บทที่ 131: ความจริงเปิดเผย
สถานการณ์ในตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็ยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง บรรดาจีนมุงที่รายล้อมอยู่รอบวงต่างก็เริ่มสับสนจนไม่รู้ว่าควรจะเชื่อคำพูดของใครดี
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของการถกเถียง ยังมีเสียงแทรกขึ้นมาเป็นระยะว่าให้ครอบครัวของอวิ๋นเจียวชดใช้ค่าเสียหาย
แต่คนบ้านตระกูลอวิ๋นก็ไม่ใช่หมูในอวยที่จะยอมให้ใครมาเคี้ยวเล่นง่ายๆ บรรยากาศเริ่มตึงเครียดจนเกือบจะวางมวยใส่กันอยู่รอมร่อ โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านรีบตรงดิ่งเข้ามาห้ามทัพได้ทันเวลาพอดี
"พวกแกนี่วันๆ ว่างงานกันนักรึไงถึงได้มาจับกลุ่มทะเลาะกันอยู่ตรงนี้ ไม่ไปเก็บของทะเลกันแล้วเหรอ"
ไช่จินฮวาได้ทีรีบฟ้องทันควัน "ผู้ใหญ่บ้านมาก็ดีแล้ว บ้านอวิ๋นเจียวทำเกินไปจริงๆ นะ ทั้งตบตีเจาตี้ลูกสาวฉัน ทั้งแย่งกระต่ายของลูกฉันไป เรื่องนี้ต้องชดใช้นะ"
หวังเหมยสวนกลับทันทีอย่างไม่ยอมลดละ "อย่ามาพูดจาหมาๆ นะ! ผู้ใหญ่บ้านอย่าไปฟังพวกมันพูดมั่วซั่วเชียว เห็นชัดๆ ว่าพวกมันตั้งใจจะมารังแกเจียวเจียวของฉัน โชคดีที่หลานสาวฉันแรงเยอะถึงไม่โดนรังแก ส่วนกระต่ายตัวนั้นแมวบ้านฉันเป็นคนจับมาได้ ยัยเด็กพวกนี้เห็นเข้าก็เกิดความโลภอยากจะแย่งไป พอแย่งไม่ได้ก็มาใส่ร้ายป้ายสีกันหน้าด้านๆ"
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินความจากทั้งสองฝั่งก็รู้สึกปวดหัวตึบเหมือนหัวจะระเบิด
อวิ๋นเฉินหนาน หรือพี่ชายคนที่สาม ก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทีสุขุม "ผู้ใหญ่บ้านครับ จริงๆ แล้ววิธีพิสูจน์ว่าใครเป็นคนเจอกระต่ายก่อนนั้นง่ายนิดเดียวครับ"
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มทันที
อวิ๋นเฉินหนานหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าฉายแววเฉลียวฉลาดแต่ดูนุ่มนวล
"ผู้ใหญ่บ้านครับ รบกวนช่วยให้คนแยกตัวเด็กกลุ่มนั้นออกจากกันทีครับ ให้พวกเธอไปยืนคนละมุม เอาให้แน่ใจว่าเวลาพูดอะไรแล้วจะไม่ได้ยินเสียงของกันและกัน"
ถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านจะยังไม่เข้าใจเจตนาของเขาอย่างถ่องแท้ แต่ก็อยากจะรีบๆ จบปัญหาวุ่นวายนี้เสียที จึงพยักหน้าสั่งให้ชาวบ้านทำตามที่อวิ๋นเฉินหนานบอก
พ่อแม่ของเด็กสาวกลุ่มนั้นพยายามจะโวยวายไม่ยอมให้แยกตัวลูกสาว แต่พอโดนผู้ใหญ่บ้านตวาดใส่เสียงดัง ก็จำต้องปล่อยให้คนพาตัวลูกๆ แยกออกไปยืนคนละทิศละทางอย่างไม่เต็มใจนัก
ทุกคนต่างเฝ้ารอดูด้วยความสงสัยว่าอวิ๋นเฉินหนานจะทำอะไรต่อไป
"ทีนี้ก็ให้คนไปถามพวกเธอทีละคนครับ ว่าพวกเธอไปเจอกระต่ายที่ไหน จับได้ตรงจุดไหน ใครเป็นคนจับได้คนแรก แล้วแมวของบ้านผมไปแย่งกระต่ายมาจากพวกเธอด้วยวิธีไหน"
เด็กหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ถ้าคำตอบของทุกคนตรงกันหมด แสดงว่าพวกเธอจับกระต่ายได้จริง ทางเรายินดีจะขอโทษ แต่ถ้าคำตอบไม่ตรงกัน... นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าพวกเธอกำลังโกหก"
มุมปากของอวิ๋นเฉินหนานยกยิ้มจางๆ แต่แววตากลับเย็นเยียบ
"และถ้าเป็นแบบนั้น พวกเธอต้องมาขอโทษเจียวเจียวของผม"
ผู้ใหญ่บ้านตบมือฉาดใหญ่ "วิธีนี้เข้าท่า!"
อวิ๋นเจาตี้กับพรรคพวกเป็นแค่เด็กตัวกะเปี๊ยก แถมเหตุการณ์ตั้งแต่ตอนวิ่งไล่ตามกระต่ายจนถึงตอนโดนตี แล้วรีบวิ่งกลับไปฟ้องพ่อแม่ มันเกิดขึ้นเร็วมากจนพวกเธอไม่มีเวลามานั่งเตี๊ยมคำตอบกันให้ดี สมองน้อยๆ ของพวกเธอคิดตามเล่ห์เหลี่ยมนี้ไม่ทันหรอก
พอโดนจับแยกสอบสวนแบบนี้ ความแตกก็เริ่มโผล่ แค่คำถามแรกก็ทำเอาเด็กๆ เลิ่กลั่ก หันซ้ายหันขวามองหาเพื่อนเพื่อขอตัวช่วย
แต่น่าเสียดายที่ระยะห่างทำให้พวกเธอไม่ได้ยินเสียงของใครเลย
ผู้ใหญ่บ้านเห็นท่าทางมีพิรุธแบบนั้นก็รู้ทันทีว่าเด็กกลุ่มนี้โกหกคำโต
เขาถอนหายใจด้วยความระอาปนโมโห โกหกผู้ใหญ่นั้นเรื่องหนึ่ง แต่การรวมหัวกันไปรังแกอวิ๋นเจียวที่ตัวเล็กนิดเดียวเพื่อจะแย่งของนี่สิ มันน่ารังเกียจเกินไป
หลังจากสอบถามจนครบทุกคน ผู้ใหญ่บ้านก็ทำหน้าบึ้งตึงเรียกเด็กๆ กลับมารวมตัวกัน
"ไหนลองอธิบายมาซิ ว่าทำไมคำตอบของพวกเอ็งถึงไม่เหมือนกันสักคน"
อวิ๋นเจาตี้และเพื่อนๆ ก้มหน้างุด ไม่กล้าปริปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว
หลักฐานคาตาขนาดนี้ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
"เด็กพวกนี้โกหกเป็นไฟเลยนี่หว่า"
"นั่นสิ ไม่มีคำไหนจริงสักคำ"
พ่อแม่ของเด็กกลุ่มนั้นอับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี บางคนทนไม่ไหวถึงกับเดินหนีกลับบ้านไปดื้อๆ ทิ้งลูกไว้ตรงนั้น
ไช่จินฮวายังคงไม่ยอมแพ้ "แล้วเรื่องที่อวิ๋นเจียวตบตีเจาตี้ลูกสาวฉันล่ะ..."
ยังไม่ทันที่คนบ้านอวิ๋นจะโต้ตอบ บรรดาจีนมุงที่ยืนดูเรื่องสนุกก็หัวเราะลั่นขึ้นมาเสียก่อน
"โธ่เอ๊ย ไช่จินฮวา ปกติไม่เห็นจะสนใจไยดีเจาตี้มันเลยนี่หว่า รอยที่ตัวเจาตี้ตอนนี้ยังเทียบไม่ได้กับรอยไม้เรียวที่แกตีลูกแกเองเลยมั้ง"
สิ้นเสียงนั้น ชาวบ้านก็พากันหัวเราะครืน
อวิ๋นเฉินซี หรือพี่รอง อุ้มอวิ๋นเจียวขึ้นมาแนบอกแล้วประกาศเสียงดัง "อีกอย่าง เจาตี้ลูกสาวป้าเป็นคนเริ่มแย่งของน้องสาวผมก่อน มีคนเห็นกับตาด้วย"
พยานปากเอกคนนั้นก็คือหยางวา เด็กชายที่รีบวิ่งไปส่งข่าวบอกอวิ๋นเสี่ยวอู่นั่นเอง
พอมีหยางวายืนยัน ชาวบ้านก็ยิ่งเทใจไปเชื่อฝั่งอวิ๋นเจียวอย่างไม่ต้องสงสัย
อวิ๋นเฉินหนานยืนกรานเสียงแข็งให้พวกเธอขอโทษ
เด็กๆ กลุ่มนั้นโดนกดดันหนักเข้า ทั้งกลัวทั้งอาย จึงยอมเอ่ยปากขอโทษอย่างไม่เต็มใจนัก
ถึงแม้ไช่จินฮวาจะเจ็บใจแค่ไหน และพยายามจะโวยวายต่อ แต่ก็โดนหวังเหมยกับเสิ่นอวิ๋นเหลียนคว้าไม้กวาดไล่ตะเพิดจนต้องถอยร่น
คราวนี้ไม่มีใครกล้าว่าร้ายบ้านอวิ๋นเจียวแม้แต่คำเดียว
สมควรโดนแล้ว!
ครอบครัวของไช่จินฮวาเดินคอตกกลับบ้านด้วยความอับอาย นอกจากจะไม่ได้ค่าเสียหายแล้วยังโดนชาวบ้านหัวเราะเยาะ แถมยังเจ็บตัวฟรีอีก พอหันไปเห็นอวิ๋นเจาตี้ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด นางก็ระเบิดอารมณ์ใส่ทันที
"นังตัวซวย! วันๆ ไม่ทำห่าอะไรหาแต่เรื่องเดือดร้อนมาให้..."
เสียงร้องโหยหวนของอวิ๋นเจาตี้ดังไล่หลังมา ชาวบ้านได้แต่ส่ายหน้าเอือมระอา แต่ไม่มีใครนึกสงสาร
เมื่อได้รับชัยชนะอย่างงดงาม ครอบครัวอวิ๋นก็เดินกลับบ้านด้วยความสดชื่นแจ่มใส
"เจียวเจียว วันหลังถ้ามีใครมารังแกหนูอีก ต้องรีบกลับมาบอกพวกพี่นะ พวกพี่จะจัดการให้เอง!"
อวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก "อื้อ เข้าใจแล้วค่ะ"
เช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่กำหนดไว้ว่าจะเอาไข่มุกเข้าไปขายในตัวเมือง สมาชิกที่จะเดินทางเข้าเมืองต่างตื่นกันแต่เช้ามืด ล้างหน้าแปรงฟันและหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ตัวเองชอบที่สุดออกมาสวมใส่ ดูแล้วกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวากันถ้วนหน้า
"เดี๋ยวก่อน เอาบุหรี่พวกนี้ไปขายด้วย"
ผู้เฒ่าอวิ๋นสูบแต่ยาเส้นมวนเอง บุหรี่ซองราคาแพงพวกนี้เขาไม่กล้าสูบหรอก มันสิ้นเปลืองเกินไป
อวิ๋นหลินเหอมองพ่อตาละห้อย ส่งยิ้มประจบประแจงไปให้ "พ่อ... เก็บไว้สักซองเถอะน่า"
พ่อไม่สน แต่เขาสนนี่นา ของดีแบบนี้
ผู้เฒ่าอวิ๋นถลึงตาใส่ลูกชายคนรองแวบหนึ่ง อวิ๋นหลินเหอยังคงยิ้มสู้ด้วยความหน้าหนา จนสุดท้ายผู้เป็นพ่อก็ใจอ่อน ยอมแบ่งบุหรี่ไว้ให้ซองหนึ่ง
แค่นั้นอวิ๋นหลินเหอก็ดีใจจนหน้าบานเป็นจานเชิงแล้ว
"แล้วเหล้าล่ะ? เหล้าเหมาไถสองขวดนั่นจะขายด้วยไหม"
ผู้เฒ่าอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
"ตอนนี้ที่บ้านเราก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทองขนาดนั้น เก็บไว้ก่อนเถอะ"
ของพวกเหล้ายา ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งหอม ยิ่งมีราคา
ถึงเหล้าเหมาไถจะมีราคาแพง แต่เขาอยากเก็บสะสมไว้มากกว่า
เอาไว้วันข้างหน้าตอนที่ฐานะทางบ้านดีขึ้นกว่านี้ค่อยเอาออกมาดื่มฉลอง หรือถ้าจำเป็นจะเอาไปขายตอนนั้นก็ได้ราคาดีกว่าตอนนี้
ของพวกนี้เก็บไว้ก็ไม่เน่าไม่เสีย
"เจียวเจียว หนูอยากได้อะไรไหม เดี๋ยวพวกพี่ซื้อกลับมาฝาก"
อวิ๋นเจียวยังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง จู่ๆ ก็โดนพี่เจ็ดกับพี่เก้าที่ตื่นเต้นจนเกินเหตุปลุกให้ตื่น
เด็กน้อยหาววอดใหญ่ด้วยความงัวเงีย เริ่มมีอาการงอแงเพราะโดนกวนเวลานอน
แต่อาการหงุดหงิดตอนตื่นนอนของเธอนั้นน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน ไม่ได้อาละวาดใส่ใคร แต่กลับทำแก้มป่องแล้วพลิกตัวหันหลังใส่คนที่มาปลุก เหมือนก้อนแป้งซาลาเปาขาวๆ นุ่มๆ ที่กำลังพองลม
โดยเฉพาะแก้มยุ้ยๆ นั่น
น่ารักจนใจเจ็บไปหมด
"เจียวเจียวอย่าโกรธเลยนะ พวกพี่กำลังจะไปกันแล้ว"
"เดี๋ยวซื้อลูกอมมาฝาก เอาไหม?"
พอโดนพี่ชายทั้งสองรุมเอาอกเอาใจอยู่สักพัก เจ้าตัวเล็กก็หายงอน
มือน้อยๆ ยกขึ้นขยี้ตาและแก้มอ้วนๆ เพื่อเรียกสติ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมายังคงอู้อี้และนุ่มนิ่มฟังดูเหมือนกำลังอ้อน
"งั้นหนูเอาซาลาเปาไส้เนื้อ ซาลาเปาไส้น้ำตาล แล้วก็ไอศกรีมแท่ง บิสกิต ขนมเกลียว ขนมเค้กไข่..."
รายการที่ร่ายยาวออกมามีแต่ของกินล้วนๆ
ตอนนี้เธอมีเสื้อผ้าสวยๆ กับรองเท้าดีๆ ใส่แล้ว ส่วนของเล่นเธอก็ไม่ได้ยึดติดอะไรมาก เพราะพี่สี่ช่างฝีมือดีคอยประดิษฐ์ของเล่นให้เธอไม่เคยขาดมือ
นอกจากของกินแล้ว เธอก็แทบจะไม่อยากได้อะไรอีกเลย
"ได้เลย เดี๋ยวพวกพี่จดไว้ให้หมด"
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วรีบท้วง "ไอศกรีมแท่งไม่ได้หรอก กว่าจะกลับมาถึงบ้านมันก็ละลายหมดพอดี"
อวิ๋นเจียวทำเสียงหวานเจี๊ยบ "งั้นคราวหน้าพี่ๆ ต้องพาหนูไปซื้อกินที่ในเมืองนะ"
"ไม่มีปัญหา!"
ก่อนจะออกเดินทาง พี่ชายทั้งสองผลัดกันหอมแก้มยุ้ยๆ ของน้องสาวคนละฟอดใหญ่
อวิ๋นเจียวหาวอีกรอบ ตะเกียกตะกายพาขาสั้นป้อมและแขนเล็กๆ ของตัวเองมุดกลับเข้าไปนอนแผ่หลากลางเตียงอีกครั้ง
แต่อากาศร้อนอบอ้าวทำให้เธอนอนพลิกไปพลิกมา จนสุดท้ายก็ตาสว่างนอนไม่หลับเสียแล้ว
คิดถึง... อยากไปนอนในทะเลจังเลย
เธอคิดถึงเตียงเปลือกหอยยักษ์ในชาติที่แล้วจับใจ
ความรู้สึกที่อยากจะนอนต่อแต่ดันนอนไม่หลับนี่มันน่าโมโหชะมัด!
อวิ๋นเจียวลืมตาแป๋ว ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอพลางพยายามยันตัวลุกขึ้นจากเตียง
"พี่สี่จะไปไหนเหรอคะ"
หนูน้อยเหลือบไปเห็นพี่สี่ หรืออวิ๋นเฉินเป่ย กำลังหิ้วกล่องเครื่องมือสุดหวงเตรียมจะออกจากบ้าน ในกล่องนั้นบรรจุชุดอุปกรณ์แกะสลักที่ฟู่หมิงอวี้มอบให้เป็นของขวัญ
อวิ๋นเฉินเป่ยหันมาตอบ "พี่จะไปบ้านอาจารย์น่ะ"
อวิ๋นเจียวเดินเตาะแตะไปหาพี่ชาย พลางอ้าแขนขอให้อุ้มพร้อมกับหาววอดๆ
"หนูไปด้วย หนูตื่นแล้วนอนต่อไม่หลับเลย"
"เป็นความผิดของพี่เจ็ดกับพี่เก้าแท้ๆ เลยเชียว"
อวิ๋นเฉินเป่ยมองน้องสาวที่กำลังบ่นงุ้งงิ้งด้วยท่าทางน่าเอ็นดู พลางคิดในใจว่าน้องสาวของเขานี่ช่างน่ารักจริงๆ
มีน้องสาวแบบนี้นี่มันดีที่สุดเลย
[จบบท]