บทที่ 15: ม้วนเดียวจบ
เจียงต้าไห่หรี่ตามองลู่เฉิงอย่างประเมิน ในขณะเดียวกันลู่เฉิงก็กวาดสายตาเก็บข้อมูลว่าที่พ่อตาอย่างเงียบเชียบ
คิ้วและดวงตาคู่นั้นมีความละม้ายคล้ายคลึงกับภรรยาของเขาอยู่บ้าง แต่เครื่องหน้าส่วนอื่นไม่ได้ถอดแบบกันมา เขาจึงอนุมานเอาเองในใจว่า ภรรยาของเขาคงหน้าเหมือนแม่ยายมากกว่าพ่อตาเป็นแน่
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสี่กระเป๋ายื่นมือออกไปอย่างมั่นคง "คุณลุงเจียง สวัสดีครับ ผมชื่อลู่เฉิง"
"อ้อ... สวัสดีๆ เชิญข้างในเลย! เถี่ยเซิง พี่สะใภ้ หลานเจียฉวน เข้ามานั่งพักในบ้านกันก่อน"
เจียงต้าไห่รีบยื่นมือหยาบกร้านไปกุมมือใหญ่ของอีกฝ่าย เขายิ้มจนแก้มปริพลางหันไปกุลีกุจอทักทายคนบ้านตระกูลจางอย่างกระตือรือร้น
"โอ้โฮ ลานบ้านนี้น่าอยู่ชะมัด ทั้งเป็นสัดส่วนแถมยังกว้างขวาง"
"พื้นที่ในบ้านมันคับแคบไปหน่อย เลยต้องเชิญมานั่งรับลมตรงลานบ้านแบบนี้ อย่าถือสากันเลยนะ"
ผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งต่างสาดคำหวานใส่กันตามธรรมเนียมการเข้าสังคม
เจียงฉิงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่หางตากลับลอบประเมินสินสอดที่ตระกูลจางหอบหิ้วมา เหล้าฉวนซิงต้าชวีสองขวด บุหรี่ยี่ห้ออู่หนิวสองคอตตอน ขนม น้ำตาลทราย และใบชาก็จัดมาเป็นคู่ แถมยังมีเนื้อหมูชิ้นโตอีกหนึ่งชิ้น
ถ้าเอามาตรฐานคนเมืองมาวัด ของหมั้นพวกนี้ถือว่ากระจอกจนน่าใจหาย
แต่พอนึกถึงสภาพการเงินของตระกูลจางในเวลานี้ เจียงฉิงก็ยักไหล่ในใจ ยอมรับสภาพได้
เพราะปลาตัวใหญ่ที่เธอเหวี่ยงเบ็ดจับ ไม่ใช่ความสุขสบายในปัจจุบัน แต่เป็นยศถาบรรดาศักดิ์ในอนาคตต่างหาก
เมื่อจัดการความรู้สึกตัวเองเรียบร้อย เจียงฉิงก็ยกถาดน้ำชาที่เตรียมไว้ออกไปต้อนรับแขก
จังหวะที่หญิงสาวรินน้ำชาใส่ถ้วยให้คนตระกูลจาง สายตาของจางเจียหมิงก็แทบจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว มองค้างอยู่อย่างนั้นจนเจียงฉิงต้องแกล้งส่งสายตาดุใส่ เขาถึงได้สะดุ้งแล้วยิ้มแหยๆ ก่อนจะยอมหันไปทางอื่น
วันนี้เมียเขาแต่งตัวได้สวยสะเด็ดจริงๆ
ลู่เฉิงนั่งหลังตรงบุคลิกสง่าผ่าเผย หูตาเป็นสับปะรดคอยสแกนพื้นที่รอบตัว พอไม่เห็นเงาร่างของเจียงโม่หลี่ เขาจึงส่งสัญญาณทางสายตาไปที่เจียงเผิง
เจียงเผิงเองก็ฉลาดเป็นกรด รับลูกทันควัน "พ่อ เดี๋ยวผมออกไปตามพี่สาวให้นะ ออกไปตั้งแต่ไก่โห่ ไม่รู้ป่านนี้ไปมุดหัวซนอยู่ที่ไหน"
มิน่าเล่า เข้ามาถึงไร้เงาคน ที่แท้ก็ไม่อยู่บ้าน
เจียงฉิงวางกาน้ำชาเสร็จก็ผลุบหายเข้าไปในครัว ช่วยแม่ทำกับข้าวรับแขก แต่สายตาก็ยังคอยชะเง้อมองผ่านหน้าต่างออกมาที่ลานบ้านเป็นพักๆ
เป้าหมายสายตาไม่ได้มีแค่จางเจียหมิง แต่รวมถึงลู่เฉิงด้วย
ในชีวิตก่อน จางเจียหมิงพุ่งทะยานในหน้าที่การงานราวกับติดจรวด สาเหตุหลักก็เพราะมีเจ้านายคอยดันหลัง
ถ้าสมองเธอไม่ได้เลอะเลือน ผู้มีพระคุณคนนั้นต้องเป็นลู่เฉิงคนนี้แน่ๆ
หญิงสาวกำหมัดแน่น วันนี้เธอต้องงัดไม้ตายออกมาสร้างความประทับใจให้ลู่เฉิงเห็น เพื่อเป็นหน้าเป็นตาให้ว่าที่สามี และทำให้ลู่เฉิงเอ็นดูจางเจียหมิงมากขึ้นไปอีก
นอกรั้วบ้านตระกูลเจียงตอนนี้ คลาคล่ำไปด้วยเหล่าป้าๆ น้าๆ แถวบ้านที่มายืนเกาะรั้วมุงดูความบันเทิง
เจียงเผิงก้าวขาพ้นประตูรั้วปุ๊บก็โดนล้อมปั๊บ ทุกคนรุมทึ้งถามถึงชายหนุ่มแปลกหน้า
"นี่ตระกูลจางมาสู่ขอลูกสาวบ้านเธอใช่ไหม คนไหนว่าที่เจ้าบ่าวล่ะ"
เจียงเผิงยืดอก ชี้นิ้วโป้งไปทางลู่เฉิง "เห็นคนใส่ชุดสี่กระเป๋านั่นไหมล่ะ คนนั้นแหละ"
โอ้โห ระดับนายทหารสัญญาบัตรเชียวเรอะ!
เหล่าป้าข้างบ้านตาร้อนผ่าวจนแทบจะจุดไฟติด
"แล้วมาขอคนไหน ลูกเลี้ยง หรือพี่สาวแท้ๆ ของเธอ"
"ก็ต้องพี่สาวแท้ๆ ของฉันอยู่แล้ว! เดี๋ยวฉันจะไปตามพี่สาวกลับมาดูตัวเดี๋ยวนี้แหละ"
ในหัวสมองของเจียงเผิง วันนี้ลู่เฉิงมาเพื่อสู่ขอเจียงโม่หลี่ชัดๆ
ก็ในเมื่อพี่สาวเขาดันจำคนผิด ทึกทักว่าลู่เฉิงคือจางเจียหมิง ลู่เฉิงเลยเล่นตามน้ำ ยืมชื่อตระกูลจางมาสู่ขอถึงบันไดบ้านเสียเลย
พอได้ยินว่าเด็กหนุ่มกำลังตามหาเจียงโม่หลี่ เพื่อนบ้านปากสว่างคนหนึ่งก็รีบชี้เป้า
พอรู้ว่าเป้าหมายขึ้นรถเมล์สาย 2 ออกไป เจียงเผิงก็กวักมือเรียกสมุนอย่างสืออวี่กับจางเล่ย ให้ช่วยกันวิ่งตามรถเมล์ไป
ณ ย่านบ้านพักพนักงานโรงงานเครื่องจักร วงสภากาแฟย่อยๆ กำลังเดือดปุดๆ เพราะข้อมูลที่เจียงเผิงทิ้งไว้
ทหารหนุ่มหล่อลากดินขนาดนั้น ดันมาตาบอดหลงรักยายตัวขี้เกียจสันหลังยาวอย่างเจียงโม่หลี่ ถ้าตาไม่ถั่ว ก็คงสมองกลับ!
คนอย่างเจียงโม่หลี่ วันๆ ดีแต่นอนกินบ้านกินเมือง คู่ควรแค่กับผู้ชายพิการไม่ก็พวกมีตำหนิเท่านั้นแหละ!
[ค่าความรังเกียจ +1 +1 +1... ยอดเงินเข้าบัญชี 30,000 หยวน]
ตัดภาพมาที่ต้นตอของข่าวลือ เจียงโม่หลี่กำลังนั่งพับกระดาษฟางในส้วมอย่างใจเย็น พับทบทีละสองแผ่นซ้อนกันเพื่อให้หยิบใช้ง่าย
เสียงแจ้งเตือนสวรรค์ดังกรุ๊งกริ๊งในหัว เธอเดาเกมออกทันทีว่า 'จางเจียหมิง' ตัวจริงคงโผล่หัวไปที่บ้านแล้ว และตอนนี้ระเบิดลูกใหญ่เรื่องถอนหมั้นคงกำลังทำงาน
กลับมาที่ลานบ้านตระกูลเจียง
หลังจากอ้อมโลกคุยเรื่องดินฟ้าอากาศจนพอใจ แม่จางก็วกกลับเข้าเรื่องหลัก "คุณพ่อเจียง สองบ้านเราก็เห็นกันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย งั้นฉันขอพูดแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะ"
"เชิญเลยพี่สะใภ้ ว่ามาเถอะ"
"หนูฉิงเนี่ย เป็นเด็กดีจริงๆ ตั้งแต่เล็กจนโตก็ขยันขันแข็ง งานหนักงานเบาไม่เคยเกี่ยง นิสัยก็เรียบร้อยน่ารัก พวกเราทุกคนถูกชะตากับแกมาก..."
เจียงต้าไห่รีบเบรกเอี๊ยด "เดี๋ยวๆ พี่สะใภ้เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ลูกสาวผมชื่อโม่หลี่ ส่วนเสี่ยวชิงน่ะลูกติดภรรยา"
แม่จางโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ไม่ผิดหรอก ก็หนูฉิงคนนี้นั่นแหละ วันนี้พวกเรายกขบวนมาก็เพื่อจะมาสู่ขอหนูฉิงให้เจ้าเจียหมิง"
รอยยิ้มบนใบหน้าเจียงต้าไห่แข็งค้าง เขาหันขวับไปจ้องจางเถี่ยเซิงเขม็ง "เถี่ยเซิง นายไม่ได้คุยกับเมียให้รู้เรื่องหรือไง สัญญาใจที่พวกเราตกลงกันไว้ตอนลูกยังแดงๆ คือโม่หลี่กับเจียหมิงนะ"
จางเถี่ยเซิงหน้าเหวอ หันไปมองลูกชาย "เฮ้ย ยังไงกันแน่ ไหนแกบอกว่าเคลียร์จบแล้วไง"
จางเจียหมิงทำหน้าเลิ่กละกั่ก หันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากลู่เฉิง "ผู้พันครับ... ช่วยผมหน่อยสิครับ"
"คุณลุงเจียง เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ เจียหมิงกับสหายโม่หลี่ตกลงถอนหมั้นกันไปเรียบร้อยแล้ว"
เจียงต้าไห่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธระคนตกใจ จนลืมสังเกตไปว่าลู่เฉิงเรียกชื่อลูกสาวตัวเองห้วนๆ เหมือนคนกันเอง
"ถอนหมั้น? ถอนตอนไหน? ทำไมหัวหงอกอย่างผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย"
"เมื่อสองวันก่อนครับ ผมอยู่ในเหตุการณ์ เป็นพยานให้เอง" ลู่เฉิงตอบเสียงเรียบ
ถึงบางอ้อกันถ้วนหน้า มิน่าล่ะถึงหิ้วผู้บังคับบัญชามาด้วย ที่แท้ก็เอายศเอาตำแหน่งมาข่มกัน
ถ้าวันนี้ไม่มีลู่เฉิงนั่งคุมเชิงอยู่ เจียงต้าไห่คงลุกขึ้นคว่ำโต๊ะตัดขาดกับตระกูลจางไปแล้ว
เพิ่งจะสลัดรักลูกสาวเขาไปหมาดๆ ก้นยังไม่ทันหายร้อนก็จะมาขอลูกเลี้ยงเขาทำเมียต่อ เห็นลูกสาวบ้านเจียงเป็นผักเป็นปลาในตลาดหรือไง นึกจะเลือกใครก็จิ้มเอา
เจียงต้าไห่ทั้งโมโหทั้งเจ็บปวดใจ
ลูกสาวถูกถอนหมั้นเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายขนาดนี้ คนเป็นพ่ออย่างเขากลับไม่รู้อะไรเลย
ลูกสาวเขาหยิ่งในศักดิ์ศรีจะตาย ป่านนี้คงรู้ตัวเลยหนีไปแอบร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ
ป้าหวังเหลียนฮวาที่แนบหูสิงอยู่ข้างกำแพงมาตั้งแต่ต้น พอได้ยินข่าวเด็ดว่าเจียงโม่หลี่โดนเท แล้วฝ่ายชายเบนเข็มไปหาเจียงฉิง ก็ตาลุกวาว รีบสับเท้าแตกตื่นวิ่งออกไปทางประตูหลังเพื่อกระจายข่าวแซ่บ
"ว่าแล้วไหมล่ะ! นิสัยคุณนายหยิบโหย่งอย่างเจียงโม่หลี่ ทหารที่ไหนเขาจะเอาทำพันธุ์ ที่แท้ก็โดนเขาถอนหมั้น!"
"สมน้ำหน้า วันๆ ทำตัวเชิดหยิ่ง ดัดจริตเป็นผู้ดีตีนแดง ตะคอกใช้พี่สาวต่างแม่เยี่ยงทาส สมควรแล้วที่ผู้ชายเขาเขี่ยทิ้ง แล้วหันมาคว้าพี่สาวทำเมียแทน"
นาทีนี้ไม่มีใครสงสารเจียงโม่หลี่สักคน มีแต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางดังระงมไปทั่วตรอก
แน่นอนว่าแรงอาฆาตมาดร้ายเหล่านั้น ถูกแปลงสกุลเงินเป็นค่าความรังเกียจไหลเข้ากระเป๋าเจียงโม่หลี่รัวๆ
[ค่าความรังเกียจ +1 +1 +1... ติ๊ง! ยอดเงินเข้าบัญชี 70,000 หยวน]
ในห้องส้วมสี่เหลี่ยมแคบๆ เจียงโม่หลี่บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ มือเรียวฉีกกระดาษฟางปั้นเป็นก้อนยัดรูจมูกกันกลิ่น ก่อนจะดึงเชือกชักโครกเสียงดังซู่
ตัดกลับมาที่ลานบ้าน แม่จางกวักมือเรียกเจียงฉิงออกมา แล้วยัดซองแดงใส่มือว่าที่ลูกสะใภ้โชว์ทุกคน
"หนูฉิง ถ้าเธอตกลง พอกลับไปแม่จะให้เจียหมิงทำเรื่องขอแต่งงานทันที พวกเธอสองคนไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน ดีไหมลูก"
เจียงฉิงก้มหน้าเอียงอาย "ค่ะ"
"คุณเจียง คุณเป็นพ่อเลี้ยงของหนูฉิง เรื่องมงคลแบบนี้ช่วยพูดอะไรหน่อยสิ"
พูดบ้าบออะไรได้อีก!
ที่เขายังนั่งนิ่งไม่ลุกขึ้นเตะก้นคนตระกูลจางเรียงตัว ก็ถือว่าใช้ความอดทนขั้นสูงสุดในชีวิตแล้ว
เจียงต้าไห่จ้องหน้าลูกเลี้ยงเสียงเข้ม "เสี่ยวฉิง ลุงขอถามคำเดียว เธอกับเจียหมิง... ไปพบรักกันตอนไหน"
เรื่องลูกสาวแท้ๆ โดนถอนหมั้นเขายังพอทำใจได้ แต่ถ้าไอ้หนุ่มตระกูลจางมันเปลี่ยนใจเพราะลูกเลี้ยงเขาไปทอดสะพานให้ เขาจะไม่มีวันอภัยให้เด็ดขาด
เจียงฉิงเงยหน้าขึ้น สบตาพ่อเลี้ยงด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ "คุณลุงคะ ฉันยืนตรงเงาไม่เอียง ฉันไม่เคยทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงแน่นอนค่ะ ส่วนเรื่องฉันกับเจียหมิง ถ้าจะพูดให้ถูก ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อนั่นแหละที่เป็นกามเทพให้ เมื่อห้าวันก่อนที่คุณพ่อวานให้ฉันเอายาไปให้ลุงใหญ่ที่บ้านนอก ฉันเกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ เป็นเจียหมิงที่กระโดดลงไปช่วยชีวิตฉันไว้ เพราะเรื่องนี้เจียหมิงเลยขอรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับฉัน วันต่อมาเขาก็ไปขอถอนหมั้นกับน้องโม่หลี่อย่างลูกผู้ชาย น้องเองก็เข้าใจและตอบตกลง ส่วนทำไมน้องถึงปิดปากเงียบ... คงเพราะกลัวเสียหน้าน่ะค่ะ"
เจอคำอธิบายฉะฉานแบบนี้เข้าไป เจียงต้าไห่ก็ใบ้กิน
จะไปโทษใครได้ ก็คงต้องโทษดวงชะตามันเล่นตลก
แม่จางเห็นบรรยากาศเริ่มคลายตัวก็รีบรวบรัด "งั้นเอาเป็นว่า เรื่องงานแต่งของหนูฉิงกับเจียหมิง ถือว่าตกลงตามนี้นะ"
"เยี่ยม!" ลู่เฉิงลุกพรวดขึ้นปรบมือเสียงดัง "สหายเจียงฉิง สหายเจียหมิง ยินดีกับพวกคุณด้วยนะ ขอให้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง"
พอลู่เฉิงกล่าวอวยพร ทั้งคนตระกูลจางและจีนมุงหน้าบ้านก็พากันปรบมือเกรียวกราว
เจียงฉิงหน้าแดงระเรื่อ หัวใจพองโตแทบจะคับอก
สำเร็จ!
เธอใช้ความได้เปรียบของการกลับมาเกิดใหม่ พลิกชะตาชีวิตที่ต้องตายอนาถได้สำเร็จ
รอแค่จางเจียหมิงได้เลื่อนยศ เธอได้ติดสอยห้อยตามไปเป็นคุณนายทหาร ชีวิตนี้ก็เตรียมตัวเดินบนพรมแดงโรยกลีบกุหลาบได้เลย
ท่ามกลางเสียงยินดีจอแจ จู่ๆ ลู่เฉิงก็กระแอมไอ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานไปทั่วลานบ้าน "ทุกท่านครับ วันนี้ที่ผมมา นอกจากจะมาเป็นพยานรักให้จางเจียหมิงแล้ว... ผมยังมีอีกเรื่อง"
เสียงรอบข้างเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่นายทหารหนุ่ม
ลู่เฉิงหันหน้าเข้าหาเจียงต้าไห่ ปรับสีหน้าขึงขังจริงจัง
"คุณลุงเจียงครับ ในเมื่อสัญญาหมั้นหมายของลูกสาวคุณถือเป็นโมฆะไปแล้ว งั้นสิ่งที่ผมจะพูดต่อจากนี้ก็คงไม่ถือว่าเป็นการหักหาญน้ำใจใคร... ผมอายุ 26 ปี สถานะโสดสนิท ผมพิจารณาแล้วว่าผมกับสหายเจียงโม่หลี่เหมาะสมกันดี ผมอยากแต่งงานกับเธอครับ"
[จบบท]