บทที่ 63: ซื้อ! ซื้อ! ซื้อ! ของเต็มคันรถ!
เหล่าพ่อค้าแม่ค้าที่มาตั้งแผงลอยในตลาดนัดแห่งนี้ต่างรู้ดีว่าตลาดนัดใหญ่นี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับเขตทหารภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ดังนั้นเมื่อได้เห็นกู้เจียหนิงในชุดเสื้อโค้ททหารซึ่งเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย พวกเขาก็คาดเดาได้ในทันทีว่าเธอคือภรรยาทหารคนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ทุกคนจึงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ยิ่งเมื่อได้เห็นใบหน้าที่สวยงามหมดจดของเธอ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นธรรมดาที่มนุษย์จะชื่นชอบสิ่งสวยงาม ภาพลักษณ์แรกของกู้เจียหนิงในสายตาของพวกเขาจึงดีเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย
“สาวน้อย ทางนี้มีหัวไชเท้า ผักกาดขาว มะเขือเทศนะ ทั้งหมดนี่เพิ่งเก็บจากสวนที่บ้านเมื่อเช้านี้เลย อยากได้อะไรไหมจ๊ะ”
กู้เจียหนิงสังเกตเห็นว่าแผงขายผักมีจำนวนมากที่สุด เธอเดินตรงไปยังแผงหนึ่งซึ่งมีสองสามีภรรยาสูงวัยเป็นคนขาย เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา ทั้งคู่ก็รีบเอ่ยปากทักทายอย่างกระตือรือร้น
“ผักพวกนี้ขายยังไงคะ”
หลังจากสอบถามราคาจนเป็นที่พอใจแล้ว กู้เจียหนิงก็ตัดสินใจซื้อผักแต่ละชนิดในปริมาณที่ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะคิดว่าช่วงฤดูหนาวแบบนี้สามารถเก็บผักไว้ได้นานกว่าปกติ
จากนั้นเธอก็เดินสำรวจตลาดต่อไปเรื่อยๆ จนได้เห็ดหอมอบแห้งมาอีกหลายถุง วุ้นเส้นหนึ่งถุงใหญ่ และมันฝรั่งอีกหนึ่งกระสอบ พอเห็นแผงขายเต้าหู้ก้อนใหญ่ก็นึกอยากกินขึ้นมา เลยแวะซื้อเก็บไว้หลายก้อน
ดูเหมือนว่าการที่กู้เจียหนิงซื้อของในปริมาณมากและไม่ค่อยต่อรองราคา ทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าในตลาดไปโดยปริยาย พวกเขาต่างมองว่าเธอเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่กำลังซื้อสูง
ดังนั้นทุกครั้งที่เธอเดินผ่านแผงไหน บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านต่างก็พร้อมใจกันส่งเสียงเรียกเชื้อเชิญให้เธอแวะซื้อของที่ร้านของตนอย่างแข็งขัน
อันที่จริง กู้เจียหนิงเองก็เห็นของที่อยากได้อีกหลายอย่าง แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าเธอจะหอบหิ้วของทั้งหมดกลับไปคนเดียวได้อย่างไร
“ไม่ต้องห่วงหรอก ในตลาดของเรามีคนรับจ้างขนของโดยใช้รถเข็นอยู่ แค่จ่ายเงินเพียง 1 เหมา เขาก็จะช่วยเอาของไปส่งให้ถึงเขตทหารเลย” ในขณะที่กู้เจียหนิงกำลังยืนกังวลและพึมพำกับตัวเองอยู่นั้น ก็มีคนใจดีชี้ทางสว่างให้ พร้อมกับชี้ให้เธอดูจุดบริการที่ว่า
กู้เจียหนิงมองตามไปก็เห็นกลุ่มคนพร้อมรถเข็นไม้จอดรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก ตอนแรกเธอนึกว่าเป็นแผงขายรถเข็นเสียอีก แต่ที่แท้คือบริการรับจ้างขนส่งสินค้านี่เอง
เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เธอก็สามารถจับจ่ายซื้อของได้อย่างสบายใจไร้กังวล
พอเดินผ่านแผงขายปลา เห็นปลาเป็นๆ กำลังแหวกว่ายอยู่ในถังน้ำอย่างสดใหม่ เธอก็ไม่ลังเลที่จะสั่งให้คนขายช่วยตักปลาช่อนตัวใหญ่ๆ ให้หลายตัว ซื้อ!
เมื่อเห็นแผงขายไก่และเป็ด เธอก็จัดการซื้อไก่มา 2 ตัวทันที ส่วนลูกเจี๊ยบตัวเล็กๆ นั้นเธอไม่ได้สนใจ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเลี้ยงไม่เป็น และก็ไม่ได้มีความคิดที่จะเลี้ยงด้วย
พอไปเจอแผงที่กองมันฝรั่งไว้เป็นภูเขาเลากา เธอก็ตัดสินใจซื้อมาอีกครึ่งกระสอบ
ที่น่าทึ่งคือในตลาดแห่งนี้มีแม้กระทั่งแผงขายเนื้อหมู เธอจึงไม่รอช้าจัดการสั่งทั้งหมูสามชั้น ซี่โครง และเนื้อสันนอกอย่างละหลายส่วน ซื้อทั้งหมด!
ระหว่างที่เดินเพลินๆ สายตาของกู้เจียหนิงก็เหลือบไปเห็นแผงเล็กๆ ที่มีคนกำลังขายถั่งเช่าป่า ซึ่งวางขายในราคาที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ
นี่มันถั่งเช่าสมุนไพรล้ำค่าที่ในยุคหลังมีราคาแพงลิบลิ่วไม่ใช่หรือ แต่เหมือนว่าพื้นที่แถบตะวันตกเฉียงเหนือแห่งนี้จะเป็นแหล่งเพาะปลูกถั่งเช่าโดยเฉพาะอยู่แล้ว
กู้เจียหนิงไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เธอตัดสินใจเหมาซื้อถั่งเช่าทั้งหมดในแผงทันที โดยตั้งใจว่าจะเก็บไว้ใช้เองส่วนหนึ่ง และจะส่งไปให้ที่บ้านของเธอ รวมถึงคุณตาคุณยายซางด้วย
คนขายถั่งเช่าคือสองพี่น้องที่ดูแล้วอายุราวๆ 10 ขวบเท่านั้น ถั่งเช่าพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาขุดหามาจากในป่า แล้วลองนำมาวางขายดู เพียงหวังว่าจะขายได้เพื่อนำเงินไปแลกซื้อข้าวสารและแป้งกลับบ้าน
แต่ทว่าก่อนหน้านี้กลับไม่มีใครสนใจแวะซื้อเลยแม้แต่คนเดียว หรือแม้แต่จะหยุดมองก็ยังไม่มี
ใครจะไปคาดคิดว่าจู่ๆ จะมีพี่สาวคนสวยราวกับนางฟ้ามาปรากฏตัวตรงหน้าแล้วเหมาซื้อของของพวกเขาไปจนหมดเกลี้ยง สองพี่น้องดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น
หลังจากเดินสำรวจตลาดจนทั่วแล้ว ของที่กู้เจียหนิงซื้อในวันนี้ก็กองสูงจนเต็มรถเข็นไม้คันหนึ่งพอดี
“พี่สาวครับ ที่บ้านผมยังมีสมุนไพรอื่นๆ อีกนะครับ พี่สาวสนใจไหมครับ” เด็กชายฉินเทียนรวบรวมความกล้าเอ่ยถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่ากู้เจียหนิงดูจะชื่นชอบถั่งเช่าที่เขาขายเป็นอย่างมาก
สองพี่น้องคู่นี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเชิงเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก ปัจจุบันที่บ้านของพวกเขามีเพียงคุณย่าที่สุขภาพไม่สู้ดีนักอาศัยอยู่ด้วยกันสามคน สมาชิกในบ้านมีแต่เด็กกับคนแก่ จึงไม่สามารถลงไปทำงานในไร่นาเพื่อรับคะแนนสมทบได้ โชคยังดีที่คุณย่าเคยสอนความรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆ ให้กับพวกเขาไว้ไม่น้อย
ดังนั้น พวกเขาจึงมักจะพากันขึ้นเขาไปขุดหาสมุนไพรอยู่บ่อยๆ เพื่อรวบรวมนำไปขายที่โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนในตัวอำเภอ แต่ราคาก็มักจะถูกกดให้ต่ำมาก อีกทั้งระยะทางจากหมู่บ้านไปถึงโรงพยาบาลก็ไกลโข ต้องใช้เวลาเดินเท้าอย่างน้อยถึง 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศหนาวเย็น ถนนหนทางที่ปกคลุมไปด้วยความหนาวเหน็บและหิมะก็ยิ่งทำให้การเดินทางยากลำบากจนแทบจะทนไม่ไหว
ด้วยเหตุนี้ สองพี่น้องจึงตั้งตารอคอยตลาดนัดใหญ่ที่จัดขึ้นทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลข 0 ของเดือนมากที่สุด เพราะตลาดนัดอยู่ใกล้กับหมู่บ้านของพวกเขามากกว่า และหากขายของได้ ราคาก็จะค่อนข้างสมเหตุสมผล ไม่ถูกกดราคาจนน่าเกลียด
ขอเพียงแค่ขายสมุนไพรพวกนี้ออกไปได้ พวกเขาก็จะมีเงินไปซื้อข้าวสารและแป้งกลับไปที่บ้านได้แล้ว ช่วงนี้คุณย่าของพวกเขากำลังป่วยอยู่พอดี การได้ทานอาหารที่ทำจากธัญพืชขัดสีน่าจะดีต่อสุขภาพของท่านมากกว่า
นอกจากนี้ พวกเขายังมีความปรารถนาอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกใคร นั่นคือการเก็บออมเงินเพื่อที่จะได้ไปเข้าโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ
“สนใจสิจ๊ะ” กู้เจียหนิงเอ่ยชื่อสมุนไพรที่เธอต้องการออกไปสองสามชนิด “ถ้าพวกเธอมีสมุนไพรพวกนี้ ก็เอามาขายให้พี่ได้เลยนะ แล้วก็ถั่งเช่าด้วย พี่ก็รับซื้อเหมือนกัน”
ทันทีที่กู้เจียหนิงพูดจบ ดวงตาของสองพี่น้องฉินเทียนและฉินชิงก็สว่างวาบขึ้นมาทันที “พี่สาวครับ สมุนไพรที่พี่สาวบอกมา ที่บ้านเรามีอยู่ตอนนี้เลยครับ พี่สาว...รอพวกเราสักครู่ได้ไหมครับ พวกเราจะรีบกลับไปเอามาให้เดี๋ยวนี้เลย”
ฉินเทียนถูมือเล็กๆ ที่สวมถุงมือซึ่งเก่าจนขาดเป็นรูเผยให้เห็นนิ้วสองสามนิ้วเข้าด้วยกัน เขาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่กู้เจียหนิงอย่างระมัดระวัง ส่วนฉินชิงเองก็มีแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังไม่ต่างกัน ราวกับว่ากู้เจียหนิงคือความหวังทั้งหมดของพวกเขาก็ไม่ปาน
โดยปกติแล้วกู้เจียหนิงเป็นคนที่เอ็นดูเด็กอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อได้เห็นสภาพของสองพี่น้องคู่นี้ เธอก็พอจะเดาได้ว่าฐานะทางบ้านของพวกเขาคงจะไม่สู้ดีนัก
“ได้สิ พี่ยังไม่คิดจะออกจากตลาดตอนนี้หรอก งั้นพวกเธอรีบกลับไปเอามาเถอะนะ พี่จะรออยู่ที่นี่ สมุนไพรที่พี่บอกไปเมื่อกี้ พวกเธอมีเท่าไหร่ พี่รับซื้อทั้งหมดเลย” กู้เจียหนิงกล่าวอย่างใจกว้าง
ดวงตาของสองพี่น้องพลันเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาในทันที “ขอบคุณครับพี่สาวนางฟ้า ถ้างั้นพวกเราไปก่อนนะครับ”
พูดจบ ทั้งคู่ก็วิ่งออกไปราวกับสายลม พุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
กู้เจียหนิงมองตามแผ่นหลังเล็กๆ ของทั้งสองไป พลางเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมาโดยไม่รู้ตัว
เหตุผลที่เธอตกลงรับซื้อนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความต้องการที่จะช่วยเหลือสองพี่น้องคู่นี้ และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตัวเธอเองก็มีความจำเป็นต้องใช้สมุนไพรเหล่านี้จริงๆ
เหล่าทหารต้องออกไปปฏิบัติภารกิจและฝึกซ้อมในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายอยู่เป็นประจำ ในยุคสมัยที่การแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้าและเวชภัณฑ์ก็ขาดแคลนเช่นนี้ โรคกระเพาะ อาการปวดหลังปวดเอว ปัญหากระดูกสันหลัง และโรคไขข้ออักเสบจึงกลายเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อยในหมู่ทหาร
แม้กระทั่งเซิ่งเจ๋อซีเองก็เช่นกัน
แม้ว่าเขาจะไม่เคยเอ่ยปากบอกเธอโดยตรง แต่ก่อนหน้านี้ตอนที่เธอผูกพันธะเขากับระบบในฐานะคนไข้ ผลการสแกนร่างกายก็เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ออกมาทั้งหมด
เมื่อเธอเอ่ยปากถามเขาในภายหลัง เซิ่งเจ๋อซีจึงยอมรับออกมา เขาบอกว่าไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่โดยพื้นฐานแล้ว ทหารเกือบทุกคนล้วนมีปัญหาสุขภาพเหล่านี้กันทั้งนั้น
หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด กู้เจียหนิงก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
อาการเจ็บป่วยเหล่านี้อาจจะยังพอทนไหวเมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แต่เมื่อแก่ตัวไปแล้วจะต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ กู้เจียหนิงจึงตัดสินใจใช้คะแนนสะสมอย่างละ 10 คะแนน แลกซื้อสูตรตำรับ ‘ยาพอกแก้โรคข้อ’ และ ‘ยาเม็ดบำรุงกระเพาะ’ จากร้านค้าในระบบ
สูตรยาทั้งสองตำรับนี้เป็นสูตรที่ต้องใช้คะแนนสะสมในการแลกซื้อสูงที่สุดในบรรดาสินค้าที่มีขายในร้านค้า และก็เป็นสูตรที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดเช่นกัน คำอธิบายในระบบระบุว่ามันคือสูตรยาที่จะถูกคิดค้นขึ้นในอีก 100 ปีข้างหน้า
แน่นอนว่าในร้านค้าก็ยังมีสูตรยาอื่นๆ ที่ใช้คะแนนน้อยกว่าให้เลือก แต่ประสิทธิภาพก็ด้อยลงไปตามลำดับ สุดท้ายแล้วกู้เจียหนิงก็ยังคงเลือกสองสูตรนี้อยู่ดี
ในเมื่อตอนนี้เซิ่งเจ๋อซีคือสามีของเธอแล้ว สามีของตัวเองก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด ดังนั้นยาพอกแก้โรคข้อและยาเม็ดบำรุงกระเพาะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมไว้ให้พร้อม
แต่ปัญหาคือคะแนนสะสมนี่สิ...
เมื่อมองดูคะแนนสะสมที่เหลืออยู่เพียง 4 คะแนนอันน่าสงสาร กู้เจียหนิงก็รู้สึกร้อนใจอยากให้พี่สะใภ้ใหญ่ตั้งครรภ์ได้สำเร็จโดยเร็ว และก็อยากจะรีบรักษาภาวะมีบุตรยากของเซิ่งเจ๋อซีให้หายขาดเสียที เพราะนั่นจะทำให้เธอได้รับคะแนนสะสมเข้าบัญชีถึง 300 คะแนน
คะแนนสะสมเป็นของดีมีค่า ได้มาเท่าไหร่ก็หมดไปเท่านั้น
และสมุนไพรที่เธอเพิ่งบอกรายชื่อไปเมื่อครู่นี้ ก็คือวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการปรุงยาพอกแก้โรคข้อและยาเม็ดบำรุงกระเพาะนั่นเอง
เดิมทีเธอยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะไปหาสมุนไพรเหล่านี้มาจากที่ไหน แต่ใครจะคิดว่าจะได้มาพบกับสองพี่น้องคู่นี้โดยบังเอิญ นับเป็นการพบกันที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ และเป็นเหมือนการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง
[จบบท]