บทที่ 75: ไล่ซุนเหอออก
นักเรียนดีเด่นงั้นหรือ
กลุ่มนักเรียนยกพวกชกต่อยกันในห้องน้ำแบบนี้ จะมีใครนับว่าเป็นนักเรียนดีเด่นได้อีกเล่า
อาจารย์ใหญ่แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ถ้อยคำที่เปล่งออกมานั้นเฉียบขาดทะลุกลางปล้อง "คุณเป็นครูของประชาชน บางครั้งจะพูดจาอะไรต้องรู้จักกาลเทศะ อย่าทำให้นักเรียนต้องเสียความรู้สึก"
คนเป็นครูถูกนักเรียนชี้หน้าต่อว่าต่อหน้าคนนอก ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีอะไร หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปจะทำให้โรงเรียนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง
ใบหน้าของหลี่ชิวเหมยเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นี่นับเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่อาจารย์ใหญ่กล้าหักหน้าเธอต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้
หากคนตรงหน้าเป็นคนอื่น เธอคงไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่ แต่ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคืออาจารย์ใหญ่
ยิ่งสาเหตุมาจากนักเรียนไม่เอาถ่านอย่างเสิ่นเหมียนเหมียนต่อว่าเธอด้วยแล้ว หลี่ชิวเหมยยิ่งรู้สึกอับอายและน้อยใจ ขอบตาของเธอเริ่มแดงขึ้นมาขณะบ่นอุบอิบ "อาจารย์ใหญ่คะ คุณไม่รู้อะไร เด็กสองคนนี้ดื้อรั้นมาตลอด เวลาเรียนก็ไม่ยอมตั้งใจฟังค่ะ"
เมื่อรู้ดีว่าอาจารย์ใหญ่เป็นคนเสียดายคนเก่ง เธอจึงเบนเข็มพุ่งเป้าไปที่เสิ่นเหมียนเหมียน "โดยเฉพาะเสิ่นเหมียนเหมียนค่ะ การบ้านก็ไม่ยอมส่ง เอาแต่หัวเราะเยาะครูตอนสอนหนังสือ เวลาสอบก็ชอบทำคะแนนรั้งท้ายเพื่อนในห้องตลอด"
"นอกเรื่องแล้ว"
เฮ่อนานขัดจังหวะคำพรรณนายืดยาวของหลี่ชิวเหมยด้วยเสียงเรียบ
คนเป็นครูของประชาชน หากใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวมาปฏิบัติต่อนักเรียน ก็ไม่สมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติ
หลี่ชิวเหมยตกใจกับท่าทีของเฮ่อนาน ใบหน้าของเธอแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม เฮ่อนานมีรูปลักษณ์ที่หล่อเหลาเอาการ ส่วนหลี่ชิวเหมยเพิ่งจะอายุสามสิบต้นๆ ปกติเธอก็เป็นคนรักหน้าตาตัวเองอยู่แล้ว พอต้องมาเสียหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อหน้าผู้คนมากมาย คนที่ชอบเอาชนะอย่างเธอจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาร่วงหล่นลงมาเป็นสาย
อาจารย์ใหญ่มองเห็นสถานการณ์เช่นนี้ แววตาของเขาฉายประกายรำคาญใจ เด็กน้อยไม่รู้ความก็พอเข้าใจได้ แต่หลี่ชิวเหมยที่เป็นผู้ใหญ่และสอนหนังสือมาหลายปีกลับไม่รู้ความบ้างเลยหรือ
"คุณไปตามผู้ปกครองของซุนเหอมา"
ซุนเหอไม่ได้เป็นนักเรียนในชั้นเรียนของเธอเสียหน่อย ทำไมถึงต้องให้เธอเป็นคนไปตามด้วย หลี่ชิวเหมยไม่รู้ตัวเลยสักนิด อาจารย์ใหญ่เพียงแค่ต้องการไล่เธอออกไปให้พ้นทางเท่านั้น
แม้ในใจจะรู้สึกไม่พอใจ แต่พอเห็นสีหน้าของอาจารย์ใหญ่ดูแย่มาก เธอจึงยอมเดินออกไป
อาจารย์ใหญ่ปรายตามองตู้เสี่ยวฮุยกับลู่ซือหย่วน อาการปวดหัวเริ่มโจมตีเขา เขาเป็นลุงเขยของตู้เสี่ยวฮุย หากไล่ตู้เสี่ยวฮุยออก ภรรยาที่บ้านต้องโวยวายบ้านแตกแน่นอน
ส่วนลู่ซือหย่วนโดนทำร้ายค่อนข้างหนัก ถือเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาไม่กล้าลงโทษหนัก ทางด้านเสิ่นเหมียนเหมียนเป็นแค่คนคอยห้ามทัพ ยิ่งไม่มีเหตุผลให้ไล่ออก
นักเรียนอีกสองคนเป็นแค่ผู้สมรู้ร่วมคิด ในเมื่อตัวการหลักยังไม่โดนลงโทษหนัก แล้วเขาจะไปลงโทษสองคนนั้นได้อย่างไร
คิดไปคิดมา คงมีแค่ซุนเหอเท่านั้นที่พอจะลงดาบได้ เด็กคนนี้เรียนไม่เก่ง ชอบไปมั่วสุมกับพวกนักเลงข้างนอก ตู้เสี่ยวฮุยก็โดนเด็กนี่ชักนำไปในทางที่ผิด ไล่ออกไปก็ดีเหมือนกัน
เขาจึงหันไปมองเสิ่นเหมียนเหมียน "เธอกลับไปเรียนได้แล้ว"
จากนั้นก็หันไปมองกลุ่มของลู่ซือหย่วนกับตู้เสี่ยวฮุย "พวกเธอทั้งสามคนไปยืนเรียนหน้าห้องของตัวเอง กลับไปทบทวนความผิดของตัวเองให้ดี"
"อาจารย์ครับ แล้วผมล่ะครับ"
ซุนเหอเริ่มลุกลี้ลุกลน คนอื่นไม่ได้ถูกเรียกผู้ปกครอง มีแค่เขาคนเดียวที่โดน หรือนี่หมายความว่า เขาจะต้องถูกไล่ออก
อันที่จริงเขาก็ไม่ได้ชอบมาโรงเรียนนักหรอก แต่ถ้าถูกไล่ออก พอกลับไปถึงบ้านต้องโดนทุบตีอย่างหนักแน่ แถมยังต้องเสียหน้าต่อคนในหมู่บ้านอีก
"เธออยู่ก่อน"
อาจารย์ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน คำพูดนี้ทำให้หัวใจของซุนเหอร่วงหล่นลงสู่ตาตุ่ม ร่างกายของเขาราวกับไก่ชนที่พ่ายแพ้ ไม่เหลือท่าทีหยิ่งผยองอีกต่อไป
ทุกคนต่างรู้กันดี ไม่มีใครเอ่ยถึงกลุ่มของหวังจิ้งจิ้งทั้งสามคนขึ้นมา ต่างคนต่างไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปมากกว่านี้
ก่อนที่เสิ่นเหมียนเหมียนจะเดินออกจากห้อง เธอรวบรวมความกล้าหันไปมองเฮ่อนาน ในตอนนี้สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่ซุนเหอ ไม่ได้มองมาที่เธอเลย
เธอไม่รู้เลยว่าเขาจะรู้สึกผิดหวังในตัวเธอหรือเปล่า เขาจะคิดเหมือนหลี่ชิวเหมยไหม จะมองว่าเธอเป็นนักเรียนที่ไม่ดีหรือเปล่า
ช่างเถอะ ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรมก็แล้วกัน
คนระดับเขา การที่เขายอมช่วยเหลือเธอมาหลายครั้งก็นับว่าเป็นวาสนาของเธอมากแล้ว
[จบบท]