บทที่ 31: นัดพบเวินจู๋ชิง
เวินจู๋ชิงต้องยอมรับเลยว่า ที่ผ่านมาเขาดูถูกผู้หญิงที่ชื่อหลี่เจวียนคนนี้มาโดยตลอด เขาเคยคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะซ่อนตัวตนไว้ได้ลึกขนาดนี้ แถมยังดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปถึงเนื้อแท้ของเขาอีกด้วย
หลี่เจวียนดูเหมือนจะไม่ได้คาดหวังคำตอบจากเวินจู๋ชิงในทันที
หลังจากที่พูดเหมือนสารภาพรักจบ เธอก็รวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปสัมผัสที่มือของเวินจู๋ชิงเบาๆ
เมื่อเห็นว่าเวินจู๋ชิงเอาแต่เม้มปากนิ่ง แต่ไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดมือออก บนใบหน้าของเธอก็ฉายแววดีใจอย่างเห็นได้ชัด
เธอสัมผัสมือเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว
เวินจู๋ชิงมองตามแผ่นหลังของเธอไป ดวงตาค่อยๆ ทอประกายล้ำลึก
หลังจากกลับเข้าห้อง เวินจู๋ชิงก็หยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ดมือในจุดที่ถูกหลี่เจวียนสัมผัสอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ดวงตาของเขาเย็นเยียบลงเรื่อยๆ พร้อมกับมุมปากที่เหยียดยิ้มเย้ยหยัน
แค่พวกปลายแถวที่ไม่มีอะไรดี จะมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเป็นคนประเภทเดียวกับเขากัน ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี
ส่วนเรื่องที่หลี่เจวียนจะเห็นเหตุการณ์ในคืนนั้นจริงหรือไม่ เวินจู๋ชิงไม่ได้ใส่ใจนัก ในเมื่อเธอไม่มีหลักฐาน ต่อให้ป่าวประกาศออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ
น่าเสียดายก็แต่เรื่องที่หมูพวกนั้นดันรอดชีวิตมาได้
เวินจู๋ชิงคาดไม่ถึงจริงๆ ว่ากู้เจียหนิงจะมีความรู้ด้านการแพทย์ แถมยังมองออกด้วยว่าหมูป่วยเป็นอะไร ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาเขาจะรู้จักผู้หญิงคนนี้น้อยเกินไปจริงๆ
ยิ่งบวกกับท่าทีเย็นชาและการ ‘ทอดทิ้ง’ ของกู้เจียหนิงในช่วงนี้ จากที่เคยเห็นเธอเป็นแค่สะพานที่สวยงามน่าหลงใหลสำหรับก้าวไปสู่ความสำเร็จ ตอนนี้เวินจู๋ชิงกลับรู้สึกสนใจในตัวเธอมากขึ้นไปอีก
ผู้หญิงที่น่าสนใจแบบนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร
คืนนั้น กู้เจียหนิงฝันร้าย เธอฝันว่าตัวเองถูกงูพิษตัวหนึ่งจ้องเขม็ง ดวงตารูปสามเหลี่ยมของมันจับจ้องมาที่เธอราวกับจะฉีกร่างของเธอเป็นชิ้นๆ แล้วกลืนกินเข้าไปทั้งเป็น โชคดีที่ในวินาทีคับขัน เซิ่งเจ๋อซีก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเหวี่ยงขวานในมือเพียงครั้งเดียว งูพิษตัวนั้นก็ขาดออกเป็นท่อนๆ
ภาพสุดท้ายในความฝัน คือภาพที่เธอกอดเขาไว้แน่น เต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นใจอย่างประหลาด
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้เจียหนิงเปิดร้านค้าของระบบขึ้นมา ทันทีที่ได้คะแนนมาเมื่อคืน เธอก็ไม่รอช้ารีบใช้ 100 คะแนนแลกซื้อ ‘เครื่องสแกนร่างกายอัจฉริยะ’ มาทันที และเมื่อคืนเธอก็ได้ทำการสแกนร่างกายของคนในครอบครัวไปรอบหนึ่งแล้ว
ร่างกายของพี่ชายทั้งสามคนไม่มีปัญหาอะไร แข็งแรงบึกบึนดี
ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่หยางม่านม่าน ภาวะมดลูกเย็นก็กำลังค่อยๆ ดีขึ้น
พี่สะใภ้รองเพิ่งคลอดลูกได้ไม่นาน ยังอยู่ในช่วงอยู่เดือน ร่างกายจึงยังอ่อนแออยู่บ้าง แต่ก็กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ ส่วนหลานชายตัวน้อยจ้วงจ้วง ร่างกายแข็งแรงดีอยู่แล้ว ยิ่งช่วงนี้ได้ดื่มนมผงเข้าไป ก็ยิ่งดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น
ทางด้านแม่เหยาชุนฮวา ร่างกายก็แข็งแรงดี มีแต่ร่างกายของพ่อเท่านั้นที่อาจจะเคยทำงานหนักเกินไปตอนหนุ่มๆ เลยมีอาการบาดเจ็บสะสมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงอะไร แค่กินของบำรุงเยอะๆ ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งเรื่องนี้เธอก็ได้บอกกับแม่ไปแล้ว
ตอนนี้ กู้เจียหนิงกำลังมองหาสินค้าอย่างอื่นในร้านค้าของระบบ
ครู่ต่อมา ดวงตาของเธอก็เป็นประกาย “เจอแล้ว”
เมื่อเห็นว่าราคาไม่แพง กู้เจียหนิงก็กดแลกซื้อมาทันที
“หนิงหนิง กินข้าวได้แล้วลูก”
“มาแล้วค่ะ”
กู้เจียหนิงปิดระบบแล้วเดินออกไปกินข้าวเช้า หลังจากกินเสร็จ เธอกำลังจะก้าวเท้าออกจากบ้าน ก็เห็นเปาซานเยี่ยนยืนรออยู่ที่หน้าประตู
แววตาของกู้เจียหนิงไม่ได้มีความประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย “เราไปหาที่คุยกันหน่อย”
จากนั้น เปาซานเยี่ยนก็เดินตามหลังกู้เจียหนิงไปยังหลังบ้านของตระกูลกู้
ที่หลังบ้าน กู้เจียหนิงเล่าแผนการของเธอให้เปาซานเยี่ยนฟังจนหมด ก่อนจะยื่นซองยาผงให้เธอ
เปาซานเยี่ยนรับยาผงมา เธอไม่ได้สงสัยในแผนการของกู้เจียหนิงเลย แต่…
“เธอไม่กลัวว่าจะทิ้งหลักฐานอะไรไว้ หรือมีคนมาเห็น จนโดนสหายปัญญาชนเวินตลบหลังเอาเหรอ” เพราะแม้แต่เปาซานเยี่ยนเองก็ดูออกว่า เวินจู๋ชิงไม่ใช่คนดีและใสซื่อเหมือนอย่างที่แสดงออกแน่นอน
ผู้ชายคนนี้ เจ้าเล่ห์เพทุบายจะตายไป
ปกติถ้าเจอคนประเภทนี้ ควรจะหนีให้ไกลที่สุด
แต่เปาซานเยี่ยนไม่กลัว เพราะเธอคิดว่าต่อให้มีแผนการร้ายกาจแค่ไหน สุดท้ายพละกำลังก็คือทุกสิ่ง และบังเอิญว่าเธอกับแม่มีพละกำลังที่เหนือกว่าผู้ชายทั่วไปเสียอีก
อีกอย่าง เธอก็ชอบหน้าตาของเวินจู๋ชิงจริงๆ
อาจจะเป็นเพราะสิ่งที่ตัวเองไม่มี เลยอยากจะหาสามีที่หน้าตาดีๆ เพื่อที่ลูกออกมาจะได้ดูดีขึ้นมาบ้าง
“ฉันมีวิธีของฉันน่า” กู้เจียหนิงตอบกลับไป
ส่วนจะเป็นวิธีไหนนั้น ไม่จำเป็นต้องบอกให้เปาซานเยี่ยนรู้
เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเปาซานเยี่ยนก็เป็นแค่การใช้ประโยชน์จากกันและกันเท่านั้น
“ก็ได้ ถ้าเธอมั่นใจก็ดี ไม่งั้นฉันไม่ช่วยเธอหรอก”
“ฉันก็เหมือนกัน”
หลังจากแยกกับเปาซานเยี่ยนแล้ว กู้เจียหนิงก็กลับเข้าห้อง เปิดร้านค้าของระบบขึ้นมาอีกครั้ง เธอใช้คะแนนซื้อปากกา 1 ด้าม และหนูกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งอีก 1 ตัว
ปากการาคา 0.5 คะแนน ส่วนกระดาษก็ราคา 0.5 คะแนนเช่นกัน
กู้เจียหนิงใช้ปากกาด้ามนั้นเขียนข้อความลงบนกระดาษ จากนั้นก็ฉีกมันออกมา พับให้เรียบร้อย แล้วยัดใส่ปากของหนูกระดาษ ก่อนจะบอกตำแหน่งเตียงนอนของเวินจู๋ชิงในที่พักปัญญาชนให้มันฟัง
ในเสี้ยววินาทีที่เธอพูดจบ หนูกระดาษสีเทาที่ดูธรรมดาก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมา แล้วมันก็กลับมีชีวิตขึ้นมาราวกับเป็นของจริง
เมื่อมองจากไกลๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับหนูจริงๆ ที่มีขนมันวาว
วินาทีต่อมา มันก็หันตัวคาบกระดาษในปากแล้ววิ่งออกไปข้างนอกด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเป็นแค่เงารางๆ
เจ้าหนูสีเทาวิ่งตรงไปยังที่พักปัญญาชน
เวลานี้ที่นั่นไม่มีใครอยู่ ทุกคนออกไปทำงานในไร่นากันหมด
หนูสีเทาหาเตียงของเวินจู๋ชิงเจออย่างแม่นยำ มันกระโดดขึ้นไปบนเตียงด้วยท่วงท่าที่น่าเหลือเชื่อ
จากนั้นมันก็วางกระดาษพับไว้ใต้หมอน ให้ส่วนใหญ่ถูกทับอยู่และโผล่มาให้เห็นเพียงมุมเล็กๆ
แล้วเจ้าหนูก็กระโดดลงมา หยุดนิ่งไม่ไหวติง วินาทีต่อมา ร่างของมันก็ลุกเป็นไฟขึ้นมาเองโดยไม่มีเชื้อเพลิง
หนูที่มีชีวิตชีวากลับกลายเป็นหนูกระดาษอีกครั้ง ก่อนจะมอดไหม้จนเหลือเพียงกองเถ้าถ่าน
เมื่อลมพัดเข้ามา เถ้าถ่านเหล่านั้นก็สลายหายไป
ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว
จนกระทั่งตอนเที่ยง เหล่าปัญญาชนต่างก็เลิกงานและทยอยกลับมาที่พัก
ทันทีที่เวินจู๋ชิงเดินเข้ามา เขาก็เหลือบไปมองที่เตียงของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ และเห็นมุมกระดาษที่โผล่ออกมาจากใต้หมอนได้อย่างง่ายดาย
เตียงของเวินจู๋ชิงถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอ เขาคุ้นเคยกับข้าวของทุกชิ้นในอาณาเขตของตัวเองเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงสังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมบนเตียงได้ในทันที
เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วอาศัยมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น หยิบกระดาษใต้หมอนมาซ่อนไว้ในฝ่ามือ
หลังจากรอจนไม่มีใครอยู่ เขาก็คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกมาดู
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา คือลายมือที่คุ้นเคย
เวินจู๋ชิงจำได้ในทันทีว่านั่นคือลายมือของกู้เจียหนิง
เพราะก่อนหน้านี้ เพื่อที่จะได้เข้าใกล้เขา กู้เจียหนิงเคยเขียนบทกวีเล็กๆ น้อยๆ มาให้เขาช่วยวิจารณ์อยู่บ่อยครั้ง และเวินจู๋ชิงก็เป็นคนความจำดีเสมอ
ดังนั้นเขาจึงจำลายมือของกู้เจียหนิงได้ในทันที ยิ่งไปกว่านั้น ด้านล่างยังมีชื่อของเธอเขียนกำกับไว้อีกด้วย
ในกระดาษ กู้เจียหนิงเขียนว่า การดูตัวกับนายทหารแซ่เซิ่งนั้นเป็นเพราะเธอถูกบังคับ ที่จริงแล้วคนที่เธอชอบก็ยังคงเป็นเขา และถ้าหากเวินจู๋ชิงยังชอบเธออยู่ พรุ่งนี้ให้ไปเจอกันที่ ‘ที่เก่า’ ทางเหนือของหมู่บ้าน เธอมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย
‘ที่เก่า’ ที่ว่านั้น คือบ้านร้างที่อยู่ห่างไกลผู้คน เดิมทีเคยเป็นบ้านของชายชราที่อยู่ตัวคนเดียว แต่หลังจากที่เขาเสียชีวิตไป ที่นั่นก็ไม่มีใครอาศัยอยู่อีกเพราะมันทั้งเก่าและผุพัง
[จบบท]