บทที่ 351: ถวนถวน
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
หรือว่าซิงซิงกับเยว่เยว่จะอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้?
แถมยังอยู่ไม่ไกลจากเธออีกด้วย?
ในขณะที่กู้เจียหนิงยังคงสับสนและพยายามประมวลผลความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว เสียงเล็กๆ สองเสียงที่คุ้นเคยก็ดังประสานกันขึ้นมา
“หม่าม้า”
หัวใจของกู้เจียหนิงสั่นสะท้าน เธอรีบเงยหน้าขึ้นมอง และภาพที่เห็นคือลูกน้อยทั้งสองของเธอยืนอยู่ที่ประตูห้องพักผู้ป่วย ดวงตากลมโตแดงก่ำกำลังจ้องมองมาที่เธออย่างห่วงใย
“ซิงซิง เยว่เยว่!”
“หม่าม้า~”
เด็กทั้งสองไม่รอช้า รีบวิ่งเข้ามาหาแม่ที่นอนอยู่บนเตียงทันที ก่อนจะพากันมายืนล้อมรอบเตียงของกู้เจียหนิงไว้
“หม่าม้าเป็นยังไงบ้างคะ?”
“หม่าม้าคลอดน้องชายหรือน้องสาวแล้วเหรอคะ?”
กู้เจียหนิงยังคงรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน จนกระทั่งมือของเธอได้สัมผัสกับใบหน้าเล็กๆ ของซิงซิงและเยว่เยว่ ความอบอุ่นจากผิวของลูกๆ ทำให้เธอรับรู้ได้ว่านี่คือความจริง
“ใช่จ้ะ แม่คลอดแล้ว แม่คลอดน้องชายให้พวกหนู”
“เอ๊ะ แล้วพวกหนูสองคนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? แล้วก็...”
สายตาของกู้เจียหนิงเลื่อนผ่านลูกทั้งสอง ไปหยุดอยู่ที่หลินซูซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง “แล้วทำไมเธอคนนั้นถึงมากับพวกหนูได้ล่ะ?”
“หม่าม้าคะ คุณป้าโจวคนนั้นเป็นคนไม่ดี!”
เยว่เยว่รีบฟ้องผู้เป็นแม่ทันที
และจากการบอกเล่าของเยว่เยว่ กู้เจียหนิงก็ได้ทราบถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มคนร้ายวางแผนล่อคุณป้าจ้าวออกจากบ้านพักไปก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นคุณป้าโจวก็เดินทางไปยังเขตทหาร เธอฉวยโอกาสที่นายทหารส่วนใหญ่ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจรับมือกับพายุไต้ฝุ่นที่กำลังจะมาถึง ทำให้การป้องกันในเขตทหารหละหลวมลงกว่าปกติ เธออ้างว่าเซิ่งเจ๋อซีเป็นคนแนะนำให้มาหา จึงสามารถผ่านเข้ามาในเขตทหารได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเข้ามาได้แล้ว เธอก็สร้างเรื่องโกหกว่ากู้เจียหนิงกำลังตกอยู่ในภาวะคลอดยากและต้องการกำลังใจจากลูกๆ เพื่อหลอกให้ซิงซิงและเยว่เยว่ออกมาด้วยกัน
โก่วตั้น ลูกชายของคุณป้าจ้าวซึ่งเป็นห่วงซิงซิงกับเยว่เยว่จึงตัดสินใจตามออกมาด้วย
แต่ใครจะคาดคิดว่าระหว่างทาง ซิงซิงและเยว่เยว่จะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
และเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ คนร้ายกลุ่มนั้นจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด พวกเขาไม่เพียงแค่วางยาให้เด็กๆ สลบไป แต่ยังจับพวกเขาทั้งสามคนโยนทิ้งลงไปในทะเลอีกด้วย
โชคยังดีที่ในขณะนั้น หลินซูซึ่งแอบมาที่ชายหาดเพื่อ "ช่วยลูกสาว" ของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าพอดี เธอจึงรีบเข้าไปช่วยชีวิตเด็กทั้งสามเอาไว้ได้ทันท่วงที
เยว่เยว่ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูของกู้เจียหนิง เล่าความลับให้ฟังว่าจริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้สลบไปเพราะฤทธิ์ยา และตอนที่ถูกโยนลงทะเล มุกวารีที่แม่ให้ไว้ก็แสดงอานุภาพของมันออกมา
กู้เจียหนิงลูบศีรษะของเยว่เยว่อย่างแผ่วเบา ในใจก็รู้สึกขอบคุณโชคชะตาที่ดลใจให้เธอมอบของวิเศษสำหรับช่วยชีวิตเหล่านี้ให้กับซิงซิงและเยว่เยว่ติดตัวไว้
ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดร้อยพิษมิอาจกล้ำกราย หรือมุกวารี ต่างก็แสดงบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในการปกป้องชีวิตของลูกๆ ของเธอ
หากของวิเศษชิ้นใดชิ้นหนึ่งเกิดใช้การไม่ได้ขึ้นมา ป่านนี้ซิงซิงและเยว่เยว่ก็อาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาเจอหน้าเธออีกแล้ว
ตัวอย่างเช่น หากไม่มียาเม็ดร้อยพิษมิอาจกล้ำกราย ซิงซิงและเยว่เยว่ก็คงจะถูกวางยาจนสลบไปแล้ว และเมื่อถูกโยนลงทะเล แม้ว่าพวกเขาจะมีมุกวารีที่ช่วยให้ไม่จมน้ำได้ชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็คงไม่มีสติพอที่จะช่วยเหลือโก่วตั้นได้อย่างแน่นอน
ในทางกลับกันหากไม่มีมุกวารี ต่อให้พวกเขายังมีสติอยู่ แต่เด็กน้อยอายุเพียง 2 ขวบเศษอย่างซิงซิงและเยว่เยว่ จะเอาชีวิตรอดจากคลื่นลมในทะเลที่บ้าคลั่งเช่นนั้นได้อย่างไร?
พวกเขาคงจะจมน้ำเสียชีวิตไปนานแล้ว และแน่นอนว่าย่อมไม่สามารถช่วยชีวิตโก่วตั้นไว้ได้เช่นกัน
“แล้วตอนนี้โก่วตั้นล่ะลูก?” กู้เจียหนิงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ปะป๊าพาพี่โก่วตั้นไปหาคุณหมอแล้วค่ะ”
เยว่เยว่เพิ่งจะพูดจบ ร่างสูงสง่าของเซิ่งเจ๋อซีก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้องพอดี
ทันทีที่กู้เจียหนิงได้เห็นใบหน้าของสามี ความรู้สึกหวาดกลัวและกังวลใจทั้งหมดก็มลายหายไปจนสิ้น เธอรู้สึกเหมือนได้พบเสาหลักที่พักพิงใจได้ในที่สุด
“พี่...”
เซิ่งเจ๋อซีรีบเดินเข้ามาที่เตียง แล้วกุมมือของกู้เจียหนิงไว้อย่างอบอุ่น
“พี่พาโก่วตั้นไปส่งให้หมอดูอาการแล้ว หมอบอกว่าเขาแค่สูดดมยาเข้าไปนิดหน่อย แค่ให้น้ำเกลือก็ไม่เป็นอะไรแล้ว นอกนั้นก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“เมื่อกี้พี่เจอคุณจ้าวพอดี ตอนนี้เธอไปดูแลโก่วตั้นที่ห้องพักฟื้นแล้ว”
เมื่อได้ฟังดังนั้น กู้เจียหนิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ”
“หนิงหนิง แล้วเธอเป็นยังไงบ้าง?”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ เอ้อจริงสิ พวกพี่ยังไม่ได้เจอลูกเลยใช่ไหมคะ...”
กู้เจียหนิงรู้สึกทั้งอยากจะร้องไห้และอยากจะหัวเราะในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเซิ่งเจ๋อซี หรือแม้แต่ซิงซิงกับเยว่เยว่ ทุกคนต่างก็เป็นห่วงเธอเป็นอันดับแรก จนลืมไปเลยว่าเธอยังมีทารกน้อยที่เพิ่งคลอดออกมาอีกคนหนึ่ง
เซิ่งเจ๋อซีจึงเดินไปเข็นเตียงเด็กเล็กที่วางอยู่ข้างๆ ออกมา
บนเตียงนั้น มีร่างของทารกน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่
เซิ่งเจ๋อซีรู้ดีว่านี่คือลูกคนที่สามที่หนิงหนิงมอบให้กับเขา
เจ้าตัวน้อยเพิ่งจะกินนมอิ่ม และตอนนี้ก็กำลังหลับสนิท แม้ว่าจะมีเสียงพูดคุยดังอยู่รอบข้าง ก็ไม่สามารถรบกวนการนอนของเขาได้เลย
“หม่าม้า นี่คือน้องชายเหรอคะ?” ซิงซิงและเยว่เยว่ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ
“ใช่จ้ะ นี่น้องชายของพวกหนู” กู้เจียหนิงมองลูกน้อยด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
“น้องตัวเล็กจังเลยค่ะ” เยว่เยว่ยื่นมือเล็กๆ ของเธอออกไป ทำท่าเทียบขนาดกับร่างของน้องชายที่นอนอยู่ในเตียง แล้วก็สรุปออกมาเช่นนั้น
“เด็กแรกเกิดก็ต้องตัวเล็กเป็นธรรมดาอยู่แล้วจ้ะ เขาต้องดื่มนม นอนหลับเยอะๆ พอโตขึ้นอีกหน่อยก็จะได้กินข้าวเหมือนพวกหนู แล้วก็จะค่อยๆ โตขึ้นเอง”
กู้เจียหนิงอธิบายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน
“จริงสิ หนิงหนิง เธอคิดชื่อลูกไว้หรือยัง?” เซิ่งเจ๋อซีเอ่ยถาม
กู้เจียหนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “งั้นเอาเป็นชื่อเล่นว่า ‘ถวนถวน’ ดีไหมคะ”
‘ถวน’ ที่มาจากคำว่า ‘ถวนหยวน’ (团圆) ซึ่งหมายถึงการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่กู้เจียหนิงปรารถนามาโดยตลอด
“ส่วนชื่อจริง ฉันยกให้เป็นหน้าที่ของพ่ออย่างพี่เป็นคนตั้งแล้วกันนะคะ”
“ได้เลย งั้นเดี๋ยวพี่จะลองหาเวลาคิดดูว่าจะตั้งชื่ออะไรดี”
“ถวนถวน ถวนถวน… น้องชาย ชื่อของหนูคือถวนถวนนะ” เยว่เยว่รีบหันไปบอกชื่อใหม่ให้กับน้องชายตัวน้อยของเธอทันที แม้จะรู้ว่าน้องกำลังหลับอยู่ แต่ก็ไม่อาจปิดบังความตื่นเต้นของเธอได้
กู้เจียหนิงมองภาพตรงหน้า ทั้งเซิ่งเจ๋อซี ซิงซิง เยว่เยว่ และถวนถวนที่นอนหลับอยู่ในเตียงเล็กๆ
การได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนในครอบครัวปลอดภัย นี่คือสิ่งที่เธอปรารถนามากที่สุดแล้ว
ในตอนนี้ ทั้งสามีและลูกๆ ทุกคนต่างก็อยู่เคียงข้างเธอ
กู้เจียหนิงรู้สึกว่านี่คือความสุขที่แท้จริง เป็นความสุขอันล้นพ้นที่หาใดเปรียบ
อาจจะเป็นเพราะได้เห็นเซิ่งเจ๋อซีกลับมาอย่างปลอดภัย หรืออาจจะเป็นเพราะได้เห็นว่าลูกๆ ทุกคนไม่ได้รับอันตรายใดๆ กู้เจียหนิงที่ไม่ได้พักผ่อนเลยนับตั้งแต่คลอดลูก ในที่สุดจิตใจที่ตึงเครียดมาตลอดก็ผ่อนคลายลง และร่างกายก็ไม่อาจฝืนทนต่อไปได้อีก
ความง่วงงุนถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่พูดจบประโยค เธอก็ปิดเปลือกตาลงแล้วผล็อยหลับไป
“หม่าม้าหลับไปแล้ว…” ซิงซิงคอยสังเกตอาการของแม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าแม่หลับไปแล้ว เขาจึงรีบเตือนให้เยว่เยว่พูดเบาๆ
เยว่เยว่รีบเงียบเสียงลงทันที เธอเองก็ไม่อยากส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของแม่
ในขณะนั้นคุณหมอก็เดินเข้ามาในห้อง
และนั่นทำให้เซิ่งเจ๋อซีรวมถึงซิงซิงและเยว่เยว่ได้รู้ความจริงว่า นับตั้งแต่คลอดน้องชายคนเล็กออกมา หม่าม้าของพวกเขาก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย
“หม่าม้าต้องเป็นห่วงพวกเรามากแน่ๆ เลย” ซิงซิงและเยว่เยว่มองไปยังกู้เจียหนิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
เยว่เยว่ขยับเข้าไปใกล้ๆ ใช้แก้มเล็กๆ ของเธอคลอเคลียกับแก้มของแม่ การกระทำนั้นช่างอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักใคร่
เซิ่งเจ๋อซีลูบศีรษะของเด็กทั้งสองเบาๆ “ถ้าอย่างนั้น ต่อไปนี้พวกหนูต้องเป็นเด็กดีนะ อย่าทำอะไรให้ปะป๊ากับหม่าม้าต้องเป็นห่วงอีก”
“แล้วต่อไปต้องกตัญญูต่อแม่ของพวกหนูให้มากๆ รู้ไหม?”
ซิงซิงและเยว่เยว่พยักหน้ารับพร้อมกันทันที “ปะป๊า พวกหนูทราบแล้วค่ะ/ครับ”
“ให้แม่กับน้องได้พักผ่อนเถอะ พวกหนูสองคนตามพ่อมาตรงนี้”
เซิ่งเจ๋อซีเรียกซิงซิงและเยว่เยว่ให้ไปคุยกันที่มุมห้อง และขอให้พวกเขาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังอีกครั้งหนึ่งโดยละเอียด
ซิงซิงและเยว่เยว่ก็ไม่ได้ปิดบังอะไร พวกเขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้เป็นพ่อฟังอีกครั้ง
หลังจากฟังจบ คิ้วของเซิ่งเจ๋อซีก็ขมวดเข้าหากันแน่น
ตอนแรกเขาคิดว่าคนร้ายมีเพียงคนเดียว แต่กลับไม่คาดคิดว่าจะเป็นขบวนการใหญ่
เพียงแต่ยังไม่รู้ว่า กลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกองกำลังของศัตรู หรือว่าเป็น...
“ปะป๊าครับ คุณป้าโจวคนนั้นบอกว่า ที่พวกเขาทำแบบนี้ก็เพราะว่าปะป๊าไปเอาของของพวกเขามาครับ” ในขณะนั้นเอง ซิงซิงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบเล่าให้เซิ่งเจ๋อซีฟัง
[จบบท]