บทที่ 179: ฮีโร่สุดหล่อ
ลึกเข้าไปด้านหน้ามีกองไม้กระดานและถุงปูนซีเมนต์วางระเกะระกะขวางทางอยู่ สายตาของพวกเธอยังเหลือบไปเห็นผ้าห่มเก่าขาดวิ่นสีดำสกปรกกองรวมกันอยู่ตรงมุมกำแพงอีกด้วย
เสียงฝีเท้าเร่งรีบไล่กวดมาติดๆ จากด้านหลัง นาทีนี้ตู้เหยาอยากจะเปลี่ยนเส้นทางก็ไม่ทันการเสียแล้ว
หลิ่วมู่มู่จึงตัดสินใจผลักหลังอีกฝ่ายไปหนึ่งที ให้ตู้เหยาวิ่งนำหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองคอยระวังหลังให้ ทันใดนั้นเสียงข้าวของล้มระเนระนาดดังโครมครามก็ดังขึ้นเป็นระยะจากทางด้านหลัง ฟังแล้วชวนให้อกสั่นขวัญแขวนพิลึก
ตู้เหยารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งวิ่งออกมาได้ไม่ไกล แต่คนพวกนั้นกลับไล่ตามเข้ามาในตรอกได้แล้ว
เสียงตะโกนดังไล่หลังมาติดๆ "ตู้เหยา! แม่เธอยังรออยู่ที่โรงพยาบาลนะ อย่าหนีเลย กลับไปกับพวกเราซะดีๆ..."
ยังไม่ทันที่คนคนนั้นจะพูดจบประโยค เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดก็ดังแทรกขึ้นมา
ตู้เหยาหันขวับกลับไปมอง ด้วยสายตาอันดีเยี่ยมทำให้เธอเห็นภาพเหตุการณ์ชัดเจน ถังขยะใบใหญ่ตรงปากตรอกล้มคว่ำลง และจังหวะนรกก็ทำให้มันทับลงบนเท้าของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง
‘กระดูกแตกละเอียด ลบหนึ่ง’
"อย่ามัวแต่ดู วิ่งเร็วเข้า!" หลิ่วมู่มู่ตะเกียกตะกายวิ่งตามมาจนทัน พลางหอบหายใจตัวโยน
พอเห็นสภาพหอบจนตัวแทบขาดของอีกฝ่าย ตู้เหยาก็รีบคว้าแขนเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้วออกแรงลากให้วิ่งเร็วขึ้น พลางบ่นอุบ "ร่างกายเธอจะอ่อนแอเกินไปแล้วนะ"
หลิ่วมู่มู่ทำได้แค่กลอกตามองบน นาทีนี้เธอเหนื่อยจนพูดไม่ออกแล้ว
ทั้งสองเพิ่งจะเลี้ยวพ้นหัวมุมตึก เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังขึ้นจากด้านหลังอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงวัตถุหนักๆ ตกกระแทกพื้นดัง ตุ้บ!
เดิมทีกับดักนี้น่าจะเป็นอุบัติเหตุที่พุ่งเป้ามาเล่นงานหลิ่วมู่มู่ แต่ด้วยจังหวะการหลบหลีกอันสมบูรณ์แบบ เคราะห์กรรมจึงตกไปอยู่ที่คนด้านหลังแทนอย่างช่วยไม่ได้
‘ของหล่นจากที่สูง ลบสอง’
ในที่สุดหลิ่วมู่มู่ก็ได้เรียนรู้สัจธรรมข้อใหม่ ตราบใดที่ฉันสับขาให้ไว แม้แต่อุบัติเหตุก็ยังไล่ตามฉันไม่ทัน เธอหมายมั่นปั้นมือว่างานนี้จะลดค่าดูดวงให้ตู้เหยาสักหนึ่งเปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นรางวัลสำหรับพรสวรรค์ในการวิ่งมาราธอนของแม่สาวคนนี้
แม้จะเจออุปสรรคดักทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่คนพวกนั้นก็ยังกัดไม่ปล่อย ตู้เหยาวิ่งไปตะโกนไปอย่างหัวเสีย "พวกนั้นดูไม่เหมือน รปภ. โรงพยาบาลเลยสักนิด!"
"ก็แหงสิ โรงพยาบาลปกติที่ไหนจะมีเจียงซือเฝ้าอยู่กันล่ะ"
"เจียงซืออะไร!" ตู้เหยากรีดร้องเสียงหลง
"หุบปาก เก็บแรงไว้แล้ววิ่งให้ไว!"
"ต้องวิ่งไปอีกไกลแค่ไหนเนี่ย เมื่อกี้ทำไมพวกเราไม่เรียกรถแท็กซี่" ถึงแม้จะมีอุบัติเหตุคอยสกัดขาคนด้านหลังอยู่เรื่อยๆ แต่ลำพังแรงผู้หญิงสองคนย่อมมีขีดจำกัด ตู้เหยายังพอประคองตัวไหว แต่เธอต้องลากภาระอย่างหลิ่วมู่มู่ไปด้วยนี่สิ
"เพราะมันไม่ทันแล้วน่ะสิ! แค่ออกไปจากตรงนี้ แฟนฉันรออยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว" หลิ่วมู่มู่ตะเบ็งเสียงตอบแข่งกับเสียงลมหายใจ
ในฐานะมนุษย์ที่ค่าพลังการต่อสู้ติดลบ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้มีแต่ต้องพึ่งพาแฟนหนุ่มให้มากู้วิกฤตเท่านั้น
"แล้วแฟนเธอรู้ไหมว่าข้างหลังเธอมีชายฉกรรจ์แปดคนไล่กวดมาติดๆ!"
"เดี๋ยวเขาก็รู้แล้วน่า" หลิ่วมู่มู่หอบจนตัวโยน แสงสว่างตรงทางออกอยู่แค่เอื้อมแล้ว
ทำแบบนี้เธอจะไม่โดนแฟนทิ้งจริงๆ ใช่ไหม ตู้เหยาได้แต่บ่นพึมพำในใจอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ฉลาดพอที่จะไม่ถามออกไปให้เสียกำลังใจ
ทรัพย์สินทั้งหมดของเธอละลายไปกับค่าดูดวงหมดแล้ว ขืนหลิ่วมู่มู่ต้องเสียแฟนไปเพราะช่วยเธอ เธอก็ไม่มีปัญญาหามาคืนให้หรอกนะ
ในที่สุดทั้งสองคนก็พุ่งตัวหลุดออกมาจากตรอกสกปรกนั่นได้สำเร็จ บริเวณปากทางมีรถหรูคันงามที่ดูแพงระยับจนคนธรรมดาแทบอยากจะเดินอ้อมจอดสงบนิ่งอยู่ ข้างรถคันนั้นมีชายหนุ่มท่าทางเย็นชาในชุดสูทดูดีคนหนึ่งยืนพิงอยู่
วินาทีต่อมา ตู้เหยาก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นหลิ่วมู่มู่ที่ถูกเธอลากถูลู่ถูกังมาตลอดทาง สะบัดมือเธอออกแล้วพุ่งตัวกระโจนเข้าใส่ผู้ชายคนนั้นเต็มแรง
ร่างที่พุ่งเข้ามาดูไม่คุ้นตานักทำให้เยียนซิวขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่พอเห็นใบหน้าของคนคนนั้นชัดเจน เขาก็ชะงักกึก ก่อนจะยื่นมือไปประคองเอวคนในอ้อมกอดเอาไว้เพื่อให้เธอยืนได้มั่นคง
เยียนซิวกดมุมปากลงเล็กน้อย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ "เกิดอะไรขึ้น"
หลิ่วมู่มู่ยืนหอบแฮก ปล่อยให้เขาถอดแว่นตาที่เอียงกระเท่เร่ของเธอออกแล้วโยนไปวางไว้ข้างๆ "เมื่อกี้ดูดวงให้ลูกค้า แล้วก็เจออุบัติเหตุ... ผิดคิวนิดหน่อยน่ะ"
เยียนซิวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ใช้นิ้วจิ้มลงบนหน้าผากมนของเธอเบาๆ หลิ่วมู่มู่เงยหน้าสบตาแฟนหนุ่ม รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ว่าแววตาของเขามีรังสีอันตรายแผ่ออกมาจางๆ
"เอ่อ... ทั้งสองคนคะ คนพวกนั้นจะออกมาแล้วนะ" ตู้เหยาเอ่ยเตือนสติขึ้นมาได้ถูกจังหวะพอดี
พอได้ยินคำเตือนของตู้เหยา หลิ่วมู่มู่ถึงได้สติว่าด้านหลังยังมีขบวนไล่ล่าตามมา จึงรีบดีดตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แล้วชี้มือไปที่ความมืดในตรอก ราวกับเด็กน้อยฟ้องผู้ปกครอง "มีคนไล่ตีพวกเรามาด้วย"
เยียนซิวเงยหน้ามองแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเดินสวนเข้าไปในตรอกมืดสลัวนั้นอย่างไม่ลังเล
เนื่องจากเจออุบัติเหตุสารพัดรูปแบบดักเล่นงานระหว่างทาง รปภ. แปดคนที่ไล่กวดมาอย่างบ้าคลั่งจึงเหลือรอดมาถึงตรงนี้แค่หกคน
พวกเขายังดูหนุ่มแน่น รูปร่างกำยำล่ำสัน แววตาคมกริบดุดัน เหมือนที่ตู้เหยาบอก คนพวกนี้ต่างจาก รปภ. โรงพยาบาลทั่วไปอย่างสิ้นเชิง จุดเหมือนเพียงอย่างเดียวคงเป็นชุดเครื่องแบบที่สวมอยู่เพื่อตบตาเท่านั้น
ตัวตนของคนพวกนี้มีกลิ่นทะแม่งๆ ชัดเจน
กลุ่มชายฉกรรจ์มองเยียนซิวที่เดินล้วงกระเป๋าสวนเข้ามา หัวหน้าทีม รปภ. หรี่ตามองอย่างประเมิน "ไอ้น้อง พวกเรากำลังตามหาคน ไม่มีเวลามาเล่นด้วย ทางที่ดีหลบไปซะ"
เยียนซิวไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เขาเพียงแค่บิดคอไปมาคลายกล้ามเนื้อ แล้วยกมือขึ้นปลดเนกไทให้หลวมลงเล็กน้อย เป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
นับตั้งแต่เยียนซิวเดินหายเข้าไปในเงามืดของตรอก เด็กสาวสองคนที่เพิ่งวิ่งหนีตายออกมาก็พากันเกาะมุมกำแพงชะโงกหน้าเข้าไปดูสถานการณ์ ตู้เหยากระซิบเสียงสั่น
"รปภ. ที่ตามออกมามีตั้งหลายคน แฟนเธอจะรับมือไหวเหรอ หรือพวกเราจะแจ้งตำรวจกันดี"
"เขาเป็นตำรวจ" หลิ่วมู่มู่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและมั่นใจสุดขีด
ภายในตรอกมีเสียงหมัดกระแทกเนื้อดัง ตุ้บ ตั้บ ฟังดูหนักหน่วงชวนขนลุก ดังลอดออกมาเป็นระยะ สลับกับเสียงร้องโหยหวนที่ฟังไม่ได้ศัพท์
บางครั้งการดูฉากบู๊ในละครกับการมาเห็นคนตีกันสดๆ ตรงหน้า ความรู้สึกสะเทือนขวัญที่ได้รับมันคนละระดับกันเลย
หลิ่วมู่มู่รีบหดหัวกลับมา พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของตู้เหยา "แจ้งตำรวจเถอะ"
กว่าเธอจะโทรศัพท์แจ้งเหตุเสร็จแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดูอีกครั้ง ภาพที่เห็นคือเหล่า รปภ. ในชุดเครื่องแบบต่างนอนระเนระนาดเกลื่อนพื้น
ยังเหลืออีกหนึ่งคนที่พยายามจะทรงตัวยืนโอนเอนอยู่ แต่แล้วก็ถูกฝ่าเท้าหนักๆ ถีบเข้าที่หัวเข่าจนเสียหลัก ตามด้วยศอกกระแทกเข้าเต็มหน้า ล้มคว่ำไปกองกับพื้นเป็นรายสุดท้าย
ตอนนี้เหลือเพียงเยียนซิวที่ยังยืนหยัดอยู่ เสื้อสูทตัวนอกราคาแพงถูกโยนทิ้งไว้บนพื้น น่าจะเพราะมันเกะกะตอนออกแรง
แม้แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่สวมอยู่ กระดุมด้านหน้าก็หลุดหายไปหลายเม็ด เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องแน่นตึงเป็นลอนสวยภายใต้สาบเสื้อที่เปิดอ้า
ตอนที่หลิ่วมู่มู่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหา เธอพบว่าคนที่นอนกองอยู่บนพื้นต่างก็นอนตัวตรงแหน็ว เงียบสนิทไร้สุ้มเสียง ดูแล้วน่าสยดสยองพิลึก
"พวก... พวกเขาไม่เป็นไรใช่ไหม" เธอมองซ้ายมองขวาด้วยความกังวล เมื่อกี้มัวแต่ตกใจจนลืมเรียกรถพยาบาลเสียสนิท
เยียนซิวยืนพิงกำแพงปูนเปลือย ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองมาที่เธอเขม็ง "เธอควรจะถามอาการฉันก่อนหรือเปล่า"
"คุณบาดเจ็บเหรอ" หลิ่วมู่มู่รีบกวาดตามองสำรวจร่างกายเขาหนึ่งรอบ ไม่พบคราบเลือดสักหยด สายตาของเธอเริ่มลอกแลก ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ เสียที
[จบบท]