บทที่ 28: ผู้คนตื่นตะลึง
อวิ๋นหลินไห่รีบพุ่งเข้าไปหาลูกสาวด้วยความตกใจเมื่อเห็นปลาสากตัวใหญ่ดิ้นพลาดๆ อยู่บนพื้นเรือ เขาตวัดเท้าเตะเจ้าปลานักล่าแห่งท้องทะเลลึกตัวนั้นให้กระเด็นเข้าไปในท้องเรืออย่างรวดเร็ว
ก่อนจะรวบร่างเล็กจ้อยของลูกสาวขึ้นมาสำรวจดูความเรียบร้อยตามเนื้อตัวด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าคมเขี้ยวหรือแรงดิ้นของปลาจะทำให้แก้วตาดวงใจของเขาได้รับบาดเจ็บ
"ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหมลูก? ไม่โดนมันกัดใช่ไหม?"
ลูกสาวของเขายังมีผิวพรรณบอบบาง หากโดนกัดเข้าสักแผลคงเป็นเรื่องใหญ่แน่ อวิ๋นเจียวส่ายหน้าดิก ดวงตาคู่โตยังคงฉายแววซุกซน
"ไม่เจ็บค่ะ"
เธอยังคงกระโดดโลดเต้นได้อย่างแข็งแรง ไม่มีท่าทีเจ็บปวดอันใด เมื่อเห็นว่าลูกสาวปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน อวิ๋นหลินไห่จึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก พลางลูบศีรษะเล็กๆ นั้นด้วยความเอ็นดู
"เจียวเจียวของพ่อเก่งจริงๆ"
อวิ๋นเจียวดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เชิดคางน้อยๆ ขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจ ยอมรับคำชมจากผู้เป็นพ่อด้วยความเต็มใจ ก่อนจะชี้มือไปยังคันเบ็ด
"พ่อคะ ตกปลา!"
เธอยังอยากจะตกปลาต่อ อวิ๋นหลินไห่พยักหน้ารับอย่างตามใจ เขาไม่อาจขัดใจลูกสาวตัวน้อยที่กำลังสนุกสนานได้
"ได้สิ เจียวเจียวตกต่อเลย พ่อจะคอยดูหนูอยู่ข้างๆ นี่แหละ"
อวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะคว้าคันเบ็ดขึ้นมาถือด้วยท่าทางขึงขังองอาจราวกับแม่ทัพน้อยออกศึก แล้วก็เริ่มตกปลาต่อทันที และสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อปลาที่กินเบ็ดตัวต่อมาก็ยังคงเป็นปลาสากตัวเขื่อง
หลังจากนั้นไม่นาน ปลาที่ถูกดึงขึ้นมาจากผืนน้ำสีครามทีละตัวๆ ล้วนแล้วแต่เป็นปลาสากทั้งสิ้น อวิ๋นหลินไห่อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าออกไปมองสำรวจผืนน้ำทะเลเบื้องล่างด้วยความสงสัย
"หรือว่าจะมีฝูงปลาสากว่ายผ่านทางที่เราจอดเรืออยู่พอดี?"
เขาตบต้นขาฉาดใหญ่ด้วยความเสียดาย นึกเจ็บใจที่ความพร้อมไม่เพียงพอ
"น่าเสียดายจริงๆ ที่บนเรือไม่มีอวน!"
หากไม่มีอวนก็ทำได้เพียงตกปลาไปเรื่อยๆ อย่างซื่อตรง แต่เมื่อมองดูปลาสากแต่ละตัวที่อวิ๋นเจียวตกขึ้นมาได้ ไม่มีตัวไหนน้ำหนักต่ำกว่าห้าชั่งเลย ความรู้สึกเสียดายก็ยิ่งทวีคูณขึ้นในใจของอวิ๋นหลินไห่
นี่มันไม่ต่างอะไรกับโชคลาภก้อนโตหล่นทับ แต่เขากลับรับไว้ได้ไม่หมดเพียงเพราะเครื่องมือไม่พร้อม เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ในที่สุดปลาที่ตกขึ้นมาได้ก็ไม่ใช่ปลาสากอีกต่อไป เหยื่อตกปลาที่เตรียมมาก็หมดเกลี้ยงพอดี
อวิ๋นหลินไห่ลองคำนวณคร่าวๆ ดูแล้ว การออกทะเลครั้งนี้พวกเขาได้ปลาสากมาประมาณยี่สิบตัว กะน้ำหนักด้วยสายตาน่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยจิน
เขาถึงกับสูดหายใจเข้าลึก...
นี่หมายความว่าลูกสาวของเขาหาเงินได้ห้าสิบหยวนด้วยคันเบ็ดไม้ไผ่เพียงคันเดียวอย่างนั้นหรือ?
"พ่อคะ พังแล้ว"
อวิ๋นเจียวเดินถือคันเบ็ดที่หักสองท่อนมาหาอวิ๋นหลินไห่ ริมฝีปากเล็กๆ เบะออกด้วยความไม่พอใจที่ของเล่นชิ้นโปรดพังคามือ
อวิ๋นหลินไห่ถึงกับตะลึงงัน ลูกสาวของเขาใช้คันเบ็ดไม้ไผ่เก่าๆ คันนี้ตกปลาตัวใหญ่ขึ้นมาได้มากมายขนาดนี้กว่ามันจะหัก!
เขาหยิบเศษคันเบ็ดขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียด นี่มันทำจากไม้ไผ่ตันทั้งลำ แถมยังผ่านกรรมวิธีรมควันและตากแห้งมาเป็นอย่างดี มิน่าเล่าถึงได้ทนทานใช้งานได้นานขนาดนี้ น้ำหนักของไม้ไผ่ตันยังมีความหน่วงมืออยู่พอสมควร
เดี๋ยวนะ... นี่แสดงว่าเจียวเจียวของเขามีพละกำลังมากเกินเด็กทั่วไปหรือเปล่า?
"ไม่เป็นไรลูก วันหลังพ่อจะทำคันใหม่ให้หนูนะ"
แต่ไม้ไผ่ตันแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ หากจัดการไม่ดีก็คงรับน้ำหนักปลาตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่ไหวเหมือนกัน เมื่อเหยื่อหมดและเบ็ดหัก ก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องอยู่ต่อ สองพ่อลูกจึงพากันแล่นเรือกลับบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและความเบิกบานใจ
ทว่าในขณะเดียวกันที่บ้านตระกูลอวิ๋น สมาชิกทุกคนในครอบครัวต่างพากันมายืนชะเง้อคอยอยู่ที่ท่าเรือด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่ว่างเปล่า
"ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับมาอีก?"
ยิ่งรอนาน ความคิดฟุ้งซ่านก็ยิ่งก่อตัวขึ้นในใจ ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจของทุกคนจนใบหน้าซีดเผือด ตามหลักเหตุผลแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ วันนี้คลื่นลมสงบ ทะเลเรียบราวกับกระจก ด้วยฝีมือการพายเรือของอวิ๋นหลินไห่ ไม่มีทางที่จะหลงทางหรือกลับบ้านไม่ถูกแน่ๆ
ผู้เฒ่าอวิ๋นเองก็ร้อนรนจนนั่งไม่ติด เดินวนไปวนมาด้วยความกังวล
"รู้งี้ฉันน่าจะตามไปด้วยเสียก็ดี ก่อนหน้านี้เจ้าหลินไห่มันก็ไม่เคยทำตัวเหลวไหลแบบนี้มาก่อนเลยนะ"
ในขณะที่ความหวังของทุกคนเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ จนเกือบจะแปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง และกำลังปรึกษากันว่าจะขอยืมเรือชาวบ้านออกไปตามหา เงาร่างของเรือไม้ลำเล็กก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตา ไกลออกไปในทะเลกว้าง
"พวกเธอดูสิ นั่นใช่หรือเปล่า?"
ระยะทางยังห่างไกลทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่สำหรับคนในครอบครัวที่คุ้นเคยกันดี เพียงแค่เห็นเงาตะคุ่มๆ ก็จำได้ทันที โดยเฉพาะเสิ่นอวิ๋นเหลียน เมื่อเรือแล่นเข้ามาใกล้จนมั่นใจแล้วว่าเป็นสามีและลูกน้อย
เธอก็ยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
สมาชิกทุกคนในครอบครัวรีบวิ่งกรูเข้าไปที่ริมท่าเรือ อวิ๋นหลินไห่และอวิ๋นเจียวที่อยู่บนเรือมองเห็นทุกคนมารอรับ ก็รีบโบกมือทักทายอย่างร่าเริง
"พ่อ! แม่! เสี่ยวเหลียน!"
เสียงตะโกนอันดังสนั่นของอวิ๋นหลินไห่ลอยตามลมทะเลมาเข้าหูคนที่ยืนรออยู่บนฝั่ง
"เป็นพวกเขาจริงๆ ด้วย กลับมาแล้ว ในที่สุดก็กลับมาแล้ว"
ชาวบ้านระแวกนั้นที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พลอยยินดีไปด้วย หลายคนคิดไปในทางร้ายแล้วว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น
"ไอ้ลูกชายตัวดี ซื้อเรือแค่นี้ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ป่านนี้เพิ่งจะโผล่หัวมา!"
หลังจากความดีใจผ่านพ้นไป ความโกรธก็เข้ามาแทนที่ ผู้เฒ่าอวิ๋นสบถด่าด้วยความโมโห อยากจะกระโดดลงไปหักกิ่งไม้ไล่ตีลูกชายเหมือนตอนเด็กๆ ให้หายแค้นใจ
เมื่อเรือไม้ลำน้อยเทียบท่าสนิท อวิ๋นหลินไห่ยังคงยิ้มแป้นอย่างไม่รู้ชะตากรรม อุ้มอวิ๋นเจียวเดินขึ้นมาจากเรือ แต่สิ่งที่รอต้อนรับเขาอยู่ไม่ใช่คำหวานหรืออ้อมกอด แต่เป็นฝ่ามืออรหันต์และไม้เรียวที่มองไม่เห็น
โดยเฉพาะผู้เป็นพ่อที่ถึงแม้อายุจะมากแล้ว แต่เรี่ยวแรงยังดีไม่มีตก ตีแต่ละทีเจ็บจนสะดุ้ง ส่วนอวิ๋นเจียวนั้นถูกย่าอวิ๋นรีบเข้าไปอุ้มแยกออกไปยืนหลบมุมปลอดภัย
"ไอ้ลูกเวร แกยังรู้จักรกลับบ้านอีกเรอะ! ให้ไปซื้อเรือแต่หายหัวไปไหนมา? รู้ไหมว่าพวกฉันมายืนรอแกนานขนาดไหนแล้ว?!"
แม้แต่เสิ่นอวิ๋นเหลียนที่ปกติเป็นคนใจเย็น ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตาแดงก่ำ ฟาดมือลงบนท่อนแขนของสามีระบายความอัดอั้นตันใจ
อวิ๋นหลินไห่เพิ่งจะตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า พวกเขาเพลิดเพลินอยู่กลางทะเลนานเกินไปจนลืมเวลา ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาทันที เขาไม่กล้าโต้เถียงหรือขัดขืน ได้แต่นั่งยองๆ เอามือกุมศีรษะยอมรับโทษทัณฑ์แต่โดยดี
เสิ่นอวิ๋นเหลียนเห็นสภาพสามีก็ใจอ่อน รีบห้ามปรามพ่อสามี
"พ่อคะ อย่าตีเขาเลยค่ะ เขารู้ผิดแล้ว"
ผู้เฒ่าอวิ๋นแค่นเสียงฮึในลำคอ ค่อยๆ ก้มลงสวมรองเท้ากลับเข้าไปอย่างเชื่องช้าหลังจากระบายอารมณ์ไปบ้างแล้ว
"พ่อ ผมผิดไปแล้ว ผมกับเจียวเจียวมัวแต่ตกปลาเพลินจนลืมดูเวลา"
อวิ๋นเจียวที่อยู่ในอ้อมกอดของย่าอวิ๋น พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับคำพูดของพ่อ เธอกอดคอย่าแน่นด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น
ตีพ่อได้ แต่ห้ามตีหนูนะ
"ตกปลา?"
เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครในบ้านคิดจะตำหนิเด็กน้อย กลับยิ่งปลอบโยนเพราะกลัวหลานจะขวัญเสีย
"ใช่ครับพ่อ พ่อไม่รู้หรอกว่าเจียวเจียวใช้คันเบ็ดคันเดียวตกปลาได้เยอะขนาดไหน"
อวิ๋นหลินไห่รีบพาทุกคนเดินไปที่เรือ เปิดฝาห้องเก็บของใต้ท้องเรือออก เผยให้เห็นปลาสากตัวใหญ่ยักษ์จำนวนมากที่นอนเบียดเสียดกันอยู่ สร้างความตื่นตะลึงจนทุกคนตาค้างทำอะไรไม่ถูก
เดี๋ยวนะ... อวิ๋นหลินไห่ไปซื้อเรือไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงได้ปลามาเต็มลำเรือขนาดนี้?
"เจียวเจียวตกอย่างนั้นรึ?"
คำพูดนี้ฟังดูเหลือเชื่อเกินไป ปลาสากตัวใหญ่ขนาดนี้ แรงดิ้นในน้ำมหาศาล ขนาดผู้ใหญ่ตัวโตๆ ยังต้องออกแรงเย่อกันจนเหนื่อยกว่าจะลากขึ้นมาได้
อวิ๋นหลินเหอรีบตั้งสติสั่งการ
"รีบเอาปลาขึ้นมาแล้วส่งไปที่จุดรับซื้อของอาวั่งก่อนเถอะ"
หลังจากผ่านการเดินทางและดิ้นรนมานาน แม้ปลาสากเหล่านี้จะยังหายใจอยู่ แต่ความสดก็เริ่มลดน้อยลงไปกว่าตอนแรก อวิ๋นเหล่าซานและคนอื่นๆ ต่างเป็นมืออาชีพในการจับปลาอยู่แล้ว จึงช่วยกันลำเลียงปลาขึ้นจากเรืออย่างรวดเร็ว
"ตรงนี้ยังมีปลาอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งด้วยครับ"
อวิ๋นหลินไห่หิ้วถังน้ำอีกใบออกมา ปลาสากนั้นดุร้าย หากขังรวมกับปลาอื่นมันจะไล่กัดจนเละเทะ เขาจึงแยกปลาที่อวิ๋นเจียวตกได้ก่อนหน้านี้ใส่ถังน้ำไว้ต่างหาก
"ดีๆๆ... นี่มันเปิดกิจการได้เฮงจริงๆ เป็นลางดีแท้ๆ!"
บริเวณท่าเรือยังมีชาวบ้านคนอื่นๆ อยู่ด้วย เดิมทีแค่เรื่องบ้านอวิ๋นซื้อเรือก็เป็นที่ฮือฮาพออยู่แล้ว ช่วงนี้ตระกูลอวิ๋นทั้งสร้างบ้านทั้งซื้อเรือ กลายเป็นหัวข้อสนทนายอดฮิตของคนทั้งหมู่บ้าน ไม่นึกเลยว่าแค่ออกเรือวันแรกก็กอบโกยผลตอบแทนกลับมาได้มากมายขนาดนี้
"ปลาสากเยอะขนาดนี้เชียว ตัวก็ไม่ใช่เล่นๆ นี่คงไปเจอฝูงปลาสากเข้าล่ะสิ!"
"หลินไห่ นายใช้อวนลากมาเหรอ? ดวงดีชะมัด เพิ่งซื้อเรือก็เจอฝูงปลาเลย แต่ว่ามันแปลกๆ นะ ทำไมได้มาแค่นี้ล่ะ?"
ถ้าเจอฝูงปลาจริงๆ ลงอวนทีหนึ่งน่าจะได้มากกว่านี้หลายเท่า แม้ปลาสากพวกนี้จะตัวใหญ่ แต่จำนวนมันดูน้อยเกินไปสำหรับการใช้อวน
อวิ๋นหลินไห่ยิ้มจนหน้าบาน ตอบกลับไปด้วยความภาคภูมิใจ
"เปล่าครับ ไม่ได้ใช้อวน ใช้คันเบ็ดตกเอา"
"คันเบ็ด?!!!"
ชาวบ้านรอบข้างต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"ใช้คันเบ็ดตกจริงๆ เหรอ? ทั้งหมดนี่เลยนะ?"
คันเบ็ดวิเศษอะไรกัน ถึงได้ตกปลาตัวใหญ่ได้เยอะแยะขนาดนี้
"จริงครับ ใช้คันเบ็ดตกจริงๆ เอาหมึกกล้วยมาทำเป็นเหยื่อ โชคดีน่ะครับ โชคดีจริงๆ..."
อวิ๋นหลินไห่ไม่ได้ขยายความมากนัก รีบตัดบทเพื่อขอทาง
"ขอทางหน่อยครับ พวกเราจะรีบเอาปลาไปขาย"
จุดรับซื้อของอาวั่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือนัก เมื่อขนปลาไปถึง ปลายังคงดิ้นกระแด่วๆ อยู่ อาวั่งเหลือบมองเพียงแวบเดียว ใบหน้าก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี
"ปลาสากตัวใหญ่ขนาดนี้ อาครับ พวกอาโชคดีจริงๆ"
ผู้เฒ่าอวิ๋นยิ้มแก้มปริ รีบเร่งเร้าด้วยความตื่นเต้น
"รีบชั่งน้ำหนักเร็วเข้า"
ปลาสากทั้งหมดยี่สิบเอ็ดตัว น้ำหนักรวมหนึ่งร้อยสามสิบจิน
[จบบท]