บทที่ 6: วิชาหน้าด้านกับการเลี้ยงน้ำอัดลมทิพย์
เจียงเสี่ยวกวงได้รับภารกิจด่วนจี๋ให้มาส่งข่าวแก่ลู่เฉิง
แต่ภาพแรกที่กระแทกตาเขาหลังจากกระโดดลงจากรถจี๊ป คือภาพของผู้เป็นหัวหน้ากำลังยื่นธนบัตรใบละสิบหยวน หรือเจ้า ‘ต้าถวนเจี๋ย’ ให้กับเจียงเผิง
แม้ลู่เฉิงจะไม่ใช่คนตระหนี่ชนิดเกลือจิ้มเกลือ แต่เขาก็ไม่ใช่พ่อพระใจบุญที่จะเที่ยวแจกเงินใครพร่ำเพรื่อ คนอย่างลู่เฉิงถ้าจะเสียเงิน มันต้องมีเหตุผล
สัญชาตญาณความเผือก...เอ้ย สัญชาตญาณนักสืบของเจียงเสี่ยวกวงทำงานทันที เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ เขาจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปขวางหน้าเจียงเผิงไว้ตอนที่หมอนั่นกำลังจะเดินผ่าน
เจียงเผิงกวาดตามองเครื่องแบบทหารเต็มยศของอีกฝ่าย ท่าทีนักเลงภูธรก็หดหายไปครึ่งหนึ่ง ปรับโหมดเป็นสุภาพชนทันควัน
"พี่ชายมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ"
เจียงเสี่ยวกวงไม่พูดพร่ำทำเพลง ล้วงซองบุหรี่ออกมาเคาะเบาๆ "สูบสักตัวไหมน้องชาย"
ดวงตาของเจียงเผิงสว่างวาบยิ่งกว่าเห็นทอง
คุณพระช่วย นั่นมันยี่ห้อ 'หมู่ตาน' บุหรี่ดอกโบตั๋นในตำนาน!
ในยุคสมัยที่ของกินของใช้ต้องปันส่วน บุหรี่ดีๆ หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ยิ่งเป็นยี่ห้อหมู่ตานที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘บุหรี่ผู้บริหาร’ ด้วยแล้ว คนธรรมดาอย่างเขาแค่ได้ดมควันก็ถือเป็นบุญวาสนา
เจียงเผิงรีบรับมวนบุหรี่มาทัดหูไว้อย่างทะนุถนอม ปัดป้องไม่ให้เจียงเสี่ยวกวงจุดไฟให้
ของดีขนาดนี้ใครจะกล้าสูบทิ้งสูบขว้าง ต้องเก็บกลับไปอวดพรรคพวกในหมู่บ้านให้ตาลุกวาวเล่นสิถึงจะคุ้ม
"พี่ชายแซ่อะไรครับเนี่ย ใจป้ำจริงๆ"
"ฉันแซ่เจียง"
"บังเอิญอะไรขนาดนี้ ผมก็แซ่เจียง! ห้าร้อยปีก่อนเราอาจจะเป็นครอบครัวเดียวกันก็ได้" เจียงเผิงเริ่มตีสนิท "พี่เจียง มีอะไรสงสัยถามมาได้เลยครับ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าผมอาจจะช่วยไม่ได้ทุกเรื่อง"
เจียงเสี่ยวกวงเกือบหลุดขำกับความลื่นไหลประหนึ่งปลาไหลใส่สเก็ตของอีกฝ่าย "ไม่มีอะไรมาก แค่จะถามว่านายรู้จักคุณชายสามบ้านฉันไหม"
"คุณชายสาม? ใครอะ ไม่รู้จักครับ"
ดูจากสีหน้างงเป็นไก่ตาแตก เจียงเสี่ยวกวงก็มั่นใจว่าหมอนี่ไม่รู้จักลู่เฉิงจริงๆ เขาจึงเปลี่ยนเรื่องเนียนๆ "สงสัยฉันจำคนผิด ช่างมันเถอะ ว่าแต่ดูหน่วยก้านนายแล้ว อายุอานามน่าจะถึงเกณฑ์ น้องชายสมัครทหารหรือยัง"
พอเข้าเรื่องทหาร เจียงเผิงก็ยืดอกเชิดหน้าทันที ความภูมิใจพุ่งปรี๊ดจนแทบทะลุเพดาน
ลูกผู้ชายยุคนี้ ร้อยทั้งร้อยฝันอยากสวมเครื่องแบบเขียวมะกอกทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คนที่ฝ่าด่านอรหันต์เข้าไปได้
แต่เขา เจียงเผิงคนนี้ ทำได้!
"เรียบร้อยครับพี่ เดือนหน้าผมก็เข้าไปรายงานตัวแล้ว"
"มิน่าเล่า ฉันเห็นนายแล้วรู้สึกถูกชะตาแปลกๆ ที่แท้ก็เลือดทหารเหมือนกัน คอเดียวกันนี่เอง..."
บรรยากาศกำลังชื่นมื่นเหมือนพี่น้องที่พลัดพราก จู่ๆ เจียงเผิงก็รู้สึกถึงแรงตบหนักๆ สองทีที่หัวไหล่ พอหันขวับไปมอง เขาก็แทบจะสับตีนแตกวิ่งหนี
แต่ช้าก่อน... ข้างหน้ามีเจียงเสี่ยวกวงยืนยิ้มกริ่มขวางลำ ข้างหลังมีลู่เฉิงยืนแผ่รังสีอำมหิตปิดท้าย จะมุดดินหนีตอนนี้ก็คงไม่ทัน
"แหะๆ... พี่เขย"
"แค่ก!"
เจียงเสี่ยวกวงสำลักน้ำลายตัวเอง ไอตัวโยนกับคำสรรพนามที่ได้ยิน
ลู่เฉิงปรายตามองลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง เจียงเสี่ยวกวงรู้หน้าที่ รีบถอยฉากออกไปสองก้าวทำทีเป็นไม่สนใจ แต่หูผึ่งกางเป็นเรดาร์รับสัญญาณเต็มที่
เจียงเผิงเห็นท่าไม่ดี รีบงัดลูกอ้อนออกมาใช้ "พี่เขยครับ ดูโหงวเฮ้งพี่แล้ว อนาคตไกลระดับนายพลแน่นอน เพราะงั้น... เงินที่ให้มาแล้วคงไม่ทวงคืนหรอกเนอะ ลูกผู้ชายให้แล้วให้เลยใช่ไหมครับ"
ลู่เฉิงนึกขำในใจ พี่น้องบ้านนี้ช่างเหมือนกันราวกับแกะ บูชาเงินเป็นพระเจ้าเหมือนกันไม่มีผิด
แต่แบบนี้ก็ดี คุยกันด้วยผลประโยชน์มันจบง่าย
"ฉันตกลงกับพี่สาวนายเรียบร้อยแล้ว อีกสามวันฉันจะเข้าไปสู่ขอที่บ้าน ถึงตอนนั้นซองแดงค่าน้ำร้อนน้ำชาของนายไม่ขาดมือแน่ เพราะฉะนั้น... รู้ใช่ไหมว่าควรวางตัวยังไงต่อหน้าพี่สาวนาย"
เจียงเผิงส่ายหน้าดิกจนแก้มกระเพื่อม "ไม่รู้ครับ"
"งั้นจำไว้ประโยคเดียว... รูดซิปปากให้สนิท พูดน้อยผิดน้อย ไม่พูดเลยคือดีที่สุด"
"รับทราบ!"
"กลับไปได้"
"ครับผม!"
เจียงเผิงหมุนตัวเดินลิ่วๆ ไปได้ไม่กี่ก้าว ความสงสัยก็ตีตื้นขึ้นมาจนทนไม่ไหว ต้องวิ่งเหยาะๆ ย้อนกลับมาถาม "เดี๋ยวนะพี่ สรุปแล้วพี่เป็นใครกันแน่ ใหญ่มาจากไหนเนี่ย"
"ฉันแซ่ลู่ ชื่อลู่เฉิง เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของจางเจียหมิง"
ดวงตาของเจียงเผิงเบิกกว้างแทบถลนออกจากเบ้า
"ท่านผู้การ! งั้นเรื่องพี่จางเจียหมิงกับพี่สาวผม..."
"ฉันรู้หมดแล้ว"
"แล้วทางฝั่งพี่จาง..."
"ฉันจัดการเอง"
คำยืนยันสั้นๆ แต่หนักแน่น ทำให้เจียงเผิงเดินจากไปตัวปลิว สบายใจเฉิบ
พอลับหลังว่าที่น้องเมีย ลู่เฉิงก็หันขวับมาทางลูกน้อง "นายมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง"
"ท่านผู้บัญชาการมีคำสั่งด่วนให้ท่านรีบกลับบ้านครับ เห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย"
ลู่เฉิงแค่นเสียง 'เหอะ' ในลำคอ แววตาเย็นชาลงวูบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปที่รถจี๊ปคันเก่ง
"ประจวบเหมาะพอดี ฉันเองก็มีธุระสำคัญต้องไปจัดการ นายขับรถไปส่งฉันที่กรมการเมืองเดี๋ยวนี้"
เจียงเสี่ยวกวงตบเท้าชิด "รับทราบครับ!"
****
หลังจากรถจี๊ปของลู่เฉิงแล่นออกไปจนพ้นสายตา เจียงโม่หลี่ชะเง้อคอหาเจียงเผิงอยู่ครู่ใหญ่แต่ไม่เจอเงาหัว สุดท้ายเลยตัดสินใจเดินทอดน่องไปที่ท่ารถเพื่อกลับบ้าน
ใจจริงเธอยังอยากเดินสำรวจโลกยุคนี้ต่ออีกสักหน่อย แต่ติดปัญหาใหญ่ระดับชาติคือ 'ถังแตก' เงินในกระเป๋ามีแต่ความว่างเปล่า ขืนเดินต่อคงได้แต่กลืนน้ำลาย กลับไปนอนตีพุงที่บ้านน่าจะเข้าท่ากว่า
"เจียงโม่หลี่!"
เดินยังไม่ทันจะพ้นหัวมุมถนน เสียงเรียกแหลมสูงก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม
เจียงโม่หลี่หันไปมองต้นเสียง ก็เจอกับกลุ่มดรุณีสามนางยืนโพสท่าประหนึ่งนางแบบนิตยสาร... ลู่ถิงถิง อู๋เหม่ยเสีย และซ่งเค่อ
สามสาวดาวเด่นประจำอำเภอ ลูกคุณหนูบ้านรวยที่มีเงินใช้ไม่ขาดมือ
โดยเฉพาะลู่ถิงถิง คนนี้คือตัวแม่ ฐานะทางบ้านจัดว่ารวยระดับท็อป เป็นศูนย์กลางจักรวาลของกลุ่ม
อย่าเพิ่งคิดว่าเจ้าของร่างเดิมมีวาสนาได้เป็นเพื่อนกับแก๊งนางฟ้าพวกนี้นะ ความจริงคือเป็นได้แค่ 'ลูกไล่' หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า 'คนใช้ส่วนตัว' ที่คอยเดินตามต้อยๆ ให้พวกหล่อนโขกสับแลกกับเศษเงินเศษขนมต่างหาก
เจียงโม่หลี่เดินข้ามถนนไปหาด้วยท่วงท่าสบายๆ ไม่รีบร้อนและไม่นอบน้อมเหมือนเคย
"เจียงโม่หลี่ หูหนวกหรือไงฮะ! ฉันตะโกนเรียกจนคอจะแตกอยู่แล้ว หล่อนมัวแต่เหม่ออะไรอยู่"
ลู่ถิงถิงเชิดคางขึ้นสูง มองเจียงโม่หลี่ด้วยสายตาเหยียดหยามตามความเคยชิน
ยัยบ้านนอกคนนี้ ปกติแค่กระดิกนิ้วก็รีบวิ่งแจ้นมาหาแล้ว วันนี้ทำไมชักช้า ลีลาเยอะ
"พวกเธอหิวน้ำกันไหม" เจียงโม่หลี่ถามแทรกขึ้นมาดื้อๆ
สามสาวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก งงเป็นไก่ตาแตก
เจียงโม่หลี่ฉีกยิ้มกว้าง "ดูสิ ปากแห้งกันหมดแล้ว น่าจะหิวน้ำแย่เลย"
"ก็เออสิ ร้อนจะตายอยู่แล้ว แล้วเธอจะทำไม" ลู่ถิงถิงสะบัดเสียง
"งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยงน้ำพวกเธอเอง"
เจียงโม่หลี่ตบกระเป๋าเสื้อเบาๆ ด้วยท่าทางมั่นใจเต็มเปี่ยม
ระบบต้องการแต้มความรังเกียจใช่ไหม ได้เลย เดี๋ยวจัดให้ชุดใหญ่ไฟกะพริบ
เจียงโม่หลี่ชี้นิ้วไปที่ร้านขายของชำด้านหลัง "ป่ะ เข้าไปสิ วันนี้ป๋าโม่หลี่จะเลี้ยงน้ำอัดลมพวกเธอเอง"
สามสาวเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน
วันนี้น้ำท่วมหลังเป็ดหรือไง ปกติเจียงโม่หลี่มีแต่จ้องจะกินฟรี แต่วันนี้ผีเข้าจะมาเป็นเจ้ามือ
แม้ฐานะอย่างพวกเธอจะซื้อน้ำอัดลมกินเองได้สบายๆ แต่ในเมื่อมีคนเสนอหน้าจะเลี้ยง ของฟรีมีหรือจะปฏิเสธ ทั้งสามคนจึงเดินตามเจียงโม่หลี่เข้าร้านไปแบบงงๆ
"เถ้าแก่จ๊ะ ขอน้ำอัดลมสี่ขวด เอาแบบเย็นเจี๊ยบชื่นใจเลยนะ"
เจ้าของร้านวัยกลางคนกุลีกุจอเปิดถังน้ำแข็ง หยิบน้ำอัดลมสี่ขวดที่มีไอเย็นเกาะพราวออกมาวางเรียง แต่พอเห็นเจียงโม่หลี่ยืนนิ่งไม่ยอมควักเงิน เขาจึงกระแอมเตือน "ขวดละ 5 เฟิน สี่ขวดก็ 2 เหมา ถ้าจะเอาขวดกลับต้องวางมัดจำอีก 1 เหมานะหนู"
เจียงโม่หลี่ล้วงกระเป๋าที่ว่างเปล่าออกมาโชว์ พร้อมกับแบมือสองข้าง "ฉันไม่มีเงินจ้ะ"
"ไม่มีเงิน?" เจ้าของร้านหน้าเปลี่ยนสีจากขาวเป็นเขียวคล้ำ "ไม่มีเงินแล้วเธอสั่งน้ำอัดลมหาพระแสงอะไร!"
เจียงโม่หลี่ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสำนึกผิด "ก็หิวน้ำนี่นา ไม่มีเงินดื่มน้ำอัดลมไม่ได้เหรอเถ้าแก่"
"ไม่ได้โว้ย! ไม่มีเงินก็ไปกินน้ำก๊อกโน่น! เป็นสาวเป็นนางริอ่านจะมากินแล้วชักดาบ ออกไปเลยนะ! ขืนชักช้าอั๊วจะแจ้งตำรวจมาลากคอเข้าคุก!"
เด็กอ้วนที่ยืนกำเหรียญ 5 เฟินแน่นรอคิวซื้อไอศกรีมอยู่ข้างๆ มองเจียงโม่หลี่ด้วยสายตาดูแคลนสุดขีด
[ค่าความรังเกียจ +2 ยอดเงินเข้าบัญชี 20,000 หยวน]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดั่งสวรรค์ประทานพร เจียงโม่หลี่หันไปหาลู่ถิงถิงที่ยืนอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่
"ถิงถิง เถ้าแก่ร้านนี้ใจแคบชะมัด ไม่มีเงินก็ไม่ให้กิน งกจริงๆ พวกเราเปลี่ยนร้านเถอะ"
เปลี่ยนร้านพรรพบุรุษเธอสิ! ร้านอื่นเขาจะให้เธอกินฟรีหรือไง!
สามสาวพูดไม่ออก จุกจนจ่อที่คอหอย
[ค่าความรังเกียจ +3 ยอดเงินเข้าบัญชี 30,000 หยวน]
เจ้าของร้านและเจ้าเด็กอ้วนหันขวับมามองกลุ่มลู่ถิงถิงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามทันที
ชัดเจนว่าเหมาพวกเธอรวมแก๊ง 'ขอทานไฮโซ' ไปด้วยเรียบร้อยแล้ว
ลู่ถิงถิง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ หน้าชาจนแดงก่ำ จะให้มายืนรับสายตาดูถูกแบบนี้ เธอทนไม่ได้เด็ดขาด!
"พอ! ไม่ต้องเปลี่ยนร้านแล้ว ฉันเลี้ยงเอง!"
ปัง!
ธนบัตรใบละสิบหยวน 'ต้าถวนเจี๋ย' ใบใหม่เอี่ยมถูกตบลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังสนั่น
เจ้าของร้านตาโตเท่าไข่ห่าน รีบเปลี่ยนจากหน้ายักษ์เป็นหน้าพระโพธิสัตว์ทันที กุลีกุจอหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งเก็บลงถังขึ้นมาใหม่ บริการเช็ดขวดจนแห้งสนิทเสียบหลอดให้อย่างนอบน้อม
"เชิญครับคุณหนู เชิญดื่มให้อร่อยเลยครับ"
ลู่ถิงถิงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย กู้หน้าคืนมาได้บ้าง
จะว่าไป... น้ำอัดลมฟรีที่เกิดจากการเสียหน้าเนี่ย มันก็อร่อยดีเหมือนกันแฮะ
รสชาติหวานซ่า เย็นจี๊ดขึ้นสมอง กลิ่นส้มหอมฟุ้งไปทั่วปาก
ในขณะที่เจียงโม่หลี่ดูดน้ำอัดลมจ๊วบๆ อย่างมีความสุข ลู่ถิงถิงกลับรู้สึกเหมือนกำลังกลืนยาพิษ
"เจียงโม่หลี่! จำใส่กะลาหัวเธอไว้เลยนะ ถ้าวันหลังเธอไม่มีปัญญาจ่ายแล้วยังจะมาทำอวดรวยให้ฉันขายหน้าอีก ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!"
เจียงโม่หลี่ทำหูทวนลม มองขวดน้ำอัดลมในมือเพื่อนสาวทั้งสามที่ยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง
"ทำไมไม่ดื่มกันล่ะ ไม่ถูกปากเหรอ ถ้าไม่ชอบก็ส่งมาให้ฉันสิ ฉันจะเอาไปฝากพ่อกับน้องชายที่บ้าน พวกนั้นลิ้นจระเข้ กินได้หมดแหละ"
ลู่ถิงถิงมองเจียงโม่หลี่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจขยะแขยง "เจียงโม่หลี่... ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอใครหน้าด้านหน้าทนเท่าเธอมาก่อน ผู้ชายคนไหนได้เธอไปทำเมีย คงเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางก่อน..."
เสียงด่าทอขาดห้วงไปดื้อๆ เมื่อสายตาของลู่ถิงถิงเหลือบไปเห็นรถจี๊ปคันหนึ่งแล่นผ่านหน้าร้านไป
เธอยืนตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป ก่อนจะรีบกระโดดไปหลบหลังอู๋เหม่ยเสียกับซ่งเค่อด้วยท่าทางตื่นตระหนก
"เป็นอะไรของเธอ ผีหลอกเหรอ" เพื่อนถามอย่างงงๆ
"อาสาม! อาสามของฉันนั่งอยู่ในรถคันนั้น!"
เจียงโม่หลี่หันมองตาม เห็นเพียงท้ายรถจี๊ปทหารที่แล่นฉิวไปไกลๆ
รถประจำตำแหน่งของกองทัพ... แสดงว่าอาสามของลู่ถิงถิงคนนี้ต้องมียศไม่ธรรมดาแน่นอน
มิน่าล่ะ แม่คุณหนูถึงได้กร่างไปทั่ว ก็เพราะมีแบ็กดีนี่เอง
[จบบท]