บทที่ 213: บ้านใหม่
อวิ๋นเจียวตัวน้อยนั้นมีผิวพรรณขาวผ่องและนุ่มนิ่มราวกับก้อนแป้งข้าวเหนียวที่ปั้นมาอย่างประณีต
ทว่าภาพของร่างเล็กจิ๋วที่กำลังลากซากปลากระเบนราหูตัวมหึมาที่มีน้ำหนักมหาศาลเดินขึ้นมาจากทะเลนั้น ช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างพากันสงสัยในสายตาของตัวเอง ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นเป็นความจริงหรือภาพหลอนกันแน่
อวิ๋นเจียวลากปลาเดินขึ้นมาได้ระยะหนึ่งก็หยุดฝีเท้าลง เพราะการเคลื่อนไหวในน้ำนั้นคล่องตัวกว่าบนบกมากนัก ปลากระเบนราหูตัวใหญ่ขนาดนี้เมื่อต้องลากถูไปกับพื้นทรายแห้งๆ แม้แต่เธอเองก็ยังรู้สึกว่าต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ ผิดกับตอนอยู่ในน้ำที่เธอสามารถอาศัยแรงพยุงของน้ำทะเลช่วยดันปลาขึ้นฝั่งได้อย่างง่ายดาย
ดวงตากลมโตคู่สวยของอวิ๋นเจียวจ้องมองไปยังครอบครัวที่พยายามจะเข้ามาแย่งปลาของเธอ
เด็กหญิงเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา แต่ความหมายที่สื่อผ่านสีหน้าและแววตาบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นกลับชัดเจนแจ่มแจ้งจนใครๆ ก็ดูออก
'ทีนี้คงพิสูจน์ได้แล้วสินะ'
ผู้ใหญ่บ้านอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ เขาจึงกระแอมไอออกมาแก้เก้อเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
“แค่กๆ... เอาล่ะ ปลากระเบนราหูตัวนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ได้แล้วว่าหนูอวิ๋นเจียวเป็นคนเจอมันก่อน”
เมื่อเห็นว่าครอบครัวนั้นยังมีท่าทีไม่ยินยอมและทำท่าจะโต้เถียง ผู้ใหญ่บ้านจึงพูดดักคอขึ้นมาทันทีด้วยประโยคเดียวที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับไปไม่เป็น
“ถ้าพวกนายไม่เชื่อ ก็ลองหาใครสักคนมาลองลากมันดูสิ ถ้าใครขยับปลาตัวนี้ได้ ฉันจะไม่พูดอะไรเลย”
และเมื่อคำพูดท้าทายของผู้ใหญ่บ้านจบลง ผู้ชายในครอบครัวนั้นก็เดินอาดๆ เข้าไปลองออกแรงดึงดูจริงๆ เพื่อหวังจะหักหน้าเด็กน้อย
แต่ทว่าความจริงก็ปรากฏชัดเจน ปลากระเบนราหูตัวนี้ไม่ได้แค่ดูหนักแต่มันหนักของจริง! ไม่ว่าจะออกแรงดึงแค่ไหนมันก็นิ่งสนิทไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย สุดท้ายพวกเขาก็ทำได้แค่เดินคอตกกลับไปอย่างอับอายขายหน้า
อวิ๋นหลินไห่ยิงฟันยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ เขารีบปรี่เข้าไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นมาแนบอก พร้อมกับหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีพลางมองไปที่ปลากระเบนราหูตัวยักษ์
ฮ่าๆๆ...
ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ เป็นของบ้านพวกเขาแล้ว
ลูกสาวของเขาเก่งจริงๆ ยอดเยี่ยมที่สุดเลย
ชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้านต่างมองดูครอบครัวของอวิ๋นหลินไห่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิด
คราวนี้คงไม่มีใครกล้าพูดแล้วว่าพวกเขารับภาระตัวซวยมาเลี้ยง เพราะเด็กคนนี้ไม่ใช่ตัวภาระเลยสักนิด แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นดาวนำโชคตัวน้อยและเป็นเสาหลักของครอบครัวต่างหาก!
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ตอนออกทะเลไปจับปลา แรงมหาศาลของอวิ๋นเจียวก็ช่วยงานที่บ้านได้มากโขแล้ว
“ดวงบ้านพวกนายเนี่ยดีจริงๆ เลยนะ เลี้ยงเจียวเจียวมาไม่เสียข้าวสุกเลย”
“ทำไมบ้านเราไม่เป็นคนเจอเจียวเจียวบ้างนะ บ้านเรามีลูกคนเดียวเอง ถ้าตอนนั้นฉันเป็นคนเก็บมาเลี้ยง ฉันรับรองเลยว่าจะเลี้ยงดูแกอย่างดีแน่นอน”
“โชคไม่มีเลยจริงๆ ตอนที่ได้ยินข่าวว่าบ้านอวิ๋นหลินไห่เก็บเด็กผู้หญิงมาเลี้ยง ฉันยังคิดอยู่เลยว่าถ้าหาญาติไม่เจอแล้วบ้านนั้นเลี้ยงไม่ไหวเพราะลูกเยอะ ฉันก็จะไปขอมาเลี้ยงเองแท้ๆ”
“เพิ่งจะสามขวบเองนะ ก็หาของดีเข้าบ้านได้ขนาดนี้แล้ว โตไปจะขนาดไหน ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าตอนนั้นบ้านฉันเป็นคนเจอก็คงดี”
คำพูดพวกนี้ล้วนแต่เป็นคำพูดของคนที่เห็นแก่ผลประโยชน์ภายหลังทั้งสิ้น
เมื่อก่อนคนพวกนี้คอยแต่จะดูเรื่องตลกของบ้านอวิ๋นหลินไห่ คิดว่าบ้านนี้โง่ที่ยอมเป็นพ่อพระเลี้ยงลูกคนอื่น แถมยังเป็นเด็กผู้หญิงที่โตไปก็ต้องแต่งออกเรือน
แต่มาตอนนี้ พวกเขากลับอยากจะเป็นคนโง่คนนั้นเสียเอง
ผู้ใหญ่บ้านเองก็รู้สึกอิจฉาอยู่ลึกๆ แต่เขาก็เป็นคนใจกว้างและปลงตก เรื่องของวาสนามันเป็นเรื่องที่กำหนดไม่ได้จริงๆ มันมีความลึกลับซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ
“แล้วพวกนายจะจัดการกับปลาตัวนี้ยังไง? อาวั่งจะรับซื้อไหวเหรอ?”
ปลาตัวนี้ใหญ่เกินไปจริงๆ ผู้ใหญ่บ้านเดินเข้าไปสำรวจดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันยังสดใหม่อยู่มาก บนตัวมีรอยแผลบ้าง ซึ่งดูแล้วน่าจะเกิดจากการถูกปลาขนาดใหญ่ในทะเลกัดเอา
อาวั่งเองก็กำลังเดินวนรอบซากปลากระเบนราหูด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับ
“พี่หลินไห่ ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ลำพังคนเดียวคงกินไม่ลงแน่ๆ เดี๋ยวผมจะช่วยติดต่อเถ้าแก่หลายๆ เจ้าให้ ลองดูว่าพวกเขาจะมาร่วมหุ้นกันซื้อปลากระเบนราหูตัวนี้ได้ไหม ส่วนจะไปแบ่งกันยังไงก็ให้เป็นเรื่องของพวกเขา”
“ได้เลย งั้นก็ต้องรบกวนนายด้วยนะ”
หลังจากที่อวิ๋นหลินไห่และคนอื่นๆ ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว พอหันกลับมามองอีกทีก็พบว่าอวิ๋นเจียวหายตัวไปเสียแล้ว
“เจียวเจียวล่ะ?”
“อวิ๋นเจียว!!!”
เสียงเรียกที่เจือไปด้วยความโกรธเกรี้ยวนี้เป็นเสียงของเสิ่นอวิ๋นเหลียนนั่นเอง
ปรากฏว่าอาศัยจังหวะที่พวกผู้ใหญ่เผลอ อวิ๋นเจียวก็แอบวิ่งกลับลงไปในทะเลอีกแล้ว
สาเหตุก็เพราะเจ้าลูกปลากระเบนราหูตัวน้อยที่กำลังอาละวาดอยู่นั่นแหละ
เจ้าตัวเล็กนั่นลืมตาดูโลกขึ้นมาก็เห็นอวิ๋นเจียวเป็นคนแรก แถมยังเป็นอวิ๋นเจียวที่พามันลงทะเลและสอนให้ว่ายน้ำ มันจึงฝังใจว่าอวิ๋นเจียวคือญาติสนิท หรืออาจจะคิดว่าเป็นแม่ของมันไปแล้วด้วยซ้ำ
เมื่อครู่นี้มันอยากจะตามหาอวิ๋นเจียว ก็เลยพยายามตะเกียกตะกายว่ายน้ำพุ่งเข้าหาฝั่ง จนถูกคลื่นซัดเกยตื้นขึ้นมา
ถ้ามันร้องไห้ได้ ป่านนี้เจ้าตัวเล็กคงร้องไห้จ้าไปแล้ว
ทำไมถึงทิ้งมันไว้ในทะเลตัวเดียวแบบนี้!
อวิ๋นเจียวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพามันกลับลงไปในทะเลอีกครั้ง
เจ้าลูกปลากระเบนราหูตัวน้อยกำลังว่ายวนเวียนคลอเคลียอยู่รอบตัวเธอไม่ห่าง มันเอาตัวมาถูไถอย่างออดอ้อนไม่อยากให้เธอกลับขึ้นฝั่ง
เมื่อได้ยินเสียงแม่ตะโกนเรียก อวิ๋นเจียวก็ทำหน้ายู่ยี่ด้วยความหนักใจ
โดนตีแน่นอนงานนี้หนีไม่พ้นแน่ๆ แต่ปัญหาก็คือเจ้าลูกปลากระเบนราหูจอมติดหนึบตัวนี้จะทำยังไงกับมันดีล่ะ?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อวิ๋นเจียวก็ปิ๊งไอเดียดีๆ ขึ้นมาได้
เอามันไปฝากให้วาฬเพชฌฆาตเลี้ยงก็แล้วกัน
ส่วนเรื่องที่ว่าพวกวาฬเพชฌฆาตเป็นศัตรูที่ฆ่าแม่ของมันนั้น... ช่างมันเถอะ เจ้าลูกปลากระเบนราหูตัวนี้มันไม่รู้เรื่องสักหน่อย
ดังนั้นหลังจากที่กล่อมเจ้าตัวเล็กจนสงบลงได้แล้ว อวิ๋นเจียวถึงยอมขึ้นฝั่งมา
ใครจะเข้าใจความรู้สึกของเธอบ้าง อีกไม่กี่เดือนก็จะอายุครบสี่ขวบแล้ว แต่กลับต้องมาปวดหัวกับการเลี้ยงลูกเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นเจียวก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านการเลี้ยงเจ้าปลากระเบนราหูตัวนี้
แม้เงือกจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่รักสันโดษ แต่พวกเขาก็มีสติปัญญาและมีนิสัยบางอย่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์
ชอบอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่ชอบความเหงาจนเกินไป
ดังนั้นนอกจากการล่าเหยื่อแล้ว พวกเงือกมักจะพัฒนางานอดิเรกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา
นั่นก็คือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงที่ว่านี้ ย่อมต้องเป็นสัตว์ทะเลอย่างแน่นอน
ในชาติที่แล้ว อวิ๋นเจียวเคยเลี้ยงเต่าทะเลที่มีขนาดตัวใหญ่เท่าเกาะขนาดย่อมๆ และเคยเลี้ยงฉลามเสือลายดำที่มีรูปร่างคล้ายวาฬเพชฌฆาตแต่ตัวใหญ่กว่าวาฬเพชฌฆาตในโลกนี้หลายสิบเท่า
ยังมีฉลามยักษ์ที่มีฟันเยอะและแหลมคมกว่าฉลามขาวหลายเท่า รวมถึงสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลลึกอีกด้วย
สัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลลึกที่จริงแล้วก็คือหมึกยักษ์เวอร์ชันขยายร่างจนใหญ่ยักษ์นั่นแหละ
ก็แค่เลี้ยงสัตว์เลี้ยง (หรือจะเรียกว่าลูกสมุนดีนะ) เรื่องพรรค์นี้เธอชำนาญจะตายไป
ขณะที่กำลังเดินใจลอยคิดวางแผนว่าจะเอาเจ้าลูกปลากระเบนราหูไปฝากให้พวกวาฬเพชฌฆาตเลี้ยงยังไงดี จู่ๆ เธอก็ถูกคว้าตัวไว้ และวินาทีต่อมาก้นน้อยๆ ของเธอก็ถูกตีดังเพียะไปหลายที
อวิ๋นเจียว: !!!
ถึงจะเตรียมใจไว้แล้ว และแม่ก็ไม่ได้ตีแรงจนเจ็บอะไรมาก แต่มันน่าอายนะที่โดนตีตูดแบบนี้!
“อย่าตีนะ อย่าตี...”
อวิ๋นซุ่ยเห็นอวิ๋นเจียวโดนตีก็รีบพุ่งเข้ามาด้วยความร้อนรน เขาเกาะแขนเสิ่นอวิ๋นเหลียนเอาไว้แน่น
อวิ๋นเสี่ยวอู่และพี่น้องคนอื่นๆ ก็รีบเข้ามาเอาตัวบังอวิ๋นเจียวไว้ด้านหลัง เหล่าพี่ชายต่างพากันปกป้องน้องสาวตัวน้อยอย่างแข็งขัน
อวิ๋นเสี่ยวอู่พูดจาฉะฉานราวกับผู้ใหญ่
“มีอะไรก็พูดกันดีๆ สิครับ จะตีเจียวเจียวทำไม!”
อวิ๋นเสี่ยวลิ่วพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสิครับ แม่ทำเกินไปแล้วนะ”
เสี่ยวชีเชิดหน้าเถียงแทน “ป้าสะใภ้ใหญ่ เจียวเจียวยังเด็กอยู่นะครับ อย่าตีเธอเลย ถ้าจะตีก็มาตีผมแทนเถอะ”
เสี่ยวปาไม่ได้พูดอะไร แต่ใช้ร่างกายปกป้องอวิ๋นเจียวไว้อย่างสุดชีวิต
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วน้ำตาคลอเบ้า “แม่ครับ น้องเจ็บนะ”
เสิ่นอวิ๋นเหลียน: “...”
อะไรกันเนี่ย ทำอย่างกับว่าเธอเป็นนางมารร้ายผู้โหดเหี้ยมอำมหิตไปซะได้
เธออดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบนด้วยความระอา
อวิ๋นเจียวลูบก้นตัวเองเบาๆ ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแดงระเรื่อด้วยความขัดเขิน
“แม่คะ คราวหน้าไม่ตีตูดหนูได้ไหมคะ”
สาวน้อยแสนสวยก็ต้องรักษาภาพลักษณ์เหมือนกันนะ
เสิ่นอวิ๋นเหลียนพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “ยังมีหน้ามาพูดถึงคราวหน้าอีกเหรอ!”
อวิ๋นเจียวรู้สึกร้อนตัว คนอื่นจะมีคราวหน้าไหมเธอไม่รู้ แต่สำหรับเธอแล้วรับรองว่ามีแน่ๆ
“ยังยืนบื้ออยู่อีกทำไม? ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้ น้ำทะเลเย็นขนาดนี้ไม่รู้จักหนาวหรือไง ถ้าเป็นหวัดขึ้นมาคอยดูนะว่าจะทรมานแค่ไหน”
พูดจบเธอก็แหวกวงล้อมลูกชายและหลานชายเข้าไปอุ้มอวิ๋นเจียวเดินกลับบ้านทันที
เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ลูกสาวด้วยความรวดเร็ว พอเปลี่ยนเสร็จปุ๊บ อวิ๋นเจียวก็เตรียมจะใส่เกียร์หมาวิ่งหนีออกไปข้างนอกทันที
เจ้าลูกปลากระเบนราหูยังรออยู่ตรงนั้นนะ
ย่าอวิ๋นเดินถือชามน้ำขิงออกมาพอดี
“จะวิ่งไปไหน มานี่เลย มาดื่มน้ำขิงชามนี้ให้หมดก่อน”
อวิ๋นเจียวเร่งฝีเท้าวิ่งเร็วกว่าเดิม
แต่วิ่งไปได้ไม่ไกล เธอก็ถูกอวิ๋นหลินไห่หิ้วคอเสื้อกลับมาด้วยสภาพหมดท่า
“น้ำขิงก็ไม่ยอมกิน จะรอไปกินยาขมๆ แทนหรือไง?”
อวิ๋นเจียวดิ้นขลุกขลักพลางตะโกนโวยวาย “หนูไม่เป็นหวัดหรอกน่า ร่างกายหนูแข็งแรงจะตายไป”
ยาเยออะไรนั่นใครจะไปกิน ของพรรค์นั้นมันใช่ของที่ให้คนกินซะที่ไหน?!
“หนูจะไปหาเจ้าปลากระเบนราหูตัวเล็ก ต้องไปหาบ้านให้มันอยู่ ไม่อย่างนั้นมันจะตายเอานะ”
ลูกสมุนที่เลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง โตขึ้นมาต้องใช้งานได้ดีแน่นอน
[จบบท]