บทที่ 485: เปิดโปงชาติกำเนิด
ซุนซูเจินกว่าจะได้นั่งตำแหน่งคุณนายซูไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนแรกที่รู้ว่าซูคังเฉิงไปมีผู้หญิงอื่น เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทะเลาะกับเขายกใหญ่ไปหลายหน
สุดท้ายพอซูคังเฉิงขู่ว่า
"ถ้าไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วก็หย่ากันไปเลย"
เธอถึงยอมสงบปากสงบคำลง
สถานะคุณนายของเธอในตอนนี้ จะยอมยกให้พวกผู้หญิงข้างนอกได้ยังไง
พอเสียใจจนตั้งสติได้ เธอเลยเริ่มแอบถ่ายโอนทรัพย์สินของซูคังเฉิงอย่างเงียบๆ และด้วยความเจ็บแค้น เธอจึงเริ่มออกไปหาความสุขกับผู้ชายคนอื่นข้างนอกบ้าง
ในเมื่อซูคังเฉิงทรยศเธอได้ แล้วทำไมเธอจะทรยศเขาบ้างไม่ได้!
แต่พอรู้ว่าซูคังเฉิงไปมีลูกอยู่ข้างนอก วินาทีนี้ซุนซูเจินก็สติแตกจนทนไม่ไหวอีกต่อไป
ซูคังเฉิงหน้าเสีย รีบคว้ามือเธอไว้
"คุณบ้าไปแล้วเหรอ ไม่ดูเวลาเลยใช่ไหมว่าตอนนี้มันตอนไหน"
เขาขู่ซุนซูเจิน
"ถ้ายังขืนโวยวายอีก ตำแหน่งคุณนายซูก็อย่าหวังว่าจะได้เป็นต่อเลย"
ซุนซูเจินจ้องหน้าเขาด้วยความแค้น
ซูคังเฉิงหันไปมองซ่งชิง เลิกเสแสร้งรับบทสามีผู้แสนดี
"ซ่งชิง นี่มันเรื่องในครอบครัวผม คุณเข้ามายุ่งแบบนี้มันไม่เหมาะมั้ง"
อย่างมากเขาก็แค่มีเรื่องด่างพร้อยทางศีลธรรมนิดหน่อย ขอแค่...
"อ้อ ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ"
ซ่งชิงหยิบรูปถ่ายออกมาอีกปึก คราวนี้เป็นรูปของซุนซูเจินบ้าง
"ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพวกคุณต่างคนต่างสวมเขาให้กันน่ะ"
ซุนซูเจินลุกลี้ลุกลน ร้อนตัวขึ้นมาทันที
ซูคังเฉิงหน้าดำทะมึน รับรูปถ่ายที่บอดี้การ์ดของซ่งชิงยื่นให้ เขาหลับตาลง ไม่อยากจะมอง
ซ่งชิงยิ้ม
"คุณซูไม่คิดจะดูหน่อยเหรอ"
ซุนซูเจินพุ่งเข้าไปแย่งรูป แต่แรงสะบัดทำให้รูปถ่ายร่วงกระจายเต็มพื้น
ซูคังเฉิงเผลอก้มมองตามสัญชาตญาณ คราวนี้ถึงไม่อยากดูก็ต้องดูแล้ว
พอเห็นรูปซุนซูเจินกำลังแนบชิดกับผู้ชายคนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ชายคนนั้นดันเป็นเลขาที่เขาไว้ใจที่สุด
ในเสี้ยววินาทีนั้น ซูคังเฉิงรู้สึกเหมือนโดนหักหลังอย่างรุนแรง เขาคุมตัวเองไม่อยู่ ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าซุนซูเจินเต็มแรง
"พวกคุณ... ทำได้แสบมากนะ!"
ตอนนี้เขาโกรธจัดจนต้องเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา
ซุนซูเจินยกมือขึ้นกุมหน้า
"คุณมีหน้ามาโทษฉันด้วยเหรอ ในเมื่อคุณทำเรื่องเลวร้ายก่อน ก็อย่ามาว่าฉันที่ทำบ้างสิ ทำไม คิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้รึไงถึงอยากจะมีเมียหลายคนน่ะ ทีคุณยังหักหลังฉันได้ แล้วทำไมฉันจะทำบ้างไม่ได้!"
ซูคังเฉิงชี้หน้าเธอ
"คุณไปแอบคบชู้กับเลขาผม ต้องการอะไรกันแน่!"
จู่ๆ เขาก็เริ่มใจคอไม่ดี ซุนซูเจินไปมั่วสุมกับเลขาแบบนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ บริษัทของเขา คงเกิดเรื่องเข้าแล้ว
"ยังจะมีหน้ามาถามฉันอีก ตัวเองมีทั้งลูกชายนอกสมรสลูกสาวนอกสมรสแท้ๆ!"
ซูเนี่ยนยืนอยู่ข้างๆ ทำอะไรไม่ถูก พอโดนสายตาคนมากมายจับจ้อง เธอทั้งลนลานและรู้สึกอับอายขายหน้าไปพร้อมกัน
จบกัน ผ่านวันนี้ไป เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในสังคมนี้
ตอนนี้อวิ๋นเจียวกำลังแทะเมล็ดแตงโม ยืนดูคนสองคนแว้งกัดกันเอง
แขกเหรื่อทั้งหมดไม่มีใครยอมกลับ ยืนเป็นจีนมุงอยู่ไม่ไกล
ภาพแบบนี้ พวกเขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
โอ้โห สองคนนี้ไม่ใช่คู่สามีภรรยาตัวอย่างที่ดังกระฉ่อนหรอกเหรอ ผู้ชายมีเมียน้อย ผู้หญิงก็แอบคบชู้ ละครฉากใหญ่นี้ช่าง สนุกจริงๆ!
ทั้งคู่เถียงกันคอเป็นเอ็น แต่ซูคังเฉิงยังไงก็ไม่อยากเสียหน้า เขาทำหน้าขรึม
"หุบปาก อยากทะเลาะก็กลับไปทะเลาะที่บ้าน!"
"ทุกท่าน ขอโทษด้วย วันนี้ผมคงรับรองพวกคุณต่อไม่ได้แล้ว เชิญทุกคน..."
"เดี๋ยวสิ"
ซ่งชิงพูดแทรกขึ้น
"คุณซูคงลืมไปมั้ง ว่าเรื่องลูกสาวของจือหย่ายังไม่ได้สะสางเลยนะ"
เธอฉายรูปของอันจือหย่าขึ้นจอ
"ซูคังเฉิง นี่ใคร คุณคงคุ้นหน้าดีใช่ไหม"
"งั้นลองดูเด็กคนนี้สิ รู้สึกคุ้นหน้าบ้างรึเปล่า"
อวิ๋นเจียวปัดเศษเมล็ดแตงโมที่เปื้อนมือออก แล้วเดินไปยืนข้างซ่งชิงอย่างใจเย็น
ทุกคนพากันมองรูปหญิงสาวในชุดกี่เพ้า ถึงรูปจะเป็นขาวดำ แต่ผู้หญิงในรูปต่อให้ไม่มีสีสัน ทั้งโครงหน้าและผิวพรรณก็ดูโดดเด่นสะดุดตา แถมยังมีกลิ่นอายความเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีแผ่ออกมาอีก
พอเอาใบหน้าของอวิ๋นเจียวในตอนนี้ไปเทียบกับรูปถ่าย ก็ยิ่งดูมีเค้าโครงเหมือนกันเข้าไปใหญ่
"นี่... ดูคล้ายกันจริงด้วย คล้ายกันตั้งครึ่งนึงเลยนะ"
"คุณพระช่วย สรุปว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นถึงจะเป็นลูกสาวของอันจือหย่าเหรอ"
แน่นอนว่าซูคังเฉิงไม่มีทางยอมรับ แต่ความจริงตอนนี้ในใจเขาปั่นป่วนไปหมด
มิน่าล่ะ เขาถึงรู้สึกมาตลอดว่าอวิ๋นเจียวหน้าตาเหมือนคนที่เขารู้จัก แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร ที่แท้ก็เป็นเธอนี่เอง!
"แล้วนี่มันพิสูจน์อะไรได้ โลกตั้งกว้างใหญ่ คนหน้าตาคล้ายกันมีเยอะแยะไป อีกอย่าง ถ้าผมจำไม่ผิด เด็กคนนี้ผมสีนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วใช่ไหม จือหย่าผมสีดำ จะคลอดลูกที่มีผมกับตาสีฟ้าออกมาได้ยังไง"
บรรดาคนดูพากันหันไปมองซ่งชิง อยากรู้ว่าเธอจะพูดตอบยังไง
"ใครบอกว่าน้องสาวผมผมสีนี้มาตั้งแต่เด็ก"
ผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมา พอทุกคนเห็นเขา ดวงตาก็เป็นประกายทันที
"นั่นอวิ๋นเฉินอันนี่!"
อวิ๋นเฉินอัน นอกจากจะแสดงละครเก่งแล้ว เขายังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันด้วย ถือว่ามีชื่อเสียงในวงการไม่เบา
พวกคุณหญิงคุณนายในแวดวงคนรวยส่วนใหญ่ก็เป็นแฟนคลับเขาทั้งนั้น
ตอนนี้ ทุกคนเลยพากันจ้องมองเขาตาเป็นมัน
อวิ๋นเสี่ยวจิ่วหยิบรูปถ่ายออกมาสองสามใบ
"ผมของน้องสาวผม ไม่ได้เป็นสีฟ้ามาตั้งแต่เด็กหรอกครับ แค่ค่อยๆ เปลี่ยนสีตอนโตต่างหาก"
เด็กผู้หญิงในรูปหน้าตาน่ารักน่าชัง เป็นประเภทที่มองแค่แวบเดียวก็ทำให้คนเห็นรู้สึกเอ็นดูได้ทันที
"อ้าว ที่แท้ก็เป็นน้องสาวเขาหรอกเหรอ"
"เดี๋ยวนะ นั่นไม่ใช่น้องสาวเขาเหรอ"
"โง่รึเปล่า ก็ต้องไม่ใช่ลูกแท้ๆ อยู่แล้วสิ"
ซ่งชิงหัวเราะ
"ซูคังเฉิง คุณคงไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นสามีของจือหย่าจริงๆ หรอกนะ"
พอทุกคนได้ยินแบบนี้ ก็คิดว่าเรื่องนี้ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกเหรอ รีบเล่าออกมาสิ พวกเขาอยากฟังใจจะขาดแล้ว
แต่สีหน้าของซูคังเฉิงกลับดูแย่ลงกว่าเดิมมาก
"ซูคังเฉิง เรื่องผมของอวิ๋นเจียวที่คุณพูดถึง มันดันเป็นเครื่องพิสูจน์พอดีเลยว่าเธอคือลูกของจือหย่า"
เธอปรบมือ บอดี้การ์ดหลายคนช่วยกันยกของบางอย่างขึ้นมา มันคือภาพวาดที่ถูกผ้าสีดำคลุมเอาไว้
"ตอนนั้นสถานการณ์มันคับขัน คุณลุงฟู่เลยต้องรีบหาสามีในนามให้จือหย่า เพื่อจะได้มีคนมาช่วยดูแลบริษัทยาตระกูลอัน แล้วก็จะได้ดูแลจือหย่าต่อไปด้วย แต่พวกเขาคงนึกไม่ถึง ว่าจะดึงหมาป่าตาขาวเข้ามาในบ้าน"
แต่เรื่องในตอนนั้น สำหรับตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาอะไรอีกแล้ว
"คุณลุงฟู่ดีกับคุณขนาดไหน ดูแลคุณเหมือนเป็นลูกศิษย์แท้ๆ แล้วคุณตอบแทนพวกเขายังไง บังอาจเอาลูกสาวตัวเองมาสลับตัวกับลูกของจือหย่า แถมยังแอบวางยาในอาหารของพวกเขาอีก"
ซูคังเฉิงตาแดงก่ำ
"คุณอย่ามาใส่ร้ายผมนะ!"
ขืนปล่อยให้เธอพูดต่อไปไม่ได้แล้ว ซูคังเฉิงพุ่งตัวเข้าไปหมายจะแย่งไมโครโฟนจากมือเธอ
แต่มีหรงเหิงคอยคุ้มกันอยู่ แถมยังมีบอดี้การ์ดตั้งหลายคน เขาเลยเข้าใกล้ซ่งชิงไม่ได้เลยสักนิด
"ทำไม ร้อนรนแล้วเหรอ วางใจเถอะ ในเมื่อฉันกล้าพูด ฉันก็ต้องมีหลักฐานอยู่แล้ว วันนี้ พวกคุณหนีไม่รอดหรอก"
คำพูดของเธอเหมือนเสียงกระซิบจากยมทูต ทำเอาซูคังเฉิงและซุนซูเจินหน้าซีดเผือด
"ทุกคนอาจจะยังไม่รู้ ว่าคุณหนูบริษัทยาตระกูลอัน ท้องตั้งแต่ก่อนจะแต่งงานกับซูคังเฉิงแล้ว"
นี่คือเรื่องที่อวิ๋นเจียวกับซ่งชิงปรึกษากันแล้วว่าควรจะพูดออกมา
อวิ๋นเจียวไม่อยากให้ใครคิดว่าตัวเองมีสายเลือดของซูคังเฉิง
อันจือหย่าเองก็คงไม่อยากแบกรับสถานะภรรยาของซูคังเฉิงเหมือนกัน
"ตอนนั้นตระกูลอันกำลังแย่ จำเป็นต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาแต่งงานกับจือหย่า แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังหรอกนะ ต่อให้ต้องหา ก็ตั้งใจจะหาคนที่เต็มใจจริงๆ
ความจริงแล้วมันก็แค่การตกลงร่วมมือกัน ตอนนั้นซูคังเฉิงเสนอตัวบอกว่าเขายินดี เขาบอกว่าเห็นจือหย่าเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ มาตลอด เขาจะเป็นคนดูแลจือหย่าเอง"
ทุกคนถึงกับบางอ้อ
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง นึกว่าซูคังเฉิงมารับช่วงต่อเป็นพ่อพระซะอีก ถ้าเป็นแค่การร่วมมือกัน ก็พอเข้าใจได้
"คุณลุงฟู่ย่อมไม่ปล่อยให้เขาเสียเปรียบ พอเขาตกลง ก็ยกหุ้นบริษัทยาตระกูลอันให้เขาสามเปอร์เซ็นต์ทันที"
"แต่คนบางคนดันโลภมาก สิ่งที่เขาอยากได้ มันไม่ใช่แค่สามเปอร์เซ็นต์นั่นหรอก เพราะงั้นตอนที่ฉันกับคุณลุงอันไม่อยู่ จือหย่าก็ดันมาคลอดก่อนกำหนดพอดีเลย"
พวกคนฉลาดฟังปุ๊บก็รู้ปั๊บ จะมาพอดีอะไรกัน เห็นได้ชัดว่าวางแผนไว้แต่แรกแล้ว เพื่อจะได้สลับตัวเด็กได้สะดวกไงล่ะ!
เอาลูกตัวเองมาสลับกับลูกของอันจือหย่า ต่อไปพอเด็กโตขึ้นต้องมารับช่วงต่อตระกูลอัน สมบัติก็จะได้ตกอยู่ในมือลูกตัวเอง
ช่างเป็นแผนการที่แยบยลจริงๆ
[จบบท]