บทที่ 16: วาสนาหล่นทับ
คำประกาศขอแต่งงานของลู่เฉิงเปรียบเสมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ทิ้งลงกลางวงสนทนา แรงสั่นสะเทือนทำเอาทุกคนในที่นั้นชะงักค้าง ราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ลู่เฉิงเป็นจุดเดียว เหมือนกำลังมองมนุษย์ต่างดาวที่เพิ่งลงจอดและพูดภาษาที่ไม่มีใครเข้าใจ
“ฮะ...ฮะ...” แม่จางแค่นหัวเราะเสียงแปร่งๆ ออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก “ฉันแก่ป่านนี้แล้ว หูคงจะเพี้ยนไปเองใช่ไหมเนี่ย? ผู้บังคับบัญชาของเจียหมิงบอกว่าจะแต่งงานกับใครนะ? เจียงโม่หลี่... ยายเด็กขี้เกียจนั่นน่ะเหรอ?”
จะเป็นไปได้ยังไง! โลกนี้มันกลับตาลปัตรไปแล้วหรือไง?
ผู้หญิงที่ลูกชายของเธอเขี่ยทิ้งเหมือนรองเท้าเก่าๆ กลับถูกผู้บังคับบัญชาของลูกชายเก็บไปเทิดทูนเนี่ยนะ?
ถ้าทหารระดับสูงขนาดนี้ยังมองว่าดี งั้นก็แสดงว่าเจียงโม่หลี่ต้องมีดีจริงๆ น่ะสิ?
แล้วถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า ไม่ใช่ว่าจะพากันหัวเราะเยาะตระกูลจางของพวกเธอหรอกเหรอ ว่ามีตาหามีแววไม่ ทิ้งเพชรไปคว้าเอาก้อนกรวด
ทางด้านเจียงฉิงเองก็แทบทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเย้ยหยันตอนนี้ซีดเผือด
ผู้บังคับบัญชาของคู่หมั้น... คนที่เหนือกว่าจางเจียหมิงหลายเท่า กลับมาหลงรักเจียงโม่หลี่?
ถ้าเจียงโม่หลี่ได้แต่งงานกับลู่เฉิงจริงๆ ยายพี่สาวคนนี้มิต้องขี่คอเธอและจางเจียหมิงไปตลอดชาติเลยหรือไง? แค่คิดภาพเจียงโม่หลี่เชิดหน้าชูคอใส่เธอ เจียงฉิงก็แทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว
ไม่ได้ เรื่องนี้จะให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด!
เธอพยายามปั้นหน้ายิ้มหวานหยด ทั้งที่ในใจร้อนรุ่มเหมือนไฟเผา “ผู้พันคะ คุณต้องล้อเล่นแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ? มุกตลกนี้ขำขันดีนะคะ”
อย่าว่าแต่คนบ้านตระกูลจางและเจียงฉิงที่ไม่เชื่อเลย แม้แต่เจียงต้าไห่ ผู้เป็นพ่อแท้ๆ ก็ยังยืนงงเป็นไก่ตาแตก
ลูกสาวเขามันมีดีตรงไหน?
นอกจากหน้าตาก็หาดีไม่ได้เลย ทั้งเจ้าเล่ห์เพทุบาย ขี้เกียจสันหลังยาว ตะกละกินล้างผลาญ แถมยังชอบทำตัวดราม่าเรียกร้องความสนใจ!
ชาตินี้แค่หาทหารธรรมดาๆ มาแต่งงานด้วยได้ เขาก็แทบจะจุดธูปแก้บนขอบคุณสวรรค์แล้ว ไหนเลยจะกล้าฝันสูงไปถึงนายทหารหนุ่มอนาคตไกลอย่างลู่เฉิง
ในขณะเดียวกัน หวังเหลียนฮวา ป้าข้างบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นที่แอบฟังอยู่ห้องข้างๆ ก็กัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้
ผู้ชายคนนี้หน้าตาก็หล่อเหลาดูฉลาดเฉลียว ไหงตาถั่วขนาดนี้ ขนาดคนขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างเจียงโม่หลี่ยังมองว่าดี ถ้าอย่างนั้น... โจวเสี่ยวชิง ลูกสาวคนเก่งของเธอที่เป็นพนักงานโรงงาน ก็ต้องเป็นนางฟ้าในสายตาเขาแน่ๆ!
ไม่ได้การละ ถ้าเขาเกิดชอบของแปลกแบบนี้จริงๆ ตระกูลโจวของพวกเธอก็มีลุ้นพลิกชีวิตแล้ว!
ไวเท่าความคิด หวังเหลียนฮวารีบสับเท้าวิ่งปรู๊ดออกไปทางประตูหลัง มุ่งหน้าไปยังป้อมยามเพื่อโทรศัพท์ตามตัวลูกสาวที่โรงงานทอผ้าด่วนจี๋
ภายในห้องโถงบ้านตระกูลเจียง บรรยากาศยังคงตึงเครียด
“ลุงเจียงครับ ผมจริงใจที่จะแต่งงานกับสหายเจียงโม่หลี่ครับ”
ลู่เฉิงย้ำคำเดิม สีหน้าเคร่งขรึม แววตามุ่งมั่น และน้ำเสียงที่หนักแน่นดุจหินผา ล้วนตอกย้ำว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
เจียงต้าไห่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง “ผู้พันลู่ ขอบคุณที่ให้เกียรติ แต่ว่า... โม่หลี่ของลุงไม่คู่ควรกับคุณหรอก”
กว่าจะเค้นประโยคนี้ออกมาได้ เจียงต้าไห่แทบขาดใจตาย
ฟ้าดินเป็นพยาน เขาอยากจะรีบๆ พยักหน้า ห่อลูกสาวใส่พานถวาย แล้วถีบส่งเข้าหอลู่เฉิงไปซะเดี๋ยวนี้เลย จะได้จบๆ เรื่องไป
แต่สติอันน้อยนิดเตือนเขาว่า ถ้าขืนย้อมแมวขายไป แล้ววันหลังลู่เฉิงตาสว่างรู้ธาตุแท้ของเจียงโม่หลี่ขึ้นมา พ่อคุณคงจะรีบเอามาคืนเหมือนสินค้าชำรุด แล้วขอถอนหมั้นเหมือนตระกูลจางแน่ๆ
ลำพังชื่อเสียงลูกสาวก็เน่าเหม็นไปทั่วบางอยู่แล้ว แถมยังเพิ่งโดนถอนหมั้นสดๆ ร้อนๆ ถ้าโดนเด้งกลับมาอีกรอบ ชาตินี้คงต้องเลี้ยงดูกันไปจนตาย ขายไม่ออกแน่นอน
ทว่าคำปฏิเสธของเจียงต้าไห่กลับไม่ทำให้ลู่เฉิงถอดใจ
ตรงกันข้าม เขากลับมองว่าว่าที่พ่อตาคนนี้ช่างเป็นคนซื่อสัตย์และมีศักดิ์ศรี
ไม่เหมือนพวกพ่อตาหน้าเงินที่พอเห็นลูกเขยรวยๆ ก็รีบตะครุบเหยื่อโดยไม่สนลูกเต้า
“ลุงเจียงครับ ผมยังไม่แต่งงาน สหายเจียงโม่หลี่ก็ยังเป็นโสด เราต่างมีสถานะเท่าเทียมกัน ไม่มีคำว่าไม่คู่ควรครับ” ลู่เฉิงพูดพลางยืดอกขึ้นอย่างผ่าเผย “ผมขอสาบานด้วยเกียรติของชายชาติทหาร หากผมได้ร่วมชีวิตกับสหายเจียงโม่หลี่ หลังแต่งงานผมจะดูแลเธอด้วยความจริงใจ ปกป้องเธอสุดความสามารถ และมอบชีวิตที่มั่นคงให้แก่เธอตลอดไป”
ประโยคนี้พุ่งชนใจเจียงต้าไห่เข้าอย่างจังจนน้ำตาแทบไหล
สิ่งที่คนเป็นพ่อต้องการจะมีอะไรมากไปกว่านี้อีกล่ะ? ขอแค่มีผู้ชายดีๆ สักคนที่พร้อมจะดูแลลูกสาว ให้ครึ่งชีวิตหลังของเธอมีข้าวกินอิ่ม มีเสื้อใส่อุ่น ไม่ตกระกำลำบาก
“ดี! ดีมาก! งานแต่งนี้พ่อยกให้!”
เจียงต้าไห่ตบเข่าฉาด ความกังวลมลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่ดังก้องกังวาน
บรรยากาศในห้องพลิกกลับตาลปัตร คนบ้านตระกูลจางที่เมื่อครู่ยังยิ้มร่าหน้าบาน ตอนนี้หน้าแห้งเหี่ยวเหมือนมะเขือเผา
เจียงฉิงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความริษยาแล่นพล่านไปทั่วร่าง อยากจะกรีดร้องคัดค้านงานแต่งนี้ใจจะขาด
แต่เธอทำไม่ได้ เธอไม่มีสิทธิ์ แม้แต่จะเอ่ยปากก็ยังไม่มีน้ำหนักพอ
เจียงต้าไห่ไม่สนหัวใครหน้าไหนทั้งนั้น ตอนนี้ในหัวเขามีแต่ความคิดว่าจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จสรรพ ก่อนที่ลู่เฉิงจะเปลี่ยนใจหนีไป
ต้องตีเหล็กตอนร้อน!
“เสี่ยวลู่ แล้วคุณเตรียมจะมาสู่ขอวันไหนล่ะ?” เจียงต้าไห่ถามเสียงระรื่น
“วันนี้เลยครับ พอดีทุกคนอยู่กันครบ จะได้เป็นพยานให้ผมด้วย”
วันนี้เลยเหรอ? เยี่ยมไปเลย!
แต่พอกวาดตามองลู่เฉิงที่มาตัวเปล่า เจียงต้าไห่ก็อดรู้สึกโหวงๆ ในใจไม่ได้
แต่เอาเถอะ ได้ลูกเขยระดับนี้ก็เหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่งแล้ว เรื่องพิธีรีตองช่างหัวมันเถอะ
ทว่าในขณะที่เจียงต้าไห่กำลังปลอบใจตัวเองอยู่นั้น จู่ๆ ลู่เฉิงก็หันหน้าไปทางประตูแล้วตะโกนเสียงดังลั่น “แม่ครับ!”
หือ?
แม่? คุณนายแม่ของผู้พันก็มาด้วยเหรอ?
สิ้นเสียงตะโกน คนทั้งลานบ้านต่างชะโงกหน้ามองออกไปอย่างตื่นเต้น
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือขบวนแถวขนาดย่อมที่กำลังเดินตรงมายังบ้านตระกูลเจียงอย่างเป็นระเบียบ
นำขบวนโดยทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบเต็มยศ เข็นจักรยานยี่ห้อเฟิ่งหวงคันใหม่เอี่ยมอ่อง โครเมียมสะท้อนแสงวิบวับ แฮนด์รถผูกดอกไม้แดงดอกใหญ่ดูหรูหราอลังการ
ตามมาด้วยแถวทหารหนุ่มที่ขนของกันมาเต็มไม้เต็มมือ ราวกับย้ายห้างสรรพสินค้ามาไว้ที่นี่
จักรเย็บผ้าหัวดำมันขลับ, วิทยุเครื่องใหญ่, ขาหมูสดๆ ทั้งขาที่เนื้อแดงฉ่ำ, เหล้าอู่เหลียงเย่ยกมาทั้งลัง, ผ้าตัดเสื้อหลากสีพับซ้อนกันสูงเป็นตั้ง, บุหรี่ยี่ห้อหมู่ตานเกรดพรีเมียม, ลูกอมผลไม้นำเข้า, กล่องขนมเปี๊ยะลวดลายสวยงาม, ผลไม้กระป๋อง และกองทัพเป็ดไก่ที่มีชีวิต ร้องกันก๊าบๆ กุ๊กๆ มาเป็นคู่ๆ
ชาวบ้านในบ้านพักข้าราชการโรงงานเครื่องจักรต่างพากันอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าไปวางไขได้
“คุณพระช่วย! นั่นมันคลังสมบัติชัดๆ ต้องใช้เงินกี่ร้อยหยวนเนี่ย?”
“แค่สามหมุนหนึ่งเสียงก็ปาเข้าไปสี่ร้อยกว่าแล้ว ไหนจะของกินของใช้อีก ขาหมูใหญ่ขนาดนั้น ไก่เป็ดอีกเป็นเล้า รวมๆ แล้วน่าจะเฉียดพันหยวนได้มั้ง!”
“สวรรค์ทรงโปรด นี่จะไปสู่ขอลูกสาวบ้านไหนกันเนี่ย เศรษฐีชัดๆ!”
“วันนี้วันดีหรือไง ทำไมมีคนแห่ขันหมากมาเยอะแยะขนาดนี้!”
หวังเหลียนฮวาที่ยืนปะปนอยู่กับกลุ่มไทยมุง มองขบวนสินสอดที่ยาวเหยียดด้วยความร้อนรุ่มในใจ
นังลูกสาวตัวดี มัวแต่โอ้เอ้อยู่ได้ รีบกลับมาเร็วๆ สิ! ขุมทรัพย์เดินได้กำลังจะหลุดมือไปตกเป็นของเจียงโม่หลี่ นังตัวซวยนั่นแล้ว!
เหล่าบรรดาขาเม้าท์ประจำซอยต่างพากันวิ่งกรูกันเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนถึงกับเดินตามขบวนสินสอดมาติดๆ เพื่อจะดูให้เห็นกับตาว่าใครคือผู้โชคดี
อันฮุ่ยเดินตัวปลิวด้วยท่วงท่าสง่างาม นำหน้าขบวนมาถึงบ้านตระกูลเจียงเป็นคนแรก
บุคลิกผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของเธอทำให้เจียงต้าไห่รู้สึกเกรงใจโดยอัตโนมัติ แม้จะเดาได้ว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่กล้าตีสนิทสุ่มสี่สุ่มห้า
“ลุงเจียงครับ นี่คือแม่ของผม คุณนายอันฮุ่ยครับ” ลู่เฉิงแนะนำอย่างภูมิฐาน “แม่ครับ นี่คือคุณพ่อของสหายเจียงโม่หลี่ ลุงเจียงครับ”
“คุณนายอัน เชิญข้างในครับ!”
อันฮุ่ยยิ้มบางๆ พยักหน้าให้อย่างสุภาพ “สหายเจียง รบกวนด้วยนะคะ”
“ไม่รบกวนครับ ไม่รบกวนเลย เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”
ท่ามกลางเสียงทักทายปราศรัย เจียงเสี่ยวกวงก็โบกมือให้สัญญาณ เหล่าทหารหนุ่มจึงทยอยขนข้าวของมหาศาลเข้ามาในลานบ้านตระกูลเจียง
ชาวบ้านที่เห็นฉากนี้ต่างพากันส่งเสียงฮือฮาจนตลาดแตก
“ทำไมเป็นบ้านตระกูลเจียงอีกแล้วล่ะ?!”
“เมื่อกี้ก็เห็นว่ามาสู่ขอลูกสาวเจียงต้าไห่ งั้นรอบนี้ก็น่าจะเป็นลูกเลี้ยงของเจียงต้าไห่สิ?”
“ไม่ใช่ๆ รอบแรกน่ะมาสู่ขอลูกเลี้ยง เพราะฝ่ายชายดันเปลี่ยนใจไปเอาลูกสาวคนโต ทีนี้ลูกสาวคนเล็กที่ถูกทิ้งเลยได้เจ้านี้มาแทนไง”
“โอ๊ย มึนไปหมดแล้ว ใครคู่ใครกันแน่วะเนี่ย...”
ถึงจะสับสนอลหม่านกับความสัมพันธ์อันซับซ้อน แต่ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า รอบนี้บ้านเจียงได้เขยทองคำฝังเพชรของจริง!
เนื่องจากในห้องมีข้าวของกระจอกๆ ของตระกูลจางวางอยู่แล้ว เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนราศี สินสอดของตระกูลลู่จึงถูกจัดวางไว้กลางลานบ้านอย่างยิ่งใหญ่
สมกับเป็นทหารอาชีพ การจัดวางสิ่งของช่างเป็นระเบียบเรียบร้อยน่ามอง
จักรยานและจักรเย็บผ้าวางตระหง่านอยู่ด้านหน้าสุดเหมือนประติมากรรมชิ้นเอก รายล้อมด้วยกองทัพบุหรี่ เหล้า น้ำตาล และเนื้อสัตว์ ส่วนไก่เป็ดสิบหกตัวถูกจับนั่งเรียงแถวหน้ากระดานอยู่ตรงโคนกำแพงอย่างเป็นระเบียบ
ปากและขาของพวกมันถูกมัดด้วยเชือกแดง ดูเรียบร้อยและเป็นมงคล ไม่ส่งเสียงรบกวนสักแอะ
ลานบ้านเล็กๆ ของตระกูลเจียงถูกสินสอดของลู่เฉิงถมจนแทบจะล้นออกมา
เจียงต้าไห่แทบจะเป็นลมล้มพับด้วยความปิติ
นี่เขาไม่ได้ฝันกลางวันใช่ไหม? ตบหน้าตัวเองทีซิ!
คนบ้านตระกูลจางยืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน อ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด แม่เจ้า... คนในเมืองเขาเล่นใหญ่กันขนาดนี้เลยเหรอ?
ของแต่ละอย่าง ทั้งจักรยาน นาฬิกา ของกินของใช้ ล้วนเป็นของเกรดพรีเมียมที่หาดูยากในชนบท แต่ที่นี่กลับมีครบทุกอย่าง!
แค่ขาหมูมหึมาสองขานั้น ก็พอจะเลี้ยงคนบ้านจางให้อิ่มหนำสำราญไปได้เป็นปีๆ!
เจียงฉิงมองภาพตรงหน้าด้วยความอิจฉาจนแทบกระอักเลือด
คนเราถ้าไม่เปรียบเทียบก็ไม่เจ็บปวด
แต่พอเอาสินสอดของตระกูลลู่มาเทียบกับข้าวของในห้องของตระกูลจางแล้ว ของพวกนั้นก็ดูเหมือนเศษขยะที่เอามาประจานความจนชัดๆ
“คุณลุงเจียงครับ นี่เป็นเงินสินสอดครับ”
ยัง... ยังมีเงินสินสอดอีกเหรอ???
คนบ้านตระกูลจางหันขวับไปมองลู่เฉิงเป็นตาเดียว คอแทบเคล็ด
ส่วนชาวบ้านที่มุงดูอยู่หน้าบ้าน ต่างยืดคอยาวเหยียดยิ่งกว่าคอเป็ดที่ถูกมัดอยู่ตรงกำแพงเสียอีก ต่างคนต่างลุ้นตัวโก่งว่าจะทุ่มเงินอีกเท่าไหร่
[จบบท]