หญิงวัยกลางคนทำทีลังเล ก่อนถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
“สาวน้อย เธอก็จะออกไปหางานเหมือนกันเหรอ”
เด็กสาวพยักหน้าอย่างเขินอาย
“ค่ะ ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เลยตั้งใจจะไปหาพี่ชายที่เมืองปิน ให้เขาช่วยหางานให้”
หญิงวัยกลางคนยิ้มกว้างทันที
“ช่างบังเอิญจริงๆ เราสองคนมีวาสนาต่อกัน เราทั้งคู่กำลังหางานเหมือนกันพอดี”
“พี่เขยของฉันเปิดโรงงาน กำลังขาดคนงานผู้หญิงเยอะเลย ถ้าไปด้วยกันก็จะได้ทำงานที่เดียวกัน
มีเพื่อนคอยดูแลกันด้วย”
พูดจบ เธอก็จับมือเด็กสาวไว้ราวกับเป็นญาติสนิท
หนิวเฉียวหยุนยืนมองอยู่ไม่ไกล สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด เธอรู้ว่าหญิงสาวกำลังจะตกเป็นเหยื่อของคนเลว
ไม่นาน รถไฟก็เริ่มชะลอความเร็ว ผู้โดยสารต่างหยิบสัมภาระและทยอยเดินไปยังประตู
หนิวเฉียวหยุนเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนรู้ว่าได้เดินทางมาถึงเมืองปินแล้ว
เมื่อเห็นหญิงวัยกลางคนพาเด็กสาวลงจากรถไฟ เธอก็รีบเดินตามทันที
หนิวเฉียวหยุนกลัวว่าอีกฝ่ายจะพาคนหนีไป จึงกวาดตามองหาคนที่พอจะช่วยได้
ไม่นาน เธอก็เห็นนายทหารคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอรีบตรงเข้าไปหา ก่อนกระซิบเสียงเบา
“สหายคะ ฉันสงสัยว่ามีคนกำลังจะถูกหลอก”
หลินอันคังขมวดคิ้วทันที จากนั้นก็ตะโกนไปยังทิศทางที่หญิงวัยกลางคนกำลังเดินอยู่
“หลินอันอัน! ถ้าเธอยังกล้าวิ่งอีก ฉันจะหักขาเธอ!”
เด็กสาวสะดุ้ง รีบดึงมือออกจากหญิงวัยกลางคนทันที ก่อนก้มหน้าเดินกลับมา
“พี่...พี่มาที่นี่ได้ยังไง”
หลินอันคังจ้องน้องสาวอย่างโมโห
“ถ้าฉันไม่มา เธอก็คงหนีไปแล้วใช่ไหม”
“โตป่านนี้แล้วยังหนีออกจากบ้านอีก เมื่อคืนแม่โทรมาหาฉัน ฉันเลยรีบมาดักรอที่สถานีรถไฟ”
เขาไม่ได้ลดเสียงลงเลย ทำเอาผู้คนบนชานชาลาหันมามองกันเป็นแถว
ขณะนั้นเอง กู้เหวินซินก็เดินเข้ามา
“อันคัง คนของเราจับผู้หญิงคนนั้นไว้ได้แล้ว”
เมื่อหนิวเฉียวหยุนเห็นกู้เหวินซินอีกครั้ง น้ำตาก็เอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ที่แท้...เธอได้พบเขาอีกแล้วจริงๆ
กู้เหวินซินเองก็เห็นเธอตั้งแต่ลงจากรถไฟ เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสเข้ามาทัก
หลินอันอันเห็นหนิวเฉียวหยุนร้องไห้ ก็แอบกระซิบถามพี่ชาย
“พี่...นี่ใช่พี่สะใภ้ที่พี่หาให้ฉันหรือเปล่า”
“พูดเหลวไหลอะไร!”
หลินอันคังรีบดุทันที
คำพูดของสองพี่น้องทำให้หนิวเฉียวหยุนได้สติ เธอรีบชี้ไปทางหญิงวัยกลางคนที่กำลังดิ้นรนหนี
“อย่าให้ผู้หญิงเสื้อน้ำเงินคนนั้นหนีไปนะคะ! เธอเป็นพวกต้มตุ๋น!”
“อะไรนะ!”
หลินอันอันหน้าซีดเผือด กู้เหวินซินหันไปสั่งทันที
“เสี่ยวหู!”
“ครับ!”
เสี่ยวหูพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนเตะขาหญิงวัยกลางคนจนล้ม แล้วจับกดลงกับพื้น
“ปล่อยฉัน! พวกคุณลวนลามฉัน! ช่วยด้วย!”
แม้ถูกจับไว้แน่น อีกฝ่ายก็ยังร้องโวยวายไม่หยุด
หลังฟังหนิวเฉียวหยุนอธิบายเหตุการณ์ทั้งหมด หลินอันคังก็โกรธจัด
เขาหันไปมองน้องสาว
“อีกเดี๋ยวเธอต้องกลับบ้านกับฉัน”
จากนั้นจึงหันไปบอกกู้เหวินซิน
“เหวินซิน นายพาพวกเธอขึ้นรถไปก่อน ฉันจะอยู่ให้ปากคำกับตำรวจ เดี๋ยวตามไป”
“ได้”
หนิวเฉียวหยุนยังกังวลว่าหญิงวัยกลางคนอาจมีพักพวกอยู่แถวนี้ จึงรีบเดินตามกู้เหวินซินออกจากสถานีรถไฟทันที
เมื่อทั้งสามขึ้นรถจี๊ปเรียบร้อย หลินอันอันที่เงียบมาตลอดก็ค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือหนิวเฉียวหยุน
“วันนี้ขอบคุณพี่มากนะคะ”
“ฉันชื่อหลินอันอัน แล้วพี่ชื่ออะไรคะ”
“ฉันชื่อหนิวเฉียวหยุน”
หนิวเฉียวหยุนยิ้มบางๆ ก่อนค่อยๆ ดึงมือกลับ
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผู้หญิงเวลาเดินทางคนเดียว ต้องระวังตัวให้มาก”
“ถ้าถูกหลอกขายเข้าไปในสถานที่พวกนั้น ชีวิตอาจพังได้เลยนะ”
หลินอันอันพยักหน้าอย่างว่าง่าย แต่สีหน้ายังเต็มไปด้วยความสงสัย
“สถานที่พวกนั้น...คือที่ไหนเหรอคะ”
หนิวเฉียวหยุนยังไม่ทันตอบ หลินอันคังก็เปิดประตูรถขึ้นมา
“เหวินซิน กลับหน่วยก่อน เสี่ยวหูอยู่กับตำรวจ เดี๋ยวเขากลับเอง”
พูดจบ เขาก็หันไปตวาดน้องสาวทันที
“หลินอันอัน! เธอนี่มันโง่จริงๆ!”
“แค่คนแปลกหน้าพูดไม่กี่คำก็เชื่อแล้ว ถ้าวันนี้ไม่มีสหายหนิว เธอคงถูกขายไปแล้วยังช่วยนับเงินให้คนร้ายอีก!”
“พรุ่งนี้พ่อมาถึงเมื่อไหร่ เธอกลับบ้านกับพ่อทันทีเลย!”
หลินอันอันสะดุ้ง ก่อนก้มหน้าร้องไห้ออกมา กู้เหวินซินสตาร์ตรถ หมุนพวงมาลัย แล้วขับออกจากสถานี
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ เขาจึงพูดปลอบหลินอันคัง
“อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่เกิดเรื่อง”
“พวกเราควรขอบคุณสหายหนิวมากกว่า”
หลินอันคังถอนหายใจ ก่อนหันมาพูดกับหนิวเฉียวหยุน
“สหายหนิว วันนี้ฉันติดหนี้บุญคุณคุณจริงๆ”
“น้องสาวฉันเพิ่งเรียนจบมัธยมปลาย นี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางไกลคนเดียว ยังไม่รู้เท่าทันคน”
หนิวเฉียวหยุนส่ายหน้า “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ”
“ความจริงฉันก็เกือบถูกผู้หญิงคนนั้นหลอกเหมือนกัน”
“แต่ฉันบอกเธอไปว่ากำลังจะมาหาแฟนที่เป็นทหาร เธอเลยไม่กล้ายุ่งกับฉันต่อ”
หลินอันคังรีบถามอย่างสนใจ “แฟนคุณก็เป็นทหารอยู่เมืองปินเหรอ”
“บางทีฉันอาจรู้จักก็ได้ เดี๋ยวกลับถึงหน่วย ฉันช่วยตามเขามาให้”
หนิวเฉียวหยุนถึงกับพูดไม่ออก เธอเพียงแค่หาเหตุผลมาใช้กันคนร้ายเท่านั้น
ใครจะคิดว่าชายคนนี้จะเชื่อจริงๆ
กู้เหวินซินกระแอมเบาๆ ก่อนช่วยเปลี่ยนเรื่อง
“อันคัง เธอแค่พูดเพื่อป้องกันตัวเองจากคนร้ายเท่านั้น”
หลินอันคังจึงไม่ได้ถามต่อ รถจี๊ปแล่นเข้าสู่ค่ายทหารอย่างรวดเร็ว
เมื่อรถจอด หลินอันอันก็หันมาหาหนิวเฉียวหยุนอีกครั้ง
“พี่เฉียวหยุน วันนี้ฉันติดหนี้บุญคุณพี่จริงๆ”
“ถ้าไม่ได้พี่ ฉันคงถูกหลอกไปแล้ว”
หนิวเฉียวหยุนยิ้มอ่อน
“คนที่เธอควรขอบคุณคือพี่ชายของเธอต่างหาก”
“ถ้าเขามาไม่ทัน ฉันก็คงช่วยอะไรไม่ได้”
แต่หลินอันอันกลับยิ่งซาบซึ้งกว่าเดิม เธอจับมือหนิวเฉียวหยุนไว้อีกครั้ง
“พี่เฉียวหยุน ถ้าวันหน้าพี่มีเรื่องให้ช่วย บอกฉันได้เลยนะ”
“ฉันจะช่วยพี่เต็มที่”
หนิวเฉียวหยุนอดเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้ จึงยิ้มพลางพยักหน้า
“ตกลง”
หลินอันคังรีบเร่ง
“พอได้แล้ว ลงรถกันเถอะ อย่ารบกวนสหายหนิวเลย”
หลังจากสองพี่น้องลงจากรถ กู้เหวินซินก็ขับรถออกจากค่ายอีกครั้ง
เขาเหลือบมองหนิวเฉียวหยุนผ่านกระจกมองหลัง ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“คุณ...มีที่ไปหรือยัง”
หนิวเฉียวหยุนเม้มริมฝีปากเบาๆ
“ฉัน...”