บทที่ 390: สารภาพเรื่องการเกิดใหม่
เซิ่งเจ๋อซีเม้มริมฝีปากแน่น บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบสงัดลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ดังแผ่วเบา สวนทางกับหัวใจของกู้เจียหนิงที่กำลังเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
สองมือของเธอกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอกำลังรอคอยคำตอบจากเขา
ความเงียบที่โรยตัวอยู่รอบกายช่างน่าอึดอัดเสียจนหายใจไม่ทั่วท้อง ในที่สุด หลังจากผ่านไปนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ เซิ่งเจ๋อซีก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พี่ได้ยิน...ส่วนใหญ่”
ประโยคสั้นๆ นั้นกลับหนักอึ้งราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางใจของกู้เจียหนิงอย่างจัง โลกทั้งใบของเธอราวกับจะพังทลายลงในพริบตา
“ส่วนใหญ่...ได้ยินเกือบทั้งหมดเลยเหรอคะ” เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ความหวังริบหรี่สุดท้ายที่เคยมี ดับวูบลงทันที
“ใช่” เขาตอบรับหนักแน่น
“ถ้าอย่างนั้น...พี่ก็ได้ยินเรื่องที่เวินจู๋ชิงเล่า เกี่ยวกับความฝันในชาติที่แล้วของเขาด้วยเหรอคะ”
“ใช่”
“แล้ว...ก็ได้ยินเรื่องที่เขาบอกว่า ในความฝันนั้น...ในชาติที่แล้ว ฉันกับเขา...เป็นสามีภรรยากันด้วยใช่ไหมคะ”
“...ใช่” คำตอบสุดท้ายของเขากรีดลึกลงไปในหัวใจของกู้เจียหนิง
รอยยิ้มขมขื่นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ ในฐานะคนที่ได้เกิดใหม่ ความทรงจำในชาติที่แล้วไม่ใช่แค่ความฝันเลือนลาง แต่มันคือเรื่องจริงที่เธอเคยประสบพบเจอด้วยตัวเอง ทุกฉากทุกตอนยังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
มันคือความจริงที่เธอไม่สามารถลืมเลือนได้ ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ตาม ความรู้สึกผิดและความโง่เขลาในอดีตยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เคยจางหาย ความทรงจำเหล่านั้นถูกฝังลึกอยู่ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมาโดยตลอด
แม้ว่าการเกิดใหม่ในครั้งนี้จะทำให้เธอสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างได้ ทุกคนรอบตัวเธอต่างก็มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด เธอก็ยังคงฝันถึงเรื่องราวในชาติที่แล้วอยู่บ่อยครั้ง
มันเป็นเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ที่ทับถมอยู่ในใจของเธอ ไม่สามารถยกออกไปได้ และไม่เคยทำให้เธอรู้สึกปลอดโปร่งได้อย่างแท้จริง
เธอรู้ดีว่าเซิ่งเจ๋อซีรักเธอมาก แต่เธอล่ะ?
เธอต้องยอมรับว่า ในตอนแรกที่ตัดสินใจแต่งงานกับเขาในชาตินี้ จุดประสงค์ของเธอมันไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่องเลยแม้แต่น้อย มันแตกต่างจากความรักที่เปี่ยมล้นและร้อนแรงของเขาโดยสิ้นเชิง
ตอนนั้นเธอเลือกที่จะแต่งงานกับเขาเพียงเพื่อต้องการหลีกหนีชะตากรรมอันเลวร้ายในชาติก่อน
เพียงเพราะเธอรู้ว่าเขาเป็นคนดี และรู้ว่าเขารักเธอ
หลังแต่งงาน เซิ่งเจ๋อซีก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาสามารถทำหน้าที่สามีที่ดีได้อย่างไม่มีที่ติ เขาเป็นทั้งสามีที่ดีและเป็นพ่อที่ประเสริฐของลูกๆ
เขาดีกับเธอมากจริงๆ
และเพราะความดีของเขานี่เองที่ทำให้กู้เจียหนิงรู้สึกผิดอยู่เสมอ เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความรักและความดีงามทั้งหมดที่เขามอบให้ เธอรู้สึกว่าความรักที่เธอมีให้เขามันยังไม่มากพอ
ความกังวลเหล่านี้กัดกินหัวใจเธอมาตลอด เธอไม่สามารถบอกใครได้ ทำได้เพียงเก็บซ่อนมันไว้ในใจเพียงลำพัง
และการปรากฏตัวของเวินจู๋ชิงในวันนี้ ก็ได้กระชากหน้ากากและเปิดโปงทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพยายามฝังกลบมาโดยตลอดอย่างไร้ความปรานี
เซิ่งเจ๋อซีเห็นสีหน้าเจ็บปวดของภรรยา เขาวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่ของเธอเบาๆ พลางปลอบโยน“หนิงหนิง คำพูดของเวินจู๋ชิงมันก็แค่เรื่องไร้สาระ เธออย่าเก็บมาใส่ใจเลย”
“ไม่ค่ะ มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ”
ดวงตาของกู้เจียหนิงแดงก่ำ เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน หันหน้าไปเผชิญกับเขาตรงๆ มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่ ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจได้ “ถ้าฉันบอกว่า...สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริงล่ะคะ”
เซิ่งเจ๋อซีเม้มปากแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่เธออย่างไม่วางตา
“ถ้าฉันบอกว่าความฝันที่เวินจู๋ชิงฝันถึง ฉันก็เคยฝัน...ไม่สิ ฉันเคยประสบกับมันมาด้วยตัวเองล่ะคะ”
แววตาของเซิ่งเจ๋อซีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เขายื่นมือออกไปกุมมือที่สั่นเทาของเธอไว้แน่น “หนิงหนิง ถ้าไม่อยากพูด ก็ไม่ต้องพูดก็ได้นะ”
กู้เจียหนิงส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ค่ะ ฉันต้องพูด”
“และฉันก็ไม่อยากปิดบังพี่อีกต่อไปแล้ว”
“การใช้ชีวิตแบบนั้น มันเหนื่อยเกินไปจริงๆ ค่ะ”
ดังนั้นกู้เจียหนิงจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซิ่งเจ๋อซีแล้วเอ่ยถาม “พี่รู้จักคำว่า ‘เกิดใหม่’ ไหมคะ”
“เซิ่งเจ๋อซี...ฉันคือคนที่เกิดใหม่ค่ะ”
“พูดง่ายๆ ก็คือ ฉันเคยใช้ชีวิตในชาติที่แล้ว ตายไปแล้ว และหลังจากตายก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในชาตินี้”
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นหลุดออกจากปาก กู้เจียหนิงก็รู้สึกเหมือนหัวใจของเธอเบาหวิวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ราวกับยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก บางทีคำพูดบางอย่าง เมื่อได้พูดออกไปแล้ว มันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น “จุดที่ฉันได้เกิดใหม่ ก็คือวันที่ฉันกระโดดน้ำที่หมู่บ้านไหวฮวา วันที่พี่ให้แม่สื่อมาสู่ขอฉันนั่นแหละค่ะ!”
“ชาติที่แล้ว ฉัน...”
กู้เจียหนิงไม่ได้ปิดบังอะไรอีกต่อไป เธอเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นในชาติที่แล้วให้เขาฟังอย่างหมดเปลือก ตั้งแต่การถูกเวินจู๋ชิงหลอกลวงจนหัวปักหัวปำ ความโง่เขลาของตัวเองที่ทำให้ครอบครัวต้องเดือดร้อน ไปจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตที่ถูกเขาวางแผนให้ต้องตายอย่างน่าอนาถในกองเพลิง
ขณะที่เล่ามาถึงตอนนั้น เซิ่งเจ๋อซีก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธแค้น
“...และหลังจากที่ตายไปแล้ว ฉันก็ได้เกิดใหม่ค่ะ กลับมาเกิดในวันที่ฉันกำลังจะยกตำแหน่งงานของพี่ใหญ่ให้เวินจู๋ชิง”
“เพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเอง ฉันถึงได้เลือกที่จะแต่งงานกับพี่”
“เพราะฉะนั้น ในตอนนั้นที่ฉันแต่งงานกับพี่ จุดประสงค์ของฉันมันไม่ได้บริสุทธิ์เลย ฉัน...”
“พี่รู้”
ยังไม่ทันที่กู้เจียหนิงจะพูดจบ เซิ่งเจ๋อซีก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“หนิงหนิง พี่รู้ว่าตอนนั้นเธอไม่ได้รักพี่ แต่พี่ไม่สนใจ”
“ในตอนนั้น พี่แค่อยากจะให้เธออยู่ข้างๆ พี่มั่นใจว่าขอแค่มีเวลา ความรักของพี่จะสามารถเอาชนะใจเธอได้ในที่สุด”
“แล้วดูตอนนี้สิ เธอก็รักพี่แล้วไม่ใช่เหรอ”
กู้เจียหนิงพยักหน้าช้าๆ น้ำตาคลอหน่วย ใช่ เธอรักเขา รักมานานแล้วด้วยซ้ำ
“พี่รู้สึกโชคดีมากนะ ที่ตอนนั้นเธอเลือกพี่ ไม่ได้เลือกคนอื่น และให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ตัวเอง”
“ส่วนเรื่องชาติที่แล้วที่เธอเล่ามา...”
“พี่อยากจะถามว่า ชาติที่แล้วของพี่กับเธอ เราเคยมีเรื่องราวอะไรต่อกันไหม”
กู้เจียหนิงถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เขาให้ความสนใจจะเป็นเรื่องนี้
เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะเล่าเรื่องราวในชาติที่แล้วให้เขาฟังต่อ ว่าเป็นเขาที่กระโดดเข้าไปในกองเพลิงเพื่อช่วยชีวิตเธอออกมา หลังจากที่เธอตายไปแล้ว วิญญาณของเธอก็ยังคงล่องลอยอยู่ข้างกายเขา ได้เห็นเขาทวงความยุติธรรมให้กับเธอด้วยการลากเวินจู๋ชิงลงจากตำแหน่ง ได้เห็นเขาใช้ชีวิตเป็นโสดไปตลอดชีวิต และสุดท้ายก่อนตาย เขาก็ได้สั่งเสียไว้ว่าขอให้ฝังร่างของเขารวมกับเธอ
“เพราะฉะนั้น ชาติที่แล้ว พี่ก็ชอบเธอเหมือนกันใช่ไหม” เซิ่งเจ๋อซีถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
กู้เจียหนิงพยักหน้าอีกครั้ง
เซิ่งเจ๋อซีจึงพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เพราะฉะนั้น เซิ่งเจ๋อซีไม่ว่าจะในสองชาติภพ หรือต่อให้ต้องเกิดใหม่อีกกี่ชาติภพก็ตาม เซิ่งเจ๋อซีก็จะยังคงรักกู้เจียหนิงเสมอ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พี่มั่นใจได้อย่างไม่มีข้อสงสัย และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเพราะใคร หรือเพราะเรื่องอะไรทั้งนั้น!”
กู้เจียหนิงถึงกับตะลึงงันไป ดวงตาของเธอแดงก่ำ
“พี่มีแต่จะรู้สึกว่า เซิ่งเจ๋อซีในชาติที่แล้วน่ะขี้ขลาดเกินไป ในเมื่อชอบ ก็ต้องรู้จักแย่งชิงสิ”
“ถ้าเป็นพี่ในชาตินี้ล่ะก็ พี่คงจะปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เธอให้เร็วกว่านั้นอีก”
หยดน้ำตาของกู้เจียหนิงร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม
“แต่...แต่พี่ไม่รังเกียจเหรอคะ ที่ชาติที่แล้วฉันเคยเป็นภรรยาของเวินจู๋ชิง”
เซิ่งเจ๋อซียิ้มออกมาบางๆ เขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบา “ถ้าจะให้บอกว่ารังเกียจ พี่ว่าใช้คำว่าอิจฉาจะเหมาะกว่านะ”
“พี่อิจฉามัน ที่ได้ครอบครองชาติที่แล้วของเธอ!”
“แต่...หนิงหนิง”
“เรื่องในชาติที่แล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น หรือเป็นแค่ความฝันก็ตาม”
“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือชาตินี้”
“คือปัจจุบันของเรา!”
“ชาตินี้ เราต่างหากที่เป็นสามีภรรยากัน”
“แล้วเราก็ยังมีซิงซิง เยว่เยว่ แล้วก็ถวนถวน ลูกๆ ที่น่ารักของเราถึงสามคน”
“อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเรา สามารถมีความสุขได้อย่างแน่นอน”
“เพราะฉะนั้น อย่าให้คนที่ไม่มีความสำคัญมาทำให้เราต้องวุ่นวายใจเลย”
“ถ้าเธอรู้สึกไม่สบายใจเรื่องเวินจู๋ชิง พี่สามารถทำให้เขาหายไปได้ ทำให้เขาไม่มารบกวนชีวิตของเราอีก”
เซิ่งเจ๋อซีเป็นคนที่น้อยครั้งนักจะเกลียดใคร แต่ในตอนนี้ เขากลับเกลียดเวินจู๋ชิงเข้ากระดูกดำ
ชีวิตครอบครัวของพวกเขากำลังไปได้ด้วยดี แต่เวินจู๋ชิงกลับโผล่เข้ามาเพื่อทำลายความสงบสุข แถมยังทำให้หนิงหนิงของเขาต้องร้องไห้
เรื่องนี้ทำให้เซิ่งเจ๋อซีจดจำเวินจู๋ชิงไว้ในบัญชีดำเรียบร้อยแล้ว และเขาจะต้องทวงแค้นนี้คืนอย่างสาสมแน่นอน
กู้เจียหนิงเงยหน้าขึ้นมองเซิ่งเจ๋อซี ในวินาทีนี้ ภาระหนักอึ้งในใจของเธอก็พลันสลายหายไปจนหมดสิ้น ก้อนหินที่เคยทับถมอยู่ในใจมานานแสนนาน ในที่สุดก็ถูกยกออกไปเสียที
“เซิ่งเจ๋อซี...ทำไมพี่ถึงดีขนาดนี้”
ทำไมถึงดีกับฉันได้มากขนาดนี้
เซิ่งเจ๋อซีรวบตัวกู้เจียหนิงเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่น พลางกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ก็เพราะว่าหนิงหนิงของพี่ก็ดีเหมือนกันไงครับ”
[จบบท]