บทที่ 258: ถูกจับกุม
"เสี่ยวซาน คุณพักผ่อนให้สบายใจเถอะ รอให้ร่างกายแข็งแรงดีแล้ว เราค่อยจัดงานแต่งงานกันใหม่..."
เว่ยฉิงเพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องผู้ป่วยรวม ก็ได้ยินเสียงทุ้มของจ้าวจิ่งหยางที่กำลังปลอบโยนถามไถ่อาการเว่ยซานด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ความรู้สึกขมปร่าแล่นพล่านในใจอย่างห้ามไม่อยู่
เธอคิดว่าเว่ยซานหายตัวไปหลายวันจนเกิดเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ ทางตระกูลจ้าวคงถือสาว่าเป็นเรื่องอัปมงคลและขอถอนหมั้นไปแล้ว ไม่นึกเลยว่าจ้าวจิ่งหยางจะเป็นพวกคลั่งรักขนาดนี้
เธอสูดหายใจลึก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วหิ้วถุงลูกอมผลไม้เดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย
ทันทีที่เห็นหน้าเธอ หลิวซู่เฟินก็ถลึงตาใส่ราวกับเห็นศัตรูคู่อาฆาต
"แกโผล่หัวมาทำไม? นังตัวหายนะ! แกไม่ได้โดนตำรวจจับไปแล้วเรอะ!?"
สถานีอนามัยในตำบลไม่ได้มีเครื่องมือทันสมัยหรือห้องพักหรูหรา ห้องผู้ป่วยรวมห้องหนึ่งจึงมีเตียงเรียงรายกว่าสิบเตียง
สิ้นเสียงตวาดของหลิวซู่เฟิน สายตานับสิบคู่จากเตียงรอบข้างก็พุ่งเป้ามาที่เว่ยฉิงเป็นจุดเดียว
เว่ยฉิงทำใจดีสู้เสือ เดินเข้าไปข้างเตียงเว่ยซานด้วยท่าทีสงบ "ป้าคะ ฉันอธิบายกับตำรวจไปหมดแล้ว เรื่องที่เสี่ยวซานเจอ ไม่เกี่ยวกับฉันเลย เสี่ยวซาน... ฉันไม่ได้หลอกเธอนะ ถ้าเธอไม่โลภอยากฮุบเงินก้อนนั้นไว้คนเดียว พวกมันก็คงไม่ลงมือโหดเหี้ยมกับเธอขนาดนี้หรอก"
เว่ยซานนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวพลันแดงระเรื่อด้วยความอับอายและโกรธเคือง จ้องมองเว่ยฉิงเขม็งแต่ก็เถียงไม่ออก
เดิมทีตกลงกันว่าจะขึ้นเขาไปพร้อมกันตอนบ่ายวันรุ่งขึ้น แต่เธอแอบย่องไปคนเดียวกลางดึกเพราะความโลภ มันจึงเป็นความจริงที่เธอเถียงไม่ได้
แต่หลิวซู่เฟินไม่สนหรอกว่าลูกสาวจะผิดตรงไหน ในสมองของเธอมีแต่ความแค้นที่เว่ยฉิงเป็นคนชักนำให้ลูกสาวเกือบเอาชีวิตไม่รอด
หลิวซู่เฟินพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเว่ยฉิงแล้วด่ากราด "ตอแหล! แกรู้อยู่เต็มอกว่าพวกนั้นเป็นพวกหัวขโมยไม่ใช่คนดี ทำไมแกไม่ไปแจ้งตำรวจ? แต่ดันมาชวนเสี่ยวซานวางแผนชั่วๆ แกมันใจดำอำมหิต!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ป่านนี้เสี่ยวซานคงตายเป็นผีเฝ้าป่าไปแล้ว! แกทำให้พ่อสามีแกตาบอดไปข้างหนึ่งยังไม่พอ ตอนนี้ยังจะมาทำลายชีวิตเสี่ยวซานอีก ตำรวจน่าจะลากแกไปยิงเป้าให้ตายตกไปตามกันซะ!"
เว่ยฉิงพยายามดิ้นให้หลุด "ป้าคะ! พูดจาให้มันมีเหตุผลหน่อยได้ไหม? เสี่ยวซานแอบขึ้นเขาไปเองตอนกลางคืน มันจะมาเกี่ยวอะไรกับฉัน?"
หลิวซู่เฟินตวาดสวน "ถ้าแกไม่เป่าหูเสี่ยวซาน มันจะบ้าจี้วิ่งแจ้นขึ้นเขาไปเหรอ? ยังจะมีหน้ามาบอกว่าไม่เกี่ยวอีก ฉันว่าแกนั่นแหละตัวการ!"
"นังหน้าด้าน! คิดว่าพอเสี่ยวซานไม่อยู่แล้วแกจะได้เสียบแทนรึไง? หัดตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองซะบ้าง แกมันก็แค่แม่ม่ายผัวทิ้ง เป็นของเหลือเดน คิดว่าจิ่งหยางเขาจะชายตาแลแกเหรอ?"
ด่าจบยังไม่หนำใจ หลิวซู่เฟินถ่มน้ำลายรดใส่หน้าเว่ยฉิงเต็มแรง
เว่ยฉิงรู้สึกขยะแขยงจนแทบอาเจียน ความเกลียดชังที่มีต่อความหยาบคายของหลิวซู่เฟินพุ่งถึงขีดสุด เธอตอกกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน
"เรื่องที่ฉันปลอมตัวเป็นเสี่ยวซานไปหลอกบ้านจ้าว คนในบ้านป้าก็เห็นดีเห็นงามด้วยกันทุกคนไม่ใช่เหรอ? เทียบกับความปลอดภัยของเสี่ยวซานแล้ว พวกป้าก็ห่วงเรื่องงานแต่งงานกับบ้านจ้าวมากกว่าไม่ใช่หรือไง? ฉันอุตส่าห์ช่วยพวกป้า ช่วยรักษาหน้าให้เสี่ยวซาน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนนอกคนเลวไปซะงั้น?"
คำพูดของเว่ยฉิงจงใจพูดให้จ้าวจิ่งหยางและเว่ยซานได้ยิน
อย่างแรก เธอต้องการปั่นป่วนงานแต่งของทั้งสองตระกูล เธอไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลจ้าวจะไม่ตะขิดตะขวงใจเรื่องที่โดนตระกูลเว่ยหลอกลวงมาก่อนหน้านี้
อย่างที่สอง เธอต้องการเสี้ยมให้เว่ยซานผิดใจกับครอบครัวตัวเอง
ถ้าเว่ยซานรู้ว่าตอนที่ตัวเองหายตัวไป คนที่บ้านไม่ได้กระตือรือร้นออกตามหา แต่กลับมัวห่วงแต่เรื่องจะรักษาการแต่งงานเอาไว้ ก็คงจะรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังในตัวครอบครัวไม่น้อย
"ใครขอให้แกช่วยมิทราบ? เรื่องซวยๆ ทั้งหมดก็มาจากแกนั่นแหละ นังตัวซวย! เก็บข้าวของไสหัวออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ อย่าได้เหยียบย่างเข้ามาให้เห็นหน้าอีก!"
เว่ยฉิงเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลเว่ย
เธอแค่เจ็บใจที่ต้องมาทำงานหนักให้บ้านนี้ฟรีๆ ตั้งเดือนหนึ่ง
เมื่อไม่มีที่ไป เธอจึงจำต้องย้ายเข้าไปอยู่ในกระท่อมฟางเก่าซอมซ่อที่พ่อแท้ๆ ทิ้งไว้ให้ สภาพบ้านทรุดโทรมจนแทบดูไม่ได้ หลังคามีรูโหว่แสงลอดผ่าน ผนังดินแตกร้าวเป็นลายงา ที่สำคัญคือไม่มีแม้แต่เตียงนอน
เว่ยฉิงนั่งจมกองฟืนด้วยความคับแค้นใจ ขบคิดถึงหนทางข้างหน้า
การแต่งเข้าบ้านจ้าวคงหมดหวังไปแล้ว ตอนนี้เธอเหลือทางรอดเพียงทางเดียวคือการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เมื่อตัดสินใจได้ เธอจึงเดินไปที่บ้านอาสามท้ายหมู่บ้าน หวังจะขอยืมผ้าห่มกับเครื่องครัวมาใช้ประทังชีวิตไปก่อน
แต่พอไปถึงบ้านอาสาม อย่าว่าแต่จะขอยืมของเลย แค่หน้าประตูเขายังไม่ให้เข้า ไล่ตะเพิดด้วยคำว่า "ไม่มี" สั้นๆ แล้วปิดประตูใส่หน้า
เว่ยฉิงโกรธจนตัวสั่นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เดินคอตกกลับมาที่กระท่อมร้าง
ไม่นานท้องฟ้าก็มืดสนิท
เว่ยฉิงจัดแจงเคลียร์พื้นที่ในห้องเก่าๆ ห้องหนึ่ง ปูฟืนและฟางข้าวทำเป็นที่นอนชั่วคราว
ไม่มีผ้าห่ม ก็อาศัยก่อกองไฟจากฟืนแก้หนาวเอา
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เธออ้างว่าขึ้นเขาไปหาฟืน ทำให้มีฟืนกองเต็มครึ่งค่อนห้อง เพียงพอให้ใช้เผาผลาญไปได้จนถึงปีใหม่
ความจริงแล้ว ที่เธอขึ้นเขาทุกวันไม่ใช่แค่เพื่อหาฟืน แต่เพื่อไปขุดหลุม
เธอใช้เวลาเกือบเดือน ขุดหลุมลึกสามเมตรทีละนิดๆ
เพื่อประหยัดแรง เธอจงใจเลือกจุดที่ดินร่วนซุยขุดง่าย แต่ความสะเพร่าทำให้เธอลืมพลั่วทิ้งไว้ก้นหลุม กลายเป็นว่าได้มอบเครื่องมือช่วยชีวิตให้เว่ยซานรอดตายมาได้
พอคิดถึงตรงนี้ เว่ยฉิงก็เจ็บใจจนแทบกระอักเลือด
กลิ่นหอมไหม้ๆ จากกองไฟลอยมาเตะจมูก เรียกสติเว่ยฉิงกลับมา เธอรีบใช้ไม้เขี่ยมันเทศที่หมกไว้ในกองไฟออกมา
ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ คืนนี้เธอมีแค่ประทังชีวิตด้วยมันเทศเผาสองหัว
มันเทศพวกนี้เธอแอบขโมยมาจากห้องใต้ดินบ้านเว่ยซาน
ถึงจะราคาถูกแต่มันเทศเผาร้อนๆ ก็ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
แต่เธอจะทนกินมันเทศทุกวันไม่ได้ พรุ่งนี้เธอต้องเข้าเมืองไปขอเงินหลี่หงอิงมาซื้อข้าวปลาอาหาร และหาวัสดุมาซ่อมแซมบ้าน
เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ เว่ยฉิงก็ล้มตัวลงนอนบนกองฟางและหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเรียก
พอลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าฟ้าสว่างจ้าแล้ว และตำรวจสองนายที่เคยสอบปากคำเธอกำลังยืนมองเธออยู่ด้วยสายตาเย็นชา
เบื้องหลังตำรวจ ยังมีชาวบ้านอีกโขยงหนึ่งยืนมุงดูอยู่ห่างๆ
ตำรวจนายหนึ่งเอ่ยเสียงแข็ง "เว่ยฉิง ลุกขึ้น แล้วมากับเรา"
สมองเธอยังมึนงง "ไปไหนคะ?"
ตำรวจอีกนายไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบกุญแจมือออกมา ล็อคข้อมือซ้ายของเธอทันที ตามด้วยข้อมือขวาอย่างรวดเร็ว
เว่ยฉิงมองการกระทำของตำรวจด้วยความตะลึงงัน ไม่เข้าใจสถานการณ์
"พวกคุณทำอะไร? ฉันทำอะไรผิด?"
ตำรวจคนแรกแค่นหัวเราะ "คุณตกเป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าเว่ยซาน เราขอจับกุมคุณตามกฎหมาย!"
เหมือนมีฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางกบาล เว่ยฉิงหูอื้อตาลาย "ฉันไม่ได้ทำ! เมื่อวานฉันก็อธิบายไปหมดแล้วนี่คะ ไม่ใช่ฉันทำ!"
ตำรวจหิ้วปีกเธอลากออกจากบ้าน พลางพูดว่า "ไม่ต้องห่วง ไปถึงโรงพักคุณจะมีเวลาแก้ตัวอีกเยอะ"
ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู แสงแดดจ้าก็แยงตาจนเว่ยฉิงต้องยกมือขึ้นบังหน้า
กุญแจมือโลหะสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ ส่งเสียงกระทบกันดังกริ๊กๆ
หลายวันมานี้ ท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านเหลียนฮวาอึมครึมมาตลอด แต่วันนี้กลับเป็นวันที่แดดจ้าฟ้าใสอย่างน่าประหลาด
เมื่อเห็นกุญแจมือส่องประกายบนข้อมือเว่ยฉิง ชาวบ้านที่มามุงดูก็ฮือฮากันยกใหญ่
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมตำรวจมาจับเว่ยฉิง?"
"ได้ยินว่าเธอพยายามฆ่าเว่ยซานน่ะสิ!"
"บ้าน่า! เธอจะใจกล้าขนาดนั้นเชียวเหรอ?"
"ถ้าไม่ใช่เธอ ตำรวจจะมาจับเหรอ? ทำไมเขาไม่มาจับแกล่ะ"
"ถุยๆๆ ปากเสีย! อย่ามาแช่งฉันนะ!"
พวกชอบสอดรู้สอดเห็นพยายามเข้าไปถามตำรวจว่าเว่ยฉิงก่อคดีอะไร แต่ก็ถูกปฏิเสธด้วยคำตอบมาตรฐานว่า "คดีอยู่ระหว่างการสืบสวน ไม่สะดวกเปิดเผย"
ความอยากรู้อยากเห็นของชาวบ้านมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ พอถามตำรวจไม่ได้ ก็หันไปรุมถามครอบครัวเว่ยซวนแทน
เว่ยซวนเองก็ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เขาไม่เคยฝันมาก่อนเลยว่า คนที่ทำร้ายลูกสาวสุดที่รักของเขา จะเป็นหลานสาวแท้ๆ อย่างเว่ยฉิง
เขาอุตส่าห์เมตตารับหลานสาวมาเลี้ยงดู นี่คือบุญคุณชัดๆ แต่ทำไมหลานถึงได้เนรคุณ ตอบแทนเขาด้วยการทำร้ายลูกพี่ลูกน้องตัวเองได้ลงคอ?
[จบบท]