"แม่! แม่คะ! ขโมย... ขโมยขึ้นบ้านเราแล้ว!"
จูอวี้เหยาร้องเรียกแม่เสียงหลง พลางสับเท้าวิ่งไปทางห้องของจูเยว่หลิงอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อเธอพุ่งเข้าไปในห้อง สิ่งที่ต้อนรับเธออยู่คือสภาพห้องที่ว่างเปล่าไม่ต่างกัน และ... ผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนพื้นจนผมเผ้ายุ่งเหยิง
จูเยว่หลิงแผดเสียงร้องโหยหวนจนสะเทือนเลื่อนลั่น ป้าเซี่ยและคนอื่นๆ ที่ตามมาถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพภายใน
เย่ซีซีนึกขำในใจ แต่ใบหน้ากลับแสดงอาการเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก "น้าเยว่หลิง เกิดอะไรขึ้นคะ? ตอนฉันออกไปของทุกอย่างยังอยู่ครบเลยนี่นา..."
พี่สะใภ้ตระกูลหลี่ถึงกับกระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ "ตายแล้ว! นี่มันอะไรกันเนี่ย? บ้านโดนยกเค้าจนเกลี้ยงเลยเหรอ?!"
สะใภ้เฉินและป้าเซี่ยยืนตาค้าง ไม้กวาดในมือป้าเซี่ยหล่นตุ๊บลงกับพื้นจนฝุ่นตลบขึ้นมาในแสงแดด ทำเอาจูอวี้เหยาที่นั่งโวยวายอยู่บนพื้นถึงกับสำลักฝุ่นไปอึกใหญ่
บ้านตระกูลเย่... โดนขโมยขึ้นจริงๆ เหรอเนี่ย?
ดูจากสภาพแล้ว ขโมยรายนี้แทบจะแงะตะปูบนกำแพงไปด้วยเลยมั้งเนี่ย ทำไมมันถึงได้ขโมยได้สะอาดกริบขนาดนี้?
จูเยว่หลิงนั่งเหม่อลอยเหมือนวิญญาณออกจากร่าง ปากก็พึมพำสาปแช่ง "ไอ้พวกเวรกรรม! ขอให้พวกแกไม่ตายดี! ไอ้ขโมยอายุสั้นฟ้าผ่าเอ๊ย พวกแกกะจะไม่ให้แม่ลูกอย่างพวกฉันมีชีวิตรอดเลยใช่ไหม!"
หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มจนหน้าเลอะเทอะ หล่อนยกมือปาดมั่วซั่วทิ้งรอยคราบดำๆ ไว้บนหน้าดูน่ากลัวและอเนจอนาถในเวลาเดียวกัน
"ใครมันช่างทำกันได้! ฉันสะสมมาทั้งชีวิต แม้แต่เงินโลงศพพวกแกก็ไม่เว้นรึ!"
จูอวี้เหยาร้องไห้โฮ "แม่คะ บ้านเราโดนยกเค้าหมดแล้ว ต่อไปเราจะอยู่ยังไงคะ?"
ทันใดนั้น หล่อนก็นึกบางอย่างได้ จึงชี้นิ้วใส่เย่ซีซีพลางแผดเสียงแหลมสูง
"เป็นแกใช่ไหม! วันนี้แกอาศัยจังหวะที่พวกฉันไปทำงานแอบขโมยของในบ้านไปหมดเลยใช่ไหม!"
เพราะอารมณ์ที่พุ่งพล่านและโกรธจัดจนเสียงของหล่อนถึงกับหลง
จูเยว่หลิงที่กำลังเหม่อลอย พอได้ยินจูอวี้เหยาปรักปรำเย่ซีซี หล่อนก็เงยหน้าขวับแล้วลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นทันที
"นังตัวดี! เป็นแกใช่ไหมที่ขโมยไป? แกใช่ไหม!"
พูดจบหล่อนก็กรีดร้องพลางพุ่งเข้าใส่หมายจะตบหน้าเย่ซีซีให้ฉาดใหญ่
เย่ซีซีเตรียมตัวไว้อยู่แล้ว ทันทีที่จูเยว่หลิงเข้าใกล้ เธอก็เบี่ยงตัวหลบวับเดียว ทำให้ฝ่ามือของจูเยว่หลิงฟาดลงบนความว่างเปล่า
จูเยว่หลิงกัดฟันกรอด "นังตัวแสบ ยังกล้าหลบอีกนะ!"
เย่ซีซีแกล้งทำท่าหวาดกลัว หลบไปอยู่ข้างหลังป้าเซี่ยพลางสะอื้นไห้ "น้าเยว่หลิง น้าจะตีฉันทำไมคะ? แล้วทำไมต้องด่าฉันแรงขนาดนั้นด้วย?"
ป้าเซี่ยและสะใภ้เฉินรีบกันเย่ซีซีไว้ข้างหลัง
"ตายจริง! นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? จูเยว่หลิง มีอะไรก็ค่อยๆ พูด อย่าลงไม้ลงมือสิ"
"นั่นสิ ทำไมถึงมาพาลตีคนอื่นโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้?"
พี่สะใภ้หลี่เองก็ทนดูไม่ได้ เดินออกมาขวางแขนจูเยว่หลิงไว้ "แม่หนูซีซีออกไปตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่ได้กลับมาเลย หล่อนจะเอาเวลาที่ไหนมาขโมยของเธอ?"
"หล่อนออกไปแล้วแอบกลับมาไม่ได้หรือไง! ต้องเป็นหล่อนแน่ๆ! เมื่อวานหล่อนไปบ้านพี่เซี่ยงหรง หลังจากนั้นบ้านเขาก็โดนขโมยทันที"
จูอวี้เหยายิ่งคิดยิ่งมั่นใจ "วันนี้หล่อนออกไป บ้านเราก็โดนขโมยอีก ชัดเจนว่าหล่อนนั่นแหละคือขโมย ขโมยบ้านพี่เซี่ยงหรงเสร็จก็มาขโมยบ้านเราต่อ!"
"ไม่ใช่ฉันนะ ฉันไม่ได้ทำ..." เย่ซีซียังคงสวมบทบาทหญิงสาวผู้อ่อนแอ หลบอยู่หลังผู้ใหญ่ทั้งสอง
"ก็นั่นน่ะสิอวี้เหยา จะพูดอะไรต้องมีหลักฐานนะ ไม่ใช่มาปรักปรำกันมั่วๆ" ป้าเซี่ยตบแขนเย่ซีซีเบาๆ เพื่อปลอบขวัญ ก่อนจะหันไปทางสองแม่ลูก "วันนี้ฉันนั่งเย็บรองเท้าอยู่ที่ลานบ้านทั้งวัน เห็นกะตาว่าซีซีออกไปตอนเช้าแล้วไม่กลับมาเลย จนกระทั่งเมื่อกี้นี้เอง จะเป็นหล่อนไปได้ยังไง"
"อีกอย่าง ตอนหล่อนออกไปก็สะพายแค่กระเป๋าผ้าใบใบเดียว ถุงหิ้วใส่ของนี่ก็ยังมาขอยืมฉันเลย ถ้าหล่อนขโมยของเยอะแยะขนาดนั้นจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน?"
สะใภ้เฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อกี้เธอแอบไปส่องทุกห้องมาแล้ว แม้แต่ตู้กับข้าวในครัวกลางยังถูกงัดจนเกลี้ยง
"ของในบ้านเธอมีตั้งเยอะแยะ ลำพังซีซีคนเดียวจะขนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ พวกนั้นออกไปได้ยังไง?"
จูเยว่หลิงพุ่งเข้าไปผลักป้าเซี่ยออกหมายจะคว้าตัวเย่ซีซีให้ได้
"ไม่ต้องมาบีบน้ำตาแสร้งทำเป็นน่าสงสาร! บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าหีบไม้แดงใต้เตียงฉันแกเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน!"
จูเยว่หลิงคลุ้มคลั่งจนแทบบ้า ในหัวตอนนี้มีแต่เรื่องทรัพย์สมบัติที่สะสมมาหลายปี หล่อนไม่มีแก่ใจจะมาสวมบทแม่เลี้ยงผู้ใจดีต่อหน้าคนอื่นอีกต่อไปแล้ว หล่อนต้องการของคืน!
"หีบไม้แดงอะไรคะ? ฉันไม่เคยเห็นเลย! ตอนเช้าที่ฉันออกไป น้ากับอวี้เหยาก็ยังอยู่ในบ้าน ฉันอยู่ข้างนอกทั้งวันจะกลับมาขโมยได้ยังไงคะ?"
"แล้วของเยอะขนาดนั้น ฉันคนเดียวจะขโมยไหวเหรอ? ขโมยแล้วจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนได้?"
เย่ซีซีเริ่มสะอื้นหนักขึ้น "กระเป๋าเดินทางที่ฉันขนมาก็หายไปเหมือนกัน ในนั้นมีเงินกับเครื่องประดับที่ฉันเพิ่งได้คืนมาเมื่อวานทั้งนั้นเลยนะ ถ้ามันหายไป ฉันจะกลับไปสู้หน้าคนตระกูลซ่งได้ยังไง..."
ป้าเซี่ยถูกผลักจนเกือบเสียหลัก เธอโกรธจัดจนชี้หน้าด่าจูเยว่หลิง "หน็อย... จูเยว่หลิง นี่หล่อนถึงกับถอดหน้ากากทิ้งเลยใช่ไหม?!"
จูอวี้เหยาเห็นทุกคนเข้าข้างเย่ซีซีก็ยิ่งโมโห "หล่อนบอกว่าไม่ได้ขโมยแล้วจะเชื่อได้เหรอ? ใครจะไปเป็นพยานให้ได้? เอาเป็นว่าถ้าวันนี้เย่ซีซีไม่ยอมคืนของบ้านฉันมา หล่อนก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวออกจากประตูบ้านนี้!"
หล่อนหยุดคิดนิดนึงก่อนจะสำทับ "นอกจากของบ้านฉันแล้ว ของบ้านพี่เซี่ยงหรงก็ต้องคืนมาด้วย! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจให้มาจับแกไปยิงเป้าซะ!"
ดวงตาจูเยว่หลิงดูคลุ้มคลั่งเหมือนคนเสียสติ หล่อนพุ่งเข้าหาเย่ซีซีอีกรอบ "บอกมาสิ! แกนั่นแหละขโมยของฉันไป! นังตัวแสบเนรคุณ! ฉันจะไปตามตำรวจ! ให้ตำรวจมาลากคอแกไปเข้าคุกไปยิงเป้าซะให้เข็ด!"
แววตาอำมหิตนั่นบอกชัดว่าหล่อนอยากให้เย่ซีซีไปตายจริงๆ!
ทุกคนในที่นั้นถึงกับหัวเราะเยาะในความไร้เหตุผลของสองแม่ลูก สะใภ้เฉินพูดขึ้นว่า "พวกเธอสองคนแม่ลูกนี่มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย!"
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าของเพื่อนบ้านหลายคนก็ดังแว่วเข้ามาจากที่ไกลๆ ทุกคนคงได้ยินเสียงโวยวายบ้านตระกูลเย่เลยพากันมาดูเหตุการณ์
เพียงครู่เดียว หน้าประตูก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างชะเง้อคอมองเข้ามาในห้องด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มุมปากของเย่ซีซีกระตุกขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
เมื่อเห็นว่า "หน้าม้า" มากันครบแล้ว เธอจึงยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้โฮออกมาทันที "น้าเยว่หลิง อวี้เหยา ฉันไม่ได้ขโมยของในบ้านจริงๆ นะคะ"
"ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ามีหีบไม้แดงอะไรนั่น อีกอย่าง ของในบ้านนี้มีตั้งกี่อย่างที่เอาไปจากฉันล่ะคะ?"
"ทั้งเงินสินสอดที่ตระกูลซ่งให้มา เครื่องใช้ไฟฟ้า สินเดิม เครื่องประดับเงินทอง แม้แต่เงินบำนาญของพ่อฉันกับเงินช่วยเหลือรายเดือน น้าก็ยึดไปหมดไม่ใช่เหรอคะ?"
"น้ายังสอนให้ฉันเห็นบ้านสามีเป็นตู้เอทีเอ็ม บอกว่าถ้ามีของดีๆ อะไรต้องขนกลับมาให้น้าให้หมด"
"เงินก้อนใหญ่กับเครื่องประดับที่สามีกับแม่สามีให้ฉันมาเมื่อก่อน ฉันยังไม่ทันได้ใช้เลย น้าก็เก็บไปจนเกลี้ยง"
"น้ายังสั่งให้ฉันไปขโมยเงินบ้านซ่งมาให้ เงิน 2,000 หยวนก่อนหน้านี้ ก็คือน้าสั่งให้ฉันแอบขโมยตอนคนบ้านซ่งหลับ ตอนนั้นฉันมือสั่นจนแทบจะเปิดตู้ไม่ออกด้วยซ้ำ!"
"ฉันทุ่มเทให้คุณน้าและบ้านนี้จนหมดหัวใจ เชื่อฟังคำน้าที่ว่าบ้านเดิมคือที่พึ่งชั่วชีวิต ฉันยอมให้น้าทุกอย่างแล้ว"
"แต่ตอนนี้ล่ะ... น้ากลับมาใส่ร้ายว่าฉันขโมยของในบ้านเนี่ยนะ?"
เย่ซีซีพรั่งพรูออกมาทีเดียวจบแล้วร้องไห้หนักกว่าเดิม
ป้าเซี่ย สะใภ้เฉิน และพี่สะใภ้หลี่ถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน นี่มันข่าวใหญ่ระดับระเบิดลงเลยนะเนี่ย!
จูเยว่หลิงไม่เพียงแต่ฮุบสินสอดเย่ซีซี แต่ยังยุยงให้หล่อนไปขโมยของจากบ้านสามีด้วยเหรอ?!
ผู้คนที่ยืนมุงอยู่ข้างนอกเริ่มส่งเสียงซุบซิบและสูดปากด้วยความตกใจ
"ตายแล้ว... ฉันก็ว่าทำไมบ้านหล่อนถึงมีของดีเยอะแยะ ที่แท้ก็เงินหยาดเหงื่อแรงงานของยัยหนูเย่นี่เอง!"
"นั่นสิ สองเดือนก่อนฉันเห็นกะตาว่าจูเยว่หลิงใส่ต่างหูทองไปซื้อของที่สหกรณ์ หล่อนยังโม้ว่าเป็นสินเดิมจากบ้านเกิดหล่อนเอง ที่ไหนได้... สูบเลือดเด็กนี่เอง"
บางคนใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากส่ายหัว "ยุให้คนท้องไปขโมยเงิน ใจคอหล่อนมันเหี้ยมยิ่งกว่างูพิษอีกนะเนี่ย!"
มีคนถอนหายใจยาว "ตอนที่เจียงซู่ซินจะสิ้นลม หล่อนกุมมือเมียฉันร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด... เฮ้อ ถ้าหล่อนรู้ว่าลูกสาวโดนแม่เลี้ยงโขกสับขนาดนี้ ป่านนี้ฝาโลงศพคงปิดไม่สนิทแล้วล่ะ"
"ทำบาปทำกรรมจริงๆ นี่มันไม่ใช่เลี้ยงลูกสาวแล้ว นี่มันสัตว์ป่ากินคนชัดๆ"
คำพูดของฝูงชนเหมือนกรรไกรที่กรีดเสื้อผ้าที่จูเยว่หลิงพยายามสวมใส่มานานจนขาดวิ่น หล่อนเหมือนยืนแก้ผ้าให้คนทั้งลานบ้านตัดสิน
ใบหน้าของจูเยว่หลิงเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำเหมือนโดนตบหน้าเป็นสิบครั้ง เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน หล่อนอ้าปากค้าง พยายามจะแก้ตัวแต่กลับพูดไม่ออก
ส่วนจูอวี้เหยาหน้าซีดเผือดเหมือนกระดาษ แต่ยังคงเชิดหน้าไม่ยอมแพ้ หล่อนจ้องเย่ซีซีด้วยสายตาเกลียดชังแล้วตวาดใส่
"นังคนเนรคุณ! เงินกับของพวกนั้นแกเต็มใจให้แม่ฉันเองนะ ตอนนี้มาพูดเหมือนพวกฉันบังคับอย่างนั้นแหละ!"
"หลังจากพ่อแกตาย แกก็กินบ้านฉัน อยู่บ้านฉัน แกก็ต้องตอบแทนพวกฉันสิ จะเอาเงินออกมาเท่าไหร่ก็ควรทั้งนั้นแหละ!"
"อีกอย่าง เมื่อวานแกก็เอาเงินพวกนั้นคืนไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้มาพูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไง!"
เย่ซีซีที่ถูกป้าเซี่ยและสะใภ้เฉินประคองอยู่ ยืนนิ่งเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก ไร้เรี่ยวแรงจะโต้เถียง
จูเยว่หลิงเดินเข้ามายืนดักหน้า "ในเมื่อแกบอกว่าไม่ได้ขโมย งั้นก็ได้... คืนเงินกับเครื่องประดับที่ฉันให้แกเมื่อวานมาเดี๋ยวนี้นะ!"
เย่ซีซีแค่นยิ้ม "เงินกับเครื่องประดับเมื่อวานเหรอคะ? ฉันเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทางในห้องเก็บของนั่นไงคะ แต่ตอนนี้กระเป๋าหายไปแล้ว ฉันเองก็สงสัยว่าพวกคุณจงใจจัดฉากเพื่อจะฮุบเงินฉันเหมือนกันนั่นแหละ!"
จูอวี้เหยาสั่นเทิ้มด้วยความโกรธ ชี้นิ้วใส่เย่ซีซี "แก... นังตัวแสบ ใส่ร้ายกันชัดๆ!"
เย่ซีซีสะบัดมือนั้นทิ้ง แล้วก้มลงเก็บถุงผ้าที่หล่นตอนถูกจูเยว่หลิงกระชากขึ้นมา มองสองแม่ลูกด้วยสายตาผิดหวังสุดขีด
ทันใดนั้น เธอเหมือนจะนึกอะไรออกจึงพูดอย่างตื่นเต้นว่า "น้าเยว่หลิง อวี้เหยา... หรือว่าพวกเราทุกคนจะโดนใครบางคนหลอกใช้คะ?"
"หมายความว่ายังไง?" จูเยว่หลิงหรี่ตาลงจ้องเย่ซีซีอย่างอำมหิต ไม่ยอมให้ทุกความเคลื่อนไหวบนใบหน้าของเธอรอดพ้นสายตา
เย่ซีซีรู้สึกเหมือนโดนงูพิษจ้องมองจริงๆ มันทั้งเย็นเยียบและน่าสะอิดสะเอียนจนขนลุกไปทั้งตัว
เธอกระแอมเบาๆ แล้วลดเสียงกระซิบข้างหูจูเยว่หลิง "เมื่อวานตอนที่น้าส่งเงินกับสมุดบัญชีให้ฉัน นอกจากฉัน น้า แล้วก็อวี้เหยา... ยังมีอีกคนหนึ่งที่อยู่ด้วยนะคะ"
"แกหมายถึง... เจิ้งเซี่ยงหรง?"
ดวงตาของจูเยว่หลิงหรี่ลงทันที เมื่อวานหล่อนควักเงินกับทองออกมาเยอะขนาดนั้น ไม่แน่ว่าเขาเห็นแล้วอาจจะเกิดความโลภขึ้นมาก็ได้ อีกอย่างเจิ้งเซี่ยงหรงเองก็เป็นคนละโมบและเจ้าชู้อยู่แล้ว
"แล้วที่อวี้เหยาบอกว่าบ้านเขาโดนขโมยเหมือนกัน ทำไมมันประจวบเหมาะขนาดนี้ล่ะคะ? เมื่อวานบ้านเขาโดน วันนี้บ้านเราโดน หรือจะเป็นแผน 'โจรตะโกนบอกว่าโดนปล้น' [1] ของบ้านตระกูลเจิ้งหรือเปล่า? พวกเขาอาจจะวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้นะคะ"
เย่ซีซีค่อยๆ ชี้นำอย่างเป็นลำดับ และแน่นอนว่าสีหน้าของจูเยว่หลิงเปลี่ยนไปทันที
"แกโกหก! พี่เซี่ยงหรงไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นหรอก! เขารัก..." จูอวี้เหยาเกือบจะหลุดปากพูดเรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ออกมา จึงรีบหันมาโจมตีเย่ซีซีแทน "เย่ซีซี เธอเอาอะไรมาปรักปรำพี่เซี่ยงหรง? เมื่อก่อนเธอยังชอบเขา..."
เย่ซีซีตัดบททันควัน "ฉันแค่เสนอข้อสงสัยที่สมเหตุสมผลค่ะ เพราะตลอดมาฉันทำตัวยังไงกับบ้านนี้น้าเยว่หลิงย่อมรู้ดี ฉันจะขโมยของบ้านตัวเองทำไม? อีกอย่าง เงินฉันก็หายเหมือนกัน"
"ฉันว่าแกนั่นแหละที่ตะโกนบอกว่าโดนปล้นเพื่อล้างความผิดตัวเอง แอบซ่อนของของตัวเองไว้ล่ะสิ!"
"แล้วฉันจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนได้คะ?" เย่ซีซีชี้ไปที่กระเป๋าผ้าใบและถุงหิ้วบนตัว "ทั้งเนื้อทั้งตัวฉันมีแค่สองใบนี้ ของเยอะแยะขนาดนั้นจะซ่อนที่ไหนไหว?"
เธอถอดกระเป๋าสะพายและวางถุงหิ้วลงตรงหน้าจูเยว่หลิง "น้าเยว่หลิง ถ้าไม่เชื่อก็ค้นเลยค่ะ ดูสิว่ามีของของพวกน้าอยู่ในนี้ไหม"
จูอวี้เหยาถลาเข้าไปรื้อค้นทันที แต่ค้นไปค้นมาหลายตลบก็เจอแค่ผ้าฝ้ายไม่กี่ฉื่อ เต้าหู้ยี้หนึ่งโหล กระดาษชำระ รองเท้าหนึ่งคู่...
ล้วนแต่เป็นของไร้ค่าทั้งนั้น
"เป็นไงคะ? ไม่มีของพวกน้าใช่ไหม?" เย่ซีซีเหยียดหลังตรง "ถ้าพวกน้ายังยืนยันจะปรักปรำฉัน งั้นก็แจ้งความเถอะค่ะ ให้ตำรวจมาสืบให้รู้เรื่องไปเลย"
จูเยว่หลิงเริ่มลังเล ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเย่ซีซีพูดมีเหตุผล เมื่อเทียบกับยัยเด็กหน้าโง่เย่ซีซีแล้ว... เจิ้งเซี่ยงหรงดูน่าสงสัยกว่าเยอะ!
"ใครจะแจ้งความ?!"
เชิงอรรถ
^จัดฉากบังหน้า