเจ๋อซี ซิงซิง และเยว่เยว่เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงเซิ่งซิ่นฮ่าวด้วย
จนกระทั่งเงาร่างของเซิ่งซิ่นฮ่าวที่กำลังจูงมือซิงซิงและเยว่เยว่หายลับไปจากสายตา ฟางหว่านหรงถึงได้สติกลับคืนมา เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ เมื่อคลายมือออกก็เห็นรอยเล็บจิกเป็นทางยาวจนเลือดซึม
มันเจ็บ... แต่ความเจ็บปวดทางกายนี้จะเทียบอะไรได้กับความเจ็บปวดในใจของเธอเล่า
ดวงตาของฟางหว่านหรงหรี่ลงอย่างน่ากลัว ไม่ได้เด็ดขาด เธอจะปล่อยให้แผนการของเซิ่งเจ๋อซีสำเร็จไม่ได้ เจ้าเด็กสองคนนั่น... ต้องถูกกำจัดทิ้ง
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบ
และในวินาทีเดียวกันกับที่จิตสังหารของฟางหว่านหรงปะทุขึ้น ในหัวของกู้เจียหนิงซึ่งกำลังนั่งหารือเรื่องการออกข้อสอบกับคนอื่นๆ อยู่นั้น สัญญาณเตือนค่าความมุ่งร้ายก็ดังลั่นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
【แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! มีบุคคลที่มีค่าความมุ่งร้ายต่อสมาชิกในครอบครัวของโฮสต์สูงเกิน 89%!】
เสียงเตือนดังซ้ำๆ ถึงสามครั้ง ทำให้หัวใจของกู้เจียหนิงกระตุกวูบ
เธอรีบหาข้ออ้างว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วเริ่มตรวจสอบทันที
ค่าความมุ่งร้ายที่สูงเกิน 70% หมายความว่าอีกฝ่ายมีความอาฆาตแค้นอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มที่จะลงมือภายในสามวันอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือค่าความมุ่งร้ายนี้พุ่งเป้ามาที่คนในครอบครัวของเธอ
จะเป็นใครกันนะ?
กู้เจียหนิงรีบเปิดหน้าต่างแจ้งเตือนค่าความมุ่งร้ายขึ้นมาดู แล้วเธอก็เห็นชื่อของคนในครอบครัวที่ถูกระบุไว้เป็นเป้าหมาย... ซิงซิงกับเยว่เยว่!
หัวใจของกู้เจียหนิงหล่นวูบด้วยความตระหนก
ซิงซิงกับเยว่เยว่อยู่ที่บ้านตระกูลซาง ในเขตบ้านพักทหารไม่ใช่เหรอ แล้วจะไปตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไรกัน?
แต่เมื่อกู้เจียหนิงเห็นว่าชื่อของอีกฝ่ายที่ถูกระบุว่าเป็นต้นตอของค่าความมุ่งร้ายนั้นคือใคร เธอก็เข้าใจทุกอย่างในทันที
ชื่อที่ปรากฏอยู่บนนั้นคือ ‘ฟางหว่านหรง’
เธอรู้ดีว่าฟางหว่านหรงคือใคร... เธอคือแม่เลี้ยงของพี่เจ๋อซี
แต่ว่า...
ซิงซิงกับเยว่เยว่ของเธอไปทำอะไรให้ฟางหว่านหรงไม่พอใจกัน ทำไมเธอถึงต้องคิดจะลงมือกับเด็กๆ ด้วย?
หรือจะเป็นเพราะว่าซิงซิงกับเยว่เยว่เป็นลูกของพี่เจ๋อซี ฟางหว่านหรงจึงโยนความเกลียดชังที่มีต่อเขามาลงที่เด็กๆ แทน?
“ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไรก็ตาม ฉันต้องรับประกันความปลอดภัยของซิงซิงกับเยว่เยว่ให้ได้”
ตอนที่ซิงซิงกับเยว่เยว่เกิด ระบบได้เพิ่มชื่อของเด็กทั้งสองเข้าไปในขอบเขตการป้องกันของเครื่องเตือนภัยโดยอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับลูกๆ ของเธอ แน่นอนว่ากู้เจียหนิงเองก็ได้มอบยันต์คุ้มกันให้พวกเขาพกติดตัว และให้กินยาเม็ดกันพิษร้อยชนิดไปแล้ว
แต่ใครจะไปรู้ว่าฟางหว่านหรงจะใช้วิธีไหนมาเล่นงานเด็กๆ ที่สำคัญที่สุดคือกู้เจียหนิงไม่อาจทนเห็นลูกๆของเธอต้องเจ็บปวดแม้แต่น้อย
“แต่จะทำยังไงดีล่ะ ฉันถูกกักตัวอยู่ที่นี่ จะเตือนซิงซิงกับเยว่เยว่ได้ยังไง”
“ต่อให้เตือนซิงซิงกับเยว่เยว่ไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอให้ได้เตือนพี่เจ๋อซีก็ยังดี ให้เขาไปเตือนลูกๆ แทน”
“เอาเถอะ ลองไปถามดูก่อนแล้วกันว่าพอจะโทรศัพท์ได้ไหม”
หลังจากออกจากห้องน้ำ กู้เจียหนิงก็ตรงไปหาเจ้าหน้าที่ทันที เธอแจ้งว่ามีเรื่องด่วนที่ต้องติดต่อเซิ่งเจ๋อซี และอยากจะขอใช้โทรศัพท์
“ต้องขออภัยด้วยครับศาสตราจารย์กู้ มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ”
เจ้าหน้าที่ตอบกลับด้วยความลำบากใจ
“ในช่วงระหว่างการออกข้อสอบ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดถูกเก็บไว้ทั้งหมดครับ”
“เราเองก็อยากจะให้คุณติดต่อไปเหมือนกัน แต่ไม่มีวิธีเลยครับ พวกเราเองก็ออกไปข้างนอกไม่ได้เหมือนกัน”
เนื่องจากเป็นการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรกในรอบ 10 ปี ทางการจึงให้ความสำคัญกับการสอบครั้งนี้เป็นอย่างมาก ขั้นตอนการออกข้อสอบจึงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ออกข้อสอบบางคนแอบช่วยให้เกิดการทุจริต จึงไม่อนุญาตให้มีการติดต่อกับภายนอก และยึดโทรศัพท์ไว้ทั้งหมด
เพราะถึงแม้จะสามารถดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ได้ แต่ใครจะไปรู้ว่าอาจมีการใช้รหัสลับในการสื่อสารกันก็ได้
ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม การตัดขาดการติดต่อทุกช่องทางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด!
[จบบท]