บทที่ 78: คนอะไรจะสวยขนาดนี้
พี่สะใภ้อวี๋หารู้ไม่ว่าในใจของผู้อำนวยการซูหล่างสิงกำลังคิดอะไรอยู่ พอได้ยินว่าเขาไม่ได้จะมาขัดขวาง เธอก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
ทว่าในใจก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี หากกู้เจียหนิงผ่าตัดเสร็จแล้วออกมาเจอคนเยอะขนาดนี้ เธอจะตกใจหรือเปล่า
“จริงสิ พวกเขาเข้าไปนานแค่ไหนแล้ว”
ณ โรงพยาบาลทหาร เกิดภาพเหตุการณ์น่ามหัศจรรย์ขึ้น เมื่อแพทย์จำนวนมากรวมถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต่างก็พากันมายืนรออยู่หน้าห้องผ่าตัด หากใครไม่รู้เรื่องราวคงนึกว่าคนสำคัญที่ไหนกำลังรับการผ่าตัดอยู่ข้างในแน่ๆ
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันซุบซิบนินทา
ส่วนเผิงเหวินจิ้งนั้น แม้ใจอยากจะเดินจากไป แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้ไปไหน
เพราะตอนนี้เธอก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว
อีกอย่าง เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนั้นจะผ่าตัดให้ผู้พันชุยปินสำเร็จได้จริงหรือไม่ และอยากจะเห็นกับตาตัวเองด้วยว่าผู้หญิงที่ล่ำลือกันว่างดงามราวกับเทพธิดานั้น หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่
ขณะเดียวกันนั้น ภายในห้องผ่าตัด กู้เจียหนิงได้เย็บปิดปากแผลให้ชุยปินเรียบร้อยแล้ว การผ่าตัดเสร็จสิ้นสมบูรณ์
เนื่องจากเธอได้ฝึกฝนในมิติหมอเทวดามานับครั้งไม่ถ้วน ประกอบกับผ่านการทดสอบมาแล้ว การลงมือผ่าตัดในครั้งนี้จึงเป็นไปอย่างคล่องแคล่วและคุ้นเคย
หลังจากทำความสะอาดขั้นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย กู้เจียหนิงก็เปิดประตูห้องผ่าตัดออก
“ออกมาแล้ว ออกมาแล้ว”
หือ
ทันทีที่เปิดประตู เสียงที่ไม่คุ้นหูก็ดังขึ้น พลันเงยหน้าขึ้นก็เห็นกลุ่มคนจำนวนมากยืนออกันอยู่ ทุกคนสวมเสื้อกาวน์สีขาว ทำเอากู้เจียหนิงตกใจจนสะดุ้ง
นี่ นี่มันเรื่องอะไรกัน
พี่สะใภ้อวี๋เป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปจับมือกู้เจียหนิงไว้แน่น “น้องเจียหนิง สามีของพี่เป็นยังไงบ้าง”
กู้เจียหนิงมองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของอีกฝ่าย จึงรีบตอบกลับไปว่า “การผ่าตัดสำเร็จไปด้วยดีค่ะ พักฟื้นอีกหน่อยก็กลับมาเป็นปกติแล้ว”
“จริงเหรอ ดีจริงๆ ดีจริงๆ น้องเจียหนิง ขอบคุณนะ ขอบคุณจริงๆ”
แววตาของพี่สะใภ้อวี๋เปี่ยมล้นไปด้วยความขอบคุณที่มีต่อกู้เจียหนิง
สำเร็จงั้นเหรอ
ซูหล่างสิงและคณะแพทย์ต่างได้ยินกันถ้วนหน้า สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังหญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์สีขาว สวมหน้ากากอนามัย และรวบผมเป็นมวยไว้บนศีรษะ
ซูหล่างสิงเดินเข้าไปหา พยายามข่มความตื่นเต้นในใจแล้วเอ่ยขึ้น “สหายคือภรรยาของผู้พันเซิ่ง กู้เจียหนิงใช่ไหมครับ สวัสดี ผมซูหล่างสิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทหารแห่งนี้”
กู้เจียหนิงถอดหน้ากากอนามัยออก “ใช่ค่ะ ฉันกู้เจียหนิง สวัสดีค่ะ ผู้อำนวยการซู”
วินาทีที่กู้เจียหนิงถอดหน้ากากอนามัยออก ทุกสายตาก็พลันจับจ้องไปที่ใบหน้าของเธอ แต่ละคนต่างมีแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
ใบหน้างดงามราวกับดอกท้อในฤดูใบไม้ผลิ สวยสะคราญจับใจ เป็นความงามที่ทำให้คนตะลึงงัน ดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้อง ไม่ปรารถนาที่จะละสายตาไปไหน
ยิ่งไปกว่านั้น ผิวพรรณของเธอยังขาวผ่อง เนียนละเอียด ไร้ที่ติแม้แต่น้อย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เซิ่งเจ๋อซี ชายชาติทหารผู้ยึดมั่นในชีวิตโสดมาโดยตลอด จะยอมยื่นเรื่องขอแต่งงานด้วยตัวเอง ที่แท้ก็เพราะคู่หมายของเขาเป็นหญิงงามถึงเพียงนี้นี่เอง
เข้าใจได้ เข้าใจได้เลย
ในขณะเดียวกัน เผิงเหวินจิ้งก็ยืนนิ่งตะลึงงันไปแล้ว
แม้ว่าจากข่าวลือที่ได้ยินมา เธอจะไม่ได้คาดหวังว่าภรรยาของเซิ่งเจ๋อซีจะอัปลักษณ์อะไร แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะสวยได้ถึงขนาดนี้
บางทีอาจจะเป็นการพูดเกินจริงไปมากโข
แต่ในตอนนี้ เมื่อได้เห็นใบหน้าของกู้เจียหนิงด้วยตาตัวเอง เธอก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ที่ใครๆ บอกว่าเธอสวยราวกับนางฟ้า ไม่ได้เป็นการกล่าวเกินจริงเลยแม้แต่น้อย
บนโลกนี้จะมีคนที่สวยขนาดนี้ได้อย่างไรกัน
สวยเสียจน ผู้หญิงคนไหนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็ต้องรู้สึกละอายในรูปโฉมของตัวเอง
เมื่อเทียบกับกู้เจียหนิงแล้ว กู้เจียหนิงก็เปรียบเสมือนหงส์ขาว ส่วนเธอก็เป็นเพียงลูกเป็ดขี้เหร่ที่ไม่มีใครชายตามอง
ไม่น่าแปลกใจเลย ไม่น่าแปลกใจเลยที่เซิ่งเจ๋อซีจะแต่งงานกับกู้เจียหนิง และไม่เคยชายตามองเธอ
เผิงเหวินจิ้งรู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้ดีว่าเมื่อมีหญิงงามเช่นนี้อยู่เคียงข้าง และเซิ่งเจ๋อซีก็ได้แต่งงานกับเธอไปแล้ว เธอก็ไม่มีโอกาสอีกต่อไปแล้วจริงๆ
ใครกันจะยอมทิ้งหญิงงามเช่นนี้มาเลือกเธอ
“สหายกู้ การผ่าตัดของผู้พันชุยปิน คุณทำสำเร็จจริงๆ หรือครับ”
“ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอดูหน่อยได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ”
ทันใดนั้น คณะแพทย์ซึ่งนำโดยซูหล่างสิงต่างก็กรูกันเข้าไป บ้างก็ก้มลงดูบาดแผลของชุยปิน บ้างก็พิจารณาสะเก็ดระเบิด
ขณะที่มองก็พากันส่งเสียงชื่นชมไม่ขาดปาก
“ดึงสะเก็ดระเบิดชิ้นนี้ออกมาได้จริงๆ ด้วย”
“ปริมาณเลือดที่เสียไปน้อยมาก ไม่ได้กระทบกระเทือนเส้นเลือดใหญ่เลย”
“เทคนิคการเย็บแผลก็ยอดเยี่ยมมาก รอยเย็บสวยงามเรียบกริบ เห็นได้ชัดว่ามือคงที่และชำนาญมาก”
ในขณะนั้น ชุยปินยังคงรู้สึกตัวดีอยู่ เพราะการฉีดยาชาเป็นการฉีดเฉพาะที่บริเวณขาเท่านั้น
ตอนนี้ชุยปินไม่ต่างอะไรกับหนูทดลองตัวน้อยๆ ที่ถูกเหล่าแพทย์รุมล้อม ทั้งยังถูกซักถามความรู้สึกต่างๆ ระหว่างการผ่าตัดไม่หยุดหย่อน
ชุยปินทำได้เพียงแค่ตอบคำถามที่พวกเขาถามมาเท่านั้น
ส่วนทางด้านนี้ หลังจากที่ซูหล่างสิงได้ตรวจดูบาดแผลของชุยปินและสะเก็ดระเบิดที่ถูกนำออกมาแล้ว เขาก็ได้พูดคุยกับกู้เจียหนิง
บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับบาดแผลของชุยปินและวิธีการผ่าตัดของกู้เจียหนิง
ยิ่งได้พูดคุยกันมากเท่าไหร่ ซูหล่างสิงก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้มีวิชาแพทย์ที่สูงส่งติดตัวจริงๆ อีกทั้งยังมีพรสวรรค์ทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังต้องยอมรับว่าสู้ไม่ได้
ถึงแม้ว่าตอนนี้กู้เจียหนิงจะยังเด็ก แต่ในวัยเพียงเท่านี้ เธอกลับสามารถทำการผ่าตัดที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่กล้าลงมือได้สำเร็จ มันยากที่จะจินตนาการได้ว่าในอนาคตเธอจะเติบโตขึ้นไปเป็นแพทย์ที่เก่งกาจขนาดไหน
การได้พบกับอัจฉริยะทางการแพทย์เช่นนี้ทำให้ซูหล่างสิงแทบจะเก็บความตื่นเต้นไว้ในใจไม่ไหว
พร้อมกันนั้น เขาก็ได้หยิบยกเรื่องยาเม็ดบำรุงกระเพาะและยาพอกแก้โรคข้อขึ้นมาพูด โดยแสดงเจตจำนงค์อย่างชัดเจนว่าต้องการจะร่วมมือกับเธอ
“แน่นอนค่ะ ยาเม็ดบำรุงกระเพาะและยาพอกแก้โรคข้อที่ฉันคิดค้นขึ้นมา ก็เพื่อหวังว่าเหล่าทหารที่มีอาการป่วยด้วยโรคกระเพาะหรือโรคไขข้ออักเสบเหมือนพี่ซี จะได้รับการรักษาที่ดียิ่งขึ้น”
“หากสามารถร่วมมือกับโรงพยาบาลทหารเพื่อเผยแพร่ยาทั้งสองชนิดนี้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ ฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ”
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นเรื่องรายละเอียดความร่วมมือ ไว้เราค่อยหาเวลาคุยกันอีกทีนะ”
“ได้ค่ะ”
“จริงสิ สหายกู้ ผมขอถามหน่อยได้ไหมว่าคุณไปเรียนรู้วิชาแพทย์เหล่านี้มาจากไหน” สุดท้ายซูหล่างสิงก็ถามคำถามที่เขาอยากรู้มากที่สุดออกมา
กู้เจียหนิงรู้ดีว่าเมื่อเธอรักษาผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะต้องเจอคำถามนี้อย่างแน่นอน เธอจึงได้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ตอนที่ฉันอยู่ที่บ้านเกิด ฉันเรียนอนุปริญญาสาขาพยาบาลค่ะ ต่อมาอาจารย์ของฉันเห็นว่าฉันมีพรสวรรค์ด้านการแพทย์ ก็เลยสอนอะไรเพิ่มเติมให้ฉันอีกหลายอย่าง”
“แน่นอนว่า ที่สำคัญที่สุดคือฉันได้พบกับหมอเทวดาท่านหนึ่ง”
กู้เจียหนิงเล่าว่าตอนที่เธอไปฝึกงานที่โรงพยาบาล เธอได้พบกับคนไข้ที่บาดเจ็บสาหัสคนหนึ่ง คนไข้คนนั้นชอบกู้เจียหนิงมาก และเธอก็เป็นหมอเทวดาที่เคยไปเรียนต่อต่างประเทศมาก่อน
เดิมทีเธอตั้งใจจะรับกู้เจียหนิงเป็นศิษย์ แต่ด้วยสถานะของเธอในตอนนั้น กลัวว่าจะทำให้กู้เจียหนิงเดือดร้อนไปด้วย ก็เลยไม่ได้ทำ
แต่ในช่วงเวลาจนกระทั่งเธอเสียชีวิต เธอก็ได้สอนวิชาการแพทย์ต่างๆ ทั้งแผนจีนและแผนตะวันตกให้กับกู้เจียหนิงมาโดยตลอด
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่กู้เจียหนิงกุขึ้นมาทั้งหมด เธอเคยดูแลศาสตราจารย์แพทย์หญิงที่เคยไปเรียนต่อต่างประเทศคนหนึ่งจริงๆ
เป็นหญิงชราคนหนึ่ง ซึ่งต่อมาเสียชีวิตเพราะอาการบาดเจ็บสาหัสเกินไป
เธอชอบกู้เจียหนิงจริงๆ และหลังจากนั้นก็ได้มอบเงินก้อนหนึ่งให้กู้เจียหนิง โดยหวังว่าหลังจากที่เธอเสียชีวิตแล้ว กู้เจียหนิงจะช่วยจัดการเรื่องงานศพให้
[จบบท]