บทที่ 211: ของขวัญจากวาฬเพชฌฆาต
กระดองอันหนักอึ้งของกุยอีร่วงหล่นลงมากระแทกใส่ร่างของชายคนนั้นอย่างจัง
เสียงดังตุบหนักๆ ดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ชายร่างใหญ่ที่มีท่าทีดุร้ายหมายจะทำร้ายอวิ๋นซุ่ยเมื่อครู่นี้ ถูกน้ำหนักของเต่าทะเลกดทับจนหน้าคว่ำจมลงไปในพื้นโคลนชายหาดทันที
กุยอีตะเกียกตะกายขาคู่หน้าทั้งสี่ข้างของมันไปมาอย่างตื่นตระหนก พยายามจะพลิกตัวกลับมา
อวิ๋นเจียวรีบวิ่งเข้าไปหาก่อนจะออกแรงยกตัวกุยอีลงมาจากหลังของชายคนนั้น เจ้าเต่าทะเลตัวใหญ่หันมาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะตัดพ้อเล็กน้อย ราวกับจะฟ้องว่าถูกจับโยนมาแบบไม่ทันตั้งตัว
อวิ๋นเจียวเงยหน้ามองท้องฟ้าแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ด้วยความรู้สึกผิดเล็กๆ
ทางด้านอวิ๋นซุ่ย พอเห็นว่าอวิ๋นเจียววิ่งเข้ามาช่วย ดวงตาที่เคยวาดระแวงก็เปล่งประกายสดใสขึ้นมาทันที ทว่าลึกๆ แล้วในแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยอกน้อยใจอย่างน่าประหลาด
ท่าทางของเขาดูคล้ายกับลูกสุนัขสองตัวที่บ้าน เวลาที่พวกมันหูตกแล้วส่งเสียงร้องหงิงๆ ฟ้องเธอไม่มีผิดเพี้ยน
"แก... อวิ๋นเจียว!"
ชายคนที่ถูกกดทับจนหน้าจมโคลนพยายามเงยหน้าขึ้นมาอย่างยากลำบาก เลือดกำเดาไหลย้อยออกมาจากจมูก เขาจ้องมองอวิ๋นเจียวด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย
อวิ๋นเจียวยืนเท้าเอวด้วยท่าทางเอาเรื่อง พลางตวาดกลับไปเสียงดัง "ทำอะไรของนายน่ะ มาแกล้งอวิ๋นซุ่ยกับหมาของฉันทำไม"
"ที่นี่มันถิ่นของฉัน ใครอนุญาตให้นายเข้ามาไม่ทราบ"
แม่หนูน้อยตัวเปี๊ยกประกาศก้องอย่างไม่เกรงกลัวใคร เหตุผลของเธอนั้นฟังดูเอาแต่ใจแต่ก็เต็มไปด้วยความมั่นใจในแบบฉบับของตัวเอง
ชายคนนั้นกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น "นังเด็กบ้า แกอยากตายนักใช่ไหม!"
การที่ผู้ใหญ่ตัวโตๆ ต้องมาเสียท่าให้เด็กตัวกระเปี๊ยกต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง บวกกับนิสัยเดิมที่เป็นคนอารมณ์ร้าย ขี้เมา และชอบทุบตีลูกเมียเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้สติของเขาขาดผึง
เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นหมายจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนอวิ๋นเจียวให้หลาบจำ
ทว่าอวิ๋นเจียวไวกว่านั้นมาก เธออาศัยจังหวะที่เขาเพิ่งจะทรงตัวได้ มุดตัววูบเข้าไปทางด้านหลังอย่างคล่องแคล่ว แล้วกระโดดตัวลอยใช้เท้าถีบเข้าที่ข้อพับเข่าของเขาอย่างเต็มแรง
ตุ้บ!
เสียงเข่ากระแทกพื้นดังสนั่น ชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นโคลนอย่างสวยงาม
"โอ๊ย! อีเด็กเปรต แก#@&*%@"
คำผรุสวาทหยาบคายพรั่งพรูออกมาจากปากของเขาไม่หยุด อวิ๋นเจียวคิ้วขมวดมุ่น เธอไม่มีทางยอมให้ใครมายืนด่าปาวๆ แบบนี้แน่ เด็กหญิงก้มลงไปคว้าไส้เดือนทะเลตัวอวบอ้วนที่ดิ้นกระดึ๊บอยู่บนพื้นโคลนขึ้นมา แล้วยัดมันเข้าไปในปากที่กำลังก่นด่าของชายคนนั้นทันที
"อยากได้ไอ้นี่มากใช่ไหมล่ะ เอ้า กินเข้าไปเลย!"
"อุแหวะ..."
สัมผัสหยุ่นๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ยังดิ้นขลุกขลักอยู่ในปาก ทั้งลื่นและน่าขยะแขยง ทำให้ชายคนนั้นหน้าถอดสีและอาเจียนออกมาทันที
อวิ๋นเจียวทำหน้าหยีด้วยความรังเกียจ เธอร้อง "อี๋" ออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะรีบคว้าหูหิ้วถังน้ำด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็คว้าจับขาหน้าของกุยอีเอาไว้แน่น แล้วออกแรงลากวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
"อวิ๋นซุ่ย ตามมาเร็วเข้า วิ่งให้ไวเลยนะ!"
เธอยังไม่ลืมที่จะผิวปากส่งสัญญาณเรียก เป็ดและห่านที่เลี้ยงไว้ซึ่งแตกตื่นกระเจิดกระเจิงไปก่อนหน้านี้ ต่างก็กางปีกพั่บๆ วิ่งไล่ตามหลังเธอไปเป็นขบวน
เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว กว่าที่ชายคนนั้นจะหายคลื่นไส้และตั้งสติได้ เงาหลังของอวิ๋นเจียวและอวิ๋นซุ่ยก็หายลับไปไกลแล้ว
เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ปากก็ยังคงด่าทอสาปแช่งไม่หยุด ตั้งใจจะวิ่งไล่ตามไปคิดบัญชี แต่ความเจ็บปวดที่ข้อพับเข่าแล่นปราดขึ้นมาจนขาอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้พวกเด็กเวร อย่าให้พ่อจับได้นะ!"
"โอ๊ย... เจ็บชะมัดเลยโว้ย"
ไม่ใช่แค่ขาที่เจ็บระบม แต่แผ่นหลังที่ถูกเต่าทะเลตัวยักษ์หล่นทับใส่เมื่อกี้ก็ปวดร้าวไปหมดจนต้องสูดปากด้วยความทรมาน
…
อวิ๋นเจียวพาอวิ๋นซุ่ยวิ่งหนีออกมาจนถึงจุดที่เธอชอบมาเล่นกับพวกวาฬเพชฌฆาตจึงยอมหยุดพัก
"ทำไมนายถึงได้ซื่อบื้อขนาดนี้นะ สู้เขาไม่ไหวก็ต้องรู้จักวิ่งหนีสิ วิ่งมาหาฉันนี่ เดี๋ยวฉันจะช่วยจัดการให้ แล้วค่อยไปแย่งของคืนมาทีหลังก็ได้"
พอหยุดหอบหายใจได้ อวิ๋นเจียวก็ยืนเท้าเอวบ่นใส่อวิ๋นซุ่ยฉอดๆ ด้วยความเป็นห่วงระคนโมโห ทั้งที่ตัวเธอเองตัวเล็กกว่าเขาตั้งเยอะ แต่กลับวางท่าเป็นพี่ใหญ่สั่งสอนน้องเล็ก
อวิ๋นซุ่ยได้แต่ยืนยิ้มแป้นมองหน้าเธอ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย
อวิ๋นเจียวเห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน
เฮ้อ เจ้าหมอนี่มันทึ่มจริงๆ ด้วยสิ
อวิ๋นเจียวปล่อยกุยอีลงน้ำ ให้มันว่ายกลับลงทะเลไป
"กุยอี ไปหาหอยเม่นมาให้หน่อยนะ"
โชคดีที่เธอพกถุงตาข่ายกับกระสอบติดตัวมาด้วยเสมอ จะได้ใช้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ของแบบนี้มีติดตัวไว้ก่อนย่อมดีกว่าขาด
เมื่อสั่งงานแรงงานทาสอย่างกุยอีเสร็จ อวิ๋นเจียวก็ปีนขึ้นไปนั่งบนโขดหิน เตรียมวอร์มเสียงเพื่อร้องเพลง
เธอรักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ
เผ่าพันธุ์เงือกอย่างพวกเธอนั้นมีความภาคภูมิใจในรูปโฉมและน้ำเสียงของตัวเองเป็นที่สุด ในวันธรรมดาที่ไม่มีเรื่องต้องออกแรงตบตีกับใคร กิจกรรมยามว่างก็คือการดูแลเกล็ดหางให้เงางามและการขับขานบทเพลง
ตอนนี้ถึงจะไม่มีหางปลาสวยๆ ให้ดูแลแล้ว แต่เธอก็ยังร้องเพลงได้
อวิ๋นซุ่ยนั่งฟังอยู่ข้างๆ อย่างตั้งใจ ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้นฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
"อิง อิง อิง~~~"
'พวกเรากลับมาแล้ว!'
'มนุษย์ คิดถึงพวกเราไหม'
'มนุษย์ พวกเราเอาของขวัญมาฝากด้วยนะ'
พอเริ่มร้องเพลงที่สาม เสียงตอบรับที่คุ้นเคยก็ดังแว่วมาจากท้องทะเลไกล
อวิ๋นเจียวที่ยืนอยู่บนโขดหินมองเห็นครีบกระโดงสีดำตัดขาวที่โผล่พ้นผิวน้ำมาแต่ไกล ร่างเหล่านั้นกำลังแหวกว่ายเข้ามาด้วยความเร็วสูง
เหล่าแก๊งอันธพาลแห่งท้องทะเลกลับมาแล้ว!
ฝูงโลมาที่เคยว่ายป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ พอได้ยินเสียงของวาฬเพชฌฆาต ต่างก็พากันว่ายหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง
ขาใหญ่ประจำถิ่นกลับมาแล้ว รีบหนีเร็วเข้า!
การกลับมาของฝูงวาฬเพชฌฆาตนั้นช่างยิ่งใหญ่และวางอำนาจเสียเหลือเกิน สัตว์ทะเลน้อยใหญ่รอบข้างต่างพากันหลีกทางให้ แต่พวกมันไม่สน และอวิ๋นเจียวเองก็ไม่สนเช่นกัน
เธอกระโดดโลดเต้นโบกไม้โบกมือให้พวกมันด้วยความดีใจ
ทะเลจ๋า อีกเดี๋ยวเธอก็จะได้ลงไปแหวกว่ายในทะเลอย่างอิสระแล้ว!
พวกวาฬเพชฌฆาตไม่ได้แค่กลับมาเฉยๆ แต่พวกมันเรียนรู้พฤติกรรมของมนุษย์ที่ว่า 'ไปไหนมาไหนต้องมีของฝาก' รอบนี้พวกมันจึงคาบของติดปากกลับมาด้วย
'มนุษย์ ฉันเอาของขวัญมาให้ นี่เป็นหอยที่ฉันชอบกินที่สุดเลยนะ'
'มนุษย์ หินก้อนนี้มันวิบวับมาก ฉันเอามาให้เธอ เธอชอบหินสวยๆ นี่นา'
จากการที่ได้คลุกคลีกับอวิ๋นเจียวมานาน เหล่าวาฬเพชฌฆาตเรียนรู้ว่าเธอชอบสะสมหินสวยงามแปลกตา หรือพวกเปลือกหอยรูปร่างประหลาด
เนื่องจากวาฬเพชฌฆาตตัวใหญ่มาก ว่ายเข้ามาในเขตน้ำตื้นไม่ได้ อวิ๋นเจียวจึงต้องเป็นฝ่ายออกไปหา ระหว่าง 'รอรับของขวัญ' กับ 'โดนพ่อตี' เธอตัดสินใจเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเล
ตอนนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว อวิ๋นเจียวถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วหันไปกำชับอวิ๋นซุ่ย
"นายช่วยดูหมาให้ฉันหน่อยนะ"
พูดจบเธอก็กระโจนลงสู่ท้องทะเล
วินาทีที่ร่างกายสัมผัสกับน้ำทะเล อวิ๋นเจียวรู้สึกราวกับว่ารูขุมขนทั่วร่างเปิดออกและหายใจได้ แม้ว่าน้ำทะเลในช่วงนี้จะยังเย็นเฉียบสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับเธอแล้ว มันคือความเย็นสบายที่แสนสดชื่น
ร่างเล็กๆ ที่งดงามราวกับภูตพรายแหวกว่ายอยู่ในน้ำ ใครเห็นก็ดูออกว่าเธอกำลังมีความสุขมากแค่ไหน
อวิ๋นซุ่ยกอดเสื้อผ้าของอวิ๋นเจียวแนบอก ยืนชะเง้อคอมองลงไปในทะเลด้วยความเป็นห่วง
ถึงเขาจะหัวช้า แต่ปู่ก็พร่ำสอนอยู่เสมอว่าทะเลนั้นอันตราย ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด
"อันตราย อันตราย"
อวิ๋นซุ่ยตะโกนเรียกย้ำๆ อยู่ที่ริมฝั่ง หวังจะให้อวิ๋นเจียวกลับขึ้นมา
อวิ๋นเจียวโผล่หน้าขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วตวาดแว้ด "นายห้ามลงมานะ ไม่งั้นฉันตีตายเลย!"
พอได้ยินคำว่า 'ตี' อวิ๋นซุ่ยที่กำลังจะก้าวเท้าลงน้ำก็ชักเท้ากลับทันที เขามองเธอด้วยสายตาละห้อยอย่างน่าสงสาร
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มยอมเชื่อฟังและไม่ก้าวลงมาแล้ว อวิ๋นเจียวจึงว่ายน้ำมุ่งหน้าไปหาฝูงวาฬเพชฌฆาตต่อ
ได้เวลาแจกของขวัญแล้ว!
แทบทุกตัวมีของมาฝากเธอ
มีทั้งหอยทะเลรูปร่างแปลกตา ปลากระเบนราหูตัวมหึมา หินใต้ทะเลหลากสีสัน และปะการังรูปร่างสวยงาม
เจ้าปลากระเบนราหูนั่นดูสภาพแล้วน่าจะเพิ่งโดนล่ามาสดๆ ร้อนๆ เลย
อวิ๋นเจียวรับของขวัญด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ตาหยีจนเป็นรูปสระอิ
"เพื่อนกัน! พวกเราเป็นเพื่อนซี้กันจริงๆ!"
เธอถูกใจของพวกนี้มากเหลือเกิน
ในบรรดาของฝากทั้งหมด สิ่งที่เธอชอบที่สุดคือพลอยไพลินดิบขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ แม้จะยังไม่ได้เจียระไน แต่ตัวอัญมณีก็เปล่งประกายสีน้ำเงินเข้มล้ำลึกราวกับมหาสมุทร มีลวดลายสีขาวพาดผ่านตามธรรมชาติเหมือนฟองคลื่น ดูราวกับว่าย่อส่วนท้องทะเลทั้งผืนลงมาไว้ในหินก้อนนี้
'มนุษย์ หอยตัวนี้ข้างในมีหินกลมๆ ด้วยนะ เธอต้องชอบแน่ๆ'
วาฬเพชฌฆาตตัวหนึ่งที่คาบหอยตัวใหญ่มา ดันตัวเข้ามาเสนอหน้าอย่างเอาใจ
อวิ๋นเจียวมองหอยยักษ์สามตัวในอ้อมแขน
"พวกนายไปเอามาจากไหนเนี่ย"
วาฬเพชฌฆาตส่งเสียงตอบ 'ไกลมากเลย ต้องว่ายตั้งนานแน่ะ'
'ตอนแรกขนมาเยอะกว่านี้อีก แต่ระหว่างทางทำหล่นไปตั้งเยอะ เหลือมาแค่นี้เอง'
โธ่เอ๊ย แค่นึกภาพว่าพวกมันต้องคาบของพวกนี้ว่ายน้ำมาจากที่ไกลแสนไกลก็ลำบากแย่แล้ว
อวิ๋นเจียวจินตนาการออกเลยว่าตอนแรกพวกมันคงคาบมาเต็มปาก แต่พอว่ายๆ ไปก็คงค่อยๆ ทำหล่นหายไปทีละชิ้นสองชิ้น
เธอกวาดสายตานับจำนวนพวกมันดู สมาชิกยังอยู่กันครบถ้วน
แค่ยังดูไม่ออกว่าแม่วาฬตัวนั้นตั้งท้องหรือยัง
"ฉันต้องกลับแล้วนะ พรุ่งนี้ฉันจะมาหาใหม่"
หลังจากบอกลาแก๊งเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ อวิ๋นเจียวก็ทยอยขนหินอัญมณี ปะการัง และพวกหอยต่างๆ ขึ้นไปไว้บนฝั่งก่อน แล้วค่อยกลับมาลากซากปลากระเบนราหูตัวยักษ์
พอมองดูขนาดของปลากระเบนแล้วเธอก็เริ่มกลุ้มใจ ตัวใหญ่ขนาดนี้จะแบกกลับยังไงไหวล่ะเนี่ย?
"อวิ๋นซุ่ย นายวิ่งกลับไปตามพ่อของฉันมาหน่อยสิ"
อวิ๋นซุ่ยทำหน้างง
อวิ๋นเจียวพยายามอธิบาย "พ่อของฉันไง คนที่ชอบอาบน้ำให้นายน่ะ"
อวิ๋นซุ่ยจ้องหน้าเธอตาแป๋ว นิ่งค้างไปเหมือนหุ่นยนต์ถ่านหมด ไม่รู้ว่าฟังรู้เรื่องหรือเปล่า
อวิ๋นเจียว: "..."
ให้ตายสิ คุยกับหมอนนี่ยากกว่าคุยกับปลาในทะเลซะอีก
[จบบท]