บทที่ 300: อันที่จริง... เธอมีลูกได้
กู้เจียหนิงมองท่าทีของชุนซิ่งก็พอจะเดาได้ว่า เธอไม่ได้เก็บเรื่องของจางเจี้ยนจวินและครอบครัวมาใส่ใจ หรือถือโทษโกรธเคืองเธอเลยแม้แต่น้อย
ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะจากเรื่องราวที่เคยได้ยินมา ชุนซิ่งเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและน่ายกย่อง ทั้งยังเป็นแม่ที่ประเสริฐอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ถึงกระนั้นกู้เจียหนิงก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไปเพื่อความแน่ใจ
ชุนซิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แววตาของเธอจะฉายความเรียบเฉยออกมา “ฉันจะไปโทษหรือเกลียดคุณหมอได้ยังไงกัน ในเมื่อเรื่องทั้งหมดนี้มันไม่ใช่ความผิดของคุณหมอเลยสักนิดค่ะ”
“ใครผิดใครถูก ถึงฉันจะเรียนมาน้อยแต่ก็ยังพอแยกแยะได้”
“ในเมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับผลของการกระทำ”
“แล้วก็…”
ชุนซิ่งเว้นจังหวะไปชั่วครู่ แล้วจึงกล่าวต่อ “ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพวกเขาก็ไม่ได้ดีอะไรนักหรอกค่ะ”
ในสายตาของหนิวชุ่ยผู้เป็นแม่สามี และจางชิวเหมยผู้เป็นน้องสามี ตัวตนของเธอไม่ต่างอะไรกับวัวกับม้าที่ถูกเลี้ยงไว้รับใช้คนในบ้าน สองแม่ลูกคู่นั้นไม่เคยเห็นหัวเธอและลูกสาวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว จะให้เธอมานั่งกังวลใจเป็นทุกข์เป็นร้อนแทนพวกเขาได้อย่างไร ชุนซิ่งรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นแม่พระและไม่ได้โง่เขลาขนาดนั้น
ดวงตาของกู้เจียหนิงเปล่งประกายขึ้นมาทันที เธอรู้สึกถูกชะตากับนิสัยตรงไปตรงมาของพี่สะใภ้ชุนซิ่งคนนี้เสียแล้ว
“วันนี้คุณมาหาฉัน มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ ไม่สบายตรงไหนไหม” กู้เจียหนิงเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อไม่ให้บรรยากาศต้องจมอยู่กับเรื่องราวในอดีต
ชุนซิ่งรีบขยับตัวนั่งตัวตรงทันที “คุณหมอกู้ ที่จริงวันนี้ฉันมาเพราะมีเรื่องอยากจะขอร้องจริงๆ ค่ะ”
“ฉัน… ฉันได้ยินมาว่า ทุกคนต่างก็เรียกคุณหมอว่าหมอเทวดาประทานบุตร ดังนั้น…”
“คุณก็เลยอยากจะให้ฉันช่วยดูให้หน่อยว่าร่างกายของคุณมีปัญหาอะไรไหม จะได้ช่วยให้คุณตั้งท้องลูกชายได้ใช่ไหมคะ”
แต่ชุนซิ่งกลับส่ายหน้า “ใช่ค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด”
เอ๊ะ?
สองมือของชุนซิ่งบีบเข้าหากันแน่น ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีแล้วเอ่ยขึ้นว่า “คุณหมอกู้คะ ฉันไม่ได้อยากจะมาขอลูกชายหรอกค่ะ ที่ฉันมาวันนี้ ก็แค่อยากให้คุณหมอช่วยตรวจดูให้หน่อยว่าร่างกายของฉันมันมีปัญหาจริงๆ หรือเปล่า”
กู้เจียหนิงจ้องมองชุนซิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด “คุณหมายความว่ายังไงคะ”
ชุนซิ่งเม้มปากแน่น สีหน้าของเธอเย็นชาลงเมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ “ฉัน… ฉันแต่งงานกับจางเจี้ยนจวินมาสองปีกว่าแล้ว แต่กลับไม่มีลูกกับเขาสักคน”
“แต่… แต่ฉันกลับรู้สึกว่าตัวฉันเองสามารถมีลูกได้”
“ถึงแม้ว่า… ถึงแม้ว่าตอนที่ฉันคลอดจือซู ร่างกายจะบอบช้ำไปบ้าง แต่ฉันก็ยังเชื่อว่าฉันสามารถมีลูกได้อีก ดังนั้น…”
คำพูดของชุนซิ่งยืนยันข้อสันนิษฐานของกู้เจียหนิงได้อย่างชัดเจน
ชุนซิ่งเป็นผู้หญิงที่ฉลาด
ตลอดระยะเวลาสองปีกว่าที่ไม่ตั้งครรภ์ เธอไม่เคยคิดโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเธอสงสัยมาโดยตลอดว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ตัวของจางเจี้ยนจวิน เพียงแต่ยังไม่ได้พูดออกมาก็เท่านั้น
แม้กู้เจียหนิงจะยังไม่ได้ใช้เครื่องสแกนตรวจร่างกายของชุนซิ่ง แต่เธอก็เคยสแกนร่างกายของจางเจี้ยนจวินมาก่อนหน้านี้แล้ว และความจริงก็คือจางเจี้ยนจวินเป็นหมัน
แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันที่ทั้งชุนซิ่งและจางเจี้ยนจวินต่างก็มีปัญหาสุขภาพด้วยกันทั้งคู่ เพราะอย่างที่ชุนซิ่งบอก เธอเองก็เคยได้รับบาดเจ็บจากการคลอดลูกสาวคนก่อน
“เดี๋ยวฉันจะลองจับชีพจรดูให้นะคะ” กู้เจียหนิงเสนอ
“ค่ะ ได้เลยค่ะ” ชุนซิ่งรีบยื่นข้อมือออกมาด้วยความเต็มใจ
ในชั่วพริบตาที่ปลายนิ้วของกู้เจียหนิงสัมผัสลงบนข้อมือของชุนซิ่ง เครื่องสแกนในดวงตาของเธอก็เริ่มทำงานพร้อมกันทันที
มือของชุนซิ่งสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกประหม่าและกังวลใจอย่างมาก เธอกลัวว่าความคิดที่เคยเชื่อมั่นมาตลอดอาจจะเป็นเพียงความเข้าใจผิดของเธอฝ่ายเดียว
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังอยากจะพิสูจน์ความจริงให้ได้
หากปัญหานี้เกิดขึ้นกับเธอเพียงคนเดียว เธอก็คงไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร แต่เธอยังมีจือซู ลูกสาวสุดที่รักของเธออีกทั้งคน
ผลการสแกนปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว
กู้เจียหนิงมองดูผลลัพธ์นั้น ซึ่งมันก็ช่วยยืนยันการคาดเดาของเธอได้เป็นอย่างดี
เมื่อเธอปล่อยมือออกจากข้อมือของชุนซิ่ง หญิงสาวก็รีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
“คุณหมอกู้คะ ฉัน…”
กู้เจียหนิงมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “พี่สะใภ้ชุนซิ่ง อันที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้คุณก็สงสัยอยู่แล้วใช่ไหมคะ ว่าตัวคุณเองน่ะมีลูกได้ แต่เป็นจางเจี้ยนจวินต่างหากที่เป็นหมัน”
ชุนซิ่งถึงกับตกตะลึง ไม่คาดคิดว่ากู้เจียหนิงจะมองความคิดของเธอออกทะลุปรุโปร่งขนาดนี้
“ใช่ค่ะ” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดชุนซิ่งก็ยอมรับออกมาแต่โดยดี
“ชีวิตของฉันไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียว แต่ฉันยังมีลูกสาวที่ต้องดูแล”
“ฉันยอมแบกรับคำครหาว่าเป็นผู้หญิงมีลูกไม่ได้ แต่ถ้ามันไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันก็ไม่อาจยอมให้ลูกสาวของฉันต้องมาถูกคนอื่นเยาะเย้ยถากถางไปด้วย”
“ฉันอยากให้ลูกสาวของฉันใช้ชีวิตอย่างสง่าผ่าเผย สามารถยืนหยัดได้อย่างองอาจ ไม่ต้องมาเจ็บปวดหรือรู้สึกต่ำต้อยเพราะคำพูดของใคร”
“ฉันหวังว่าเรื่องราวร้ายๆ และคำพูดแย่ๆ ทั้งหลาย จะไม่สามารถทำร้ายจิตใจของลูกได้ค่ะ”
ในที่สุดกู้เจียหนิงก็เข้าใจทุกอย่าง
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
กู้เจียหนิงตระหนักได้อย่างลึกซึ้งอีกครั้งถึงความรักอันยิ่งใหญ่ที่ชุนซิ่งมีต่อลูกสาวของเธอ
ในยุคสมัยนี้ แม้จะมีแม่ที่รักลูกสาวอยู่บ้าง แต่แนวคิดแบบเก่าที่หยั่งรากลึก รวมถึงค่านิยมที่เชิดชูผู้ชายมากกว่าผู้หญิงก็ยังคงมีอยู่อย่างแพร่หลาย การที่ชุนซิ่งทุ่มเทหัวใจทั้งหมดเพื่อลูกสาวของเธอจึงเป็นเรื่องที่น่ายกย่องอย่างแท้จริง
ภาพของชุนซิ่งทำให้กู้เจียหนิงนึกถึงแม่ของเธอ และยังนึกไปถึงอู๋เหม่ยลี่ ความรู้สึกผูกพันและเข้าอกเข้าใจจึงก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดังนั้นกู้เจียหนิงจึงไม่คิดจะอ้อมค้อมอีกต่อไป
“อันที่จริง มันก็เป็นอย่างที่คุณคาดเดาเอาไว้นั่นแหละค่ะ คุณสามารถมีลูกได้”
“ถึงแม้ว่าคุณจะเคยบาดเจ็บจากการคลอดลูกคนก่อน แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร่างกายของคุณก็ฟื้นฟูจนหายดีแล้ว มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย”
“ส่วนคนที่เป็นหมันจริงๆ ก็คือจางเจี้ยนจวิน!”
“ฉันพอจะมีความสามารถในการวินิจฉัยโรคจากลักษณะภายนอกอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ฉันเคยเจอจางเจี้ยนจวินอยู่สองสามครั้ง แค่มองดูก็รู้แล้วว่าเขาไม่สามารถมีลูกได้”
ในเรื่องนี้กู้เจียหนิงมั่นใจเป็นอย่างมาก
ดวงตาของชุนซิ่งเบิกกว้างด้วยความตกใจ เดิมทีเธอคิดว่าอย่างมากคงได้แค่ยืนยันว่าตัวเองมีลูกได้หรือไม่ แต่ไม่คาดคิดว่าคุณหมอกู้ไม่เพียงแต่จะยืนยันว่าเธอสามารถมีลูกได้ แต่ยังชี้ชัดไปถึงขั้นว่าจางเจี้ยนจวินต่างหากที่เป็นหมัน
ดังนั้นที่ผ่านมาโดยตลอดก็คือจางเจี้ยนจวินที่ไม่สามารถมีลูกได้งั้นหรือ
แล้วจางเจี้ยนจวินรู้เรื่องนี้มาตลอดหรือเปล่า
สัญชาตญาณบางอย่างร้องบอกชุนซิ่งว่า เขารู้มาโดยตลอด!
แต่ในเมื่อเขารู้ แล้วทำไมตลอดระยะเวลาสองปีกว่าที่ผ่านมา เขาถึงได้ปล่อยให้แม่ของเขาด่าทอเธอว่าเป็น ‘แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่เป็น’ ได้ลงคอ
เขายืนมองดูเธอถูกด่าทอและกล่าวโทษอย่างเลือดเย็น โดยไม่คิดจะปกป้องหรือทำอะไรเลย
หลังจากเรื่องราวจบลงเขาก็จะเข้ามาปลอบใจเธอ บอกให้เธอปล่อยวาง แล้วพูดจาหว่านล้อมว่าจะรักและดูแลจือซูเหมือนลูกสาวแท้ๆ ของตัวเอง
ในช่วงแรก ชุนซิ่งยอมรับว่าเธอหลงเชื่อคำพูดสวยหรูเหล่านั้นของจางเจี้ยนจวินจริงๆ
จนกระทั่งวันที่หนิวชุ่ยคัดค้านไม่ให้จือซูได้เรียนหนังสือ และจางเจี้ยนจวินก็ดูเหมือนจะเห็นดีเห็นงามไปด้วย ตอนนั้นเองที่ชุนซิ่งตาสว่างและได้รู้ว่าจางเจี้ยนจวินเป็นผู้ชายที่เสแสร้งและโกหกมาโดยตลอด
เธอถึงกับแยกไม่ออกแล้วว่าคำพูดไหนของเขาที่เป็นเรื่องจริง และคำพูดไหนที่เป็นเรื่องโกหก
ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งมั่นใจในความจอมปลอมและความเห็นแก่ตัวของเขามากขึ้นเท่านั้น
และบัดนี้ความจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่า คนที่เป็นหมันคือจางเจี้ยนจวินมาโดยตลอด และเธอก็เป็นเพียงแค่โล่กำบังที่เขาใช้เพื่อรับเอาคำด่าทอและคำกล่าวโทษทั้งหมดแทนเขา
น่ารังเกียจ มันน่ารังเกียจเกินไปแล้ว!
ในชั่วพริบตา ความโกรธแค้นก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจของชุนซิ่ง
“จางเจี้ยนจวิน ไอ้คนสารเลว ไอ้ชาติชั่ว!”
“คุณหมอกู้คะ ไม่ทราบว่าพอจะออกใบรับรองให้ฉันได้ไหมคะว่าเป็นผู้หญิงที่สามารถมีบุตรได้” ชุนซิ่งเอ่ยปากขอ
“ได้สิคะ” กู้เจียหนิงรู้ดีว่าเมื่อชุนซิ่งได้รู้ความจริงแล้ว ย่อมต้องมีการเคลื่อนไหวบางอย่างแน่นอน และเธอก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
ผู้ชายอย่างจางเจี้ยนจวินมันก็แค่มนุษย์ขยะ!
เป็นพวกขยะที่ชอบหลอกใช้ผู้หญิง คนแบบนี้สมควรแล้วที่จะถูกกระชากหน้ากากจอมปลอมออก ให้ทุกคนได้เห็นธาตุแท้ของเขากันถ้วนหน้า
[จบบท]