บทที่ 63: แย่งความดีความชอบ
เมื่อเห็นโจวหลานฟางเอาแต่พูดถึงโจวซืออวี่โดยไม่ยอมเอ่ยถึงเสิ่นเหมียนเหมียนเลยแม้แต่น้อย ป้าหลิวก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมายาวๆ ความลำเอียงของคนเป็นแม่ช่างแสดงออกมาชัดเจนเหลือเกิน
เสิ่นเหมียนเหมียนเองก็เป็นเด็กที่โจวหลานฟางเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ ประกอบกับตัวโจวหลานฟางก็ไม่สามารถมีลูกได้เอง แถมเด็กคนนี้ก็ยังรู้ความและว่านอนสอนง่ายมาตลอด หากเปลี่ยนเป็นแม่คนอื่นที่มีความเข้าใจมากกว่านี้ คงจะรักและทะนุถนอมเด็กคนนี้ประดุจลูกสาวในไส้ไปนานแล้ว
ทำไมโจวหลานฟางถึงคิดเรื่องง่ายๆ แค่นี้ไม่ได้กัน
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ป้าหลิวจึงตั้งใจพูดข้อดีของเสิ่นเหมียนเหมียนต่อหน้าโจวหลานฟาง เพื่อหวังจะให้คนเป็นแม่หันมาปฏิบัติกับเด็กคนนี้ให้ดีขึ้นบ้าง
“เรื่องในวันนี้น่ะ ต้องขอบใจเหมียนเหมียนบ้านคุณมากเลยนะคะ”
หากไม่ได้เสิ่นเหมียนเหมียนคอยเตือน ป้าหลิวก็คงทำเพียงแค่ไปสอบถามคนนอกสองสามประโยค และคงไม่มีทางเดินทางไปสืบข่าวถึงในหมู่บ้านของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการถามคนนอกก็มักจะไม่ได้ความจริงอะไรกลับมาเลย
ถ้าหากปล่อยให้เอ้อร์นีแต่งงานเข้าไปในครอบครัวแบบนั้น ป้าหลิวก็คงกลายเป็นคนทำร้ายลูกสาวของตัวเองทางอ้อม
“เรื่องนี้ไปเกี่ยวอะไรกับเด็กคนนั้นคะ”
โจวหลานฟางทำหน้าสงสัย เหตุใดจู่ๆ ถึงดึงเอาเด็กคนนั้นเข้ามาเกี่ยวได้
ป้าหลิวส่งยิ้มพร้อมอธิบาย
“เพื่อนร่วมชั้นของเหมียนเหมียนรู้จักกับสวีไห่หยางค่ะ เด็กคนนี้เป็นคนมาเตือนฉันเอง ฉันกับพ่อของเด็กถึงได้ตัดสินใจเดินทางไปสืบข่าวที่หมู่บ้านซ่างเหอ”
สีหน้าของโจวหลานฟางค่อยๆ เปลี่ยนไป แม่สื่อหลี่เป็นคนแบบไหนใครบ้างจะไม่รู้ ผู้หญิงคนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าอารมณ์และรับมือยากเป็นที่สุด หากรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากคนบ้านเธอ มีหวังได้บุกมาอาละวาดถึงหน้าประตูบ้านแน่ โชคดีเหลือเกินที่ซืออวี่ลูกสาวของเธอไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าแม่สื่อหลี่บุกมาหาเรื่องจริงๆ คงจบไม่สวยแน่
ยังไม่ทันที่ความคิดในหัวจะจบลง เสียงของโจวซืออวี่ก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“คุณป้าคะ เมื่อกี้คุณป้าพูดถึงพี่สาวของฉันเรื่องอะไรนะคะ”
ป้าหลิวเป็นคนพูดจาเสียงดัง โจวซืออวี่ที่ยังเดินมาไม่ถึงตัวคนทั้งสองจึงได้ยินบทสนทนาเข้าพอดี เด็กสาวจึงรีบวิ่งเหยาะๆ เข้ามาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับเหมียนเหมียน ไม่รู้เรื่องนี้หรอกเหรอ”
ป้าหลิวจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบให้เด็กสาวฟังอีกรอบ
เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น โจวซืออวี่ยมักจะแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีและรู้ความอยู่เสมอ เธอคือเด็กประเภทที่ผู้ใหญ่มักจะเอ่ยปากชื่นชมอยู่บ่อยครั้ง เมื่อได้ยินว่ามีโอกาสแย่งความดีความชอบมาเป็นของตัวเอง มีหรือที่เด็กสาวจะยอมพลาดโอกาสงามเช่นนี้
“คุณป้าหมายถึงเรื่องนี้เองเหรอคะ”
เธอแกล้งทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“ฉันกับพี่สาวเป็นคนช่วยกันไปสืบเรื่องนี้มาเองค่ะ สวีไห่หยางมีนิสัยไม่ดีเลยนะคะ คุณป้าอย่าให้พี่เอ้อร์นีแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ”
พอป้าหลิวได้ยินว่าโจวซืออวี่ก็มีส่วนช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย จึงรีบเอ่ยปากชื่นชมเด็กสาวยกใหญ่ ถึงแม้โจวหลานฟางจะมีนิสัยไม่น่าคบหา แต่สำหรับเด็กที่ชื่อโจวซืออวี่คนนี้ ป้าหลิวยังคงรู้สึกเอ็นดูอยู่เสมอ
ที่บ้านของป้าหลิวมีเมล็ดแตงโมอยู่พอดี หญิงวัยกลางคนจึงเดินกลับเข้าไปในบ้าน แล้วหยิบเมล็ดแตงโมใส่ถุงออกมาเล็กน้อย เพื่อนำมาให้โจวซืออวี่และเสิ่นเหมียนเหมียนเอาไว้กินเล่น
สภาพความเป็นอยู่ของคนในชนบทยุคนี้ค่อนข้างลำบาก แค่หาข้าวประทังชีวิตให้อิ่มท้องไปวันๆ ก็ถือว่าดีมากแล้ว จะเอาเงินทองที่ไหนไปซื้อขนมให้เด็กๆ กิน
ดังนั้นต่อให้จะเป็นเพียงเมล็ดแตงโมเล็กๆ น้อยๆ แต่ในสายตาของเด็กๆ แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นของอร่อยที่หากไม่ถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ก็แทบจะไม่มีโอกาสได้กินเลย
“ขอบคุณค่ะคุณป้า”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน โจวซืออวี่ก็นั่งผิงไฟอยู่หน้าเตาในห้องครัวพร้อมกับนั่งแทะเมล็ดแตงโมไปด้วย ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
ตรงข้ามกับโจวหลานฟางที่กำลังนั่งกลุ้มใจอย่างหนัก เธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำกับข้าวอีกต่อไป จึงตัดสินใจทิ้งตัวลงนั่งและเริ่มแทะเมล็ดแตงโมเป็นเพื่อนลูกสาว
“ลูกจะไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเขาทำไม ลูกสาวบ้านนั้นจะแต่งงานกับใครมันก็เป็นเรื่องของเขา”
“ปกติแม่ก็คอยชมอยู่ตลอดว่าลูกเป็นเด็กฉลาด ทำไมจู่ๆ วันนี้ถึงได้คิดไม่ได้ล่ะ ตอนที่แม่สื่อหลี่เดินออกจากหมู่บ้านไป ผู้หญิงคนนั้นทำหน้าเหมือนโกรธแค้นใครมา ถ้ารู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพวกเรา มีหวังได้พังประตูบ้านเราแน่”
ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเสิ่นเหมียนเหมียนเพียงคนเดียว โจวหลานฟางสามารถปล่อยผ่านไปได้เลย เธอจะปล่อยให้แม่สื่อหลี่ทุบตีเด็กนั่นระบายอารมณ์ให้หนำใจไปเลย จะได้ไม่ต้องเหนื่อยลงมือเองด้วยซ้ำ
แต่ถ้าเรื่องนี้ดันมีซืออวี่ลูกสาวของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาจนส่งผลกระทบต่อการเรียนของลูกสาว เธอจะทำอย่างไรดี
[จบบท]