บทที่ 310: 7 ชั่วโมงชี้ชะตา
สีหน้าของกู้เจียหนิงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในทันใด เธอรีบกวาดสายตาอ่านเนื้อหาข่าวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ข่าวดังกล่าวรายงานถึงเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นบนเกาะฮ่วนซา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นการกระทำที่จงใจของมนุษย์
เนื้อหาในข่าวเล่าว่า เมื่อหลายเดือนก่อน มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มหนึ่งได้หลบหนีการจับกุมและแอบเข้ามาซ่อนตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซา พวกมันวางแผนอย่างแยบยลโดยการปล่อยข่าวลวงว่าได้หลบหนีไปยังมณฑลข้างเคียง เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่บนเกาะตายใจและลดความระมัดระวังลง แต่ใครจะล่วงรู้ว่าในขณะที่ทุกคนบนเกาะกำลังผ่อนคลาย คนกลุ่มนี้กลับซุ่มซ่อนตัวอยู่เงียบๆ ราวกับอสรพิษร้ายที่รอเวลาฉกสังหารเหยื่อ
การหลบหนีในครั้งนี้ พวกมันไม่ได้มามือเปล่า แต่ได้นำยาเสพติดจำนวนมากอาวุธปืนครบมือ และที่เลวร้ายที่สุดคือระเบิดจำนวนมหาศาลติดตัวมาด้วย จากนั้นแผนการแก้แค้นอันโหดเหี้ยมก็ได้เริ่มต้นขึ้น พวกมันใช้เวลากว่าครึ่งเดือนในการแอบลักลอบนำระเบิดไปฝังไว้ตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งเกาะฮ่วนซาอย่างเงียบเชียบ
และในที่สุด แผนการของพวกมันก็ประสบความสำเร็จ วันนั้นทั้งเกาะฮ่วนซาต้องจมอยู่ในความโกลาหล เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและเสียงร่ำไห้ของผู้คนดังก้องไปทั่วทุกหนแห่ง ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุนั้น กว่าจะถูกตามจับกุมและยอมสารภาพความผิดทั้งหมดก็กินเวลาไปนานถึงสามเดือนให้หลัง
หลังจากอ่านจบ กู้เจียหนิงก็พบว่ามือของตัวเองยังคงสั่นไม่หยุด ความทรงจำเกี่ยวกับคำพูดของเซิ่งเจ๋อซีที่เคยเล่าให้เธอฟังเรื่องกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเมื่อไม่นานมานี้ก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน เรื่องราวที่เขาเล่าตรงกับข้อมูลในพาดหัวข่าวนี้ทุกประการ!
นั่นหมายความว่า... ตอนนี้คนกลุ่มนั้นยังคงซ่อนตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซา และ...
ระเบิด!
กู้เจียหนิงรีบก้มลงมองวันที่บนหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง วันที่เกิดเหตุระเบิดคือช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 25 ย่างเข้าสู่วันที่ 26 เมษายน และมันถูกตั้งเวลาไว้ล่วงหน้า
ลางสังหรณ์ร้ายพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจของเธออย่างจัง เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนังห้องทันที ตัวเลขวันที่ 25 เมษายน ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า
"วันนี้วันที่ 25 นี่นา หมายความว่า... ระเบิดจะทำงานตอนเที่ยงคืนของวันนี้งั้นเหรอ?"
ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว เหลือเวลาอีกเพียงแค่เจ็ดชั่วโมงเท่านั้นก่อนจะถึงเที่ยงคืน
กู้เจียหนิงรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วร่าง มือของเธอสั่นระริกจนแทบจะถือหนังสือพิมพ์ไว้ไม่ไหว บอกตามตรงว่าในตอนนี้เธอรู้สึกตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในเวลาเพียงเจ็ดชั่วโมงกับกลุ่มคนร้ายที่ไม่รู้ว่าซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แถมทางเขตทหารเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีภัยคุกคามร้ายแรงซุ่มซ่อนอยู่บนเกาะแห่งนี้
คำถามที่น่ากลัวที่สุดผุดขึ้นในใจ... ในเวลาแค่เจ็ดชั่วโมง จะสามารถค้นหาระเบิดเวลาที่ถูกฝังไว้ทั่วเกาะเจอได้ทันหรือไม่?
เมื่อตระหนักถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ กู้เจียหนิงก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เธอรีบลุกขึ้นยืน พับหนังสือพิมพ์เก็บใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว แล้วมุ่งหน้าไปเพื่อขอลาหยุดทันที เธอต้องรีบกลับไปที่เขตทหารเพื่อแจ้งข่าวนี้กับพี่เจ๋อซีให้เร็วที่สุด!
...
ในขณะเดียวกัน ที่เขตทหารของเกาะฮ่วนซา
หู่โพยังจำภาพที่ซิงซิงและเยว่เยว่พากันจูงมือสองพี่น้องหมาน้อยอย่างหงอิงและเหลยถิงเดินออกจากบ้านไปได้ติดตา แต่แล้วหลังจากที่เด็กๆออกไปได้เพียงครึ่งชั่วโมง ก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามาด้อมๆ มองๆ ที่ประตูบ้าน
"เยว่เยว่ เยว่เยว่อยู่ไหม" เด็กหญิงคนนั้นตะโกนเรียกชื่อเพื่อนรัก
หู่โพเดินออกมาจากในบ้านพร้อมกับเอียงคอสงสัย มันจำเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ดี เธอคือเพื่อนเล่นประจำของซิงซิงและเยว่เยว่ แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่คนเดียว แถมยังมาตามหาเยว่เยว่อีก?
เด็กหญิงเห็นหู่โพก็จำได้ทันทีเช่นกัน นี่คือสุนัขที่บ้านของเยว่เยว่ เยว่เยว่เคยเล่าให้ฟังว่ามันฉลาดมากและฟังภาษามนุษย์รู้เรื่องด้วย
"เยว่เยว่อยู่บ้านรึเปล่าจ๊ะ ฉันมาหาเยว่เยว่จะชวนไปเล่นด้วยกัน" เด็กหญิงพูดกับหู่โพอย่างเป็นมิตร
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของหู่โพ... เดี๋ยวนะ ซิงซิงกับเยว่เยว่ไม่ได้ออกไปเล่นกับเด็กคนนี้หรอกเหรอ?
วินาทีต่อมาดวงตาของหู่โพก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ ถ้าอย่างนั้น... พวกเขาไปที่ไหนกัน?
หู่โพไม่รอช้า มันรีบวิ่งพรวดพราดออกจากบ้านทันที มันวิ่งตรงไปยังสถานที่ที่ซิงซิงและเยว่เยว่มักจะไปเล่นกับเพื่อนๆ เป็นประจำ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของเด็กทั้งสองคน ไม่เห็นทั้งหงอิงและเหลยถิงด้วยซ้ำ
สัญชาตญาณของมันทำงานอย่างเต็มที่ หู่โพเริ่มดมกลิ่นในอากาศเพื่อตามรอย ในที่สุดมันก็พบว่ากลิ่นของเด็กแฝดและลูกสุนัขทั้งสองมุ่งหน้าไปยังทิศทางของป่าละเมาะเล็กๆ ท้ายค่าย
มันรีบวิ่งตามกลิ่นไปอย่างไม่คิดชีวิต แล้ว... ก็ไปหยุดยืนอยู่หน้ารูกำแพงที่พวกสุนัขชอบมุดเข้าออกกัน กลิ่นของเด็กทั้งสองและลูกสุนัขทั้งสองโชยออกมาจากด้านนอกของกำแพงอย่างชัดเจน
ณ ตอนนั้น หู่โพก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง เด็กแฝดตัวแสบสองคนนั่นแอบมุดรูกำแพงหนีออกจากเขตทหารไปแล้ว!
พวกเขากำลังจะไปทำอะไรกัน!
แต่แล้วในขณะที่หู่โพกำลังสับสนอยู่นั้นเอง ลี่เจี้ยนก็คาบกระดาษแผ่นหนึ่งวิ่งตรงมาหามัน ถึงแม้หู่โพจะอ่านหนังสือไม่ออก แต่กลิ่นของเด็กทั้งสองที่ติดอยู่บนกระดาษแผ่นนั้นก็ชัดเจนเสียจนไม่ต้องเดา
นี่เจ้าสองแสบนั่น... เขียนจดหมายทิ้งไว้แล้วหนีออกจากบ้านกันเลยเหรอ?
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องตามพวกเขากลับมาให้ได้
คิดได้ดังนั้น หู่โพก็หันหลังกลับและวิ่งสุดฝีเท้าตรงไปยังลานฝึกของเซิ่งเจ๋อซีทันที
"ผู้พันเซิ่งครับ ผู้พันเซิ่ง! หู่โพ สุนัขของท่านมาหาครับ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องด่วน"
เซิ่งเจ๋อซีซึ่งกำลังฝึกทหารใหม่อยู่ขมวดคิ้วมุ่น หู่โพมางั้นเหรอ?
เขารู้ดีว่าหู่โพเป็นสุนัขที่แสนรู้และเข้าใจในคำสั่งเป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงเวลาที่เขากับกู้เจียหนิงต้องไปทำงานหรือฝึกซ้อม ก็มีเพียงหู่โพเท่านั้นที่คอยดูแลบ้านและลูกๆ ทั้งสองคน
หรือว่า... ซิงซิงกับเยว่เยว่เกิดเรื่องอะไรขึ้น?
เซิ่งเจ๋อซีหยุดการฝึกทันทีแล้วรีบเดินออกมา ทันทีที่ออกมาเขาก็ได้เห็นภาพของหู่โพที่ดูร้อนรนและตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในปากของมันยังคาบกระดาษแผ่นหนึ่งเอาไว้ด้วย
เขาตรงเข้าไปรับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นลายมือโย้เย้ไม่เป็นตัวของเด็กน้อย แถมยังมีตัวพินอินเขียนกำกับแทนตัวอักษรที่ยังเขียนไม่เป็นอยู่หลายแห่ง เซิ่งเจ๋อซีก็รู้สึกทั้งจนใจและอยากจะจับเจ้าตัวดีมาตีก้นให้ลายในเวลาเดียวกัน
"หู่โพ ซิงซิงกับเยว่เยว่แอบหนีออกจากเขตทหารไปใช่ไหม"
"พวกเขาบอกว่าจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้หนิงหนิง แล้วก็พาหงอิงกับเหลยถิงไปด้วย"
เซิ่งเจ๋อซีอยากจะจับลูกทั้งสองคนมาลงโทษเสียจริงๆ หากคิดจะไปซื้อของขวัญวันเกิดให้แม่ ทำไมไม่รอให้เขาว่างแล้วพาไปก็ได้นี่นา แต่เด็กสองคนนี้กลับไม่พูดไม่จา ทำการใหญ่โดยพลการเสียอย่างนั้น
นี่มันน่าเป็นห่วงจริงๆ
แม้เขาจะรู้ดีว่าลูกๆ ของเขาฉลาดเกินวัย และรู้ว่าหนิงหนิงได้มอบของป้องกันตัวบางอย่างให้พวกเขาไว้ แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็เพิ่งจะอายุได้แค่สองขวบกว่าเท่านั้น! หากต้องไปเจอกับผู้ใหญ่ที่ตัวโตกว่าและมีแรงมากกว่า พวกเขาก็ไม่มีทางต่อสู้ได้เลย
ยังโชคดีอยู่บ้างที่พวกเขารู้จักพาหงอิงกับเหลยถิงไปด้วย เซิ่งเจ๋อซียังคงเชื่อมั่นในความสามารถของลูกสุนัขทั้งสองตัวนี้
แต่ถึงอย่างนั้น!
"ฉันจะไปแจ้งเรื่องนี้ก่อน แล้วเราจะไปด้วยกันเพื่อตามหาซิงซิงกับเยว่เยว่"
เซิ่งเจ๋อซีพูดจบก็รีบหันหลังกลับเข้าไปในค่ายฝึกอีกครั้ง และออกมาอย่างรวดเร็ว
"แกพอจะดมกลิ่นได้ไหมว่าซิงซิงกับเยว่เยว่อยู่ที่ไหน" เขาถามหู่โพ
หู่โพพยักหน้ารับทันที
"ดีมาก งั้นไปกันเลย"
ในขณะที่เซิ่งเจ๋อซีกำลังจะพาหู่โพ ลี่เจี้ยน และซ่านเตี้ยนออกไปตามหาซิงซิงกับเยว่เยว่นั้นเอง จู่ๆ หู่โพก็เหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง มันหยุดชะงักแล้วหันไปเห่าเสียงดังไปทางด้านหน้า
[กลับมาแล้ว กลับมาแล้ว! เยว่เยว่กับหงอิงกลับมาแล้ว!]
แน่นอนว่าเซิ่งเจ๋อซีย่อมฟังภาษาของหู่โพไม่ออก แต่ในไม่ช้า เขาก็ได้เห็นร่างเล็กๆ ของเยว่เยว่ที่กำลังขี่อยู่บนหลังของหงอิงกำลังมุ่งหน้าตรงมาทางนี้
และเมื่อเยว่เยว่เห็นปะป๊าของเธอ เธอก็เหมือนกับลูกนกที่หลงทางแล้วได้เจอกับที่พึ่งพิงหลักของชีวิต
เธอรีบลงจากหลังของหงอิงแล้ววิ่งเตาะแตะด้วยขาสั้นๆ ของเธอตรงมาหาเซิ่งเจ๋อซีทันที ก่อนจะโผเข้ากอดขาของเขาไว้แน่น แล้วเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ปะป๊า! มีคนร้ายค่ะ รีบไปจับคนร้ายเร็วเข้า!"
หัวใจของเซิ่งเจ๋อซีหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"เยว่เยว่ ลูกอย่าเพิ่งตกใจ ค่อยๆ บอกปะป๊ามาว่าเกิดอะไรขึ้น"
"แล้วพี่ชายกับเหลยถิงล่ะลูก พวกเขาไปไหน?"
เซิ่งเจ๋อซีพยายามระงับความคิดที่จะดุลูกสาวเอาไว้ก่อน แล้วรีบเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
"พี่ชายกับเหลยถิง... กำลังไล่ตามคนร้ายไปแล้วค่ะ..."
ภายใต้คำบอกเล่าที่ติดๆ ขัดๆ ของเยว่เยว่ ในที่สุดเซิ่งเจ๋อซีก็ได้ทราบถึงสาเหตุทั้งหมด
[จบบท]