จูอวี้เหยาวิ่งตามมาด้วยความโกรธจัด
เย่ซีซีหันกลับไปหัวเราะเย็น "ไปสิ ไปบอกทุกคนเลยว่าแกกับไอ้หน้าขาวขี้เก๊กนั่นน่ะ แอบไปกอดจูบกันในบ้านตัวเองจนทนไม่ไหว แถมตอนกลางคืนยังแอบไปมุดพุ่มหญ้าในสวนสาธารณะด้วยกันจนถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้ว"
"แก! แก..." จูอวี้เหยาชะงักค้าง มือที่กำลังจะเอื้อมไปดึงเย่ซีซีหยุดกึกอยู่กลางอากาศ
นังนี่รู้เรื่องนี้ละเอียดขนาดนี้ได้ยังไง?
เสียงสูดปากดังมาจากคนรอบข้าง ว้าว... ข่าววงในชิ้นนี้อิ่มอกอิ่มใจคนฟังเหลือเกิน
"หา? กลางค่ำกลางคืนชายหญิงไปมุดพุ่มหญ้าในสวนสาธารณะจริงๆ เหรอเนี่ย?"
"ดูหน้าจูอวี้เหยาสิ พิรุธเต็มหน้า เรื่องนี้มีมูลแน่ๆ"
"น่าจะจริงนะ วันก่อนฉันเห็นผู้ชายแซ่เจิ้งมาส่งจูอวี้เหยา ทั้งคู่ยืนจับมือถือแขนกันอาลัยอาวรณ์อยู่หน้าบ้านพักนี่เอง"
"ไม่นึกเลย สองคนนี้แอบทำเรื่องบัดสี!"
จูอวี้เหยาหน้าซีดเผือด ร่างกายโอนเอนเหมือนจะล้ม
จบกัน... ทุกคนรู้เรื่องของเธอกับพี่เซี่ยงหรงหมดแล้ว ถ้าเขาไม่แต่งกับเธอ ต่อไปใครจะเอาเธอ?
ไม่หรอก... พี่เซี่ยงหรงบอกว่ารักเธอคนเดียว ต้องแต่งกับเธอแน่ๆ
พอคิดได้ดังนั้น จูอวี้เหยาก็ใจชื้นขึ้นมา ขอแค่เธอกุมมือพี่เซี่ยงหรงไว้ให้แน่นก็ไม่มีอะไรต้องกลัว พ่อแม่เขาเป็นพนักงานของรัฐ พ่อเป็นหัวหน้าโรงงาน แม่ทำงานสหกรณ์ ส่วนพี่เซี่ยงหรงก็เป็นพนักงานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ ขอแค่ได้แต่งเข้าบ้านเจิ้ง เธอก็จะมีกินมีใช้ไปตลอดชาติ
"เย่ซีซี ต่อให้แกแฉเรื่องฉันกับพี่เซี่ยงหรง เขาก็ต้องแต่งกับฉันแน่ ถึงตอนนั้นแกอย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน"
เย่ซีซีมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยาม "ขำตายล่ะ มีอะไรให้ฉันต้องเสียใจ? ผู้ชายขยะแบบนั้น มีแต่แกนั่นแหละที่เห็นเป็นสมบัติล้ำค่า"
ริมฝีปากบางยกยิ้ม "อ้อ แล้วที่แกอยากได้งานโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์น่ะ... พรุ่งนี้ลองกลับไปที่โรงงานดูนะ จะมี เรื่องน่าตื่นเต้นรอแกอยู่ ตั้งตารอให้ดีล่ะ"
จูเยว่หลิงสีหน้าเปลี่ยนทันที "เย่ซีซี แกหมายความว่ายังไง?"
จูหมิงเซวียนก็ร้อนรนถาม "ห้ามไป! พูดจาให้รู้เรื่องก่อน!"
เขาก้าวเท้าจะไปจับตัวเย่ซีซี แต่ต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นเฉียบของซ่งเยี่ยนโจว
"อยากรู้เหรอคะ? แต่ฉันไม่บอกหรอก เชิญอกแตกตายไปเถอะ!"
เย่ซีซีทำหน้าล้อเลียน ยื่นกระเป๋าผ้าให้ซ่งเยี่ยนโจวถือ แล้วจูงมือเขาเดินจากไป ชาวบ้านต่างพากันหลีกทางให้
ตอนนี้มีชายหนุ่มร่างใหญ่กำยำคอยปกป้องอยู่ข้างกาย เธอไม่กลัวสามแม่ลูกตระกูลจูเลยสักนิด อีกไม่กี่วันพวกมันจะได้รู้ซึ้งว่า "ทำไมดอกไม้ถึงได้แดงฉาน" (หมายถึงความเจ็บปวด)
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" จูหมิงเซวียนขวางหน้า "เรื่องวันนี้จบง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้"
จูเยว่หลิงมองเย่ซีซีด้วยสายตาอาฆาต "บ้านเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เรื่องงานแกยังไม่เคลียร์ จะรีบไปไหน? หรือว่าทำผิดแล้วคิดจะหนี?"
คราวนี้หล่อนไม่สนหน้ากากแม่เลี้ยงผู้ใจดีอีกต่อไป เผยเขี้ยวเล็บที่ดุร้ายออกมาเต็มที่
รังสีความเย็นจากตัวซ่งเยี่ยนโจวรุนแรงยิ่งขึ้น เขาสะบัดแขนเย่ซีซีออก ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกำหมัดแน่น น้ำเสียงคมกริบดั่งลิ่มน้ำแข็ง "หลีกไป อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ"
จูหมิงเซวียนจ้องซ่งเยี่ยนโจวด้วยแววตาดุจงูพิษ เขาหัวเราะเยาะ "ทำไม ซ่งเยี่ยนโจว โดนสวมเขาจนเพี้ยนไปแล้วเหรอ? นังแพศยานี่มันแอบคบชู้กับเจิ้งเซี่ยงหรงมาตั้งนานแล้ว! แกไม่กลัวคนเขาหัวเราะเยาะว่าเป็นไอ้โง่โดนเมียสวมเขาหรือไง ยังจะมาออกหน้าแทนมันอีก โง่ชะมัด!"
พูดจบเขาก็ชูนิ้วจะไปจิ้มหน้าซ่งเยี่ยนโจว แต่เย่ซีซีตาไวขยับมือฟาดเพียะเข้าที่มือเขาอย่างแรง จูหมิงเซวียนร้องโอย "นังตัวดี กล้าตีฉันเหรอ ฉันจะตบแกให้ตาย!"
เย่ซีซีรีบมุดไปหลบหลังซ่งเยี่ยนโจว พลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ "ฉันว่าแกนั่นแหละคือตัวตลก แกมันก็แค่ไอ้เต่าหัวเหลือง [1] เป็นตัวตลกที่สมบูรณ์แบบที่สุดเลยล่ะ"
จูหมิงเซวียนโกรธจนตัวสั่น พุ่งเข้าไปหมายจะฉีกร่างเย่ซีซี
ทว่าทันทีที่เขาพุ่งมา แขนของซ่งเยี่ยนโจวก็ขวางหน้าเย่ซีซีไว้ราวกับโซ่เหล็ก ฝ่ามือยันแขนจูหมิงเซวียนไว้อย่างมั่นคง ก่อนจะออกแรงบีบตรงง่ามมือ
อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ร้องด้วยความเจ็บปวด มืออีกข้างของซ่งเยี่ยนโจวก็ขยับเร็วปานสายฟ้าคว้าเข้าที่ข้อพับศอกของจูหมิงเซวียน
กร๊อบ! เสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน แขนของจูหมิงเซวียนถูกบิดไพร่หลังจนเขาล้มคะมำคุกเข่าลงกับพื้น
"ต่อหน้าต่อตาฉัน แกยังกล้าลงมือกับ 'คนของฉัน' ซ้ำแล้วซ้ำเล่า?"
เสียงของซ่งเยี่ยนโจวเย็นยะเยือก เขากดเข่าลงบนต้นคอของจูหมิงเซวียนอย่างหนักหน่วง "เชื่อไหมว่าฉันใช้มือเดียวหักคอแกได้ตอนนี้เลย?"
พูดจบเขาก็กระชากคอเสื้อจูหมิงเซวียนขึ้นมา แล้วใช้นิ้วสกัดจุดตรงสะบักสองทีอย่างแม่นยำ จูหมิงเซวียนก็หมดแรงล้มฟุบลงไปกองกับพื้นทันที
"ถ้าแกกล้าแตะต้องหล่อนอีกแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันจะทำให้แกต้องคลานไปตลอดชีวิต"
"ฆ่าคนแล้ว! สามีเย่ซีซีจะฆ่าลูกฉัน!" จูเยว่หลิงเห็นลูกชายถูกคว่ำ ก็หวีดร้องเหมือนหมาป่าพุ่งเข้าใส่ซ่งเยี่ยนโจวหมายจะตะกุยหน้า
เล็บคมของจูเยว่หลิงเกือบจะโดนคางซ่งเยี่ยนโจว แต่เย่ซีซีไวกว่า เธอเบี่ยงตัวลอดใต้แขนชายหนุ่ม ยกเท้าขวาถีบเข้าที่ข้อพับเข่าของจูเยว่หลิงอย่างจังแล้วชักเท้ากลับอย่างรวดเร็ว
กร๊อบ! เสียงดังสนั่นพร้อมเสียงร้องโหยหวนปานหมูถูกเชือด จูเยว่หลิงล้มหงายหลังก้นกระแทกพื้นเหมือนต้นไม้หัก
ซ่งเยี่ยนโจวปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ทั้งคู่สบตากัน สายตาฝ่ายชายเต็มไปด้วยความประหลาดใจที่ปิดไม่มิด ส่วนฝ่ายหญิงมีแวววูบไหวของความผิดบาปที่แอบซ่อนอยู่
เย่ซีซีนึกขึ้นได้ว่าตามนิสัยเดิมของเจ้าของร่าง ต่อให้กินดีหมีหัวใจเสือมาก็ไม่กล้าตีจูเยว่หลิง ซ่งเยี่ยนโจวเป็นคนเฉียบแหลมขนาดนั้น ย่อมต้องสังเกตเห็นความผิดปกติ
เธอรีบก้มหน้า ทำท่าทางเลิ่กลั่กแล้วมุดไปซ่อนหลังเขา "ฉัน... ฉันแค่กลัวว่าหล่อนจะทำร้ายคุณ..."
สายตาของซ่งเยี่ยนโจวเต็มไปด้วยการสำรวจ เขาจ้องมองเธออยู่สองวินาทีก่อนจะละสายตาไป
"โอ๊ย บรรลัยแล้ว พวกแกคู่ผัวตัวเมียใจยักษ์ คิดจะฆ่าแม่ลูกอย่างพวกเราเหรอ!"
เย่ซีซีกวาดสายตามองสามแม่ลูกด้วยความสะอิดสะเอียน ก่อนจะเอื้อมไปจับมือซ่งเยี่ยนโจว "เราไปกันเถอะ"
เธอไม่สนใจจูเยว่หลิงที่ดิ้นเร่าๆ อยู่บนพื้น ทั้งคู่ก้าวเดินจากไปทันที
หลังจากออกมาจากบ้านพักรวม ซ่งเยี่ยนโจวพาเย่ซีซีไปที่โรงพยาบาลโดยตรง
พยาบาลเห็นรอยบวมที่หน้าผาก พอกดดูและรู้ว่าโดนชามกระเบื้องขว้างใส่ ก็ยังพูดอย่างโล่งอกแทนเย่ซีซี
"โชคดีที่เป็นแค่รอยบวม ถ้าฝ่ายนั้นลงแรงมากกว่านี้อีกนิด แล้วเศษกระเบื้องแตกกระจายคาหน้า หน้าสวยๆ ของคุณคงเสียโฉมไปแล้ว"
เย่ซีซีเองก็โกรธจนกัดฟันกรอด ถ้าเมื่อกี้คนไม่เยอะเกินไป เธอจะเอาชามกระเบื้องขยี้หน้าจูอวี้เหยาคืนให้ดู แต่ที่เธอเอาเก้าอี้ไม้ฟาดไปนั่นก็ลงแรงไปไม่น้อย คงเจ็บเจียนตายเหมือนกันล่ะ!
พยาบาลช่วยทำความสะอาดแผลและทายาให้ เนื่องจากผิวหนังไม่ฉีกขาดจึงไม่ต้องแปะผ้าก๊อซ แค่ทายาแก้บวมก็เสร็จเรียบร้อย
เย่ซีสียิ้มหวานขอบคุณพยาบาล ก่อนจะหันไปเห็นซ่งเยี่ยนโจวยืนรออยู่ข้างๆ สายตาเธอไปหยุดอยู่ที่รอยข่วนจากเล็บของจูเยว่หลิงที่ลำคอของเขา
เธอกวักมือเรียกซ่งเยี่ยนโจว "ซ่งเยี่ยนโจว มานี่สิ ให้คุณพยาบาลช่วยล้างแผลที่คอให้หน่อย"
ซ่งเยี่ยนโจวกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พอได้ยินเสียงเรียกเขาก็ส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอก แผลแค่นี้ไม่นับว่าเป็นแผลด้วยซ้ำ" พูดพลางจะเอามือไปลูบ
"อย่าเอาไปมือแตะนะ!" เย่ซีซีรีบคว้ามือนั้นไว้
ซ่งเยี่ยนโจวชะงักไปชั่วครู่และยอมลดมือลง เย่ซีสีกดตัวเขาให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่เธอเพิ่งลุกมา
"คุณพยาบาลคะ รบกวนช่วยล้างแผลให้เขาหน่อยค่ะ"
ซ่งเยี่ยนโจวจะลุกขึ้นปฏิเสธอีก แต่ก็ถูกมือทั้งสองข้างของเย่ซีซีกดไหล่ให้นั่งลงตามเดิม
เย่ซีซีพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เล็บของจูเยว่หลิงน่ะไม่รู้ซ่อนเชื้อโรคอะไรไว้บ้าง ฉันกลัวว่าหล่อนจะมีพิษติดเชื้อมาถึงคุณ คุณเชื่อฟังนะ นั่งนิ่งๆ เลย"
คำว่า "คุณเชื่อฟังนะ" ทำเอาซ่งเยี่ยนโจวทำตัวไม่ถูก เขาได้แต่นั่งทื่อเป็นหุ่นนิ่งๆ
ลูกผู้ชายตัวโตอย่างเขา กลับถูกผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าตั้งหลายปีมากล่อมปลอบเหมือนเด็กเวลาล้างแผล
พยาบาลเห็นท่าทางเกร็งๆ ของซ่งเยี่ยนโจวก็แอบยิ้ม ขยับมือล้างแผลอย่างคล่องแคล่วแล้วแซวขำๆ "พวกคุณคู่สามีภรรยารักกันดีจังเลยนะ"
"..."
เย่ซีซีไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดนั้น แต่ซ่งเยี่ยนโจวหน้าเจื่อนไปถนัดตา เขาแสร้งกระแอมแก้เขิน พยาบาลยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเก็บของเดินออกจากห้องเพื่อให้พื้นที่ส่วนตัวกับสามีภรรยาคู่นี้
ตอนนี้เองที่เย่ซีซีเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า คนยุคนี้หัวโบราณมาก แค่จูงมือกันบนถนนก็โดนมองแล้ว เธอจึงเริ่มเขินบ้างจนบิดนิ้วตัวเองไปมา
"คือว่า..." ทั้งคู่พูดขึ้นพร้อมกัน และหันมามองหน้ากัน "คุณพูดก่อนเลย..."
แค่ก... แค่ก... เย่ซีซีกระแอมแก้เขินตามยุทธวิธี "งั้นฉันพูดก่อนนะ คือในเมื่อเรามาโรงพยาบาลกันแล้ว ฉันอยากจะตรวจครรภ์ไปด้วยเลย คุณช่วยไปทำเรื่องให้หน่อยได้ไหมคะ?"
"คุณแน่ใจนะ?" ซ่งเยี่ยนโจวมองเธออย่างสงสัย เมื่อก่อนเขาเคยชวนมาตรวจตั้งหลายครั้ง เธอก็ปฏิเสธด้วยความรำคาญทุกครั้ง คราวนี้กลับมาเสนอเอง หรือว่าเธอตั้งใจจะคลอดลูกจริงๆ แล้ว?
จะไม่เอะอะร้องเย้วๆ เรื่องทำแท้งหย่าร้างอีกแล้วใช่ไหม?
ไม่สิ... ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์นัก แถมไม่รักษาคำพูด เมื่อก่อนที่ยอมสงบปากสงบคำตามเขากลับบ้านนอก ก็เพราะแม่เขาเอาเงินออมทั้งหมดให้ไป แต่พอไปถึงบ้านนอกก็ยังอาละวาดเป็นพักๆ ใช้เด็กในท้องขู่พวกเขาตลอด
แววตาเขายิ่งสงสัยหนักขึ้น เธอกำลังจะเล่นไม้ไหนอีก? ที่บ้านไม่มีเงินเหลือให้หล่อนแล้วนะ แล้วเธอยังต้องการอะไรจากเขาอีก?
วันนี้ท่าทีของเธอแปลกไปหมด ตั้งแต่กล้าฉีกหน้าจูเยว่หลิง พูดจาดีกับเขา แถมยังเป็นห่วงเขาอีก
ผีเข้า หรือกินยาผิดกันแน่?
เย่ซีซีถามขึ้น "แล้ว... เมื่อกี้คุณอยากจะบอกอะไรฉันคะ?"
ซ่งเยี่ยนโจวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า "ไม่มีอะไร กลับบ้านแล้วค่อยคุยกันเถอะ"
เชิงอรรถ
^คำด่าเปรียบเปรยถึงคนโง่/โดนสวมเขา