บทที่ 354: กู้ซากเรือเสร็จสิ้น เดินทางกลับบ้าน
อืม ตอนนี้ถังตาข่ายที่เธอพกมาก็ใส่ไม่พอเสียแล้ว
อวิ๋นเจียวตบหัววาฬเพชฌฆาตเบาๆ "ขอบใจพวกแกมากนะ ตอนนี้ฉันไม่ได้เอาที่ใส่ของมาด้วย ไว้คราวหน้าจะมาใหม่ก็แล้วกัน"
อันที่จริงวาฬเพชฌฆาตแค่อยากเล่นกับเธอมากกว่า การที่ฝูงวาฬเพชฌฆาตเหล่านี้พาเธอมาหาปลิงทะเล ก็เพราะพวกมันไปรู้มาจากฝูงวาฬเพชฌฆาตที่มักจะคลุกคลีกับเธออยู่บ่อยๆ ว่าก่อนหน้านี้พวกนั้นเคยเอาเจ้านี่มาให้แล้วเธอดีใจมาก ถือว่ามีน้ำใจไม่เบาเลยทีเดียว
ตอนที่ว่ายน้ำกลับ อวิ๋นเจียวแวะไปที่เกาะแก่งทางด้านนั้นก่อน เพื่อหาที่ซ่อนปะการังที่เก็บมาได้ ปะการังแดงท่อนที่เธอเก็บมาน่าจะราคาแพงเอาเรื่อง ถ้าเอาขึ้นเรือไปตอนนี้คงสะดุดตาคนอื่นเกินไป รอไว้คราวหน้าค่อยกลับมาเอาดีกว่า หลังจากจัดการซ่อนปะการังเสร็จเรียบร้อย เธอถึงได้ว่ายน้ำกลับไปพร้อมกับฝูงวาฬเพชฌฆาต
สำหรับเรื่องนี้ ซุนเหยาถงและคนอื่นๆ บนเรือต่างเห็นจนชินตาเสียแล้ว พวกเขายังเข้ามาทักทายอวิ๋นเจียวอย่างอารมณ์ดี แถมยังโยนอาหารให้ฝูงวาฬเพชฌฆาตพวกนี้ด้วย
"ทำไมวันนี้วาฬเพชฌฆาตถึงได้ดูเยอะจัง"
อวิ๋นหลินไห่เป็นคนอธิบาย "ไม่ใช่แค่ฝูงเดียวนะ นี่เป็นวาฬเพชฌฆาตสองฝูงรวมกันต่างหาก"
พอพูดถึงเรื่องนี้เขาก็อดภูมิใจไม่ได้ "ลูกวาฬเพชฌฆาตตัวหนึ่งในอีกฝูงดันไปกินของไม่ดีเข้า ก็ได้เจียวเจียวบ้านเรานี่แหละที่พาศิษย์พี่ของเธอไปช่วยชีวิตเอาไว้ วาฬเพชฌฆาตพวกนั้นก็เลยสนิทกับเจียวเจียวบ้านเราไปด้วย"
คนอื่นๆ ที่ได้ฟังต่างก็พากันอิจฉาตาร้อนกันเป็นแถว
ผ่านไปอีกสองวัน งานกู้ซากเรืออับปางก็เสร็จสิ้นลง เมื่อมองดูข้าวของที่กองสุมอยู่บนเรือ ซุนเหยาถงก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก งานนี้คุ้มค่ามากจริงๆ
ด้วยเหตุนี้ ตอนที่เขาจ่ายค่าจ้างจึงดูใจป้ำเป็นพิเศษ สำหรับการทำงานในช่วงที่ผ่านมา นักประดาน้ำเหล่านั้นได้ค่าจ้างสูงถึงห้าพันหยวน
ในยุคสมัยนี้ เงินห้าพันหยวนถือเป็นเงินก้อนโตมาก แต่ก็เพราะซุนเหยาถงให้ค่าจ้างสูงขนาดนี้ พวกเขาถึงได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยกู้ซากเรือกันอย่างเต็มที่ นี่ขนาดยังไม่ได้นับรวมค่าจ้างพนักงานที่เป็นลูกน้องของเขาเลยนะ
แต่ธุรกิจของครอบครัวซุนเหยาถงนั้นใหญ่โต เงินแค่นี้สำหรับเขาถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย ส่วนพวกอวิ๋นเจียวย่อมไม่ได้ค่าจ้างอยู่แล้ว เพราะของที่กู้ขึ้นมาได้ ครอบครัวของเธอจะได้ส่วนแบ่งถึงหนึ่งจุดห้าส่วน
อวิ๋นเจียวเป็นคนเจอเรืออับปาง แถมตอนกู้ซากเรือ ทางฝั่งของเธอก็ยังส่งทั้งคนทั้งวาฬเพชฌฆาตมาช่วย เดิมทีตกลงกันไว้ที่หนึ่งส่วน โดยขอแค่อวิ๋นเจียวพาซุนเหยาถงไปหาเรือให้เจอ แต่ช่วงหลังวาฬเพชฌฆาตมีส่วนช่วยเป็นอย่างมาก รวมทั้งตัวอวิ๋นเจียวด้วย ซุนเหยาถงจึงเป็นฝ่ายเสนอเพิ่มส่วนแบ่งให้อีกครึ่งส่วน
ในบรรดาวัตถุโบราณที่กู้ขึ้นมาได้ ชิ้นไหนที่มีคุณค่าทางการศึกษามากๆ ก็ต้องส่งมอบให้กับทางการ พวกเขามีใบอนุญาตพร้อมอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือก็สามารถนำไปจัดการเองได้ ซุนเหยาถงได้ส่วนแบ่งเยอะกว่า แต่เขาก็เป็นคนออกทั้งเงิน ทั้งใช้เส้นสาย ทั้งออกเรือและแรงงาน ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เขาสมควรได้รับ
อวิ๋นเจียวไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ยังไงเสียในทะเลก็ไม่ได้มีเรืออับปางแค่ลำเดียวนี่นา รอให้เธอไปลองถามพ่อบุญธรรมดูว่าใบอนุญาตนั้นต้องทำยังไง วันข้างหน้าเธออาจจะออกมากู้ซากเรืออับปางเองก็ได้
ได้เวลากลับกันแล้ว คนบนเรือรับค่าจ้างไป แต่ละคนล้วนยิ้มแย้มแจ่มใส มาทำงานรอบนี้ได้เงินเยอะกว่าการออกเรือเดินสมุทรไปหาปลาเสียอีก
นักประดาน้ำที่เพิ่งถูกจ้างมาทำงานเป็นลูกจ้างชั่วคราวพากันเข้าไปหาซุนเหยาถง พร้อมบอกว่าหากวันหน้ามีงานทำนองนี้อีกก็สามารถเรียกใช้พวกเขาได้เสมอ ซุนเหยาถงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
พอเรือเทียบเข้าท่าเรือ คนของซุนเหยาถงก็คอยดูแลเฝ้าเรือเอาไว้ ส่วนเขาก็ไปหาน้องเขย เพื่อจัดการกับของที่จะต้องส่งมอบให้ทางการก่อนเป็นอันดับแรก ด้านอวิ๋นเจียว อวิ๋นหลินไห่ และอาเล็ก ก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที
"แม่คะ ย่าคะ พวกเรากลับมาแล้ว"
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง..." เสียงแรกที่ตอบรับอวิ๋นเจียวไม่ใช่คน แต่เป็นสุนัขสองตัวที่บ้าน เจ้าสองตัวนี้กระดิกหางอย่างร่าเริง ส่ายก้นไปมาจนแทบจะมองไม่ทัน อวิ๋นเจียวลูบหัวสุนัขตัวโตทั้งสองเบาๆ
"เจียวเจียว" คนในบ้านได้ยินเสียงก็พากันวิ่งออกมาด้วยความดีใจ
"ในที่สุดพวกคุณก็กลับมาเสียที"
"อาเหลียน รีบไปต้มน้ำให้พวกเขารีบอาบน้ำเร็วเข้า"
เสิ่นอวิ๋นเหลียนมองหนวดเคราที่ขึ้นยาวเฟิ้มบนใบหน้าของสามีตัวเอง "อืม ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ"
หวังเหมยเข้าไปกอดอวิ๋นเจียวก่อน จากนั้นก็หันไปมองสามีตัวเอง "นี่คุณไปเป็นคนป่ามาหรือยังไง"
"ฮ่าๆๆ อยู่บนเรือทุกคนก็ใช้ชีวิตกันแบบสมบุกสมบันนั่นแหละ มันก็ต้องเป็นแบบนี้กันทั้งนั้น"
"รีบไปโกนหนวดเลย ฉันจะไปทำกับข้าว"
"ได้เลย ผมกับพี่ใหญ่คิดถึงกับข้าวฝีมือคนที่บ้านจะแย่อยู่แล้ว"
การออกทะเลครั้งนี้ พวกเขาต้องกินนอนอยู่บนเรือนานกว่าครึ่งเดือน ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าความรู้สึกคิดถึงบ้านมันเป็นอย่างไร ขนาดว่าไม่ได้ไปไหนไกลนะเนี่ย มิน่าล่ะ ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเขาเห็นเรือเดินสมุทรกลับมา ลูกเรือหลายคนถึงกับร้องไห้โฮทันทีที่ลงจากเรือ พวกเขาต้องออกไปร่อนเร่อยู่กลางทะเล พอกลับถึงบ้านก็คงต้องร้องไห้เหมือนกัน
ผู้หญิงทั้งสามคนในบ้านเริ่มลงมือทำหน้าที่ของตัวเองอย่างขะมักเขม้น ควันไฟจากการจุดฟืนลอยกรุ่นออกมาจากห้องครัว อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการใช้ชีวิต
อวิ๋นเจียวพาสุนัขทั้งสองตัวเดินตาม ในกระเป๋าเสื้อมีถั่วลิสงต้มเกลือใส่ไว้เต็ม เธอเดินตามหลังแม่ต้อยๆ อยู่ในครัวพลางปอกถั่วลิสงเข้าปาก
ต้องยอมรับเลยว่า ออกไปข้างนอกแค่ไม่กี่วัน เธอก็คิดถึงคนในครอบครัวเหมือนกัน
เสิ่นอวิ๋นเหลียนมองดูเงาตามตัวที่คอยเดินวนเวียนอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม "ห้องครัวก็เล็กแค่นี้ ลูกพาสองตัวนี้เข้ามาด้วย พวกเราก็แทบจะไม่มีที่เดินแล้วนะ"
เธอลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ ใบหน้าเล็กๆ ของอวิ๋นเจียวยังคงอวบอิ่มแก้มป่องเหมือนเดิม ดูท่าเรื่องกินเธอคงไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องอดอยากเลยแม้แต่น้อย
อวิ๋นเจียวใช้เท้าสะกิดสุนัขตัวโตทั้งสองเบาๆ "ออกไปเลย ไปรอข้างนอกนู่น"
เจ้าสองตัวนี้ก็จริงๆ เลย ทำไมถึงได้ชอบทำตัวติดคนขนาดนี้นะ โดยที่เจ้าตัวก็ไม่ได้นึกเลยว่าตัวเองก็ทำตัวติดหนึบกับแม่และย่าอยู่เหมือนกัน
"โฮ่ง..."
สุนัขทั้งสองตัวยอมเชื่อฟังแต่โดยดี พวกมันเดินไปหมอบอยู่ตรงประตู แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่อวิ๋นเจียว ทันทีที่เห็นเธอหันมามอง เจ้าตัวโตทั้งสองก็กระดิกหางใส่ อวิ๋นเจียวเห็นแล้วก็รู้สึกใจอ่อน แอบหยิบกากหมูชิ้นเล็กๆ ไปป้อนพวกมัน คราวนี้สุนัขทั้งสองตัวยิ่งดีใจจนเนื้อเต้น
หลังจากจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดสะอ้านและกินข้าวเสร็จ อวิ๋นหลินไห่กับอวิ๋นหลินเหอก็ล้มตัวลงนอนทันที พวกเขาเหนื่อยล้ามามากพอแล้ว
อันที่จริงอวิ๋นเจียวยังไม่ค่อยง่วงเท่าไหร่ เธอไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด เธอจึงพาสุนัขทั้งสองตัว รวมถึงลูกพี่แมวที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอก เดินทอดน่องไปที่ท่าเรือ
เวลานี้ที่ท่าเรือมีฝูงชนมุงดูอยู่เยอะมาก ทุกคนล้วนอยากรู้อยากเห็นเรื่องเรือของซุนเหยาถง
"ตกลงว่าเรือลำนี้เอาไว้ทำอะไรกันแน่"
"ไม่ได้ออกไปหาปลาหรอกเหรอ ก็ไม่เห็นมีใครยกปลาลงมาจากเรือเลยนี่นา"
"ไม่ใช่หรอก ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาออกไปกู้ซากของในทะเลต่างหาก ก่อนหน้านี้มีคนออกเรือไปเจอเข้าพอดี"
"หา กู้ขึ้นมาได้จริงๆ เหรอ"
"น่าจะใช่นะ ไม่รู้เหมือนกันว่ากู้ของดีขึ้นมาได้มากแค่ไหนแล้ว" ชาวบ้านหลายคนพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงอิจฉา
อวิ๋นเจียวแอบเดินอ้อมไปทางด้านหลังของฝูงชน คนในหมู่บ้านไม่น้อยเลยที่รู้ว่าเรือลำนี้เป็นของพ่อบุญธรรม ขืนมีคนเห็นเธอแล้วโดนดึงตัวไปซักไซ้ถามเรื่องต่างๆ คงแย่แน่ คนเยอะขนาดนี้ เธอเปลี่ยนไปเดินเล่นที่อื่นดีกว่า
ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อบุญธรรมจะกลับมาตอนไหน แล้วครอบครัวเธอจะได้ของมามากน้อยเพียงใด หลังจากเดินเล่นจนรอบหนึ่งแล้วกลับมาถึงบ้าน ปู่อวิ๋นและพี่สี่ก็กลับมากันแล้ว
ทางฝั่งศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านกำลังเร่งมือจัดการทำความสะอาดครั้งใหญ่ รูปแกะสลักเทพเจ้าก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการแกะสลัก อาจารย์มู่กับพี่สี่ก็เลยถูกเรียกตัวไปช่วยงาน ส่วนปู่อวิ๋นและชาวบ้านบางคนก็รับหน้าที่เป็นลูกมือคอยช่วยอยู่ห่างๆ
"ปู่คะ พี่สี่ อาจารย์มู่" พอเห็นเธอ ทุกคนในครอบครัวก็เผยรอยยิ้มออกมา
"ในที่สุดก็กลับมาสักที ถ้าพวกเธอไม่ยอมกลับมา พรุ่งนี้พวกอวิ๋นเสี่ยวอู่คงนั่งเรือออกไปตามหากันแล้วล่ะ"
"เจียวเจียวกินข้าวหรือยัง"
"กินแล้วค่ะ"
อวิ๋นเฉินเป่ยยื่นตุ๊กตาไม้แกะสลักตัวเล็กๆ ส่งให้เธอ อวิ๋นเจียวรับมาด้วยความดีใจ "ขอบคุณค่ะพี่สี่"
อืม มันคือตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปนางเงือกน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู หลังจากที่อวิ๋นเจียวได้อ่านนิทานเรื่องนางเงือก เธอก็ขอให้พี่สี่ใช้จินตนาการแกะสลักนางเงือกน้อยโดยอิงโครงหน้ามาจากเธอ
[จบบท]