บทที่ 486: ความจริงกระจ่าง
ซ่งชิงค่อยๆ คลี่ภาพวาดนั้นออกให้ทุกคนในงานดูอย่างช้าๆ
บนผืนผ้าใบปรากฏรูปของผู้ชายคนหนึ่งที่มีหน้าตาดูดีมาก เส้นผมและดวงตาของเขาเจือประกายสีฟ้าอ่อนๆ ด้านหลังเป็นฉากของท้องทะเลกว้างใหญ่ ราวกับว่าเขาคือสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากห้วงสมุทร
"คนนี้ต่างหาก คือพ่อที่แท้จริงของลูกจือหย่า"
"จือหย่าวาดรูปเก่งมากนะ ภาพนี้เธอตั้งใจวาดให้คนที่เธอรัก"
อวิ๋นเจียวหันไปมองภาพนั้นเช่นกัน โครงหน้าของเธอคล้ายกับอันจือหย่าไปแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ดูมีเค้าโครงเหมือนผู้ชายในรูปเลย จะบอกว่าอวิ๋นเจียวดึงเอาส่วนที่ดูดีที่สุดของทั้งสองคนมารวมไว้ในตัวเองก็คงไม่ผิด เธอถึงได้ดูสวยและสมบูรณ์แบบกว่าพ่อและแม่เสียอีก
"เพราะงั้น สีผมของอวิ๋นเจียวถึงเป็นหลักฐานชิ้นดีไงว่าเธอคือลูกของจือหย่า ตอนเด็กๆ สีผมอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่พอโตขึ้นมันถึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้า"
ซูคังเฉิงหน้าดำทะมึน ไม่กล้าอ้าปากเถียงอะไรอีก
ที่นี่ไม่มีใครโง่ ถึงเขาจะพยายามแก้ตัวไปก็คงไม่มีใครเชื่อแล้ว
ซูเนี่ยนยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ ความจริงแล้ว... เธอรู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว
แต่เธอก็ทำใจยอมรับมันได้อย่างหน้าตาเฉย เพราะตั้งแต่จำความได้ บ้านของเธอก็คือบ้านตระกูลซู พ่อก็คือพ่อแท้ๆ แม่ก็คือแม่แท้ๆ มีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง เธอไม่ใช่คุณหนูตระกูลดังอะไรหรอก... บ้านของเธอแค่แย่งทุกอย่างมาจากคนอื่นก็เท่านั้น
"พาป้าแม่บ้านคนนั้นเข้ามา"
ป้าแม่บ้านที่คอยดูแลซูเนี่ยนถูกพาตัวเข้ามา สุดท้ายเธอก็คุกเข่าลงแล้วสารภาพเรื่องราวทั้งหมด ว่าตัวเองทำตามคำสั่งของสองผัวเมียนั่นได้ยังไง เธอเล่าว่าพาเด็กไปทิ้งที่เมืองอื่นที่อยู่ห่างไกลออกไป
พอทุกคนได้ยินว่าเธอเอาเด็กทิ้งลงทะเล สายตาที่มองคนพวกนั้นก็เปลี่ยนไปทันที รังเกียจราวกับกำลังมองเดรัจฉาน
"วางแผนซะดิบดีเลยนะ ถ้าลูกตระกูลอันตายไปจริงๆ ซูคังเฉิงคงฮุบสมบัติสำเร็จไปแล้ว"
"ก็สำเร็จไปแล้วไง พวกเขานั่งเสวยสุขบนกองเงินกองทองของตระกูลอันมาตั้งสิบเจ็ดปี ตอนนี้เจ้าตัวเขาแค่มาทวงคืน"
"โดนโยนลงทะเลยังรอดมาได้ เด็กคนนี้ดวงแข็งจริงๆ"
"ไม่ใช่แค่รอดนะ ดูหน้าตาสิ ชีวิตความเป็นอยู่ต้องดีมากแน่ๆ ได้ยินมาว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชิงเป่ยด้วย"
ซุนซูเจินทนรับความจริงไม่ไหว เธอคว้าแก้วไวน์ปาใส่ป้าแม่บ้านเต็มแรง
"พูดบ้าอะไรของแก เนี่ยนเนี่ยนไม่ใช่ลูกฉัน เธอเป็นลูกของอันจือหย่า"
"พวกแกจัดฉาก พวกแกต่างหากที่..."
ซ่งชิงแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"จะให้ตรวจดีเอ็นเอของเธอกับซูเนี่ยนอีกรอบไหมล่ะ"
"แต่เก็บแรงไปเถียงกันต่อในคุกเถอะ"
สิ้นเสียงของซ่งชิง ตำรวจหลายนายก็เดินเข้ามาในงาน
"ใครคือซูคังเฉิง บริษัทของคุณมีส่วนพัวพันกับการหลบเลี่ยงภาษี ปลอมแปลงตัวยา แล้วก็ยังมีคดีฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์ด้วย เชิญตามพวกเรามาที่สถานีตำรวจหน่อย"
"ส่วนซุนซูเจิน..."
ซุนซูเจินสติแตกโวยวายลั่น
"ฉันไม่ได้ทำ ไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะ ไม่ใช่ฉัน!"
แต่สุดท้ายทุกคนก็ถูกรวบตัวไปหมด ทั้งซูเนี่ยนแล้วก็ลูกชายนอกสมรสของพวกเขาก็ถูกพาตัวไปด้วย
ซ่งชิงจับมืออวิ๋นเจียวเอาไว้แน่น ขอบตาของเธอแดงก่ำ
"ผ่านไปตั้งนาน ในที่สุดฉันก็ทวงความยุติธรรมให้จือหย่ากับคุณลุงอันได้แล้ว!"
อวิ๋นเจียวตบมือเธอเบาๆ
"ถ้าแม่กับคุณตารู้ พวกเขาต้องดีใจมากแน่ๆ ค่ะ"
ซ่งชิงเช็ดหางตา
"เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะ พวกเราต้องรีบไปจัดการทรัพย์สินของบริษัทยาตระกูลอัน จะปล่อยให้พวกปลิงดูดเลือดบ้านตระกูลอันกับตระกูลซุนมาชุบมือเปิบไม่ได้เด็ดขาด"
หลังออกจากงานเลี้ยง สิ่งแรกที่พวกเธอทำคือพาบอดี้การ์ดไปทวงคืนบ้านตระกูลอันกลับมา
ส่วนเรื่องบริษัทยาตระกูลอันก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อดึงหุ้นกลับคืนมาก่อน
หลายปีมานี้ซ่งชิงแอบกว้านซื้อหุ้นย่อยของบริษัทยาตระกูลอันอย่างลับๆ และเธอก็มอบมันให้กับอวิ๋นเจียวทั้งหมด ขอแค่ทวงคืนส่วนที่ควรจะเป็นของเธอมาได้ อวิ๋นเจียวก็จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทยาตระกูลอันทันที
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ทั้งโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ต่างก็พากันนำเสนอข่าวนี้
คนตระกูลซูดังกระฉ่อนไปทั่ว
อวิ๋นเจียววุ่นวายกับการจัดการเรื่องของตระกูลซูอยู่เกือบเดือน ในที่สุดเธอก็ทวงคืนทุกอย่างของตระกูลอันกลับมาได้สำเร็จ
ซูคังเฉิงและซุนซูเจินถูกศาลตัดสินโทษประหารชีวิตแต่ให้รอลงอาญาในข้อหาฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์ ซูเนี่ยนกับลูกชายนอกสมรสคนนั้นรอดพ้นข้อหาและถูกปล่อยตัวออกมา
แต่พอออกมาแล้ว พวกเขากลับมืดแปดด้าน ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ
วันหนึ่ง ซูเนี่ยนก็มาดักรอพบอวิ๋นเจียว
"อวิ๋นเจียว!"
อวิ๋นเจียวหันไปมอง ซูเนี่ยนยืนทำหน้าโกรธจัด
"เธอชนะแล้ว คงจะสะใจมากสินะ ครอบครัวฉันพังพินาศก็เพราะเธอ ฉันไปเรียนต่อไม่ได้แล้ว พอใจรึยังล่ะ"
อวิ๋นเจียวมองหน้าเธอแล้วยิ้ม
"เธอเพิ่งมาบ้านแตกตอนอายุสิบเจ็ด แล้วฉันล่ะ"
เธอเดินเข้าไปใกล้ซูเนี่ยน
"ต้องให้เตือนความจำไหม ว่าฉันบ้านแตกสาแหรกขาดตั้งแต่เกิดก็เพราะพ่อแม่เธอน่ะ"
ซูเนี่ยนตาแดงก่ำ
"แต่เธอก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ หลายปีมานี้เธอก็มีชีวิตที่ดีไม่ใช่เหรอ เธอมีอาจารย์ มีพ่อบุญธรรมแม่บุญธรรม แล้วก็มีพี่ชายตั้งหลายคน เธอมีทุกอย่างครบแล้วนี่"
"แล้วยังไง"
"แปลว่าแม่กับคุณตาของฉันสมควรตายงั้นเหรอ"
"แปลว่าครอบครัวเธอมีสิทธิ์มาฮุบทุกอย่างที่ไม่ใช่ของตัวเองไปงั้นสิ"
"ซูเนี่ยน ฉันไม่เอาเรื่องเธอก็ดีแค่ไหนแล้ว อย่ามาทำตัวได้คืบจะเอาศอก"
"เงินในบัตรของเธอ เงินที่มันเป็นส่วนของเธอ ฉันไม่ยึดคืนก็ถือว่าเมตตามากแล้วนะ แต่ความเมตตาของฉัน ไม่ได้มีไว้ให้เธอมานั่งชี้หน้าด่า ทั้งที่รู้เต็มอกว่าครอบครัวตัวเองเป็นฝ่ายผิดหรอกนะ"
"จุดเริ่มต้นของเธอมันดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะ หลังจากนี้จะอยู่หรือตายก็พึ่งตัวเองเถอะ อย่ามัวแต่โทษฟ้าโทษดินเลย นั่นมันคือเวรกรรมที่พวกเขาต้องรับอยู่แล้ว"
พูดจบอวิ๋นเจียวก็หมุนตัวเดินจากไป
เธอไม่รู้หรอกว่าซูเนี่ยนคิดยังไง แต่หลังจากวันนั้น อวิ๋นเจียวก็ไม่เคยเจอซูเนี่ยนอีกเลย
ได้ยินจากพี่เก้าแค่ว่า ซูเนี่ยนพาน้องชายออกจากเมืองหลวงไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน ซึ่งอวิ๋นเจียวเองก็ไม่ได้สนใจอะไร
ทางฝั่งของบริษัทยาตระกูลอัน เธอสั่งยกเลิกสัญญากับพวกร้านขายยาสมุนไพรที่ส่งวัตถุดิบไม่ได้มาตรฐานทิ้งให้หมด แล้วหันไปเจรจากับร้านขายยาสมุนไพรที่เคยร่วมงานกับตระกูลอันในอดีต เธอแสดงความจริงใจอย่างเต็มที่ จนในที่สุดพวกเขาก็ตอบตกลงกลับมาร่วมงานกับบริษัทยาตระกูลอันอีกครั้ง
หลังจากนั้นเธอก็จ้างผู้ช่วยมือดีมาดูแลงานในบริษัทโดยเฉพาะ รายได้จากบริษัทยาตระกูลอันถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเธอนำไปก่อตั้งมูลนิธิเพื่อการจัดการทางทะเลและบริจาคให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า
ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเธอนำไปลงทุนวิจัยเกี่ยวกับอุปกรณ์การแพทย์
เธออยากได้อุปกรณ์การแพทย์ครบชุดที่สามารถตรวจเช็กร่างกายให้กับสัตว์ได้
[จบบท]