ยามเย็นคล้อยลง แสงสีส้มสาดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้ามาในห้องแคบ เสียงตามห้องต่างๆ ตลอดทางเดินเริ่มคึกคักขึ้นอีกครั้งเมื่อคนงานทยอยเลิกกะกลับมา กลิ่นควันไฟและกลิ่นอาหารลอยคละคลุ้งไปทั่วโถงทางเดินที่ใช้ร่วมกัน
เจียงเหวยเหยานั่งอยู่บนเตียงไม้ ครุ่นคิดอย่างเยือกเย็น ร่างกายที่ได้ดื่มน้ำวิเศษและกินอาหารดีๆ ในมิติกลับมามีเรี่ยวแรงและสมองปลอดโปร่ง เธอรู้ดีว่าการจะเอาชนะจ้าวชุ่ยฟงในวันพรุ่งนี้ ลำพังคำพูดอย่างเดียวไม่พอ เธอต้องมี "หลักฐาน" อยู่ในมือให้ครบเสียก่อน
บาดแผลที่ท้ายทอยคือหลักฐานเรื่องทำร้ายร่างกาย นั่นเธอมีแล้ว แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือหลักฐานเรื่องมรดกของแม่ที่ถูกยึดไป
ขณะที่กำลังคิด ความทรงจำของร่างเดิมชิ้นหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน เป็นความทรงจำที่เด็กสาวเจ้าของร่างเก็บงำไว้ลึกที่สุด
ก่อนแม่จะเสียชีวิต ในช่วงที่อาการทรุดหนักและรู้ตัวว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน แม่เป็นห่วงอนาคตของลูกสาวตัวน้อยยิ่งนัก นางกลัวว่าเมื่อตัวเองจากไป สามีที่หูเบาจะแต่งงานใหม่และลูกสาวจะถูกกลั่นแกล้ง แม่จึงแอบห่อสมบัติส่วนตัวชิ้นสำคัญที่สุดไว้ แล้วนำไปฝากกับป้าอู๋ เพื่อนบ้านห้องปลายทางเดินที่นางไว้ใจที่สุด พร้อมสั่งเสียว่า "รอให้เหวยเหยาโตขึ้นและถึงคราวจำเป็นจริงๆ ค่อยมอบให้ลูก อย่าให้คนอื่นรู้เด็ดขาด"
เด็กสาวเจ้าของร่างรู้เรื่องนี้ แต่ด้วยความขี้ขลาดและถูกจ้าวชุ่ยฟงจับตาอยู่ตลอด จึงไม่เคยกล้าไปเอา ได้แต่เก็บความลับนี้ไว้ในใจ
ของที่แม่ฝากไว้... เจียงเหวยเหยาคิดในใจ ดวงตาวาบประกาย นี่คือไพ่ตายที่จ้าวชุ่ยฟงไม่มีทางรู้ เพราะสิ่งที่นางยึดไปได้คือทรัพย์ที่เปิดเผย ส่วนสมบัติที่แม่ซ่อนไว้กับป้าอู๋นั้น นางไม่เคยล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย
เธอลุกขึ้น เงี่ยหูฟังเสียงนอกห้อง จ้าวชุ่ยฟงกำลังง่วนอยู่กับการหุงข้าวที่เตาถ่านในโถงทางเดิน ส่วนเจียงเมิ่งเตี๋ยก็ออกไปคุยเล่นกับเพื่อนที่ห้องอื่น นี่คือจังหวะเหมาะ
เจียงเหวยเหยาแอบเดินเลียบกำแพงไปตามทางเดินอย่างเงียบเชียบ จนถึงห้องปลายสุด เคาะประตูเบาๆ
"ใครน่ะ" เสียงหญิงชราตอบออกมา ก่อนประตูจะแง้มเปิด เผยให้เห็นใบหน้าเหี่ยวย่นใจดีของป้าอู๋ หญิงชราวัยหกสิบที่อยู่ลำพัง สามีเสียไปนาน ลูกก็ไปทำงานต่างเมือง
พอเห็นว่าเป็นเจียงเหวยเหยา ดวงตาของป้าอู๋ก็เต็มไปด้วยความสงสาร นางรีบดึงเด็กสาวเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู "เหวยเหยา มาได้ยังไง ระวังแม่เลี้ยงแกเห็นเข้านะลูก หน้าซีดเชียว หัวที่พันผ้าไว้นั่นเป็นอะไรมา"
"ป้าอู๋คะ" เจียงเหวยเหยาเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองหญิงชราที่เป็นห่วงเธออย่างจริงใจแล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจ "หนูไม่เป็นไรค่ะ วันนี้หนูมาหาป้าเพราะมีเรื่องสำคัญ"
ป้าอู๋พยักหน้า จับมือเด็กสาวให้นั่งลง แล้วรินน้ำอุ่นให้แก้วหนึ่ง "มีอะไรก็บอกป้ามาเถอะลูก ป้าดูแกถูกกลั่นแกล้งมาตั้งแต่แม่แกจากไป สงสารแกจับใจ แต่ป้าก็แก่แล้ว ช่วยอะไรไม่ได้มาก"
เจียงเหวยเหยารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของหญิงชรา นางคือเพื่อนบ้านไม่กี่คนที่ปฏิบัติกับเด็กสาวด้วยความเมตตา เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยเรื่องที่ตั้งใจมา "ป้าคะ ตอนที่แม่หนูใกล้จะจากไป แม่เคยฝากของไว้กับป้าใช่ไหมคะ แม่สั่งว่าให้มอบให้หนูเมื่อโตขึ้นและถึงคราวจำเป็น...ตอนนี้ หนูถึงคราวจำเป็นแล้วค่ะ"
ป้าอู๋ตกใจเล็กน้อย มองเด็กสาวด้วยความประหลาดใจ "แก...แกรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ แม่แกสั่งไว้แบบนั้นจริงๆ ป้าเก็บของไว้ให้ตั้งสิบกว่าปีแล้ว รอวันที่แกจะมาเอา" ดวงตาของหญิงชราแดงก่ำด้วยความตื้นตัน "แม่แกเป็นคนดีมากนะลูก ตอนป่วยหนักยังห่วงแต่แก กลัวแกจะลำบาก"
หญิงชราลุกไปที่หัวเตียง ยกกระเบื้องปูพื้นแผ่นหนึ่งขึ้น เผยให้เห็นช่องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ นางหยิบห่อผ้าเก่าซีดออกมาอย่างทะนุถนอม แล้วส่งให้เจียงเหวยเหยาด้วยมือสั่นเทา "นี่ไง ของที่แม่แกฝากไว้ ป้ารักษามันไว้อย่างดีที่สุดแล้ว ไม่เคยเปิดดูเลยสักครั้ง"
เจียงเหวยเหยารับห่อผ้ามาด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย เธอค่อยๆ คลี่มันออก ภายในมีสมุดบัญชีเงินฝากเก่าเล่มหนึ่ง สร้อยทองกับกำไลทองอย่างละเส้น และจดหมายพับเรียบร้อยที่เขียนด้วยลายมือบรรจง
เธอหยิบจดหมายขึ้นมาคลี่อ่าน เป็นลายมือของแม่ที่เขียนไว้ก่อนตาย เนื้อความบอกเล่าถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อลูกสาว เงินในสมุดบัญชีนี้คือเงินเก็บทั้งชีวิตของแม่ที่ซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้ ทองสองชิ้นนี้เป็นของรับไหว้จากยายที่ตกทอดมา แม่อยากให้ลูกเก็บไว้เป็นทุนตั้งตัว และในจดหมายยังกำชับไว้ว่า สิทธิ์เข้าแทนตำแหน่งงานในโรงงานทอผ้าเป็นของลูกสาวโดยชอบธรรม หากวันข้างหน้ามีใครบังอาจแย่งชิงสิทธิ์นี้ไป ก็ขอให้ลูกทวงคืนกลับมาให้ได้
อ่านจบ น้ำตาของเจียงเหวยเหยาก็ไหลริน ทั้งที่เธอไม่ใช่เจ้าของร่างตัวจริง แต่ความรักของแม่ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษรเหล่านี้กลับสะเทือนใจเธออย่างบอกไม่ถูก มันทำให้เธอนึกถึงยายของตัวเองในอีกภพหนึ่ง และยิ่งทำให้เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องใช้ชีวิตของเด็กสาวคนนี้ให้ดีที่สุด ทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของเธอ และไม่ให้ใครมากดขี่ได้อีก
แม่คะ หนูจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง หนูจะทวงคืนทุกอย่างและใช้ชีวิตให้ดีที่สุดค่ะ เธอบอกกับตัวเองในใจ พลางเช็ดน้ำตา
ป้าอู๋เห็นเด็กสาวร้องไห้ก็พลอยน้ำตาคลอ นางลูบหลังปลอบ "เด็กดี ร้องออกมาเถอะ แม่แกอยู่บนฟ้าคงภูมิใจในตัวแกนะ"
เมื่อสงบอารมณ์ลง เจียงเหวยเหยาก็เก็บสมุดบัญชี ทอง และจดหมายใส่ห่อผ้าอย่างระมัดระวัง สิ่งเหล่านี้คือทั้งหลักฐานและทุนตั้งต้นที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะจดหมายลายมือแม่ที่ระบุสิทธิ์ในตำแหน่งงาน จะกลายเป็นหลักฐานชิ้นเอกในการทวงงานคืนจากเจียงเมิ่งเตี๋ย
"ป้าอู๋คะ" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พรุ่งนี้หนูจะจัดการเรื่องบางอย่าง อาจต้องรบกวนให้ป้าช่วยเป็นพยานยืนยันว่าของพวกนี้เป็นของที่แม่หนูฝากไว้จริง ป้าพอจะช่วยหนูได้ไหมคะ"
"ได้สิลูก ป้าเห็นมากับตา แม่แกฝากไว้กับป้าเองแท้ๆ ใครจะเถียงได้" ป้าอู๋พยักหน้าหนักแน่น ก่อนจะเอ่ยเตือนเบาๆ ด้วยสีหน้าเป็นห่วง "แต่เหวยเหยา ป้าได้ยินมาว่าแม่เลี้ยงแกตกลงกับครอบครัวหลิวไว้แล้วนะ พรุ่งนี้เช้าเขาจะมารับตัวแกไปจริงๆ แกต้องระวังตัวให้ดี"
"หนูรู้ค่ะ" เจียงเหวยเหยาพยักหน้า ดวงตากลับเปล่งประกายเด็ดเดี่ยวแทนความหวาดกลัว "แต่ป้าไม่ต้องห่วงนะคะ พรุ่งนี้ก่อนที่ครอบครัวหลิวจะมาถึง หนูจะเป็นฝ่ายลงมือก่อนเอง"
ป้าอู๋มองแววตาที่มั่นใจของเด็กสาวแล้วก็แปลกใจปนยินดี เด็กที่เคยขี้ขลาดก้มหน้าก้มตา วันนี้กลับดูเข้มแข็งและมีสง่าราศีขึ้นผิดหูผิดตา นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้สึกได้ว่าเหวยเหยาคนนี้ไม่ใช่เด็กที่ใครจะรังแกได้ง่ายๆ อีกต่อไป
"ดีแล้วลูก ผู้หญิงเราต้องเข้มแข็ง อย่ายอมให้ใครมาข่มเหง" ป้าอู๋พยักหน้าอย่างชื่นชม "ถ้าต้องการให้ป้าช่วยอะไร บอกได้เลยนะ"
"ขอบคุณป้ามากๆ เลยค่ะ หนูจะไม่ลืมบุญคุณป้า" เจียงเหวยเหยากล่าวด้วยความซาบซึ้งจากใจจริง
เธอกอดลาป้าอู๋ แล้วแอบเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองอย่างเงียบเชียบ โชคดีที่จ้าวชุ่ยฟงยังง่วนอยู่กับการหุงหาอาหาร ไม่ทันสังเกตว่าเธอออกไปข้างนอกมา
กลับถึงห้อง เจียงเหวยเหยาปิดม่านกั้นให้มิดชิด แล้วแอบเก็บห่อผ้าใส่เข้าไปในมิติเพื่อความปลอดภัย ที่นั่นไม่มีใครค้นเจอ ไม่มีทางถูกจ้าวชุ่ยฟงยึดไปได้อีก
เธอนั่งลงบนเตียง มองออกไปนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ในมือกำจดหมายของแม่ที่เธอหยิบออกมาอ่านซ้ำอีกครั้ง หัวใจเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ตอนนี้เธอมีครบทุกอย่างแล้ว ทั้งหลักฐานเรื่องทำร้ายร่างกาย หลักฐานเรื่องมรดกและสิทธิ์ตำแหน่งงาน และพยานอย่างป้าอู๋
พรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างจะเริ่มต้น น้าจ้าว คอยดูให้ดีนะคะ ว่าการกลั่นแกล้งเด็กกำพร้าคนหนึ่งมันต้องแลกด้วยอะไรบ้าง เธอบอกกับตัวเองในใจ มุมปากยกยิ้มเย็น
คืนนั้น เจียงเหวยเหยาเข้านอนแต่หัวค่ำ สะสมเรี่ยวแรงไว้ให้พร้อม เพราะพรุ่งนี้จะเป็นวันที่เธอทวงคืนความยุติธรรมให้เด็กสาวเจ้าของร่าง และเปิดฉากชีวิตใหม่ของเธออย่างแท้จริง...
จบตอน 5