บทที่ 366: แกมันเดรัจฉาน
หลังจากเซิ่งเจ๋อซีเดินออกจากห้องทำงานของผู้บัญชาการลู่ บรรยากาศรอบตัวก็กลับสู่ความสงบเงียบงันอีกครั้ง วันเวลาผ่านไปหลายวัน ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินไปตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าภายใต้ความเรียบง่ายนั้น เซิ่งเจ๋อซีกลับสัมผัสได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวอย่างรุนแรง เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงความสงบก่อนพายุลูกใหญ่จะมาถึง
แล้วก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้…
ในเช้าวันหนึ่ง ข่าวการจับกุมคนในตระกูลหลินทั้งหมดก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเขตทหารอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัว ผู้คนในเขตทหารต่างตื่นตระหนกและตกใจไปตามๆกัน ราวกับว่าเมื่อคืนยังเห็นหน้าค่าตากันอยู่ดีๆ พอตื่นเช้ามาอีกวัน ครอบครัวหลินทั้งตระกูลก็ถูกจับกุมไปเสียแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนบ้านหลินถึงถูกจับไปได้ล่ะ พ่อหลินนั่นเป็นถึงผู้มีอำนาจอันดับสองในเขตทหารของเราเลยนะ ใครกันจะมีอำนาจมาจับเขาได้? หรือว่าจะเป็นฝีมือของผู้บัญชาการสูงสุด?”
“จับไปทั้งครอบครัวเลยเหรอ? หรือว่าพวกเขาทั้งบ้านร่วมกันก่ออาชญากรรมอะไรบางอย่าง?”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเซ็งแซ่ในหมู่ชาวบ้านและครอบครัวทหารที่อาศัยอยู่ในเขตนั้น ต่างคนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานา จนกระทั่งมีคนหนึ่งทำเสียงกระซิบกระซาบพร้อมกับป้องปากบอกว่าตนมีข่าววงใน
“อะไรนะ? ข่าววงในอะไร? รีบเล่ามาเร็วเข้า!” ทุกสายตาจับจ้องไปยังชายคนนั้นเป็นตาเดียว
“ฉันได้ยินมาว่า… คนตระกูลหลินน่ะ จริงๆแล้วเป็นคนของประเทศ R!”
“อะไรนะ! คนจากประเทศ R งั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไงกัน! หลินฉู่สือกับครอบครัวของเขาอยู่ที่เกาะฮ่วนซาแห่งนี้มาหลายสิบปีแล้วนะ!”
“ก็เพราะแบบนี้ไงมันถึงได้น่ากลัว! พวกเขาลอบเข้ามาแฝงตัวอยู่นานหลายสิบปีแล้ว คิดดูสิว่ามันน่าขนลุกขนาดไหน ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาวางแผนจะทำเรื่องเลวร้ายอะไรบ้าง”
บทสนทนาเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับมีคนปล่อยข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอีกระลอก “ฉันยังได้ยินมาอีกนะว่า พี่ชายของหลินฉู่สือ พอรู้ว่าตัวเองเป็นคนประเทศ R ก็ทนรับความจริงไม่ได้ ตั้งใจจะไปเปิดโปงเรื่องทั้งหมด แต่กลับถูกหลินฉู่สือลวงไปฆ่า แล้วจัดฉากให้ดูเหมือนว่าจมน้ำตายในทะเล!”
“พระเจ้า! นี่มันจะเรื่องจริงเหรอ? แต่ถ้าพวกเขาเป็นคนประเทศ R จริงๆ ก็สมควรตายแล้วล่ะ!”
ความรู้สึกเกลียดชังคนของประเทศ R ฝังรากลึกอยู่ในใจของผู้คนแทบทุกคน มันคือความแค้นของชาติที่ไม่อาจลืมเลือนได้ ดังนั้นเมื่อมีข่าวลือเช่นนี้ออกมา ผู้คนส่วนใหญ่จึงปักใจเชื่อไปแล้วกว่าครึ่ง
“ต้องเป็นเรื่องจริงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคนทั้งตระกูลหลินจะถูกจับไปพร้อมกันแบบนี้ได้ยังไง”
ทางด้านของพ่อหลินและหลินฉู่สือที่ถูกจับกุมตัวไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งคู่ยังคงอยู่ในอาการมึนงงและสับสน พวกเขาสงสัยเหลือเกินว่าความลับที่เก็บงำมานานหลายสิบปีถูกเปิดโปงออกมาได้อย่างไร?
จนกระทั่งเมื่อพ่อหลินได้เห็นจดหมายลับจำนวนมากที่ถูกค้นเจอในห้องลับของเขา เขาก็ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง หลักฐานมัดตัวแน่นหนาจนไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ความพยายามที่สั่งสมมานานหลายสิบปี ความฝันที่จะประสบความสำเร็จในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกเจ็บใจและไม่ยินยอมถาโถมเข้าใส่จนแทบคลั่ง แต่แล้วสิ่งที่ทำให้พ่อหลินตกใจยิ่งกว่ากลับตามมาติดๆ
เจ้าหน้าที่สอบสวนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “หลินฉู่เฉิน ลูกชายคนโตของคุณ ถูกลูกชายคนเล็กของคุณฆ่าตาย”
“แก… แกพูดว่าอะไรนะ? ลูกชายคนโตของฉัน… หลินฉู่เฉิน ถูกน้องชายของเขาฆ่าตายงั้นเหรอ?!” พ่อหลินเบิกตาโพลง ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ไม่! เป็นไปไม่ได้!”
“หลินฉู่สือสารภาพหมดแล้ว”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของพ่อหลิน
ไม่นานหลังจากนั้นพ่อหลินก็ได้เผชิญหน้ากับหลินฉู่สือ ดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย จ้องมองลูกชายคนเล็กอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ “ทำไม… ทำไมแกถึงฆ่าพี่ชายของแก! เขาไม่ได้ตายเพราะพายุไต้ฝุ่น ไม่ได้พลัดตกทะเลโดยอุบัติเหตุใช่ไหม!”
หลินฉู่สือที่ถูกจับกุม บัดนี้กลับมีท่าทีเหมือนคนสิ้นไร้ไม้ตอกและพร้อมจะแฉทุกอย่าง เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของผู้เป็นพ่อ เขากลับหัวเราะเยาะออกมา “ใช่… ผมเป็นคนฆ่าเขาเอง”
“ผมเป็นคนหลอกเขาไปที่ชายหาด แล้วกดคอเขาจมน้ำในทะเลด้วยมือของผมเอง”
พ่อหลินเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมาด้วยความตกใจและโกรธจัด “ทำไม! หลินฉู่สือ นั่นคือพี่ชายที่รักและเอ็นดูแกที่สุดมาตั้งแต่เด็กนะ! แกทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ยังไง แกมันเดรัจฉานชัดๆ!”
“ใช่! ผมมันเดรัจฉาน! แต่ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะมีพ่อเดรัจฉานอย่างคุณ ผมถึงได้เกิดมาเป็นลูกเดรัจฉานยังไงล่ะ!” หลินฉู่สือสวนกลับอย่างไม่ลดละ “ขนาดคุณยังบีบคอฆ่าภรรยาตัวเองได้ แล้วทำไมผมจะฆ่าพี่ชายตัวเองบ้างไม่ได้ล่ะ มันจะแปลกอะไร”
คำพูดของลูกชายทำให้พ่อหลินผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว “แก… แก…”
“อยากจะถามใช่ไหมว่าผมรู้ได้ยังไง? ก็เพราะตอนนั้นผมซ่อนตัวอยู่ในมุมห้องน่ะสิ! แล้วก็อย่ามาโทษผมเลย ที่ผมฆ่าเขาก็เพื่อตัวเขาเอง และเพื่อตัวคุณด้วย”
พ่อหลินหัวเราะทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บปวด “แกพูดบ้าอะไรของแก”
“เรื่องจริงทั้งนั้น! คุณน่าจะรู้ดีว่าลูกชายคนโตของคุณเป็นคนซื่อตรงและรักชาติแค่ไหน คุณรู้ไหมว่าเขารู้สึกช็อกและรับไม่ได้ขนาดไหนตอนที่รู้ว่าตัวเองมีสายเลือดของประเทศ R อยู่ในตัว? คุณรู้ไหมว่าตอนนั้นเขาตั้งใจจะไปแฉความจริงทั้งหมดเพื่อความถูกต้อง?” หลินฉู่สือร่ายยาว “ถ้าผมไม่ฆ่าเขาซะก่อน ป่านนี้คุณคงเข้ามาอยู่ในคุกตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนแล้ว จะมีปัญญาได้สุขสบายอยู่ในตำแหน่งผู้มีอำนาจอันดับสองของเขตทหารมานานขนาดนี้เหรอ?”
พ่อหลินกุมหน้าอกตัวเองไว้แน่น ความโกรธและความเสียใจจุกขึ้นมาที่คอจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ชี้นิ้วไปที่ลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา “แก… แก…”
หลินฉู่สือไม่สนใจท่าทีของพ่ออีกต่อไป ในเมื่อความลับแตกแล้ว พวกเขาก็ถูกจับกุม ชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้าก็คงหนีไม่พ้นความตาย…
แต่… เหมยเหมยจะเป็นอย่างไรบ้างนะ?
ถ้าเธอรู้ว่าเขาถูกจับ เธอจะคิดอย่างไร?
ในขณะเดียวกัน จางชิวเหมยที่ใช้ชีวิตอยู่ในคุกมาได้ระยะหนึ่ง ก็เริ่มทนสภาพความเป็นอยู่อันเลวร้ายไม่ไหวอีกต่อไป เธออยากจะออกไปจากที่นี่ใจจะขาด เธอรู้ดีว่าการไปขอร้องเซิ่งเจ๋อซีหรือกู้เจียหนิงนั้นไร้ประโยชน์ ความหวังเดียวที่เธอมีในตอนนี้ก็คือหลินฉู่สือเท่านั้น
เธอได้แต่เดิมพันว่าหลินฉู่สือยังคงรักเธออยู่ ประกอบกับเธอมีลูกของเขาอยู่ในท้อง ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่น่าจะนิ่งดูดายได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น จางชิวเหมยก็เริ่มรู้สึกเสียใจกับท่าทีแข็งกร้าวที่เธอแสดงต่อหลินฉู่สือในตอนแรกเธอไม่น่าด่าว่าเขาเลย เธอควรจะทำตัวอ่อนหวานและขอร้องให้เขาหาทางช่วยเธอออกไปจากที่นี่ หลินฉู่สือเคยบอกเธอว่าตระกูลหลินมีอิทธิพลอย่างสูงในเขตทหาร พ่อของเขาก็เป็นถึงผู้มีอำนาจอันดับสอง พวกเขาต้องมีวิธีช่วยเธอได้อย่างแน่นอน
จางชิวเหมยจึงตั้งใจว่าหากได้เจอหลินฉู่สืออีกครั้ง เธอจะพูดจาเอาอกเอาใจเขาให้ดีที่สุด ทว่าเธอกลับรอแล้วรอเล่า รอจนเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไม่เห็นวี่แววของหลินฉู่สือเลยแม้แต่น้อย
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือว่าหลินฉู่สือจะทอดทิ้งเธอไปแล้ว? เขาไม่ต้องการเธอและลูกในท้องแล้วงั้นเหรอ? เขาจะไปแต่งงานใหม่กับคนอื่นใช่ไหม?
“ฉันต้องการพบหลินฉู่สือ! พวกแกไปบอกหลินฉู่สือว่าฉันต้องการพบเขา ให้เขารีบมาหาฉันเดี๋ยวนี้!” จางชิวเหมยกรีดร้องใส่ผู้คุมอย่างบ้าคลั่ง
“เธออยากจะเจอหลินฉู่สืองั้นเหรอ? สงสัยคงจะไม่ได้เจอแล้วล่ะ” ทหารยามที่เฝ้าจางชิวเหมยอยู่เอ่ยขึ้นเรียบๆ
“ทำไมล่ะ?”
“หรือว่าหลินฉู่สือทิ้งฉันไปแล้ว? เขาจะไปแต่งงานใหม่ใช่ไหม?”
“ก็ไม่เชิงหรอกนะ แต่เป็นเพราะตัวหลินฉู่สือเองก็ถูกจับไปแล้วเหมือนกัน อ้อ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าคนทั้งตระกูลหลินถูกจับไปหมดแล้วต่างหาก”
“อะไรนะ?! คนบ้านหลินถูกจับไปหมดแล้ว? ไม่… เป็นไปไม่ได้! แกต้องโกหกฉันแน่ๆ!”
“ฉันจะโกหกเธอไปเพื่ออะไร? คนตระกูลหลินทั้งครอบครัวมีสายเลือดของประเทศ R พวกเขาเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามา ถ้าเป็นสายลับของศัตรูจะไม่ให้จับได้ยังไงล่ะ? แม้แต่เด็กในท้องของเธอ ก็มีสายเลือดของประเทศ R ไหลเวียนอยู่ด้วยเหมือนกัน”
คำพูดของทหารยามเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางศีรษะของจางชิวเหมยอย่างจัง ท้องฟ้าของเธอพังทลายลงในบัดดล เธอตกตะลึงจนยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่ ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเหตุผลที่แท้จริงจะเป็นเช่นนี้
คนตระกูลหลินเป็นคนของประเทศ R… แม้แต่ลูกในท้องของเธอก็…
จางชิวเหมยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ในที่สุดเธอก็เข้าใจแล้วว่าชีวิตนี้คงไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่อีกแล้ว
…
หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ตระกูลหลินถูกจับกุม ทางการก็ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งเนื้อหาก็ตรงกับข่าวลือที่แพร่สะพัดไปก่อนหน้านี้ทุกประการ
คนตระกูลหลินคือคนของประเทศ R จริงๆ!
“โชคดีจริงๆ ที่จับพวกเขาได้ ไม่อย่างนั้นไอ้พวกคนเลวจากประเทศ R ที่แฝงตัวอยู่บนเกาะฮ่วนซาของเรามานานหลายสิบปี ไม่รู้ว่าจะก่อเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นอีกบ้าง”
“พวกเธอเห็นกันรึยัง? ตอนนั้นก็มีแต่คนบ้านหลินนี่แหละที่เอาแต่พูดว่าที่คุณหมอกู้เตือนเรื่องพายุไต้ฝุ่นเป็นเรื่องไร้สาระ ฉันว่านะ คนพวกนี้ก็คงอยากให้พวกเราตายกันทั้งเกาะนั่นแหละ”
“แล้วคนที่เปิดโปงโฉมหน้าที่แท้จริงของตระกูลหลินในครั้งนี้ก็คือผู้พันเซิ่ง เขาเก่งกาจจริงๆ! เพิ่งจะมาที่เกาะฮ่วนซาได้ไม่นาน ก็ช่วยกำจัดเนื้อร้ายก้อนนี้ให้กับพวกเราได้แล้ว!”
[จบบท]