"รังแกกันเกินไปแล้ว!"
หงรื่อ หัวหน้าทีมตะวันไม่ตก ตะโกนด้วยความโกรธ
สมาชิกในทีมกำลังจะถูกกำจัดจนหมดอยู่ต่อหน้าต่อตา แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับยังรับมือได้อย่างสบาย ตั้งแต่เริ่มปะทะกันจนถึงตอนนี้ ผู้หญิงคนนั้นแทบไม่เคยใช้อาวุธประจำหุ่นรบอย่างจริงจังด้วยซ้ำ แล้วจะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร
ความรู้สึกนี้เหมือนหนูที่ถูกแมวจับมาหยอกเล่น ทุกการเคลื่อนไหวตกอยู่ในการควบคุมของอีกฝ่าย ไม่ว่าพวกเขาจะดิ้นรนแค่ไหนก็หนีไม่พ้น
พวกเขามากันครบทั้งทีม แต่กลับถูกคนเพียงคนเดียวบีบจนตกอยู่ในสภาพนี้ จะไม่ให้อึดอัดใจได้อย่างไร
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของหงรื่อ เซี่ยลั่วจึงเปิดระบบกระจายเสียงออกไปด้านนอก เธอเองก็มีถ้อยคำที่อยากพูดมานานแล้วเช่นกัน
"คุณกระโดดลงหลุมเองแล้วจะโทษใคร? ปกติกินข้าวติดคอก็โทษข้าว ดื่มน้ำสำลักก็โทษน้ำด้วยเหรอ? หน้าหนาไม่เบา"
น้ำเสียงของเธอฟังรื่นหู ทว่าคำพูดกลับเย็นชาและแฝงการล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด อัลฟาแอบดีใจอยู่เงียบๆ ในที่สุดคนที่ถูกเธอเหน็บแนมก็ไม่ใช่มันแล้ว
หงรื่อโกรธจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาเลิกสนใจแผนการต่อสู้ทั้งหมด ก่อนระดมยิงอาวุธพลังทำลายสูงใส่เซี่ยลั่วสลับกันเป็นชุด แสงจากกระสุนและลำพลังงานพุ่งฉีกอากาศเข้าหาเธอ จนพื้นบริเวณโดยรอบสั่นสะเทือนจากแรงระเบิดที่ตามมาติดๆ กัน
เซี่ยลั่วเปิดใช้งานดาบพลังงาน จากนั้นเร่งฝีเท้าหุ่นรบเข้าใส่ ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนีแม้แต่น้อย
ปฏิกิริยาของเธอรวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับสัตว์กลายพันธุ์ที่เธอเคยเผชิญในวันสิ้นโลก หุ่นรบเหล่านี้อาจมีอาวุธครบมือและติดตั้งอุปกรณ์มาอย่างดี แต่ความเร็วกลับตามเธอไม่ทัน
ในสายตาของเซี่ยลั่ว ความเร็วที่ผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้ใช้ควบคุมหุ่นรบนั้นเชื่องช้าเกินไป นี่น่าจะเป็นจุดอ่อนร้ายแรงที่พบร่วมกันในหุ่นรบเกือบทุกเครื่องซึ่งเธอเคยพบมาจนถึงตอนนี้
หุ่นรบที่เซี่ยลั่วกำลังขับอยู่ไม่ได้ผ่านการดัดแปลง ทั้งยังไม่มีอาวุธหรืออุปกรณ์เสริมติดตั้งเพิ่ม จึงทำให้น้ำหนักโดยรวมของตัวเครื่องยังอยู่ในระดับค่อนข้างเบา
เมื่อน้ำหนักเบา ความเร็วก็ย่อมเหนือกว่าหุ่นรบที่บรรทุกอาวุธเต็มพิกัด และความได้เปรียบด้านนี้อาจเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของเซี่ยลั่วในเวลานี้
ถึงจะเป็นเช่นนั้น หุ่นรบเครื่องนี้ก็ยังตอบสนองต่อความเร็วของเซี่ยลั่วได้ไม่เต็มที่ มันทำได้เพียงฝืนตามการควบคุมของเธอเท่านั้น หากต้องการให้เธอแสดงฝีมืออย่างแท้จริง สมรรถนะระดับนี้ยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ เพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเพียงหุ่นรบรุ่นพื้นฐานที่ทั้งเก่าและด้อยประสิทธิภาพ
เซี่ยลั่วยกแขนกลของหุ่นรบขึ้น ก่อนเหวี่ยงดาบออกไปด้วยแรงจากการขว้างเพียงครั้งเดียว ดาบพลังงานหลุดจากมือแล้วพุ่งตรงเข้าใส่จุดเปราะบางบริเวณข้อเท้าของหงรื่อ
เดิมทีหงรื่อกำลังเร่งหุ่นรบพุ่งเข้าหาเซี่ยลั่วอย่างเต็มกำลัง แต่เขาไม่ทันระวังการโจมตีที่พุ่งต่ำเข้ามา วงจรบริเวณขาทั้ง 2 ข้างจึงถูกทำลาย ตัวหุ่นรบเสียสมดุลในชั่วพริบตา ก่อนล้มคว่ำกระแทกพื้นอย่างแรง
เซี่ยลั่วมองคู่ต่อสู้ล้มหน้าคว่ำอยู่ตรงหน้า แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนผืนดินสะเทือน แต่เธอไม่เสียเวลายืนดูแม้แต่น้อย หุ่นรบเหล็กก้าวเข้าไปเหยียบกลางแผ่นหลังของอีกฝ่าย มือข้างหนึ่งดึงดาบพลังงานออกจากข้อเท้า จากนั้นแทงทะลุศูนย์ควบคุมหุ่นรบของหงรื่ออย่างเด็ดขาด
หุ่นรบใต้ฝ่าเท้าของเธอค่อยๆ สลายกลายเป็นแสง นั่นหมายความว่าผู้เข้าแข่งขันซึ่งพ่ายแพ้ถูกส่งออกจากสนามแข่งขันแล้ว
บนเกราะเหล็กของหุ่นรบเซี่ยลั่วมีคราบดำเกาะอยู่ประปราย เธอถือดาบพลังงานไว้ในมือ ก่อนหันกลับไปมองสมาชิก 2 คนสุดท้ายของทีมตะวันไม่ตก
แม้ก่อนหน้านี้ทั้งคู่จะได้ยินเสียงของเซี่ยลั่วและรู้ว่าคู่ต่อสู้เป็นหญิงสาวอายุยังน้อย แต่เวลานี้พวกเขาไม่กล้าดูแคลนเธออีก
พวกเขากำลังจะแพ้หมดทีมแล้วจริงๆ ใครก็ได้ช่วยบอกที หุ่นรบสภาพย่ำแย่ขนาดนั้นแสดงพลังน่ากลัวเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ถึงกับไล่ต้อนพวกเขาจนกำลังจะถูกกำจัดทั้งทีม
หรือทีมของพวกเขาจะอ่อนแอขนาดนั้น?
เป็นไปไม่ได้ พวกเขาไม่ได้อ่อนแออย่างแน่นอน
ถ้าอย่างนั้น วิธีที่พวกเขาใช้หุ่นรบผิดมาตลอดเหรอ? แต่ขั้นตอนและรูปแบบการควบคุมของทุกคนก็เป็นไปตามมาตรฐานซึ่งผู้ใช้หุ่นรบส่วนใหญ่ยอมรับกัน
เมื่อนึกทบทวนไปมา สมาชิกทั้ง 2 คนก็พบคำตอบ
ต้องเป็นเพราะความคิดของผู้หญิงคนนี้ผิดจากคนทั่วไปเกินไป การแข่งขันครั้งนี้เห็นชัดว่าเป็นการแข่งขันหุ่นรบ แต่เธอกลับขุดหลุม วางกับดัก แล้วยังนำเถาวัลย์มาใช้อีก หรือเธอคิดว่าตัวเองเป็นคนป่าในพงไพรที่กำลังดักจับสัตว์อยู่?
สมาชิกทีมทั้ง 2 คนอยากดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย แต่ร่างกายกลับสั่นเพราะความหวาดกลัวอย่างห้ามไม่อยู่ พวกเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดหุ่นรบซึ่งดูด้อยประสิทธิภาพจนแทบทนมองไม่ได้เครื่องนี้จึงสร้างแรงกดดันรุนแรงแก่พวกเขาได้ขนาดนั้น
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือตั้งแต่ต้นจนจบ อีกฝ่ายมีท่าทีผ่อนคลายอยู่เสมอ ราวกับไม่เคยมองพวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ควรใส่ใจ
แม้แต่ตอนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งทีมตะวันไม่ตกอาศัยจำนวนคนที่เหนือกว่าเข้าปิดล้อมเซี่ยลั่ว พวกเขาก็ไม่เห็นความตื่นตระหนกจากเธอแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เซี่ยลั่วกลับรับมืออย่างเป็นขั้นเป็นตอน ค่อยๆ บีบพื้นที่เคลื่อนไหวของพวกเขา และไล่ต้อนทุกคนจนเกือบถูกกำจัดหมดทีม
เซี่ยลั่วยกดาบพลังงานขึ้นอีกครั้ง ปลายดาบเล็งไปยังหุ่นรบเครื่องหนึ่งที่เหลืออยู่ ท่าทางนั้นดูเหมือนเธอกำลังจะขว้างดาบออกไปซ้ำเหมือนเมื่อครู่
สมาชิกทั้ง 2 คนยังจำสภาพของหัวหน้าหงรื่อได้ดี เพียงเวลาไม่นานเขาก็สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว ถูกผู้หญิงคนนี้เหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้า และสุดท้ายหุ่นรบทั้งเครื่องยังถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
พวกเขารีบควบคุมหุ่นรบหลบออกด้านข้าง หวังหลีกทางให้ดาบพลังงานที่กำลังจะพุ่งเข้ามา
แต่ใครจะคิดว่าเพิ่งขยับออกไปได้ไม่กี่ก้าว พื้นใต้เท้าก็หายไป หุ่นรบทั้ง 2 เครื่องร่วงลงไปในหลุมขนาดใหญ่พร้อมกัน
เซี่ยลั่วเดินมาหยุดอยู่ข้างหลุม ก้มมองหุ่นรบ 2 เครื่องสุดท้ายจากด้านบน เธอไม่คิดจะเสียเวลาพูดอะไร เพียงยกปืนใหญ่พลังงานขึ้นเล็งลงไปในหลุม แล้วเหนี่ยวไกในจังหวะถัดมา
แสงพลังงานสว่างวาบอยู่ก้นหลุม เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับหุ่นรบของฝ่ายตรงข้ามที่ถูกทำลายจนเหลือเพียงเศษซาก
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันหลงอ้าวเทียน กำจัดหุ่นรบได้ 1 เครื่อง ได้รับ 1 คะแนน"
"ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าแข่งขันหลงอ้าวเทียน กำจัดหุ่นรบได้ 1 เครื่อง ได้รับ 1 คะแนน"
เซี่ยลั่วเก็บดาบพลังงานซึ่งตกอยู่ข้างหลุมขึ้นมา กดปิดการทำงาน แล้วนำด้ามดาบกลับไปเสียบไว้ตรงเอวของหุ่นรบ
เธอยังไม่ได้ปิดระบบกระจายเสียง น้ำเสียงเย็นเรื่อยของเธอจึงลอยออกมาให้ผู้คนรอบข้างได้ยิน
"เพราะอย่างนี้ชื่อ ‘ตะวันไม่ตก’ ถึงผิดธรรมชาติ ใครเคยเห็นดวงอาทิตย์ไม่ลับขอบฟ้าบ้าง"
ในบรรดาระบบดาวซึ่งเหมาะแก่การอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตภายในสหพันธ์ดวงดาว แทบทุกระบบล้วนมีดาวฤกษ์คอยให้พลังงานแสง แม้ดาวฤกษ์เหล่านั้นจะมีชื่อทางวิชาการแตกต่างกัน แต่ประชาชนของสหพันธ์ดวงดาวนิยมเรียกรวมๆ ว่า "ดวงอาทิตย์"
"ฮ่าๆๆ"
เมิ่งชิวซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งคณะกรรมการอดหัวเราะออกมาไม่ได้
เสียงหัวเราะของเขาไม่ได้ดังนัก แต่ก็เพียงพอจะดึงความสนใจจากคนหลายคนซึ่งนั่งอยู่ใกล้กัน
ซูเยว่รับชมเหตุการณ์ทั้งหมดเช่นเดียวกับเขา ตั้งแต่ตอนที่เซี่ยลั่วเริ่มรับมือการปิดล้อม จนกระทั่งเธอคนเดียวกำจัดฝ่ายตรงข้ามได้ทั้งทีม
หากจะอธิบายให้ถูกต้อง การต่อสู้เมื่อครู่ไม่ใช่การปะทะกันระหว่างหุ่นรบตามรูปแบบทั่วไป เด็กที่ชื่อเซี่ยลั่วคนนี้ใช้กลวิธีอาศัยช่องว่างอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะการดึงความได้เปรียบของสภาพแวดล้อมมาใช้เล่นงานคู่ต่อสู้
ซูเยว่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมข้อมูลทางการทหาร เธอจึงชื่นชอบรูปแบบการรบที่เน้นผลลัพธ์และใช้การได้จริงมากกว่า วิธีต่อสู้ซึ่งเลือกเดินบนเส้นทางแปลกใหม่เช่นนี้อาจเหมาะกับสาขาข่าวกรองและการสื่อสาร หรือไม่ก็สาขาการบัญชาการยุทธศาสตร์มากกว่า
อดอล์ฟกับฉินเส้าเหิงหยุดบทสนทนาที่กำลังคุยกันอยู่ ทั้งคู่หันไปมองหน้าจอของเมิ่งชิวพร้อมกัน
บนจอภาพเสมือนตรงหน้า หุ่นรบเหล็กหน้าตาธรรมดาเครื่องหนึ่งปรากฏอยู่ ตัวเกราะเต็มไปด้วยคราบดำ ดูราวกับไม่ได้รับการขัดล้างมานาน
ขณะนี้หุ่นรบเครื่องนั้นกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมบางอย่าง เมื่อพิจารณาจากรูปร่างแล้ว สิ่งที่มันกำลังทำคงเป็นกับดักซึ่งใช้กันในป่า
อดอล์ฟลูบเคราแพะของตนเอง ก่อนจะได้ยินเมิ่งชิวแสดงความคิดเห็นออกมา
"เด็กคนนี้มีความคิดดี ความสามารถในการใช้สภาพแวดล้อมระหว่างรบก็สูงมาก สาขาอาวุธและยุทโธปกรณ์ของเราต้องการคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับกรอบแบบนี้"
การแข่งขันสุดยอดหุ่นรบเสมือนจริงเกอวอสในครั้งนี้มีกฎว่า หากผู้เข้าแข่งขันคว้าหนึ่งใน 3 อันดับแรกได้สำเร็จ คนผู้นั้นจะได้รับสิทธิ์เข้าเรียนที่เกอวอส
ในฐานะสถาบันการทหารชั้นนำที่สุดแห่งภาคเหนือของสหพันธ์ดวงดาว เกอวอสเปิดรับนักเรียนใหม่เพียง 1 ครั้งในทุก 3 ปีเช่นกัน
การจะก้าวเข้าไปเรียนในสถาบันแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้สมัครต้องผ่านการทดสอบและเอาชนะคู่แข่งจำนวนมาก ต้องแสดงศักยภาพที่โดดเด่นต่อหน้าคณะผู้คัดเลือก ทั้งยังต้องมีจดหมายรับรองซึ่งมีน้ำหนักมากพอแนบมาด้วย
การที่เมิ่งชิวมองเด็กคนนี้ในแง่ดีนับเป็นเรื่องเหนือความคิดของคนรอบข้างอยู่บ้าง ทุกคนจึงอยากรู้ว่าเธอจะคว้าอันดับที่ดีในการแข่งขันครั้งนี้ได้หรือไม่
ในความคิดของเมิ่งชิว ต่อให้ครั้งนี้เซี่ยลั่วไม่อาจเข้าสู่ 3 อันดับแรก เขาก็ยังอยากสนับสนุนให้เด็กคนนี้สมัครสอบเข้าเกอวอสในอนาคต แม้เธอจะเป็นหญิงสาวตัวเล็กๆ แต่ศักยภาพที่แสดงออกมาก็น่าจับตามอง หากได้เริ่มฝึกฝนอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมมีโอกาสพัฒนาไปได้อีกไกล
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถาบันการทหารพาร์ตันทางภาคใต้กำลังมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถปรากฏตัวขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่เคยขาด
เมื่อหันกลับมามองเกอวอส นับตั้งแต่อาเรสแห่งตระกูลแลนเดลจากไป สถาบันก็ไม่เคยมีบุคคลซึ่งเปี่ยมพรสวรรค์และโดดเด่นในระดับเดียวกันปรากฏขึ้นอีก เรื่องนี้ทำให้เหล่าศาสตราจารย์อย่างพวกเขากังวลกันมานาน
แต่ต้นกล้าชั้นดีหาได้ยากเหลือเกิน การจะค้นพบสักคนไม่ต่างจากงมหาเข็มในมหาสมุทร ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเดินเข้าไปเลือกซื้อผักกาดขาวในตลาด
ศาสตราจารย์ชราอย่างอดอล์ฟมีอายุมากแล้ว แต่กลับเป็นคนที่มีความอดทนมากที่สุด เมื่อได้ยินเมิ่งชิวชื่นชมผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งด้วยท่าทางอารมณ์ดี เขาจึงตั้งใจมองภาพบนหน้าจอและเริ่มสังเกตเซี่ยลั่วอย่างจริงจัง
ในเวลาเดียวกัน เซี่ยลั่วจัดการกับกองกับดักเสร็จพอดี เธอไม่ได้คิดจะทิ้งสิ่งที่ยังนำกลับมาใช้ได้ จึงเก็บกวาดและจัดวางกับดักทั้งหมดใหม่เพื่อหมุนเวียนใช้อีกครั้ง
ส่วน "เหยื่อ" กลุ่มที่ 2 ของเธอก็กำลังเคลื่อนเข้ามาในพื้นที่อย่างช้าๆ
[จบบท]