บทที่ 37: ตบสั่งสอน
หลังจากงานเลี้ยงฉลองสมรสสิ้นสุดลง กู้เจียหนิงก็ไม่ลืมที่จะแวะไปกระซิบกระซาบฝากฝังบางสิ่งบางอย่างกับเปาซานเยี่ยนเป็นการเฉพาะกิจ ก่อนที่เธอจะปลีกตัวกลับบ้านพร้อมครอบครัว และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน มุมปากของเจ้าแม่แผนการอย่างกู้เจียหนิงก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
แน่นอนสิ เธอย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเวินจู๋ชิงนั้นเป็นแค่เศษสวะ ส่วนเปาซานเยี่ยนเองก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่ากันเลยสักนิด ในเมื่อคนเลวสองคนโคจรมาพบกัน ก็จงปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองภายใน ให้ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดจากการทำร้ายกันและกันไปเลยจะเป็นไรไป ช่างเป็นภาพที่น่าสนุกเสียนี่กระไร
แค่คิดก็อดเดาไม่ได้แล้วว่าหลังจากนี้ ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะไว้ในกำมือ
หากให้กู้เจียหนิงคาดการณ์ เธอก็พอจะมองเห็นภาพรางๆ ว่าในช่วงแรก สองแม่ลูกตระกูลเปาอาจจะใช้กำลังและเล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ กดขี่เวินจู๋ชิงได้อยู่หมัด แต่หากปล่อยไว้นานวันเข้า คนที่ได้รับชัยชนะในท้ายที่สุดก็อาจจะเป็นเวินจู๋ชิง...ก็เป็นได้
ก็นะ สองแม่ลูกนั่นมีดีแค่พละกำลังมหาศาลกับสมองที่พอจะคิดอะไรตื้นๆ ได้บ้าง แต่เวินจู๋ชิงน่ะหรือ...เจ้าเล่ห์เพทุบายและใจคออำมหิตของจริงเลยล่ะ ไม่อย่างนั้นในชาติที่แล้ว เขาจะสามารถหลอกใช้คนมากมายให้มาเป็นบันไดเหยียบย่ำปูทางไปสู่ความสำเร็จของตัวเองได้อย่างไร
เป็นไปได้สูงว่าในอนาคต เวินจู๋ชิงอาจจะหาวิธีสลัดครอบครัวเปาให้หลุดพ้นจากชีวิตเขาก็ได้
แต่...แล้วจะทำไมล่ะ ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา แค่สามารถกักขังเวินจู๋ชิงไว้ชั่วคราวและมอบบทเรียนราคาแพงให้เขาได้จดจำไปจนวันตายได้ แค่นี้สำหรับกู้เจียหนิงแล้วก็ถือว่าคุ้มค่าเกินพอ ส่วนเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้...ก็ค่อยว่ากันอีกทีแล้วกัน แต่ที่แน่ๆ คือเธอไม่มีวันปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นได้อยู่อย่างสุขสบายแน่นอน! ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้ดีเลย!
ภายในห้องนอนที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายสำหรับคู่บ่าวสาว เวินจู๋ชิงกวาดสายตามองไปรอบๆ สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ขณะที่เสียงหัวเราะพูดคุยอย่างสนุกสนานจากด้านนอกยังคงลอยเข้ามาเป็นระยะๆ ใบหน้าอันหล่อเหลาที่เคยเป็นที่หลงใหลของหญิงสาวมากมาย บัดนี้กลับบึ้งตึงดำคล้ำลงอย่างน่ากลัว
เขาทำได้เพียงปลอบใจตัวเองซ้ำๆ ว่านี่เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น เขายังต้องสืบให้ได้ว่ายายทอมบอยอย่างเปาซานเยี่ยนกับกู้เจียหนิงร่วมมือกันวางแผนสกปรกอะไรเพื่อเล่นงานเขา การหลอกล่อผู้หญิงให้ตายใจน่ะ...เขาก็พอจะถนัดอยู่บ้างล่ะน่า
‘สักวันหนึ่ง...ความอัปยศอดสูทั้งหมดที่ฉันได้รับในวันนี้ ฉันจะเอาคืนพวกแกทุกคนให้สาสม!’ เวินจู๋ชิงกรีดร้องในใจ เขาจดจำรายชื่อศัตรูทุกคนไว้ในส่วนลึกของหัวใจ สองแม่ลูกตระกูลเปา, ครอบครัวกู้, กู้เจียหนิง, และเซิ่งเจ๋อซี!
สำหรับเปาซานเยี่ยนแล้ว วันนี้ช่างเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้ชายที่เธอแอบหมายปองมานานอย่างเวินจู๋ชิง จะยอมแต่งเข้าบ้านของเธอในที่สุด และเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เร่าร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันก่อน หัวใจของเธอก็พลันสั่นระรัวด้วยความปรารถนา
ดังนั้นในค่ำคืนนี้ ทันทีที่อาบน้ำชำระร่างกายเสร็จสิ้น เธอก็รีบปรี่เข้ามาในห้องด้วยความตื่นเต้นกระหายใคร่รู้ อยากจะร่วมหอลงโลงกับสามีรูปงามของเธออีกสักครั้ง ก็แหม...นี่มันคืนเข้าหอของพวกเขานะ!
“เยี่ยนจื่อ วันนี้ผมเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเลย เรารออีกหน่อยไม่ได้เหรอครับ” เวินจู๋ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางจ้องมองเปาซานเยี่ยนด้วยแววตาที่พยายามจะทำให้ดูเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่
“เราแต่งงานกันแล้ว ยังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน คุณน่าจะสงสารผมบ้างนะ”
เหตุการณ์เมื่อ 3 วันก่อนนั้น สำหรับเวินจู๋ชิงแล้วมันไม่ต่างอะไรกับฝันร้ายที่น่าขยะแขยง ตอนนั้นเขาถูกวางยาจนหมดหนทางต่อสู้ แต่ตลอด 3 วันที่ผ่านมา เขาก็มักจะฝันร้ายอยู่บ่อยครั้ง ในฝันนั้นมีแต่ภาพของเปาซานเยี่ยนที่เหมือนภูผาถล่มลงมาทับ หรือไม่ก็เหมือนหมูอ้วนตัวเมียที่กำลังกดทับเขาจนหายใจไม่ออก มันทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้จนแทบอยากจะอาเจียนออกมา
หลังจากวันนั้น เขากลับไปขัดถูตัวเองในห้องน้ำอยู่นานสองนาน ใช้สบู่ไปทั้งก้อนเพียงเพื่อหวังจะล้างเอากลิ่นและร่องรอยของเปาซานเยี่ยนให้ออกไปจากร่างกาย เขารู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกผู้หญิงคนนี้ย่ำยีจนแปดเปื้อนไปทั้งตัวและหัวใจ
การแต่งงานกับเปาซานเยี่ยนเป็นเพียงการยอมจำนนชั่วคราวเท่านั้น เขาไม่มีวันยอมรับผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาจริงๆ และไม่มีทางที่จะร่วมหลับนอนฉันสามีภรรยากับเธอเด็ดขาด แต่เวินจู๋ชิงก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำให้เปาซานเยี่ยนโกรธได้ในตอนนี้ จึงต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แสร้งทำเป็นอ่อนโยนและรักใคร่เพื่อซื้อใจเธอไปก่อน ก็ในเมื่อเปาซานเยี่ยนชอบเขาไม่ใช่หรือไงล่ะ
เวินจู๋ชิงพูดจบก็มองเปาซานเยี่ยนด้วยความคาดหวัง แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจกระตุกวูบ จากใบหน้าที่เคยเปี่ยมสุขเมื่อครู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงเย็นชาในพริบตา
ในวินาทีนั้นเอง ถ้อยคำของกู้เจียหนิงก็ผุดขึ้นมาในหัวของเปาซานเยี่ยน
“เยี่ยนจื่อ ถึงแม้ว่าตอนนี้ปัญญาชนเวินจะแต่งงานกับเธอแล้ว แต่อย่าลืมสิว่านี่เป็นการแต่งงานที่ได้มาด้วยเล่ห์กลนะ ใครจะไปรู้ว่าในใจเขาจะไม่พอใจขนาดไหน”
“ฉันว่านะ เขาต้องหาข้ออ้างต่างๆ นานาเพื่อที่จะไม่ยอมเป็นสามีภรรยากับเธอจริงๆ คอยแต่จะพูดจาหว่านล้อมเธอไปวันๆ เธออย่าให้เขาหลอกได้ล่ะ”
“ในเมื่อแต่งงานกันแล้ว หน้าที่ที่สามีพึงมีต่อภรรยา เขาก็ต้องทำ จะได้ไม่มีใครมานินทาว่าร้ายเธอได้”
“ความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาน่ะนะ ไม่เธอกดขี่เขา ก็เขาที่กดขี่เธอ”
“เธอต้องสร้างบารมีข่มเขาไว้ตั้งแต่แรกเลยนะ อย่าให้เวินจู๋ชิงกดหัวเธอได้เด็ดขาด”
“แต่เธอก็แรงเยอะขนาดนั้น ฉันเชื่อว่าเธอทำได้อยู่แล้ว”
“แค่เธอรีบตั้งท้องลูกของเวินจู๋ชิงให้ได้เร็วที่สุด ฉันเชื่อว่าพอเห็นแก่ลูกแล้ว เขาก็อาจจะค่อยๆ ยอมจำนนต่อเธอเอง”
เมื่อนึกถึงคำพูดของกู้เจียหนิงขึ้นมาได้ ใบหน้าของเปาซานเยี่ยนก็ยิ่งมืดครึ้มลงไปอีก แหม...แม่นเหมือนตาเห็นอย่างที่กู้เจียหนิงว่าไว้ไม่มีผิดเพี้ยน!
แต่ในเมื่อเธออุตส่าห์ทุ่มเทลงทุนลงแรงไปมากมายเพื่อให้ได้เวินจู๋ชิงมาแต่งเข้าบ้าน เธอก็ต้องมัดใจและมัดกายของเขาไว้ให้ได้ และที่สำคัญคือต้องมีลูกของเขาให้ได้ด้วย!
เปาซานเยี่ยนเงยหน้าขึ้น จ้องเวินจู๋ชิงเขม็ง “นี่คุณคงไม่ได้กำลังหาข้ออ้างที่จะไม่ยอมนอนกับฉันหรอกนะ”
แววตาของเวินจู๋ชิงไหววูบไปเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มอ่อนโยนไว้เช่นเดิม “ไม่ใช่แน่นอนครับ เยี่ยนจื่อ เชื่อใจผมสิ”
“ไม่!” เปาซานเยี่ยนผลักเวินจู๋ชิงลงบนเตียงอย่างแรง ท่ามกลางความตกตะลึงของเขา ก่อนจะประกาศกร้าว “ฉันเชื่อแต่ตัวเองเท่านั้น!”
หลังจากนั้น...เหตุการณ์ก็ดำเนินไปโดยที่เวินจู๋ชิงไม่สามารถขัดขืนอะไรได้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อทุกอย่างสงบลง เปาซานเยี่ยนก็ล้มตัวลงนอนข้างๆ โดยไม่คิดจะไปล้างเนื้อล้างตัว เธอคว้าผ้าห่มมาคลุมกายแล้วหลับตาลง พึมพำออกมาเบาๆ “นอนได้แล้ว พรุ่งนี้เรายังต้องไปที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจดทะเบียนสมรสกันอีก”
เพียงประโยคเดียวสั้นๆ ก็ทำให้เวินจู๋ชิงที่กำลังเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ รู้สึกเหมือนมีคลื่นอารมณ์ระลอกใหม่ซัดเข้ามาอย่างรุนแรง
“จดทะเบียนเหรอ จะต้องทำเรื่องยุ่งยากแบบนั้นไปทำไมกัน เราก็จัดงานเลี้ยงกันแล้วนี่นา ก็ถือว่าแต่งงานกันแล้ว ไม่เห็นต้องไปจดทะเบียนให้มันวุ่นวายเลย”
เวินจู๋ชิงไม่คิดเลยว่าผู้หญิงบ้านป่าอย่างเปาซานเยี่ยนจะรู้จักเรื่องการจดทะเบียนสมรสด้วย เขารู้ดีว่าหากจดทะเบียนแล้ว เขากับเปาซานเยี่ยนก็จะกลายเป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นั่นหมายความว่าการที่จะสลัดเธอทิ้งในอนาคตก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก และหากเขาจะแต่งงานใหม่ในอนาคต เขาก็จะกลายเป็นพ่อม่ายเรือพ่วงทันที
มีหรือที่คนอย่างเวินจู๋ชิงจะยอมให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับชีวิตอันสูงส่งของเขาได้!
ดังนั้นเขาจึงรีบขยับเข้าไปใกล้ พยายามใช้เสียงนุ่มนวลเกลี้ยกล่อมให้เปาซานเยี่ยนล้มเลิกความคิดนั้นเสีย
เปาซานเยี่ยนนั้นเดิมทีก็เหนื่อยมาทั้งวันอยู่แล้ว ประกอบกับนิสัยที่เป็นคนเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง อยากจะทำอะไรก็ทำ แม้แต่เปาอิงจื่อผู้เป็นแม่ยังไม่กล้าขัดใจเธอ แล้วตอนนี้เวินจู๋ชิงกลับมาพูดจาจู้จี้ขัดคออยู่ข้างหูแบบนี้อีก มันจึงเหมือนเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทำให้ความโกรธของเธอปะทุขึ้นมาทันที
ทุกอย่างเป็นไปตามที่กู้เจียหนิงพูดไว้ไม่มีผิด! เวินจู๋ชิงแต่งงานกับเธอก็เพื่อประนีประนอมชั่วคราวเท่านั้น!
กู้เจียหนิงบอกไว้ว่าในเมืองและตามกฎหมายแล้ว มีเพียงการจดทะเบียนเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาเป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์ การไปจดทะเบียนสมรสกับเวินจู๋ชิงก็เป็นคำแนะนำของกู้เจียหนิงเช่นกัน
เดิมทีเปาซานเยี่ยนก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง แต่พอเห็นท่าทีต่อต้านอย่างหนักของเวินจู๋ชิง เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่กู้เจียหนิงพูดนั้นถูกต้องทุกประการ
ทะเบียนนี้...ต้องจดให้ได้!
ยิ่งไปกว่านั้น เวินจู๋ชิงกล้าดียังไงมาขัดคำสั่งเธอ! เปาซานเยี่ยนผู้ซึ่งมีปัญหาทางอารมณ์อยู่เป็นทุนเดิม ขี้โมโห และฉุนเฉียวง่ายอยู่แล้ว ก็ระเบิดอารมณ์ออกมาจนหมดสิ้น เธอนิ่วหน้า ก่อนจะสะบัดมือตบเข้าไปที่ร่างของเวินจู๋ชิงอย่างเต็มแรง!
ฉาด!
ที่ยังปรานีไม่ตบหน้าก็เพราะยังนึกชอบใบหน้าหล่อเหลานี้อยู่ และไม่อยากให้คนอื่นเห็นร่องรอยผิดปกติ แต่ฝ่ามือที่ฟาดลงไปนั้นเต็มไปด้วยแรงโทสะของเปาซานเยี่ยน มันหนักหน่วงเสียจนเวินจู๋ชิงถึงกับอกสะท้าน หงายหลังล้มตึงลงไปบนเตียง
“ถ้ายังพูดมากอีกคำเดียว ฉันไม่เกรงใจแล้วนะ! ฉันบอกว่าจะไปจดทะเบียนก็คือต้องไป! นี่คือการแจ้งให้ทราบ ไม่ใช่การปรึกษาหารือ!”
“ถ้าไม่ฟังที่ฉันพูด...ฉันจะส่งแกเข้าคุก!”
[จบบท]