“ฉันรู้อยู่แล้วว่านังนั่นไม่ใช่คนดีอะไร วันๆ เอาแต่เดินหลังค่อมก้มหน้าก้มตา ทำตัวเหมือนคนไม่มีกระดูกสันหลังไม่มีผิด”
“ก็ใช่น่ะสิ คนบ้านนี้ไม่มีดีสักคน นังเสิ่นเมิ่ง นั่นก็ชอบปั้นน้ำเป็นตัว ยุยงให้คนเขาแตกแยกกัน โชคดีแค่ไหนที่สุดท้ายมันก็โดนวัวขวิดจนตกน้ำ ตายๆไปเสียได้ก็ดี ทีนี้ดูผู้ชายของมันสิ โถๆ เมื่อก่อนดูดีจะตายไป ตอนนี้กลับถูกมันฉุดจนตกต่ำลงขนาดนี้”
“แล้วดูพวกลูกๆ ของพวกมันสิ เหอะ! ไม่มีใครได้ดีสักคน ไอ้ลูกคนโตก็วันๆ เอาแต่ลักเล็กขโมยน้อย ตีรันฟันแทง แถมยังไปลวนลามเมียชาวบ้านเขาอีก ส่วนไอ้คนรองยิ่งไม่ใช่คนดีเข้าไปใหญ่ ทำการค้าเก็งกำไรจนถูกจับได้ ยังกล้าด่าอาสะใภ้สี่ของมันอีกนะนั่น ระวังจะโดนฟ้าผ่าตายเข้าสักวัน ส่วนนังหนูน้อยก็น่าสงสาร ดันไปแต่งงานกับตาแก่คราวพ่อเสียได้”
“ฮิๆๆ บางทีนังหนูคนนั้นอาจจะชอบแบบนั้นก็ได้ ใครจะไปรู้ พวกป้าๆ อย่างพวกแกน่ะพูดมากไปได้”
เสิ่นเมิ่งถูกเสียงจอกแจกจอแจเหล่านั้นปลุกจนภาพเบลอๆ ตรงหน้าเริ่มชัดขึ้น เธอรู้ในจิตใต้สำนึกว่านี่คือความฝัน แต่พอมองเห็นผู้ชายเนื้อตัวมอมแมมที่หมอบฟุบอยู่บนพื้น หัวใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้คนเหล่านั้นพูดถึงชะตากรรมของเด็กทั้งสามคน ความรู้สึกสงสารและปวดใจก็ถาโถมเข้ามาจนแทบรับไม่ไหว
เธอยยากจะก้าวไปข้างหน้าอีกสักสองก้าว เพื่อดูใบหน้าของผู้ชายที่หมอบอยู่บนพื้นให้ชัดเจน อยากจะรู้ว่าทำไมเธอถึงมักจะฝันเรื่องแปลกประหลาดพวกนี้อยู่ซ้ำๆ
“เสิ่นเมิ่ง คุณอยู่ที่ไหน กลับมาเร็วเข้า... เมิ่งเมิ่ง...”
วินาทีต่อมา
เสิ่นเมิ่งก็ลืมตาโพลงขึ้นมา
เธอมองเพดานเหนือศีรษะด้วยความมึนงง
มีบางอย่างไม่ถูกต้อง...
นับตั้งแต่ที่เธอไปหาตาแก่นักพยากรณ์ที่ใต้สะพานลอยคนนั้น ชีวิตของเธอก็เริ่มกลายเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติขึ้นเรื่อยๆ
วันนั้น ระหว่างทางเลิกงานเดินผ่านแผงดูดวงบนสะพานลอย ตาแก่คนนั้นบอกว่าเขาไม่ได้เปิดบิล (ไม่ได้เงิน) มาหลายวันแล้ว เธอเห็นใจเลยยอมดูดวงด้วยสักครั้ง
ใครจะไปรู้ว่าตาแก่นั่นจะบอกว่าดวงของเธอมีเคราะห์ (ซา) กำลังจะมีคราวเคราะห์เลือดตกยางออก (เลือดสาด) วิธีแก้คือต้องซื้อ "แพ็กเกจขจัดเคราะห์สุดช็อกราคา 888 หยวน" แล้วชีวิตจะรุ่งเรืองด้วยโชคลาภ มีบุตรธิดาครบถ้วน และอายุยืนยาวเป็นร้อยปี
เอาเถอะ ช่วงนี้เธอก็ไม่ค่อยราบรื่นจริงๆ งานหลายชิ้นถูกเพื่อนร่วมงานแย่งไป 888 หยวน ถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้วกัน
เฮอะ! วันต่อมา เธอได้งานใหญ่ระดับหลายล้านหยวนจริงๆ
แต่ยังไม่ทันจะได้เซ็นสัญญา ระหว่างขับรถไปหาลูกค้าเธอก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง เธอต้องนอนในห้อง ICU อยู่หนึ่งเดือนเต็ม แม้จะรักษาชีวิตไว้ได้ แถมยังได้เงินชดเชยจากอุบัติเหตุ 1.8 ล้านหยวน และเงินชดเชยจากการบาดเจ็บจากการทำงานอีก 1.6 ล้านหยวน แต่เธอกลับต้องตัดมดลูกทิ้ง แล้วแบบนี้จะ "มีบุตรธิดาครบถ้วน" ได้ยังไง?
แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับเธออีกครั้ง
เธอเริ่มฝันประหลาดทุกคืน ฝันว่าตัวเองกลายเป็นอีกคนหนึ่ง มีลูกชายสามคน ลูกสาวหนึ่งคน แต่ดูเหมือนชีวิตจะไม่ค่อยมีความสุขนัก และเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้างไปทั่ว
เสิ่นเมิ่งอยากจะกลับไปเช็กบิลกับตาแก่คนนั้นเหลือเกิน แพ็กเกจขจัดเคราะห์บ้านไหนเขาทำกันแบบนี้? โชคลาภรุ่งเรืองคือเงินชดเชยรถคว่ำงั้นเหรอ? มีบุตรธิดาครบถ้วนคือไปเลี้ยงลูกคนอื่นงั้นสิ? ถ้าต้องมีอายุยืนร้อยปีในสภาพที่คนด่าสาปแช่งไปทั่วแบบนั้น สู้ตายเร็วๆ ไปเลยเธอยังจะยอมรับได้มากกว่า!
แต่เสิ่นเมิ่งกลับไปหาที่เดิมตั้งหลายครั้ง แผงดูดวงใต้สะพานลอยนั้นก็ไม่เคยปรากฏขึ้นอีกเลย
เมื่อวานนี้ยิ่งไร้สาระเข้าไปใหญ่ เธอเหมือนจะ "ตื่นรู้" มี “มิติ” ส่วนตัวขึ้นมาเฉยๆ!
ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ต เสิ่นเมิ่งอ่านนิยายออนไลน์มาไม่น้อย
หรือนี่จะเป็นการเตรียมตัวเพื่อทะลุมิติ? เธอคงไม่ได้ต้องไปเป็นผู้หญิงคนนั้นจริงๆ แล้วใช้ชีวิตอยู่ในยุคนั้นหรอกนะ?
ถ้าเป็นแบบนั้น จะไปตัวเปล่าไม่ได้เด็ดขาด!
ยิ่งไปกว่านั้น เงินในยุคสมัยนั้นไม่เหมือนปัจจุบัน บ้านและรถก็เอาไปด้วยไม่ได้ สู้เอาเงินไปกวาดซื้อเสบียงมาตุนไว้ในมิติไม่ดีกว่าหรือ?
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เสิ่นเมิ่งก็เริ่มคำนวณทรัพย์สินของตัวเอง
บ้านอยู่ในทำเลที่ดี น่าจะขายได้ประมาณ 6 ล้านหยวน รถมือสองขายได้ประมาณ 1 แสนเศษๆ หลายปีมานี้เธอทำงานเก็บเงินได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็หมดไปกับค่าผ่อนบ้าน ในมือจึงมีเงินสดเหลือแค่ 1 แสนกว่าหยวน แต่โชคดีที่เงินชดเชยจากอุบัติเหตุรวมๆ แล้วได้มาเกือบ 4 ล้านหยวน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเสิ่นเมิ่งกินมื้อเช้าและจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว เธอรีบถือโฉนดบ้านและเอกสารต่างๆ ตรงไปยังตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ทันที
เธอต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสดให้เร็วที่สุด เรื่องราคาพอลดหย่อนกันได้ แต่ต้องจ่ายเงินสดเต็มจำนวนเท่านั้น เพราะการยื่นกู้จะใช้เวลานานเกินไป เธอเกรงว่าตัวเองจะหายตัวไปตอนไหนก็ไม่รู้ จึงต้องรีบจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
หลังจากฝากเรื่องขายบ้านไว้กับตัวแทนแล้ว เสิ่นเมิ่งก็รีบพุ่งตัวไปกวาดซื้อสินค้าเพื่อตุนของทันที
(จบตอน 1)