บทที่ 288: ไปโรงเรียนของพี่สาม
"เจียวเจียวร้องเพลงเพราะจังเลยนะ" เด็กคนหนึ่งเอ่ยชมขึ้นมา
"เธอเพิ่งจะรู้เหรอ ฉันน่ะรู้ตั้งนานแล้ว ทุกครั้งที่อวิ๋นเจียวมาร้องเพลงแถวนี้ ฉันก็จะไปแอบฟังอยู่ตรงนู้นประจำเลย" เด็กอีกคนพูดเสริมพลางชี้มือประกอบ
"ว้าว... วาฬเพชฌฆาตมาอีกแล้ว"
"พวกเราลงไปเล่นกับวาฬเพชฌฆาตเหมือนพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ไม่ได้จริงๆ เหรอ" เสียงเล็กๆ ถามขึ้นด้วยความเสียดาย
"ไม่ได้หรอก ก่อนหน้านี้ฉันเคยไปถามมาแล้ว อวิ๋นเจียวบอกว่าไม่มีใครคอยดูแลความปลอดภัยให้พวกเราได้ พ่อฉันก็ไม่ยอมให้ลงไปเหมือนกัน" เด็กอีกคนตอบกลับพร้อมกับส่ายหน้า
กลุ่มเด็กๆ พากันพูดคุยเจื้อยแจ้วอยู่ริมฝั่ง ในขณะที่อวิ๋นเจียวถ่ายรูปเล่นตามความตั้งใจของวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยโบกมืออำลาฝูงวาฬเพชฌฆาต ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินกลับบ้าน
"อวิ๋นเจียว ชุดกระโปรงของเธอสวยจังเลย ฉันขอเอาไปให้แม่ดูเป็นแบบหน่อยได้ไหม แม่รับปากว่าจะตัดชุดกระโปรงให้ฉันพอดีเลย" เด็กหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามด้วยความตื่นเต้น
ในยุคสมัยนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะพอมีฝีมือเรื่องเย็บปักถักร้อยอยู่บ้าง การซื้อผ้ามาตัดเย็บเสื้อผ้าใส่เองจึงช่วยประหยัดเงินได้มากกว่าการไปหาซื้อชุดสำเร็จรูปตามร้านค้า ทว่าด้วยข้อจำกัดที่ไม่ได้เห็นแบบเสื้อผ้าใหม่ๆ มากนัก รูปแบบชุดที่ตัดออกมาจึงมักจะซ้ำซากจำเจ มีเพียงไม่กี่ทรงที่เห็นกันจนชินตา
ชุดกระโปรงตัวสวยที่อวิ๋นเจียวใส่ออกมาอวดโฉมในวันนี้จึงดึงดูดสายตาและเข้าไปนั่งอยู่ในใจของบรรดาเด็กผู้หญิงได้อย่างง่ายดาย บ้านไหนที่พอจะมีเศษผ้าและยอมควักกระเป๋าลงทุนเพื่อลูกหลาน ต่างก็อยากจะตัดชุดสวยๆ แบบนี้ให้เด็กผู้หญิงในบ้านใส่กันทั้งนั้น
อวิ๋นเจียวตอบตกลงอย่างไม่ใส่ใจ
"ได้สิคะ"
เธอไม่กังวลเลยสักนิดว่าจะใส่ชุดซ้ำกับใคร เพราะถึงยังไงคนที่ใส่ออกมาแล้วดูไม่ดีก็คงไม่ใช่เธออยู่แล้ว
หลังจากกลับมาถึงบ้านได้ไม่นาน อวิ๋นเฉินหนานและอวิ๋นหลินเหอก็เดินทางกลับมาถึง พร้อมกับแบกเปลือกหอยมือเสือขนาดใหญ่กลับมาด้วย อวิ๋นเจียวรีบวิ่งเหยาะๆ ออกไปต้อนรับพวกเขาทันที เด็กหญิงจ้องมองสิ่งของในมือผู้ใหญ่ตาแป๋ว
"อาเล็ก พี่สามคะ เปลือกหอยอันนี้หนูขอเก็บไว้ได้ไหมคะ"
อวิ๋นเฉินหนานพยักหน้าตอบรับ "พวกเราไปลงบันทึกที่สถานีตำรวจมาเรียบร้อยแล้ว คุณอาจ้าวบอกว่าถ้ามันยังมีชีวิตอยู่จะถือว่าเป็นสัตว์คุ้มครอง แต่ถ้าเราแค่เก็บเปลือกหอยเปล่าๆ มาก็สามารถเก็บไว้ได้ แค่ห้ามไปล่าหอยมือเสือที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พอ"
อวิ๋นเจียวยิ้มกว้างจนตาหยีพร้อมกับพยักหน้ารัวๆ "งั้นหนูจะเอาไปล้างให้สะอาดเลยค่ะ"
"เดี๋ยวพี่ช่วยเอง" อวิ๋นเฉินหนานพูดพร้อมกับถลกแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อม
การทำความสะอาดเปลือกหอยมือเสือไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หากอยากให้มันขาวสะอาดหมดจดไร้ที่ติ หลังจากขัดล้างเอาคราบตะไคร่น้ำและดินโคลนที่เกาะฝังแน่นอยู่บนผิวหน้าออกไปจนหมดแล้ว ก็ยังต้องนำกระดาษทรายมาขัดถูซ้ำอีกรอบเพื่อความเงางาม
พอพวกอวิ๋นเสี่ยวอู่เลิกเรียนกลับมาถึงบ้านก็รีบวิ่งเข้ามาช่วยกันทำงานนี้ด้วย กลุ่มเด็กๆ ออกแรงขัดถูเปลือกหอยกันอย่างขะมักเขม้นจนกระทั่งฟ้ามืดลง ในที่สุดเปลือกหอยมือเสือขนาดใหญ่ก็เผยให้เห็นความสวยงามที่แท้จริง
"สวยจังเลย เจียวเจียวรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ พวกเราจะได้ไปถ่ายรูปในเปลือกหอยมือเสือกัน"
ก่อนหน้านี้ตอนที่ต้องลงมือล้างเปลือกหอย อวิ๋นเจียวกลัวว่าชุดกระโปรงตัวสวยจะเลอะเทอะ เธอจึงกลับไปเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดธรรมดาที่ใส่อยู่เป็นประจำมาใส่แทน เมื่อถึงเวลาถ่ายรูป อวิ๋นเจียวก็ถูกผู้หญิงสองคนในบ้านจับแต่งตัวใหม่อย่างกระตือรือร้น
เด็กหญิงเข้าไปโพสท่าทั้งนั่งและนอนอยู่ภายในเปลือกหอยมือเสือสีขาวสะอาดตา พร้อมกับถ่ายรูปเก็บไว้มากมาย พวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ยังพากันไปจับหิ่งห้อยมาปล่อยไว้รอบๆ ตัวเธอเพื่อเพิ่มความสวยงาม ถึงแม้แสงสว่างในตอนกลางคืนจะไม่ชัดเจนเท่าตอนกลางวัน แต่เมื่อมีแสงจันทร์สาดส่องลงมา ผสมผสานกับการใช้ไฟฉายส่องช่วยจัดแสง ก็ทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูสวยงามราวกับนางฟ้าตัวน้อยใต้แสงจันทร์
ในปี 1984 ซึ่งเป็นยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการถ่ายรูปมากนัก ครอบครัวอวิ๋นกลับก้าวล้ำหน้าไปไกลถึงขั้นจัดฉากถ่ายรูปศิลปะให้อวิ๋นเจียวเสียแล้ว แน่นอนว่าเด็กหญิงที่รักสวยรักงามอย่างอวิ๋นเจียวย่อมต้องถูกอกถูกใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เธอถึงขนาดดึงตัวอวิ๋นเสี่ยวจิ่วที่เพิ่งเปลี่ยนมาใส่ชุดเลียนแบบเครื่องแบบทหารให้มาถ่ายรูปด้วยกันอีกหลายใบ
พวกอวิ๋นเสี่ยวอู่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอิจฉา ก่อนจะพากันส่งเสียงโวยวายว่าอยากได้ชุดแบบนี้บ้าง อวิ๋นเจียวสบโอกาสจึงรีบชูมือเล็กๆ ขึ้นมาทันที
"พรุ่งนี้เราไปซื้อจักรเย็บผ้ากันเถอะค่ะ" เธอเสนอความคิด "แม่คะ อาสะใภ้เล็ก ตัดชุดหล่อๆ ให้พวกพี่ชายด้วยนะคะ ถ้ามีจักรเย็บผ้าก็จะเย็บเสร็จเร็วขึ้นด้วยค่ะ"
ทุกคนในบ้านได้ยินคำพูดของเด็กหญิงก็พากันหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดูระคนอ่อนใจ
"ลูกลืมไปหรือเปล่าจ๊ะว่าพวกเรายังไม่มีคูปองซื้อจักรเย็บผ้าเลยนะ" เสิ่นอวิ๋นเหลียนเอ่ยเตือน
อวิ๋นเจียวกลอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตอบกลับไปว่า "น้าหวังหงเฟยเคยบอกหนูไว้แล้วค่ะว่าเขามีคูปอง"
"จ้าๆ ถ้ามีคูปองแล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยไปซื้อกันนะ" เสิ่นอวิ๋นเหลียนรับปาก
ค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปด้วยรอยยิ้มและความสุขของทุกคน ในช่วงสองวันหลังจากนั้น อวิ๋นเจียวก็ทยอยหยิบชุดกระโปรงสวยๆ อีกสองชุดที่เหลือมาใส่ถ่ายรูปในอิริยาบถต่างๆ ซึ่งภาพทุกใบที่ล้างออกมานั้นล้วนสวยงามไร้ที่ติ
การนำฟิล์มไปล้างในครั้งนี้คงต้องใช้เงินไปไม่น้อยทีเดียว เพราะพวกเขามีแผนจะส่งรูปภาพเหล่านี้ไปให้คนหลายคน ไม่ใช่แค่อู๋หลันเท่านั้น แต่ยังต้องส่งไปให้อวิ๋นเฉินตงกับอวิ๋นเฉินซี แล้วก็ยังมีฟู่หมิงอวี้เพื่อนรักของอวิ๋นเจียวอีกด้วย
ครอบครัวอวิ๋นและฟู่หมิงอวี้ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ พวกเขามักจะเขียนจดหมายและส่งของขวัญไปให้กันทุกๆ หนึ่งถึงสองเดือนเป็นประจำ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมที่จะส่งรูปไปให้ปู่กับย่าที่อยู่เมืองหลวง รวมถึงอวิ๋นเสี่ยวลิ่วด้วยเช่นกัน
"พี่สาม พี่กำลังจะสอบแล้วเหรอคะ" อวิ๋นเจียวเอ่ยถามเมื่อเห็นอวิ๋นเฉินหนานกำลังจัดเตรียมข้าวของอยู่
"ใช่แล้วล่ะ วันนี้พี่จะเข้าไปที่โรงเรียนกับพ่อเพื่อขนของบางส่วนกลับมาไว้ที่บ้านน่ะ" อวิ๋นเฉินหนานตอบรับ
"หนูขอไปด้วยนะคะ" อวิ๋นเจียวเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น เพราะเธอยังไม่เคยไปเห็นโรงเรียนของพี่ชายคนที่สามเลยสักครั้ง
"ได้สิ ไปด้วยกันให้หมดนี่แหละ งั้นพวกเราไม่ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปหรอก นั่งรถประจำทางไปก็แล้วกัน"
"หนูจะใส่ชุดกระโปรงตัวสวยไปด้วย เอาชุดสีฟ้านะคะ" อวิ๋นเจียวรีบบอกความต้องการ
หลังจากเปลี่ยนมาใส่ชุดกระโปรงตัวเก่งและถักผมเปียสองข้างอย่างเรียบร้อยแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยก็จับมือพี่ชายตัวโตทั้งสองคนเอาไว้แน่น ก่อนจะเดินกระโดดโลดเต้นออกจากบ้านไปด้วยความอารมณ์ดี อวิ๋นเฉินเป่ยอาสาตามไปช่วยขนของที่โรงเรียนด้วย เมื่อมีเขาไปช่วยอีกแรง อวิ๋นหลินเหอจึงไม่ต้องเดินทางไปด้วย ลำพังแค่พวกเขาสามคนก็เพียงพอแล้วสำหรับการขนของกลับบ้าน
รถประจำทางวิ่งโยกเยกไปตามเส้นทางจนกระทั่งมาจอดถึงหน้าโรงเรียน อวิ๋นเจียวมองเห็นผู้คนมากมายเดินขวักไขว่เข้าออกบริเวณประตูโรงเรียนไม่ขาดสาย โรงเรียนมัธยมในตัวอำเภอแห่งนี้ดูโอ่อ่ากว้างขวางกว่าโรงเรียนประถมในตำบลเล็กๆ ของพวกเธอมากนัก บรรดานักเรียนที่เดินผ่านไปมาล้วนมีใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสของวัยหนุ่มสาว บางคนเดินกอดหนังสือเรียนเอาไว้แนบอก บางคนก็จับกลุ่มเดินพูดคุยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ สองสามคน แววตาของพวกเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังที่จะก้าวไปสู่อนาคต ทุกคนล้วนดูมีชีวิตชีวาและกระตือรือร้นกันทั้งนั้น
"อ้าว อวิ๋นเฉินหนาน" เสียงเรียกจากใครบางคนดังขึ้น
เมื่อได้ยินคนเรียกชื่อตนเอง อวิ๋นเฉินหนานที่กำลังอุ้มอวิ๋นเจียวอยู่จึงหันกลับไปมอง "สวัสดี เพื่อนนักเรียนโจวกั๋วคัง"
"วันนี้นายก็มาขนของกลับเหมือนกันเหรอ แล้วสองคนนี้คือ..." ชายหนุ่มผู้มาใหม่เอ่ยถามพลางมองไปที่เด็กหนุ่มและเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
อวิ๋นเฉินหนานจึงรับหน้าที่แนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน "คนนี้คืออวิ๋นเฉินเป่ย น้องชายของฉันเอง ส่วนนี่คืออวิ๋นเจียว น้องสาวของฉัน"
เขาหันไปหาเด็กหญิงในอ้อมแขน "เจียวเจียว นี่คือพี่โจวกั๋วคัง เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของพี่เอง"
"สวัสดีค่ะพี่โจว" อวิ๋นเจียวเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว
"อ่า... สวัสดี"
โจวกั๋วคังรับคำพลางลอบมองหน้าอวิ๋นเจียวอยู่หลายครั้ง ในใจอดคิดไม่ได้ว่า พระเจ้าช่วย ทำไมน้องสาวของอวิ๋นเฉินหนานถึงได้หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราขนาดนี้นะ ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่คิดแบบนี้ บรรดานักเรียนชายหญิงที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้น ต่างก็พากันเหลียวหลังกลับมามองเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความสนใจเช่นกัน
"เด็กผู้หญิงคนนั้นน่ารักจังเลย"
"ผิวเธอขาวเนียนมาก นี่เป็นเด็กที่หน้าตาน่ารักที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยนะเนี่ย"
"ชุดกระโปรงที่ใส่ก็สวยมาก ฉันอยากจะเดินเข้าไปทักทายเธอจังเลย"
"อยากทักก็รีบเดินเข้าไปสิ"
"โธ่เอ๊ย ฉันไม่กล้าหรอกน่า"
ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีกลุ่มนักเรียนหญิงกำลังยืนผลักกันไปผลักกันมา พวกเธอหันมามองทางอวิ๋นเจียวอยู่หลายครั้ง ท่าทางเหมือนอยากจะเข้ามาทักทายแต่ก็ยังเขินอายและไม่กล้าก้าวขาออกไป
อวิ๋นเจียวที่โอบกอดไหล่ของพี่ชายเอาไว้หันไปมองพวกเธอด้วยดวงตากลมโตสุกใส ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ไปให้จนตาหยีโค้งเป็นรูปสระอิ อวิ๋นเฉินหนานยังคงพูดคุยกับโจวกั๋วคังต่อไปพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงเดินผ่านประตูโรงเรียนเข้าไปด้านใน กว่าที่กลุ่มนักเรียนหญิงพวกนั้นจะตั้งสติได้ พวกเขาก็เดินลับสายตาไปไกลแล้ว
นักเรียนหญิงคนหนึ่งในกลุ่มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ "ต่อไปถ้าฉันจะมีแฟน ฉันจะต้องหาผู้ชายหน้าตาดีๆ ให้ได้ จะได้มีลูกสาวที่น่ารักแบบนี้บ้าง"
การที่ต้องมายืนมองเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูซึ่งเป็นลูกหลานของบ้านคนอื่น โดยที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์ได้ดูแลเอาใจใส่นั้นช่างเป็นความรู้สึกที่อึดอัดใจเสียเหลือเกิน
"คิกๆ... แฟนก็ยังหาไม่ได้แท้ๆ แต่กลับมานั่งคิดเรื่องมีลูกซะแล้ว เธอนี่ไม่รู้จักอายเลยนะ" เพื่อนอีกคนเอ่ยแซวพร้อมกับหัวเราะร่วน
ตัดภาพมาที่ฝั่งของอวิ๋นเฉินหนาน พวกเขาเดินมาถึงบริเวณอาคารหอพักชายเรียบร้อยแล้ว หอพักแห่งนี้เป็นอาคารปูนสูงตระหง่าน ผนังด้านนอกถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีขาวดูสะอาดตา ทว่าเมื่อเดินก้าวเท้าเข้าไปด้านในกลับรู้สึกได้ถึงความร้อนอบอ้าวและคับแคบลงถนัดตา ในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ภายในหอพักกลับไม่มีพัดลมไว้คอยปัดเป่าความร้อนเลยแม้แต่ตัวเดียว เพราะทางโรงเรียนเองก็ไม่ได้มีงบประมาณมากพอที่จะติดตั้งพัดลมให้ครบทุกห้องพัก
"หอพักของพวกเราห้องว่างไปเยอะเลย ดูเหมือนว่าจะมีคนทยอยเก็บของกลับบ้านกันไปบ้างแล้วล่ะ"
โจวกั๋วคังเอ่ยขึ้นทันทีที่เปิดประตูห้องพักออก ก่อนจะหันมาต้อนรับผู้มาเยือนอย่างกระตือรือร้น "น้องสาว แล้วก็น้องชายของอวิ๋นเฉินหนาน เข้ามานั่งพักกันก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะออกไปรินน้ำมาให้ดื่มนะ"
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันไปเอง" อวิ๋นเฉินหนานรีบปฏิเสธ
"โธ่เอ๊ย พวกเราสองคนจะมามัวเกรงใจกันทำไมเล่า ที่ฉันพอจะมีความมั่นใจในการสอบครั้งนี้ขึ้นมาได้บ้าง ก็เป็นเพราะได้นายช่วยติวหนังสือให้อยู่บ่อยๆ นั่นแหละ นั่งพักกันไปเถอะ เดี๋ยวฉันออกไปหาน้ำมาให้เอง" โจวกั๋วคังยืนกรานความตั้งใจเดิม
[จบบท]