บทที่ 376: กลับบ้าน
มองจากที่ไกลๆ อวิ๋นเจียวดูคล้ายกับกำลังแบกภูเขาลูกย่อมๆ เอาไว้บนหลัง
จนวาฬหลังค่อมยังอดไม่ได้ที่จะหันมามองอยู่หลายครั้ง
อวิ๋นเจียวหัวเราะเบาๆ
พวกวาฬหลังค่อมตั้งใจมาเพื่อบอกลาอวิ๋นเจียว เมื่อส่งของเสร็จแล้ว พวกมันก็ถึงเวลาต้องกลับไป
อวิ๋นเจียวลูบหัววาฬหลังค่อมเบาๆ "ลาก่อนนะ ไว้คราวหน้าฉันจะไปที่นั่นอีก ถึงตอนนั้นเราค่อยเจอกันใหม่"
"อู้ววว" วาฬหลังค่อมส่งเสียงร้อง คล้ายกับกำลังบอกลาเธอ พวกมันหันมามองอวิ๋นเจียวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เรือนร่างใหญ่โตจะค่อยๆ ว่ายผ่านตัวเธอไป หางขนาดใหญ่ตวัดไปมา ร่างของพวกมันโค้งงออย่างสวยงาม และค่อยๆ ว่ายห่างออกไปจนลับตา
อวิ๋นเจียวทอดสายตามองดูพวกมันจนค่อยๆ กลายเป็นจุดสีดำเล็กๆ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสเบาๆ จากปากของวาฬเพชฌฆาตที่ดันหลังเธออยู่ เธอจึงหันกลับมา "ไปเถอะ พวกเรากลับบ้านกัน"
เธอเองก็ต้องกลับบ้านแล้วเหมือนกัน ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้านไป๋หลงมากเท่าไหร่ อวิ๋นเจียวก็ยิ่งคิดถึงครอบครัวมากขึ้นเท่านั้น
เธอไม่ได้ไปตรงท่าเรือ เพราะที่นั่นคนเยอะเกินไป ของที่เธอเอากลับมาด้วยก็มีเยอะมาก ถ้าขืนไปทางนั้นรับรองว่าต้องโดนชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นล้อมกรอบแน่
"เจียวเจียวจะกลับมาเมื่อไหร่นะ"
"เธอจะกลับมาทางนี้จริงๆ เหรอ เกิดเธอไปขึ้นฝั่งที่ท่าเรือล่ะ"
อวิ๋นเจียวยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ก็ได้ยินเสียงพี่ชายคุยกันเสียก่อน ตรงนี้คือฐานทัพลับของพวกเขา ถึงจะจอดเรือไม่ได้ แต่ก็ปลอดภัยมาก เวลาที่อวิ๋นเจียวมีของที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็น เธอก็มักจะแอบขึ้นฝั่งที่นี่
อวิ๋นเสี่ยวอู่ทำหน้ามั่นใจ "ไม่มีทาง ถ้ากลับมาแล้ว เจียวเจียวต้องมาทางนี้แน่นอน เธอไปตั้งนาน แถมยังไปไกลขนาดนั้น จะต้องมีของดีที่ให้ใครเห็นไม่ได้ติดไม้ติดมือกลับมาด้วยแหงๆ แบบนี้เรียกว่าอะไร เรียกว่าไปทั้งทีต้องไม่มีคำว่ามือเปล่าไงล่ะ"
"โอ๊ย พี่สามตีผมทำไม"
เสียงของอวิ๋นเฉินหนานดังแทรกขึ้น "ใช้คำไม่เป็นก็เงียบไปเลย วันหลังไม่ต้องเอาสำนวนมาพูดอีกนะ"
อวิ๋นเจียวพยักหน้าเห็นด้วยมากๆ ใช่เลย พี่ห้าใช้สำนวนได้มั่วซั่วทำร้ายคนฟังอย่างแท้จริง
"พี่สาม" เธอโผล่พรวดขึ้นมาจากผิวน้ำพร้อมกับตะโกนเรียกด้วยความดีใจ
"เจียวเจียว"
"น้องสาวกลับมาแล้ว"
ในชั่วพริบตานั้นเอง พวกพี่ชายที่เมื่อกี้ยังจับกลุ่มคุยเล่นกันอยู่ก็รีบทิ้งของในมือ แล้วพากันวิ่งกรูลงมาที่ริมฝั่งทันที พอเห็นอวิ๋นเจียว แต่ละคนก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ กระโดดโลดเต้นกันใหญ่โต
อวิ๋นเฉินหนานเรียกน้องสาว "เจียวเจียวรีบขึ้นมาเร็ว"
บริเวณนี้มีแต่โขดหิน จอดเรือลำบากแถมยังอันตรายนิดหน่อย แต่สำหรับอวิ๋นเจียวแล้ว มันสะดวกมาก
ตอนที่อวิ๋นเฉินหนานยื่นมือไปดึงอวิ๋นเจียว เขาก็พบว่าตัวเองต้องออกแรงจนสุดตัว หน้าดำหน้าแดงไปหมด แต่ก็ยังดึงน้องสาวไม่ขึ้น
พอมองดูดีๆ ถึงเห็นว่ามืออีกข้างของน้องสาวกำลังกำถุงตาข่ายที่ทำจากแหจับปลาผืนใหญ่เอาไว้แน่น ของข้างในอัดแน่นจนโป่งพองแถมยังดูหนักอึ้ง
อวิ๋นเฉินหนานชะงักไปเล็กน้อย แบบนี้ดึงไม่ขึ้นแหงๆ "รีบมาช่วยกันหน่อย"
หลายคนช่วยกันออกแรงดึง กว่าจะลากทั้งอวิ๋นเจียวและถุงตาข่ายในมือของเธอขึ้นมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อยหอบไปตามๆ กัน
อวิ๋นเฉินหนานมองของในถุงตาข่าย พลันนึกถึงคำพูดของอวิ๋นเสี่ยวอู่เมื่อกี้ ไปทั้งทีต้องไม่มีคำว่ามือเปล่า ดูเหมือนคำพูดนี้จะมีเหตุผลอยู่บ้างเหมือนกัน
"แม่เจ้าโว้ย เจียวเจียว นี่น้องไปปล้นใครมา"
แค่ปลาจี้สีทองตัวใหญ่สีเหลืองอร่ามในนั้นก็มีตั้งสิบกว่าตัวแล้ว แถมยังมีปลาทูน่าอีกตัวหนึ่ง ส่วนของอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึงเลย แค่เห็นว่าถุงตาข่ายอัดแน่นจนป่องขนาดนี้ ก็รู้แล้วว่าเธอจับของมาเยอะแค่ไหน
อวิ๋นเจียวทำตาใสซื่อ "ไปทั้งที ถ้าไม่เอาอะไรติดมือกลับมาด้วย หนูก็ไปเสียเที่ยวสิ"
ถุงตาข่ายใบเบ้อเริ่ม มีของมาตั้งเยอะแยะ ก็ต้องเอามาสิ จริงไหม
พี่ชายทั้งหลายต่างพาหน้าเหวอไปตามๆ กัน
อวิ๋นเสี่ยวอู่มองด้วยความอิจฉาตาร้อน "เจียวเจียว เมื่อไหร่พี่จะเก่งเหมือนน้องเนี่ย พี่ห้าของน้องเรียนหนังสือไม่เอาไหน อนาคตคงต้องสืบทอดกิจการของที่บ้านแล้วล่ะ"
เขาประเมินตัวเองได้ชัดเจนดีจริงๆ อวิ๋นเจียวได้แต่ให้กำลังใจเขาแบบส่งๆ ไป
พวกพี่ชายกับอวิ๋นเจียวพากันเอนหลังนอนแผ่หลาอยู่บนโขดหินด้วยกัน มองดูท้องฟ้าที่ยังไม่ทันมืดสนิทดี ทว่ากลับมีพระจันทร์เสี้ยวโผล่ออกมาให้เห็นแล้ว จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าใครหัวเราะขึ้นมาก่อน คนอื่นๆ จึงพากันหัวเราะตามออกมาอย่างสนุกสนาน ความสุขของเด็กวัยรุ่นก็เรียบง่ายแบบนี้เอง
"เจียวเจียว ไปเถอะ พวกเรากลับบ้านกัน ถ้าแม่กับพ่อรู้ว่าน้องกลับมาแล้ว ต้องดีใจมากแน่ๆ"
แต่ของพวกนั้นเอาดึงกลับไปลำบากนิดหน่อย "กลับไปก่อนเถอะ บ้านเราซื้อรถสามล้อมาคันหนึ่งแล้ว"
รถสามล้อเป็นแบบใช้เท้าถีบ ซื้อมาเพื่อไว้บรรทุกของโดยเฉพาะ อนาคตเวลาเอาไว้ขนข้าว ขนข้าวโพดจากในนา ก็จะสะดวกขึ้นเยอะ
อวิ๋นเจียวได้ยินก็พยักหน้ารับ ทุกคนช่วยกันมัดถุงตาข่ายไว้กับโขดหินให้แน่นหนา ก่อนจะพากันวิ่งกลับบ้าน
"พ่อ แม่ ปู่ ย่า"
เสียงดังฟังชัดแบบนี้ ฟังแค่แวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นเสียงของอวิ๋นเสี่ยวอู่ พอสุนัขในบ้านได้ยินก็พากันเห่าตอบรับทันที
"เจียวเจียวกลับมาแล้วใช่ไหม เจียวเจียวกลับมาแล้วเหรอ"
สิ้นเสียงอวิ๋นเสี่ยวอู่ได้ไม่นาน คนในบ้านก็รีบวิ่งหน้าตื่นออกมา เพราะน้ำเสียงของอวิ๋นเสี่ยวอู่มันฟ้องว่ากำลังดีใจเอามากๆ สิ่งแรกที่พวกเขานึกถึงก็คืออวิ๋นเจียวต้องกลับมาแล้วแน่ๆ
พอออกมาดูก็เห็นว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ ทำเอาพวกผู้ใหญ่ในบ้านดีใจกันยกใหญ่
อวิ๋นหลินไห่กับอวิ๋นหลินเหอวิ่งตรงเข้ามา คว้าตัวอวิ๋นเจียวอุ้มชูขึ้นสูงๆ อวิ๋นเจียวไม่เพียงแต่ไม่กลัว เธอกลับหัวเราะชอบใจอย่างมีความสุข
"เจียวเจียว ในที่สุดก็กลับมาสักที"
"ถ้าไม่กลับมา พวกเราคุยกันไว้แล้วว่าจะออกไปตามหาลูกแล้วนะ"
ตอนแรกกะไว้ว่าน่าจะใช้เวลาประมาณสิบวัน แต่นี่ก็เลยมาตั้งสองวันแล้ว
เสิ่นอวิ๋นเหลียนรีบวิ่งเข้ามากอดลูกสาวเอาไว้แน่น "กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้ว อยากกินอะไรไหม แม่จะทำให้กิน เตรียมของไว้พร้อมหมดแล้วนะ"
พอมองดูดีๆ อวิ๋นเจียวก็สังเกตเห็นว่าขอบตาของแม่แดงนิดๆ แสดงว่าแม่เป็นห่วงเธอมากจริงๆ อวิ๋นเจียวรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ
อวิ๋นเจียวสูดจมูกเบาๆ "แม่ หนูอยากกินหมูสามชั้นน้ำแดง"
เสิ่นอวิ๋นเหลียนรีบตอบรับทันที "ได้เลยจ้ะ ที่บ้านมีเนื้อหมูพอดีเลย"
"น้องสาว เดี๋ยวพี่ทำให้กินเอง พี่ทำเป็นนะ"
อวิ๋นเสี่ยวลิ่วกระโดดออกมารับหน้าอย่างตื่นเต้น เขาไปเรียนทำอาหารกับอาจารย์มาปีกว่าแล้ว ถึงตอนนี้หน้าที่จะหนักไปทางเป็นลูกมือช่วยงาน แต่พวกอาหารพื้นฐานเขาก็พอทำได้สบายมาก
"งั้นพี่หกก็มาช่วยกันเลยสิ"
"เมื่อวานเราจับกุ้งโคลนมาได้นี่ แม่ เราเอามาทำกินกันเถอะ"
"ยังมีปลาไหลนาอีก เอากลับมาทำกินพร้อมกันเลย"
ทุกคนส่งเสียงคุยกันเซ็งแซ่ บรรยากาศในบ้านเต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา
ในขณะที่อวิ๋นเสี่ยวลิ่วและพวกผู้หญิงในบ้านอีกสามคนกำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหาร พวกอวิ๋นหลินไห่ก็เพิ่งรู้เรื่องของที่แขวนเอาไว้ริมทะเล พวกเขาไม่รอช้า รีบปั่นรถสามล้อถีบมุ่งหน้าไปที่นั่นทันที ด้านหลังรถสามล้อมีกระบะใส่ของ ต่อให้ต้องบรรทุกหมูหนักสักสองสามร้อยจินก็ไม่มีปัญหา พอมีรถสามล้อแบบนี้ ทุกอย่างก็สะดวกขึ้นเยอะ
ทุกคนเปิดไฟฉายส่องทาง ช่วยกันขนของออกจากถุงตาข่ายแล้วยกขึ้นไปเก็บบนรถ แต่ของมีเยอะมากจนขนรอบเดียวไม่หมด
ผู้เฒ่าอวิ๋นสั่งการ "เก็บปลาจี้สีทองพวกนั้นไว้ ส่วนปลาทูน่า เจ้าใหญ่ แกเอาไปส่งที่ฝั่งอาวั่งได้เลย"
ของอย่างอื่นผู้เฒ่าอวิ๋นก็เลือกของดีๆ เก็บไว้บางส่วน ที่เหลือก็ให้เอาไปขายที่จุดรับซื้อของอาวั่งทั้งหมด ของเยอะแยะขนาดนี้ ขืนเก็บไว้หมดครอบครัวก็กินกันไม่ทันหรอก
ปลาจี้สีทองนั่นเหมาะจะเอาไปเป็นของฝากที่สุดแล้ว ทั้งอาจารย์ของเจียวเจียว ครอบครัวของหวังเจี้ยนหลิน แล้วก็อาจารย์ของพี่สี่กับเสี่ยวปา ก็ให้แบ่งไปบ้านละตัว ถ้าไม่ติดว่าบ้านอาจารย์ของเสี่ยวลิ่วอยู่ไกลเกินไป ผู้เฒ่าอวิ๋นก็คงจะเอาไปฝากด้วยเหมือนกัน
"บ้านเราต้องซื้อตู้แช่แข็งสักตู้แล้วล่ะ" ไม่อย่างนั้นของดีๆ เยอะแยะแบบนี้ ถ้าไม่แช่แข็งเอาไว้คงเก็บได้ไม่นานแน่
[จบบท]