บทที่ 23: ประกายแสงแรก
การที่ใครบางคนอ้างว่าต้องการช่วยเธอชำระล้างมลทินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ความจริงแล้วคนพวกนั้นต้องการหาหลักฐานมามัดตัวเพื่อพิสูจน์ว่าเธอเป็นคนลอกการบ้านต่างหาก วิธีการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อ 1 มีอยู่แค่ไม่กี่วิธีบนโลกใบนี้ หากวิธีการเขียนอธิบายของเธอบังเอิญไปตรงกับวิธีของลู่ซือหย่วนเข้า ต่อให้เธอมี 100 ปากก็คงแก้ตัวไม่ขึ้น
ในฐานะคนเป็นครู เฉินเจี๋ยย่อมคาดหวังจากใจจริงว่าเสิ่นเหมียนเหมียนจะไม่ได้ลอกการบ้านของใครมาส่งเขา เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับข้อกังขาจากบรรดานักเรียนในห้อง เขาก็ไม่สามารถทำเป็นเมินเฉยไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนตรง เขาเดินก้าวเท้าตรงไปยังโต๊ะเรียนของเสิ่นเหมียนเหมียน นักเรียนทุกคนต่างพากันหุบปากเงียบสนิท พวกเขากำลังรอชมเรื่องสนุกอย่างตั้งใจ เฉินเจี๋ยเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะเรียนของเด็กหนุ่ม
“ลู่ซือหย่วน ส่งสมุดการบ้านของเธอมาให้ครูดูหน่อย”
ลู่ซือหย่วนไม่ได้ปริปากบ่นอะไรออกมา เขาเพียงแค่ยื่นสมุดการบ้านส่งให้เฉินเจี๋ย พร้อมกับเอ่ยประโยค 1 ประโยคที่ทำให้คนเป็นครูต้องประหลาดใจ
“เธอไม่ได้ลอกการบ้านของผมครับ”
เมื่อครู่นี้เขานำมือทั้ง 2 ข้างปิดสมุดของตัวเองเอาไว้มิดชิดขนาดไหน เขาย่อมรู้ตัวดีที่สุด หมอนี่ถึงกับยอมออกโรงพูดแก้ต่างให้เธอเชียว เสิ่นเหมียนเหมียนรู้สึกขอบคุณจากใจจริง เธอจึงกะพริบตาให้เขาที 1 ลู่ซือหย่วนกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วหันหนีไปทางอื่นด้วยท่าทางอวดดี
เฉินเจี๋ยมองหน้าลู่ซือหย่วนแวบ 1 โดยไม่พูดอะไร ชายหนุ่มเปิดสมุดการบ้านออกดู แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขารีบเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเหมียนเหมียนสลับกับก้มลงมองสมุดการบ้าน แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจและดีใจ เด็กคนนี้หัวไวขึ้นมาแล้วจริงๆ
“คุณครูคะ เสิ่นเหมียนเหมียนลอกการบ้านมาใช่ไหมคะ”
หวังจิ้งจิ้งถลึงตาใส่เสิ่นเหมียนเหมียน เธอรอคอยให้เฉินเจี๋ยประกาศผลลัพธ์ออกมา นักเรียนเหล่านี้จงใจพุ่งเป้าเล่นงานเสิ่นเหมียนเหมียน มีหรือที่เฉินเจี๋ยจะมองไม่ออก ตราบใดที่ยังไม่มีการลงไม้ลงมือกัน เขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่ายปัญหาของเด็กๆ แต่ตอนนี้เขาสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เสิ่นเหมียนเหมียนได้อย่างชัดเจนแล้ว
“เสิ่นเหมียนเหมียนไม่ได้ลอกการบ้านใคร”
เขาชูสมุดการบ้านขึ้นสูง กางหน้ากระดาษออกให้นักเรียนทุกคนดูให้เห็นกับตา
“โจทย์ข้อใหญ่ 4 ข้อ ลู่ซือหย่วนยังทำไม่เสร็จอีก 1 ข้อ ส่วนเสิ่นเหมียนเหมียนทำเสร็จหมดทุกข้อแล้ว”
เด็กนักเรียนที่สอบได้ที่โหล่มาตลอดตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น หลังจากที่เขาดึงดันพร่ำสอนมาครึ่งปี จู่ๆ เธอก็สามารถคิดวิเคราะห์โจทย์ได้ทะลุปรุโปร่ง นี่คือการยืนยันและช่วยพิสูจน์ถึงความสามารถในการสอนของเขา ตอนนี้ภายในใจของเฉินเจี๋ยกำลังตื่นเต้นดีใจอย่างยิ่ง
“เสิ่นเหมียนเหมียนทำโจทย์ถูกหมดด้วยตัวเองจริงๆ เหรอ”
“พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแน่ๆ”
“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว”
“แมวตาบอดเดินไปเจอหนูตายละมั้ง”
เสียงตั้งข้อสงสัยและเสียงประหลาดใจดังขึ้นมาพร้อมกัน หวังจิ้งจิ้งเอาหัวเป็นประกันว่าเธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเสิ่นเหมียนเหมียนจะทำโจทย์เองได้ เธอพูดด้วยอารมณ์ตื่นเต้น
“ลู่ซือหย่วนต้องเป็นคนบอกคำตอบเธอแน่ๆ ค่ะ”
เฉินเจี๋ยมองหวังจิ้งจิ้งด้วยความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“ทำไมเสิ่นเหมียนเหมียนถึงจะทำโจทย์ให้ถูกไม่ได้ ทำไมพวกเธอต้องพยายามพิสูจน์ให้ได้ว่าเสิ่นเหมียนเหมียนลอกการบ้านมา ภายในใจของพวกเธอถึงจะรู้สึกยุติธรรม”
หวังจิ้งจิ้งถูกถามกลับจนใบหน้าแดงก่ำ เฉินเจี๋ยสั่งสอนนักเรียนต่อไป
“พวกเธอทุกคนคือดอกไม้ของชาติ เป็นอนาคตของชาติ ครูหวังว่าทุกคนจะไม่เลือกปฏิบัติต่อเพื่อนนักเรียนคนไหน พวกเธอต้องเคารพซึ่งกันและกัน พวกเธอทำได้ไหม”
“ทำได้ครับ”
“ทำได้ค่ะ”
ยกเว้นนักเรียนไม่กี่คนที่จงใจเล่นงานเสิ่นเหมียนเหมียน เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ต่างตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน
เวลานั้นเสียงออดหมดคาบเรียนก็ดังขึ้น เฉินเจี๋ยหันไปสั่งงานเฉาหงคุนผู้เป็นหัวหน้าห้อง
“เดี๋ยวเอาสมุดการบ้านไปส่งที่ห้องพักครูด้วยนะ”
เขามองไปทางเสิ่นเหมียนเหมียนอีกครั้ง
“เธอตามครูไปที่ห้องพักครูหน่อย”
โจทย์คณิตศาสตร์ยากขนาดนี้แต่เธอกลับทำถูกหมดทุกข้อ เรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน เฉินเจี๋ยตัดสินใจจะหาเวลาพูดคุยกับเสิ่นเหมียนเหมียนเป็นการส่วนตัว เขาอยากให้เธอมีพัฒนาการด้านการเรียนที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เสิ่นเหมียนเหมียนเดินตามเฉินเจี๋ยออกจากห้องเรียน ภายใต้สายตาของทุกคนที่จ้องมองมา
การที่นักเรียนถูกเรียกตัวไปที่ห้องพักครูถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก แทบจะเกิดขึ้นทุก 2-3 วัน ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องนักเรียนทะเลาะวิวาทกัน หรือไม่ก็ไม่ยอมตั้งใจเรียนในห้องเรียน บรรดาคุณครูหลายคนภายในห้องไม่ได้รู้สึกแปลกใจ พวกเขาต่างยุ่งอยู่กับงานของตัวเองบนโต๊ะ
หลี่ชิวเหมยเหลือบไปเห็นเสิ่นเหมียนเหมียนเดินตามเข้ามา เธอเอ่ยปากถามเฉินเจี๋ย
“เสิ่นเหมียนเหมียนไม่ตั้งใจทำการบ้านอีกแล้วใช่ไหมคะ”
เธอยังไม่รอให้เฉินเจี๋ยตอบกลับ เธอก็เริ่มสั่งสอนเสิ่นเหมียนเหมียนเสียแล้ว
“เรียนหนังสือก็ไม่ตั้งใจเรียน แต่กลับแต่งตัวซะอบอุ่นเชียว ผลการเรียนของเธอเป็นแบบนี้ ขืนเรียนต่อไปก็รังแต่จะเปลืองเงินเปล่าๆ พ่อแม่ของเธอหาเงินมาได้แต่ละบาทไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอเรียนจบเทอมนี้แล้ว เทอมหน้าก็ไม่ต้องเรียนแล้วล่ะ ประหยัดเงินเอาไว้ให้น้องสาวของเธอดีกว่า น้องสาวของเธอเรียนเก่งมาก ถ้าส่งเสียเลี้ยงดูให้ดี อนาคตต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้แน่”
[จบบท]